หลังจากที่สามารถตกลงกับตัวเองได้แล้ว ลู่เหม่ยซานก็ลุกขึ้นแต่งตัว ออกไปใช้ชีวิตตามปกติ ตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้จะว่าไปก็น่าสงสารยิ่งนัก ในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดคิดที่จะคบหานางเป็นสหายเลยสักคน เพราะนางนั้นร้ายกาจและเอาแต่ใจมากเกินไป จนไม่มีผู้ใดสามารถทนอยู่กับนางได้ จะมีก็เพียงแค่ ลู่ลี่อิน น้องสาวต่างมารดาของนางเท่านั้นที่ไม่ว่าจะถูกด่าทอ หรือกลั่นแกล้งมากมายเพียงใด นางก็ไม่คิดที่จะถือสาหรือโกรธแค้นพี่สาวเลยสักครั้ง
ลู่เหม่ยซานจึงตัดสินใจที่จะไปชวนน้องสาวออกไปเดินเล่นด้านนอกด้วยกัน เพราะนางก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าตลาดของที่นี่ จะเหมือนกับที่นางเคยเห็นในหนังหรือซีรีส์หรือไม่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ตรงไปที่เรือนของน้องสาวทันที แต่ยังไม่ทันที่จะถึงเรือน ก็พบน้องสาวนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลา นางจึงรีบตรงเข้าไปหา
“อินเอ๋อร์ทำอันใดอยู่ พอจะมีเวลาออกไปเดินเล่นที่ตลาดกับพี่ได้หรือไม่” หญิงสาวเอ่ยกับน้องสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หาได้สนใจเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นางเคยทำเอาไว้ไม่ เพราะอย่างไรนางก็ไม่ได้เป็นคนลงมือกลั่นแกล้งเสียหน่อย เป็นลู่เหม่ยซานนางร้ายในนิยายต่างหากที่เป็นคนทำ นางร้ายนิยายก็เกินไป มีน้องสาวที่นิสัยดีและน่ารักถึงเพียงนี้ ยังลงมือกลั่นแกล้งได้
ลู่ลี่อินที่ได้ยินคำเชิญชวนของพี่สาวก็ได้แต่เกิดความสับสน เพราะตั้งแต่ที่นางจำความได้ พี่สาวของนางก็ไม่เคยที่จะพูดจาดีกับนางเลยสักครั้ง นางรู้ว่าที่พี่สาวเป็นเช่นนี้เพื่อต้องการปกป้องตนเองจากคนที่คิดร้าย เพราะว่ามารดาของนางจากไปตั้งแต่ยังเล็ก และตนก็ไม่เคยคิดที่จะโกรธเคืองอันใดเลยสักครั้ง
“พี่ใหญ่พูดจริงหรือเจ้าคะ” แม้จะรู้สึกสับสนอยู่บ้าง แต่นางก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อย ที่พี่สาวเอ่ยปากชวนนางออกไปเดินเล่นข้างนอกด้วยตัวเอง ตอนนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม อย่างไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้เลย
“จริงสิ แล้วเจ้าจะออกไปเดินเล่นกับข้าหรือไม่” ลู่เหม่ยซานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เด็กน้อยเอ่ยเด็กน้อย ไม่ว่าจะถูกกลั่นแกล้งแค่ไหนก็ไม่เคยคิดเก็บมาใส่ใจ ช่างเป็นคนดีเสียจริง
“ข้าไปเจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ตอบออกไปอย่างไม่คิด โอกาสที่จะได้ออกไปเดินเล่นสองพี่น้องแบบนี้หาได้ยากนัก “เช่นนั้นข้าไปเปลี่ยนชุดสักครู่นะเจ้าคะ” ตั้งแต่ต้นจนจบ นางดีใจจนไม่สามารถหุบยิ้มได้เลยแม้เพียงเสี้ยวเดียว
“คุณหนูออกไปแบบนี้จะดีหรือเจ้าคะ” อาจินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง กลัวว่าคุณหนูขอตนจะถูกหลอกออกไปกลั่นแกล้งอีก คุณหนูใหญ่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งตลอด แต่เหตุใดนางจึงไม่เคยคิดโกรธเคืองเลยสักนิด
“พี่ใหญ่อุตส่าห์มาชวนข้าด้วยตนเอง จะไม่ไปได้อย่างไรกัน” นางไม่ได้สนใจคำพูดของสาวใช้ข้างกายเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อนางเป็นคนเลือกที่จะออกไปด้วยตัวเอง เมื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นนางก็ต้องรับมันให้ได้ แต่ตอนนี้ขอเพียงได้ออกไปเดินเล่นกับพี่สาวนางก็พอใจแล้ว
อาจินที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทำเพียงแค่ช่วยเจ้านายแต่งตัวเท่านั้น เพราะไม่ว่านางจะเตือนด้วยความเป็นห่วงเท่าใด เจ้านายผู้นี้ก็ไม่เคยฟัง และยิ่งเป็นเรื่องของคุณหนูใหญ่แล้วด้วย แม้ว่าคำพูดของนางจะเป็นเรื่องจริง อย่างไรคุณหนูก็ไม่ยอมฟังเหมือนเดิม
เมื่อแต่งตัวเสร็จ ลู่ลี่อินก็เดินออกไปพบพี่สาวที่ศาลาด้วยใบหน้าระรื่น ยิ่งคิดว่าพี่สาวมาชวนนางด้วยตนเองก็ยิ่งไม่สามารถหุบยิ้มได้
“พี่ใหญ่เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ” แม้ในใจจะกล้า ๆ กลัว ๆ แต่อย่างไรตอนนี้นางก็ขอเก็บเกี่ยวความสุขนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เพราะไม่รู้ว่านางจะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือไม่
“อืม เราออกไปกันเถิด” นางเอ่ยกับน้องสาวด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ แต่ในใจกลับตื่นเต้นไม่น้อย เพราะจะได้เห็นตลาดโบราณด้วยตาของตัวเอง
“เราจะไปที่ใดกันหรือเจ้าคะ” ลู่ลี่อินเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะนางไม่รู้ว่าพี่สาวจะพานางไปที่ใด
“ก็แค่ออกไปเดินเล่นดูของที่ตลาด หากเจ้าอยากได้อันใดก็บอกข้า เดี๋ยวข้าซื้อให้เจ้าเอง” แม้จะไม่ได้เป็นคนลงมือกลั่นแกล้งนาง แต่ตอนนี้ในใจของนางก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย จึงอยากจะทำอะไรเพื่อคลายความรู้สึกผิดในใจตัวเองบ้าง
“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี พี่ใหญ่บอกว่าจะซื้อของให้นาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้รับของจากผู้เป็นพี่สาว
ทั้งสองนั่งรถม้าต่ออีกไม่นาน รถม้าก็หยุดลงที่บริเวณหน้าตลาด ทำให้สองพี่น้องสกุลลู่ต้องลงจากรถม้า เพื่อมาเดินเล่นซื้อของตามประสาพี่น้อง
“อินเอ๋อร์ เจ้าว่ากำไลนี่สวยหรือไม่” ลู่เหม่ยซานยื่นกำไลหยกขาวไปให้น้องสาวได้ดู
“สวยเจ้าค่ะ แต่ข้าว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับพี่ใหญ่เลย” นางบอกออกไปตามตรง นางยอมรับว่ากำไลนี้ดูงดงามเป็นอย่างมาก แต่มันดูเรียบเกินไปที่จะอยู่บนตัวของพี่สาวที่แสนงดงามของนาง
“ข้าหาได้ซื้อให้ตัวเองไม่ ข้าว่ากำไลนี้เหมาะกับเจ้านะ เจ้าว่าหรือไม่” นางจับมือของน้องสาวมาลองใส่ เพื่อดูว่ามันจะเป็นแบบที่นางคิดเอาไว้หรือไม่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “นั่งไง ข้าคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องเหมาะกับเจ้า”
“ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ” ลู่ลี่อินได้แต่มองหน้าพี่สาวด้วยความดีใจ วันนี้เป็นวันที่นางมีความสุขที่สุด ไม่คิดว่าพี่สาวจะเลือกของให้นางด้วยตนเอง
“อยากได้อันใดอีกหรือไม่” ลู่เหม่ยซานเอ่ยขึ้น พลางหันไปเลือกซื้อของต่อ ไม่ได้สนใจสายตาปลื้มปีติของน้องสาวที่มองมา มิเช่นนั้นนางคงได้ขอกำไลคืนอย่างแน่นอน
ลู่ลี่อินที่ได้รับของจากพี่สาว ก็ไม่ได้สนใจที่จะเลือกของอีก จึงหันออกไปมองนอกร้าน เพื่อดูว่ามีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง นางจะได้พาพี่สาวไปเลือกดู แต่ก็ต้องไปสะดุดตากับชายหญิงคู่หนึ่ง นั้นมันคุณชายไป๋เซียวเยี่ยนกับคุณหนูเถียนเวยซีนิ หากพี่ใหญ่เห็นจะต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอน นางจะทำอย่างไรดี หญิงสาวได้แต่ขบคิดอย่างกลัดกลุ้ม แต่หารู้ไม่ว่าลู่เหม่ยซานเห็นสองคนนั้นก่อนตนเองเสียอีก
จางเจียวซินที่เห็นศัตรูคู่อาฆาตอยู่ในร้านขายเครื่องประดับจึงเอ่ยชวนสหายและคนรักของสหายเข้าไปเลือกซื้อของที่ร้านนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม วันนี้สตรีผู้นั้นจะต้องได้รับความอับอายกลับบ้านอีกครั้งอย่างแน่นอน
“ซีเอ๋อร์ เราไปดูเครื่องประดับที่ร้านนั้นดีหรือไม่ ข้าอยากได้ต่างหูสักคู่” หญิงสาวชี้ไปที่ร้านเครื่องประดับ ก่อนจะลากสหายให้เดินไปพร้อมกัน
ทางด้านเถียนเวยซีไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ปล่อยให้สหายพาเดินไปที่ร้านเครื่องประดับอย่างว่าง่าย เพราะนางก็อยากจะเลือกดูของเหมือนกัน ส่วนไป๋เซียวเยี่ยนก็เดินตามคนรัก ไม่ได้คิดจะเอ่ยปากห้ามปรามอะไร เพราะว่าอย่างไรสตรีก็มักจะชมชอบของสาวยงามเสมอ
ลู่ลี่อินที่เห็นทั้งสามกำลังเดินมาที่ร้าน ก็รีบเอ่ยชวนพี่สาวให้ออกไปจากตรงนี้ เพราะนางไม่อยากให้ทั้งสองต้องปะทะกัน นางรู้ดีว่าทุกครั้งที่มีเรื่อง พี่สาวของนางก็แอบไปร้องไห้ที่จวนอยู่เสมอ
“พี่ใหญ่ เราไปร้านอื่นกันดีหรือไม่เจ้าคะ” นางพยายามหลอกล้อพี่สาวให้ออกไปจากร้านนี้ ทว่าก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะสามคนนั้นได้เข้ามาในร้าน และเห็นพวกนางทั้งสองคนเสียแล้ว
“คิดว่าผู้ใด ที่แท้ก็พี่น้องสกุลลู่นี่เอง ไม่คิดว่าคุณหนูใหญ่ลู่จะกล้าออกมาเดินข้างนอกนะเจ้าคะ หากเป็นข้า ข้าคงไม่มีหน้าออกมาเดินด้านนอกเช่นนี้” จางเจียวซินเอ่ยขึ้น พลางยกพัดที่อยู่ในมือขึ้นมาปิดปาก ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน เรื่องที่นางถูกไป๋เซียวเยี่ยนปฏิเสธกลางตลาดล้วนถูกพูดถึงกันอย่างขบขัน
“ทำไมข้าถึงจะออกมาเดินตลาดไม่ได้ มีกฎข้อใดห้ามเอาไว้หรือ” ลู่เหม่ยซานเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้ใส่ใจ พลางเดินเลือกซื้อของต่อไป ปล่อยให้จางเจียวซินยืนงุนงงอยู่คนเดียว
“เจ้าจะเดินหนีข้าแบบนี้ไม่ได้!!” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความโมโห เพราะหากจะพูดกันตามจริง สตรีผู้นั้นควรเป็นฝ่ายที่ต้องโมโหมิใช่หรือ เหตุใดนางจึงดูสงบเช่นนี้เล่า ไม่ได้!! นางจะต้องทำให้ลู่เหม่ยซานอับอายให้ได้