“ฮิป ฮิป ฮิปโป โอ้โหตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย ๆ ตะลันล้า ๆ ...”
สายลมเอื่ยเฉื่อยในยามเย็นพัดปลิวใบไม้ให้วิ่งตามพื้นคอนกรีต เสียงเพลงสันทนาการ และเสียงกลองที่ตีด้วยจังหวะเมามันดังกระหึ่มทั่วบริเวณพร้อมกับนักศึกษาคณะสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย U ร่วมสิบคนกำลังเต้นสันทนาการเป็นให้น้อง ๆ เฟรชชี่ชั้นปีที่ 1 ชม พวกเขาและเธอต่างยิ้ม และปรบมือให้กับท่าทางน่ารักปนตลกของรุ่นพี่
“กรี๊ดดด/ฮู้ววววว” เสียงโห่ร้องให้กำลังใจพี่ ๆ ทีมสันทนาการดังขึ้นเมื่อการแสดงจบลง
“เอาล่ะค่ะน้อง ๆ ปี 1 ทุกคน วันนี้พวกพี่ ๆ ปี 2 จะออกมาแนะนำตัวให้น้อง ๆ ได้รู้จักกันนะคะ”
รุ่นพี่แนะนำตัวเพียงชื่อเล่นของตนเองให้น้อง ๆ รู้จักเท่านั้น ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นมากกว่านี้ก่อนที่รุ่นน้องทุกคนจะได้กระดาษแผ่นเล็ก ๆ คนละแผ่น วันนี้เป็นวันรับน้องวันที่ 3 แล้ว ทุกคนต่างตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ที่ได้เจอ และทำความรู้จักกัน
“น้อง ๆ ทุกคนจะได้รับคำใบ้ที่เป็นตัวตนของพี่สายรหัสเรานะคะ ขอให้น้อง ๆ ทุกคนพยายามหาพี่สายรหัสให้เจอนะคะ”
คณะสัตวแพทย์ ของมหาวิทยาลัย U จะรับนักศึกษาแต่ละชั้นปีไม่เกิน 60 คนเท่านั้น การแข่งขันถือว่าสูงมาก ถึงแม้จะไม่เท่าแพทยศาสตร์ แต่ทุกคนที่เข้าเรียนที่นี่ได้ต้องมีผลการเรียน 3.80 ขึ้นไปเท่านั้น ทั้งนี้ยังต้องทำข้อสอบชุดเดียวกับที่สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์อีกด้วย กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรค์ได้แต่ละด่านถือว่าหินพอสมควร
รุ่นน้องชั้นปีที่ 1 ต่างตื่นเต้นกับกระดาษแผ่นเล็กที่ได้รับ ฝันหวานเองก็เช่นกัน ปากเล็กระบายยิ้มพร้อมหัวใจดวงเล็กที่เต้นโครมคราม มือบางค่อย ๆ คลี่กระดาษในมือออก และอ่านข้อความในนั้นอย่างตั้งใจ
‘คำใบ้ที่ 1 11
มีเวลา 1 สัปดาห์ หาฉันให้เจอนะ น้องรหัส’
“ห้ะ!” ...คำใบ้ที่ 1 งั้นเหรอ? แสดงว่าต้องมีคำใบ้ต่อ ๆ ใบน่ะสิ
“เม เธอได้คำใบ้ว่ายังไงอ่ะ?” ฝันหวานหันไปถามเพื่อนสาวที่พึ่งทำความรู้จักกันตอนเข้าหอพัก และเป็นรูมเมทของเธอ คนตัวเล็กตั้งใจว่าจะอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยแค่ช่วงที่มีกิจกรรมรับน้องเท่านั้น วันไหนไม่ได้กลับดึกหรือมีเรียนอย่างเดียวเธอก็จะกลับไปนอนที่คอนโดของตัวเอง
“ประธานชมรมสุดสวย และรวยมาก” เมเปิลตอบคำถามของเธอ
อืม.. พี่สายรหัสของเธอเป็นผู้หญิงสินะ
“แสดงว่าของเธอมีคำเดียวเหรอ?”
“น่าจะใช่นะ แล้วของฝันล่ะ?”
ฝันหวานยื่นกระดาษในมือให้กับเมเปิล พร้อมเบ้ปาก และย่นคิ้วอย่างน่าสงสาร “อ่านเอง...”
“ฮ่า ๆ พี่รหัสเธอจะทำตัวลึกลับไปไหม?” สาวน้อยหัวเราะออมาทันที
11 มันคือสายรหัสของของฝันหวาน แต่ที่เธอสงสัยคือ พี่สายรหัสของเธอเป็นใคร?
ทุกการกระทำของคนตัวเล็กถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่เสมอ ปากหยักได้รูปเผลอคลี่ยิ้มตามปากเล็กนั้น
นี่หรือ.. น้องสายรหัสของเขา ...น่ารัก...
ตอนแรกไม่อยากมีน้องสายรหัส เพราะคิดว่ามันยุ่งยาก วุ่นวาย ชอบอยู่แบบเงียบ ๆ มากกว่า ตอนนี้คนตัวเล็กทำให้เขาเริ่มสนใจขึ้นมาแล้วสิ แต่อย่าคิดว่าเขาจะรับเธอเป็นน้องสายรหัสง่าย ๆ สิ่งที่เขากำลังทำนั้นก็เพื่อต้องการให้เธอถอดใจ
วันต่อมา
“นักศึกษามีอะไรสงสัยไหมครับ?” อาจารย์ประจำวิชาถามขึ้นหลังจากจบบทเรียนที่ชวนให้สมองซีกซ้ายบวมเป่ง
“หนูสงสัยค่ะ”
สายตาของเพื่อนทั้งห้องจับจ้องไปที่ฝันหวาน แต่เธอกลับไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้น สิ่งที่เธอสนใจคือคำตอบของคำถามนี้มากกว่า
“เชิญถามครับ” อาจารย์เอ่ยอนุญาต
“ปี 2 ใครรหัส 11 คะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฮ่า ๆ อาจารย์บอกไม่ได้หรอก คงจะหาพี่สายรหัสอยู่ล่ะสิ”
“ใช่ค่ะ”
“อาจารย์บอกได้แค่ว่าเขาเป็นผู้ชายเท่านั้นแหล่ะ”
“อ่าว...”
ใบหน้าหวานงอง้ำถอนหายใจอย่างปลงตก ตอนแรกว่าจะเนียน ถามสักหน่อย แต่กลับกลายเป็นว่าอาจารย์ก็ร่วมมือกับรุ่นพี่ด้วย
“เขาฝากนี่มาให้เราด้วย” อาจารย์ยื่นกระดาษแผ่นเล็กมาตรงหน้า
“ขอบคุณค่ะ” ฝันหวานยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับมันมา
เขากล้าใช้แม้กระทั้งอาจารย์ให้มาส่งสารถึงเธอเลยเหรอ? อืม... เขาน่าจะเป็นคนที่มีอำนาจหรืออาจจะสนิทกับอาจารย์มากพอ ถึงได้กล้าใช้อาจารย์แบบนี้ ฝันหวานสันนิษฐานในใจ
“ขอให้สนุกกับการตามหาพี่สายรหัสนะ นิทรา” อาจารย์ยิ้มให้กำลังใจ
“ค่า” เธอตอบอาจารย์ด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ มันไม่แฟร์เลยที่เขารู้ว่าเธอเป็นใคร แต่เธอไม่รู้ว่าพี่รหัสของเธอเป็นใคร
อ้อ.. เธอรู้มาอย่างหนึ่งคือ เขาเป็นผู้ชาย ขอบคุณค่ะอาจารย์ ช่วยเธอได้มากเลย เพราะรุ่นพี่ปี 2 เป็นผู้ชาย 70 เปอร์เซ็นต์
“พี่เขาเขียนว่าอะไรเหรอ?” เมเปิลที่ดูจะตื่นเต้นกว่าเธอถามขึ้น เมื่อเพื่อนทยอยออกจากห้องแล้ว
‘คำใบ้ที่ 2 วรรณคดี
อีก 6 วัน ถ้าหาฉันไม่เจอ ฉันจะไม่รับเธอเป็นน้องสายรหัส’
“ฮ่า ๆ เอาอย่างนี้เลยเหรอ?” เมเปิลหัวเราะให้กับคำใบ้ที่เพื่อนเธอได้เพิ่มมา แต่ฝันหวานแทบอยากจะร้องไห้ออกมาเป็นภาษาซาอุดิอาระเบีย
“ฉันต้องไปอ่านวรรณคดีทุกเล่มไหมอ่ะ ถึงจะรู้ว่าเขาเป็นใคร”
แต่ไอ้คำว่า ‘วรรณคดี’ แค่คำเดียว มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลย วรรณคดีแค่ในประเทศไทยก็ปาไปเป็นร้อยเรื่องแล้วด้วยซ้ำ ด้วยความที่เธอมองว่าภาษามันค่อนข้างเข้าใจยากตอนมัธยมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนเสียด้วยสิ เฮ้อ...
“ฮ่า ๆ ฝันน้อยของฉัน อย่าคิดมากน่า” เมเปิลพูดกับเพื่อนสนิทพร้อมกับมือเล็กที่เก็บของลงกระเป๋าก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกมาจากห้องเรียน มือบางเอื้อมมาแตะแขนเมเปิลจนเธอต้องหยุดเดินเหมือนกับว่าคนตัวเล็กคิดอะไรออก
“หรือชื่อเขาจะเกี่ยวกับคนในวรรณคดี?”
“เอาจริง ๆ นะฝัน แค่พระเอกแต่ละเรื่องรวม ๆ แล้วก็ปาไปร้อยกว่าคนแล้วอะ”
“เฮ้อ...” ลมหายในถูกปล่อยออกมาจากจมูกเล็กอีกครั้งพร้อมกับท่าทางห่อเหี่ยวก่อนที่ทั้งสองจะเดินมาถึงหน้าตึกคณะ
“ไปกินข้าวกันเถอะ” เมเปิลไม่อยากให้ฝันหวานเครียด
“แล้ว.. เมหาพี่สายรหัสเจอหรือยัง?”
“คิดว่านะ ...เราไปสืบมาแล้ว ‘ประธานชมรมสุดสวยและรวยมาก’ คิดว่ามีอยู่คนเดียว เพราะรุ่นพี่ปี 2 มีอยู่ 2 คนที่เป็นประธานชมรม”
“แล้ว..?” ฝันหวานก็ยังไม่เข้าใจ
“คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิง และคำว่า ‘สวย’ มันก็ต้องเป็นของผู้หญิงแน่นนอนอยู่แล้ว เพราะพี่อีกคนเข้าแมนทั้งแท่ง” เธอวิเคราะห์ให้ฝันหวานฟังทีละข้อ
“รู้ได้ไงอ่ะ” ฝันหวานถามอย่างตื่นเต้น
“เอ้า! นี่ใคร? สายสืบสาวเมเปิลนะคะคุณฝันหวาน” เมเปิลกอดอกอย่างวางท่าก่อนจะพูดต่อ “เรามีรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าเรียนหมออ่ะ เขาก็เลยพอจะรู้จักกัน ก็สืบ ๆ เอาตามนี้แหล่ะ”
“สืบช่วยเราบ้างสิ” ดวงตากลมโตกระพริบปริบ ๆ น้ำเสียงออดอ้อนเต็มขั้นเหมือนคนตัวเล็กจะมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
“ได้เลย... ฝันน้อยของเม เดี๋ยวเราช่วยสุดความสามารถ”
“ขอบใจน้า... รักเมเปิลจังเลย” ฝันหวานถูไถใบหน้าเล็กไปกับไหล่มนของเมเปิลอย่างออดอ้อนราวกับลูกแมวน้อยที่อ้อนเจ้าของ
“แต่... คำใบ้แต่ละคำที่พี่รหัสเธอให้มา แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย”
“ฮือ...” ฝันหวานโอดครวญ
ราวกับเมเปิลเป่าไฟของความฝันของเธอให้มอดดับลงอีกครั้ง เธออดขำกับท่าทางน่าเอ็นดูของฝันหวานไม่ได้ ทำไมพี่สายรหัสของฝันหวานถึงได้ใจร้ายกับเด็กน้อยน่ารักคนนี้ได้นะ
“โอ๋ ๆ อย่าพึ่งถอดใจสิ เดี๋ยวรอดูอีกสักสองสามคำไหม เราว่า... ถ้าเขาให้คำใบ้มาทุกวัน พรุ่งนี้ก็ต้องให้มีอีกแหล่ะ”
“งื้อ... เมน้อย... ฉลาดจังเลย ตอนนี้สมองเราตื้อไปหมดแล้ว”
“ฮ่า ๆ ไปหาพี่สายรหัสของเรากันไหม เผื่อเธอจะแง้ม ๆ อะไรมาให้เราได้รู้บ้าง” เมเปิลเสนอ
“ไป!! ตอนนี้เลย” ฝันหวานดึงข้อมือเล็กของเมเปิลให้รีบเดินตาม
“โอ๊ย.. ช้า ๆ ก็ได้ค่ะ แม่คุณ”