นครลำปาง1

1436 Words
นครลำปาง พุทธศักราช 2278 จวนเจ้าเจ้าพระยาไชยสงคราม ห้องพักผ่อนส่วนตัวเรือนด้านใน "กลับมาไม่ไปหาลูกเมีย เดี๋ยวอีเอื้องมันก็มาว่ากูอีก ปากเมียมึงมันใช่ย่อย" คำถามปนหยอกเย้าจากบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ องอาจสง่างาม เหมือนกับนักรบในตำนาน ภายใต้แสงสว่างในห้องทำงานที่มีการตกแต่งด้วยไม้สักอย่างหรูหรา ผิวของเขามีสีขาวเหลืองบ่งบอกชาติพันธุ์ทางเหนือของแดนสยาม ดวงตาของเขาสีเข้มเป็นประกาย มีความมุ่งมั่นและเฉียบแหลม สะท้อนถึงความคิดและการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ทำจากไม้สักทอง มีโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารและแผนที่ของเมือง เขาสวมชุดลำลองทำจากผ้าย้อมครั่งสีแดงอันเป็นเอกลัษณ์ของชาวลำปาง มีเครื่องประดับทำจากทองและอัญมณีประดับครอบศีรษะและสังวาลย์คาดอกสื่อถึงสถานะและอำนาจ บุรุษผู้นี้คือเจ้าพระยาไชยสงคราม หรือหนานทิพย์ช้างวีรบุรุษผู้กอบกู้เมืองลำปาง เจ้าผู้ก่อตั้งราชวงศ์ทิพย์จักรนครล้านนา "ได้ข่าวว่าพ่อเมืองป่วย ข้าไม่วางใจจึงรุดมาเฝ้าเสียก่อน" หนานอินตา ทหารคนสนิทของเจ้าพระยาไชยสงครามเอ่ย ในฐานะทหารคนสนิทแล้ว เขายังควบตำแหน่งลูกเขยเจ้าเมืองอีกด้วย เขาเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปี มีรูปร่างสูงสง่าและบุคลิกที่โดดเด่นดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้าง ใบหน้าของเขาหล่อเหลา มีโครงหน้าที่ชัดเจน ดวงตาที่คมกริบและมีเสน่ห์ ชวนให้คนมองตามอยู่เสมอ หนานอินตาสวมชุดทหารที่ทำจากผ้าฝ้ายย้อมสีดำสวมเกราะรบทับไว้ด้านนอก เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นผงที่ยังไม่มีโอกาสได้ล้างออก เขามีบุคลิกที่ห้าวหาญแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่น เขาเป็นทหารเอกที่มีความสามารถโดดเด่นในด้านการต่อสู้ และมีความภาคภูมิใจในหน้าที่ที่รับผิดชอบในการปกป้องเจ้าเมืองและประชาชน "ไม่เป็นกระไรมากหรอก แค่อากาศเย็นเลยมีเสมหะ ตอนเอ็งออกไปสืบความเดือนก่อน หมอตรวจเจอว่าอีเอื้องมันท้อง ตอนนี้ก็สามเดือนแล้วรีบกลับไปเสีย ดูแลลูกกูให้ดี อีนี่ยิ่งโตยิ่งปากจัดไม่ผิดอีเรืองที่เลี้ยงมันมา" เขาเอ่ยถึงบุตรสาวบุญธรรมอย่างรักใคร่ นางเอื้อง เป็นทารกที่เขาพบกลางป่า สมัยที่เป็นควาญช้าง ตอนนั้นเพราะตั้งใจเดินเข้าดงลึกเพื่อตามช้างใหญ่ จึงได้พบทารกตัวอ้วนขาวถูกทิ้งไว้กลางป่า เขารับเป็นบุตรบุญธรรม เลี้ยงดูร่วมกับลูกหญิงชายในเรือน เพียงแต่นางเอื้องนั้นอาจจะเพราะตัวเล็กดูบอบบาง ทั้งยังมีใบหน้างดงาม พี่ชายพี่สาวจึงทั้งรักทั้งปกป้อง พอโตมาจึงเอาแต่ใจร้ายกาจผิดสตรีอื่น โดนนางปิมปาเมียเขาตามใจจนจะเสียคนอยู่แล้ว ขนาดเขาเป็นพ่อมัน มันนึกจะด่ามันก็ด่า ด่าจนเขาเถียงไม่ออกเรื่องใช้ผัวมันให้ไปสืบความทหารฝั่งพม่า หนานอินตานี่ก็เป็นทหารเอกที่เขาเห็นฝีมือจากคราวบุกตีไล่พม่าออกจากวัดพระธาตุลำปางหลวง เลี้ยงดูเป็นคนข้างกายมาตลอด เห็นมันหน่วยก้านดีเลยทาบทามให้แต่งกับบุตรสาวคนเล็ก ชื่อเสียงแก่นกะโหลกของนางเอื้องเลื่องลือไปทั้งปงยางครก เขาก็ได้แต่บังคับกลายๆให้หนานอินตามันแต่งด้วย ที่ไหนได้เจอกันครั้งแรกรักกันเสียอย่างนั้น จากรักพ่อกลายเป็นรักผัวแทน พอรู้ว่าใช้ผัวมันไปสืบข่าวมันรื้อที่พักเขาแทบจะราบ ดุยิ่งกว่าช้างแม่พังแป้นเสียอีก "งั้นข้าน้อยขอกราบลาเจ้าเมืองขอรับ" หนานอินตารีบตรงกลับไปที่เรือนทันที คราวนี้เขาไปสืบข่าวร่วมสามเดือน ตอนที่เจ้าพระยาไชยสงครามส่งสารขอการแต่งตั้งปกครองเมืองต่อกรุงอังวะ ทางโน้นส่งขบวนทูตแต่งตั้งมาทันที เจ้าเมืองกลัวจะเป็นเล่ห์กลจึงให้เขานำทหารทัพหนึ่งไปดักรอ หลังจากทูตฝั่งโน้นเดินข้ามเมืองลำพูนมา อีกทั้งให้เขาออกสืบข่าวว่ามีกองทหารซุ่มตามมาหรือไม่ จนตอนนี้รับราชโองการแต่งตั้งเรียบร้อยแล้วจึงได้วางใจยกทัพกลับมา วันพรุ่งนี้ราชทูตจากอังวะก็จะเดินทางกลับไป ถือว่านครลำปางคราวนี้รอดพ้นเภทภัยไปอีกหน ตอนนี้ตั้งเป็นรัฐอิสระแล้ว ไม่ต้องถูกพวกทหารอังวะกดขี่ข่มเหงดังที่ผ่านมา "ขุนอิน แย่แล้วขอรับนายหญิงเอื้องกับนายหญิงกมโดนฉุด" ขุนอินที่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าเขตเรือน มองเห็นเจ้าเสมวิ่งกระหืดกระหอบตะโกนมาแต่ไกล เจ้าเสมเป็นองครักษ์ส่วนตัวของแม่กม พี่สาวของแม่เอื้องเมียเขา "เกิดอันใดขึ้น ใครมันกล้ามาฉุดลูกเจ้าพระยาวะ" หนานอินตาที่ยังอยู่ในชุดศึก กระชับดาบมั่น เรียกทหารคนสนิทวิ่งไปสมทบเจ้าเสม สภาพเจ้าเสมเต็มไปด้วยเหงื่อและหอบหายใจแฮ่ก แววตาของเขาแสดงถึงความวิตกกังวล ขณะที่เขาหยุดพักเพื่อรวบรวมสติ ก่อนที่จะเริ่มรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้น "พวกอังวะ มันจะเอาแม่เอื้องกลับอังวะ มันขอจากเจ้าพระยาวันก่อนแต่เจ้าท่านไม่ให้ บอกแม่เอื้องแต่งงานแล้ว เห็นว่าท่านขุนไม่อยู่เรือนมันเลยแอบมาฉุด พอดีท่านหญิงกมเห็นเข้าเลยรีบถือดาบตามไปช่วย สู้กันจนสุดท้ายถูกจับ ฉันรีบแอบหนีมาแจ้งข่าว" ขุนอินรีบพาทหารคนสนิทสิบกว่าคนไปช่วยเมียรักทันที ส่วนเจ้าเสมเขาให้มันไปแจ้งเจ้าเมืองให้ตามไปคลี่คลายสถานการณ์ อย่างไรนั่นก็คณะทูต ไม่รู้ว่าคนฉุดเป็นใคร ความคิดผู้ใด เขาบุกฝ่าเข้าไปในที่พักคณะทูตตรงๆ เมียเขานั้นงามราวนางสวรรค์เขากลัวพวกมันอดใจไม่ไหวข่มขืนแม่เอื้องเสียก่อน ลูกในท้องเพิ่งสามเดือนเขาหวาดกลัวเกินไปที่จะเสี่ยงรอเจ้าเมืองมาถึง ขุนอินเป็นทหารเอกมีวิชา เพลงดาบเขาไม่ด้อยกว่าคนสนิททั้งหลายของเจ้าเมืองเลย หากลวดลายไม่จัดเจนจะได้เป็นทหารสนิทของเจ้าพระยาไชยสงครามได้อย่างไร เขาบุกเข้าไปอย่างดุดันราวน้ำบ่า ท่ามกลางเสียงดาบที่กระทบกันและเสียงร้องคำรามของทหารพม่า เขาถือดาบยาวในมือแน่น จิตใจร้อนรนด้วยต้องการค้นหาเมียรักให้เจอ ทหารพม่าห้อมล้อมเขาเป็นกลุ่มใหญ่ แต่หนานอินตาหาหวั่นไม่ เขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดาบในมือเขาเปล่งประกายเมื่อฟันไปที่ทหารพม่าอย่างแม่นยำ ท่าทางของเขาผสมผสานระหว่างความคล่องแคล่วและความแข็งแกร่ง ทุกครั้งที่เขาฟัน ดาบจะเฉือนผ่านอากาศและเข้าที่เป้าหมายอย่างไม่มีข้อผิดพลาด เหล่าทหารพม่าพยายามเข้ามาล้อมเขา แต่หนานอินตาสามารถหลบหลีกและตอบโต้ได้อย่างชาญฉลาด เขาใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและการป้องกันที่แข็งแกร่ง อาศัยจังหวะและการอ่านเกมของคู่ต่อสู้ ทำให้เขาสามารถจัดการกับพวกเขาได้ทีละคน การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยมีเสียงดาบที่กระทบกัน เสียงร้องของทหารพม่า และเสียงคำรามของเขาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล ทุกครั้งที่เขาเอาชนะศัตรูได้ เขาจะไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาล้มลง แต่ยังทำให้พรรคพวกที่ยืนอยู่ข้างหลังคึกคักห้าวหาญมากยิ่งขึ้น ในที่สุดหนานอินตาก็ค้นเรือนพักจนไปเจอแม่หญิงกมโดนมัดอยู่ แม่หญิงกมโดนมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนา ผ้าผืนหนาถูกใช้เพื่ออุดปากเธอไว้ ทำให้ไม่สามารถส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้ สภาพของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและวิตกกังวล "แม่เอื้องเล่าแม่กม" หนานอินตาตรงเขาไปแก้มัดก่อนจะสอบถามอย่างเร่งร้อน "ข้างใน ไอ้นรธามันลากไปข้างใน พี่อินรีบเข้าไปเร็ว" แม่หญิงกมละล่ำละลักบอก ทั้งหวาดกลัวและเป็นห่วงน้องสาวอันเป็นที่รัก ขุนอินรีบวิ่งเข้าไปในห้องด้านใน จิตใจร้อนรุ่มดั่งไฟเผา เขาถีบประตูที่ลงกลอนจากด้านในโครมเดียวจนสลักหลุด ประเปิดผางออกทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD