เนื้อหาวิชาการเกี่ยวกับรายวิชาเคมีสำหรับนิสิตแพทย์จบลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจของนักศึกษาทั้งห้อง รายวิชานี้กินเวลาสามชั่วโมงซึ่งมันคือรายวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาปีหนึ่งต้องเรียนทุกคน เมื่ออาจารย์อนุญาตให้กลับได้ทุกคนก็เร่งมือเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ ก่อนที่หัวหน้าห้องจะเอ่ยขึ้น
“นักศึกษา เคารพ..”
“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ”
“อย่าลืมส่งงานอาจารย์ด้วยนะคะ”
เมื่ออาจารย์ประจำรายวิชาเดินออกจากห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วหัวหน้าห้องก็ลุกขึ้นแจ้งเพื่อน ๆ ในห้องถึงเรื่องด่วนที่พึ่งได้รับแจ้งทางแอพพริเคชั่นไลน์
“เพื่อน ๆ วันนี้อย่าพึ่งกลับนะ รวมตัวกันที่หลังคณะก่อน พี่ปี 2 เรียกรวมน่ะ” หัวหน้าห้องแจ้งข่าว
“เรื่องอะไรเหรอ?” สมาชิกคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างสงสัยเหมือนเขาถามแทนเพื่อนทั้งห้อง ช่วงนี้หมดกิจกรรมรับน้องไปแล้ว ถ้าหากไม่มีเรื่องสำคัญจริง ๆ รุ่นพี่ก็คงไม่เรียกรวม
“พี่เขาไม่ได้บอก แต่ย้ำว่าห้ามใครหนี ไม่งั้นจะถูก ลง โทษ ขั้น เด็ด ขาด” หัวหน้าห้องทำท่าเหมือนโดนเชือดคอทำให้ทุกคนไม่ถามต่อ แต่ต้องรีบไปยังสถานที่นัดโดยด่วน
“งั้นรีบไปกันเถอะ ไปช้าโดนว้ากอีก”
“เออจริง”
เหล่านักศึกษาคณะสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 1 พากันมายังหลังตึกคณะอย่างรวดเร็ว บรรยากาศด้านหลังตึกมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่หลายต้น สายลมโชยเอื่อยช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของรายวิชาเมื่อสักครู่ได้เป็นอย่างดี บริเวณดังกล่าวมีม้านั่ง และโต๊ะหินอ่อนเรียงเป็นแนวยาวตลอดช่วงตึก มีสวนหย่อมและไม้ดอกไม้ประดับตัดแต่งอย่างสวยงาม
“น้อง ๆ ครับ มารวมตัวกันแล้วนั่งเป็นแถวครับ” รุ่นพี่ปี 2 คนหนึ่งตะโกนเรียกน้องที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน พวกเขาทยอยกันมารวมตรงที่รุ่นพี่ยืนอยู่
“เอ้า ช้า!” เสียงเกรียวกราดของเฮดว้ากประจำคณะดังขึ้น พวกเขาจึงเร่งฝีเท้าอย่างเร็วและนั่งเป็นระเบียบเหมือนตอนที่มีการทำกิจกรรมรับน้องไม่มีผิด
“สวัสดีครับน้อง ๆ” เสียงของประธานชั้นปี 2 ดังขึ้นก่อนที่ทุกคนจะกล่าวทักทายรุ่นพี่ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า
“สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ”
“มึง...พี่ยักษ์ลงเองกูว่าต้องมีเรื่องแหง ๆ” เพื่อนคนหนึ่งที่จินตนาการเห็นเขาเดวิลและเขี้ยวใหญ่ ๆ ที่งอกออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป
“แค่เห็นหน้าก็ฉี่จะราดแล้ว ถึงเขาจะหล่อมากก็เถอะ” เพื่อนอีกคนก็พูดเสริม พวกเขากระซิบกันเสียงเบาที่ทุดเท่าที่จะทำได้
“กูเป็นผู้ชายยังกลัวสายตาพี่เขาเลย”
“ทราบมาว่าตอนนี้น้อง ๆ ทุกคนหาพี่สายรหัสของตัวเองเจอแล้วใช่ไหม?” ยักษ์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กลับทรงพลังอย่างหน้าแปลก
“ค่ะ/ครับ”
“แต่ก็ยังมีน้องบางคน! เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่น” สิ้นสุดคำพูดเสียงเซ็งแซ่และความสงสัยของน้องใหม่ก็ดังขึ้นด้วยความสงสัย
“หืม..”
“ใครเหรอแกรู้ไหม?”
“ไม่รู้อ่ะ ใครวะ?”
“เงียบ ๆ ก่อน!” เมื่อเสียงเงียบลงยักษ์ก็พูดต่อ “หรือน้องคิดว่าสิ่งที่พวกพี่ให้ทำมันไม่สำคัญ เลยไม่ใส่ใจกันแน่!”
“...” ฝันหวานเม้มปากแน่น เธอแอบเหลือบมองหน้ายักษ์แต่ก็พบว่าสายตาคมจับจ้องมาที่เธออย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าเขาต้องการที่จะพูดกับเธอเพียงคนเดียว
“ไอ้ยักษ์ มึงใจเย็นสิวะ” รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยห้าม
...เพราะพวกเขารู้นิสัยของยักษ์ดี ในยามที่เขาโมโหเขาทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาเหมาะกับชื่อนี้จริง ๆ แต่คนโดนปรามไม่สนใจเสียงนั้นเลย
“เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปช่วยชีวิตสัตว์ที่เราต้องรักษาได้ยังไง? ...ความอดทน และใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญเมื่อเราต้องทำงานในอาชีพนี้ บางครั้งน้องอาจจะคิดว่า สิ่งนี้ไม่จำเป็น หรือน้องคิดว่ามันก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง ตายก็ไม่เป็นไร?”
“...” ทั่วบริเวณเงียบกริบ
“ถ้าน้องคิดแบบนั้น... ลาออกจากคณะนี้ซะ น้องไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสัตวแพทย์ที่ดีได้ หรือถึงเรียนจบไป สิ่งที่น้องมองข้าม สิ่งที่คิดว่าไม่สำคัญ...มันก็อาจจะทำให้เราเผลอทำร้ายชีวิตสัตว์ที่เรากำลังจะช่วยมันได้เหมือนกัน เข้าใจไหม?”
“เข้าใจค่ะ/เข้าใจครับ”
“แล้วน้องคนไหนที่ยังหาพี่สายรหัสของตัวเองไม่เจอ”
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ต่างก้มหน้าไม่กล้ามีใครสบตาพี่ๆที่ยืนอยู่
“พี่ถาม!” เสียงอันทรงพลังของยักษ์ทำให้น้อง ๆ ทุกคนต่างหวาดกลัว และสะดุ้งกันเป็นแถว “จะไม่ยอมรับดี ๆ ใช่ไหม?”
สายตาคมกริบเพ่งมองไปที่คนตัวเล็กที่นั่งบีบมือของตัวเองด้วยท่าทางหวาดกลัว เธอลอบมองคนที่เปร่งเสียงถามอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องเธออยู่มันยิ่งทำให้ความกลัวยิ่งคุกคามจิตใจเธอมากขึ้น
“ฝันหวานลุกขึ้น เชื่อพี่นะ อย่าทำให้ยักษ์โกรธไปมากกว่านี้” ฟ้าใสเดินมาใกล้ ๆ เธอ
“แต่พี่ฟ้าใสก็รู้ ว่าหนู...” ฝันหวานพยายามยังคับเสียงสั่นเคลือให้เป็นปกติ
“พี่รู้ แต่เขาบอกว่าเธอไปไม่ทันเดทไลน์”
ฝันหวานเลยจำต้องเดินไปหายักษ์อย่างเลี่ยงไม่ได้
...เธอหาเขาเจอ ...เธอไปพบเขาแล้ว เธอรู้ว่ายักษ์เป็นพี่สายรหัสของเธอ แต่ยักษ์เองต่างหากที่ไม่ยอมรับเธอ แล้วบอกว่า... เวลาหมดแล้ว
“พี่ยักษ์”
ฝันหวานก้มหน้าให้กับผู้ทรงอำนาจที่ยืนเท้าเอวอยู่ตรงหน้า ยิ่งเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ และใบหน้าบูดบึ้งของเขายิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาเหมาะกับชื่อนี้ที่สุด
“หึ”
“เฮ้ย กูว่ามึงใจเย็น ๆ ก่อนนะไอ้ยักษ์ น้องเขาก็หามึงเจอแล้วไง” คาวินเดินเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย
สีหน้าของฝันหวานตอนนี้มันไม่เหมาะกับใบหน้าหวานของเธอเลย มันเหมาะที่จะมีรอยยิ้มมากกว่าน้ำตาที่กำลังปริ่มจะไหลอยู่ตอนนี้
“ลุกนั่ง 100 ที..”
“ไอ้ยักษ์!” เพื่อนหลายคนเอ่ยชื่อเขาเพื่อปราม
“ยักษ์ ฉันว่า...” ฟ้าใสเข้ามาช่วยพูดหวังว่าเขาจะเห็นใจฝันหวานบ้าง แต่ยังไม่ทันพูดเสียงเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น
“ปฏิบัติ!”
“ค่ะ.. 1… 2... 3... 4... 5... 6….” มือบางลวบกระโพรงพลีทเอาไว้ก่อนจะทำตามคำสั่งของผู้เป็นรุ่นพี่ เสียงหวานยังคงนับไปเรื่อย ๆ พร้อมกับร่างเล็กที่ผุดลุกผุดนั่ง “...25... 26...”
“ยักษ์ พอเถอะ น้องจะไม่ไหวแล้วนะ” รุ่นพี่คนหนึ่งสังเกตเห็นว่าฝันหวานเริ่มเซเล็กน้อย แต่เธอก็ยังอดทน จนในที่สุดเธอก็ล้มพับไปกับพื้นซีเมนต์แข็ง ๆ แรงกระแทกกับพื้นเมื่อครู่ทำให้ฝันหวานรู้สึกเจ็บที่หัวเข่าทั้งสองข้าง
“หึ ยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ อยากให้ฉันรับเธอเป็นน้องรหัสก็ต้องทำให้ได้”
หัวใจดวงโตกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าเล็กแหงนมองเขาที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวังก่อนที่ยักษ์จะเร่งให้เธอทำตาม “ลุกขึ้นมา”
ฝันหวานเองก็อยากให้เขายอมรับเธอเป็นน้องสายรหัสเหมือนกัน ถ้าวิธีนี้จะทำให้เขาใจอ่อนกับน้องสายรหัสคนนี้... เธอก็จะทำ
“...55...56...57…”
“แม่ง ไอ้ยักษ์ มึงอยากลงโทษน้องเขานักใช่ไหม? เดี๋ยวกูรับแทนน้องเขาเอง” ภูมิบอกด้วยสีหน้าจริงจังทนไม่ได้ที่เห็นยักษ์ทำแบบนี้
“เสือก ไม่ใช่เรื่องของมึง” สายตาแข็งกร้าวตวัดมองเพื่อนอย่างดุดัน แต่ภูมิเองก็ไม่ได้เกรงกลัวเขาเลย
“พอแล้วฝัน ไม่ต้องทำแล้ว” ฟ้าใสเข้ามาประคองคนตัวเล็ก
ตอนนี้ฝันหวานแทบจะยืนด้วยขาของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ มันปวดไปหมดน้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ร่วงแหมะลงกับพื้น ฝันหวานไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอาการปวดขาหรือเพราะเธอเสียใจกับสิ่งที่ตนเองคาดหวังกันแน่
“นะ หนูไม่เป็นไรค่ะ พี่ฟ้าใส ...58 ฮึก... 59... 60... ฮึก 61...”
ฝันหวานรู้สึกว่าตอนนี้เธอฝืนตัวเองไม่ไหวแล้ว เพราเมื่อคืนกว่าจะกลับถึงคอนโดก็ปาไปตีหนึ่งกว่า ๆ ตื่นมาตอนตีห้าก็อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง กลับไปนอนต่อก็นอนไม่หลับเพราะความเคยชินกับการตื่นเช้า เธอรู้สึกปวดหัวตั้งแต่เช้าแล้วแถมไม่ได้ทานอาหารกลางวัน เพราะต้องหาหนังสือมาทำรายงานอีก
เมื่อขาเล็กยืนแทบไม่ไหวบวกกับความอ่อนเพลียของร่างกายมันจึงบอกเธอให้พักผ่อนได้แล้ว ร่างเล็กก็ล้มลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก
“เชี่ย...” คาวินอุทานขึ้น เพราะเขาเห็นท่าไม่ดีตั้งนานแล้ว แต่ก็เข้าไปรับร่างเล็กไม่ทันเธอดันหมดสติไปเสียก่อน
“ฝัน! ฝันหวาน!” ฟ้าใส และเพื่อนอีกคนรีบวิ่งมาดูฝันหวานทันที “วิน มาช่วยอุ้มน้องที”