Chapter 2 ว่าที่พี่สายรหัส 2

1591 Words
เนื้อหาวิชาการเกี่ยวกับรายวิชาเคมีสำหรับนิสิตแพทย์จบลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจของนักศึกษาทั้งห้อง รายวิชานี้กินเวลาสามชั่วโมงซึ่งมันคือรายวิชาพื้นฐานที่นักศึกษาปีหนึ่งต้องเรียนทุกคน เมื่ออาจารย์อนุญาตให้กลับได้ทุกคนก็เร่งมือเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนใส่กระเป๋าอย่างเร่งรีบ ก่อนที่หัวหน้าห้องจะเอ่ยขึ้น “นักศึกษา เคารพ..” “ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ” “อย่าลืมส่งงานอาจารย์ด้วยนะคะ” เมื่ออาจารย์ประจำรายวิชาเดินออกจากห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วหัวหน้าห้องก็ลุกขึ้นแจ้งเพื่อน ๆ ในห้องถึงเรื่องด่วนที่พึ่งได้รับแจ้งทางแอพพริเคชั่นไลน์ “เพื่อน ๆ วันนี้อย่าพึ่งกลับนะ รวมตัวกันที่หลังคณะก่อน พี่ปี 2 เรียกรวมน่ะ” หัวหน้าห้องแจ้งข่าว “เรื่องอะไรเหรอ?” สมาชิกคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างสงสัยเหมือนเขาถามแทนเพื่อนทั้งห้อง ช่วงนี้หมดกิจกรรมรับน้องไปแล้ว ถ้าหากไม่มีเรื่องสำคัญจริง ๆ รุ่นพี่ก็คงไม่เรียกรวม “พี่เขาไม่ได้บอก แต่ย้ำว่าห้ามใครหนี ไม่งั้นจะถูก ลง โทษ ขั้น เด็ด ขาด” หัวหน้าห้องทำท่าเหมือนโดนเชือดคอทำให้ทุกคนไม่ถามต่อ แต่ต้องรีบไปยังสถานที่นัดโดยด่วน “งั้นรีบไปกันเถอะ ไปช้าโดนว้ากอีก” “เออจริง” เหล่านักศึกษาคณะสัตวแพทย์ชั้นปีที่ 1 พากันมายังหลังตึกคณะอย่างรวดเร็ว บรรยากาศด้านหลังตึกมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่หลายต้น สายลมโชยเอื่อยช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของรายวิชาเมื่อสักครู่ได้เป็นอย่างดี บริเวณดังกล่าวมีม้านั่ง และโต๊ะหินอ่อนเรียงเป็นแนวยาวตลอดช่วงตึก มีสวนหย่อมและไม้ดอกไม้ประดับตัดแต่งอย่างสวยงาม “น้อง ๆ ครับ มารวมตัวกันแล้วนั่งเป็นแถวครับ” รุ่นพี่ปี 2 คนหนึ่งตะโกนเรียกน้องที่นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อน พวกเขาทยอยกันมารวมตรงที่รุ่นพี่ยืนอยู่ “เอ้า ช้า!” เสียงเกรียวกราดของเฮดว้ากประจำคณะดังขึ้น พวกเขาจึงเร่งฝีเท้าอย่างเร็วและนั่งเป็นระเบียบเหมือนตอนที่มีการทำกิจกรรมรับน้องไม่มีผิด “สวัสดีครับน้อง ๆ” เสียงของประธานชั้นปี 2 ดังขึ้นก่อนที่ทุกคนจะกล่าวทักทายรุ่นพี่ทุกคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า “สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ” “มึง...พี่ยักษ์ลงเองกูว่าต้องมีเรื่องแหง ๆ” เพื่อนคนหนึ่งที่จินตนาการเห็นเขาเดวิลและเขี้ยวใหญ่ ๆ ที่งอกออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป “แค่เห็นหน้าก็ฉี่จะราดแล้ว ถึงเขาจะหล่อมากก็เถอะ” เพื่อนอีกคนก็พูดเสริม พวกเขากระซิบกันเสียงเบาที่ทุดเท่าที่จะทำได้ “กูเป็นผู้ชายยังกลัวสายตาพี่เขาเลย” “ทราบมาว่าตอนนี้น้อง ๆ ทุกคนหาพี่สายรหัสของตัวเองเจอแล้วใช่ไหม?” ยักษ์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กลับทรงพลังอย่างหน้าแปลก “ค่ะ/ครับ” “แต่ก็ยังมีน้องบางคน! เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเล่น” สิ้นสุดคำพูดเสียงเซ็งแซ่และความสงสัยของน้องใหม่ก็ดังขึ้นด้วยความสงสัย “หืม..” “ใครเหรอแกรู้ไหม?” “ไม่รู้อ่ะ ใครวะ?” “เงียบ ๆ ก่อน!” เมื่อเสียงเงียบลงยักษ์ก็พูดต่อ “หรือน้องคิดว่าสิ่งที่พวกพี่ให้ทำมันไม่สำคัญ เลยไม่ใส่ใจกันแน่!” “...” ฝันหวานเม้มปากแน่น เธอแอบเหลือบมองหน้ายักษ์แต่ก็พบว่าสายตาคมจับจ้องมาที่เธออย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าเขาต้องการที่จะพูดกับเธอเพียงคนเดียว “ไอ้ยักษ์ มึงใจเย็นสิวะ” รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยห้าม ...เพราะพวกเขารู้นิสัยของยักษ์ดี ในยามที่เขาโมโหเขาทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาเหมาะกับชื่อนี้จริง ๆ แต่คนโดนปรามไม่สนใจเสียงนั้นเลย “เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วจะไปช่วยชีวิตสัตว์ที่เราต้องรักษาได้ยังไง? ...ความอดทน และใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ เป็นอีกสิ่งที่สำคัญเมื่อเราต้องทำงานในอาชีพนี้ บางครั้งน้องอาจจะคิดว่า สิ่งนี้ไม่จำเป็น หรือน้องคิดว่ามันก็แค่สัตว์ตัวหนึ่ง ตายก็ไม่เป็นไร?” “...” ทั่วบริเวณเงียบกริบ “ถ้าน้องคิดแบบนั้น... ลาออกจากคณะนี้ซะ น้องไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นสัตวแพทย์ที่ดีได้ หรือถึงเรียนจบไป สิ่งที่น้องมองข้าม สิ่งที่คิดว่าไม่สำคัญ...มันก็อาจจะทำให้เราเผลอทำร้ายชีวิตสัตว์ที่เรากำลังจะช่วยมันได้เหมือนกัน เข้าใจไหม?” “เข้าใจค่ะ/เข้าใจครับ” “แล้วน้องคนไหนที่ยังหาพี่สายรหัสของตัวเองไม่เจอ” นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ต่างก้มหน้าไม่กล้ามีใครสบตาพี่ๆที่ยืนอยู่ “พี่ถาม!” เสียงอันทรงพลังของยักษ์ทำให้น้อง ๆ ทุกคนต่างหวาดกลัว และสะดุ้งกันเป็นแถว “จะไม่ยอมรับดี ๆ ใช่ไหม?” สายตาคมกริบเพ่งมองไปที่คนตัวเล็กที่นั่งบีบมือของตัวเองด้วยท่าทางหวาดกลัว เธอลอบมองคนที่เปร่งเสียงถามอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเขากำลังจ้องเธออยู่มันยิ่งทำให้ความกลัวยิ่งคุกคามจิตใจเธอมากขึ้น “ฝันหวานลุกขึ้น เชื่อพี่นะ อย่าทำให้ยักษ์โกรธไปมากกว่านี้” ฟ้าใสเดินมาใกล้ ๆ เธอ “แต่พี่ฟ้าใสก็รู้ ว่าหนู...” ฝันหวานพยายามยังคับเสียงสั่นเคลือให้เป็นปกติ “พี่รู้ แต่เขาบอกว่าเธอไปไม่ทันเดทไลน์” ฝันหวานเลยจำต้องเดินไปหายักษ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ...เธอหาเขาเจอ ...เธอไปพบเขาแล้ว เธอรู้ว่ายักษ์เป็นพี่สายรหัสของเธอ แต่ยักษ์เองต่างหากที่ไม่ยอมรับเธอ แล้วบอกว่า... เวลาหมดแล้ว “พี่ยักษ์” ฝันหวานก้มหน้าให้กับผู้ทรงอำนาจที่ยืนเท้าเอวอยู่ตรงหน้า ยิ่งเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ และใบหน้าบูดบึ้งของเขายิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาเหมาะกับชื่อนี้ที่สุด “หึ” “เฮ้ย กูว่ามึงใจเย็น ๆ ก่อนนะไอ้ยักษ์ น้องเขาก็หามึงเจอแล้วไง” คาวินเดินเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย สีหน้าของฝันหวานตอนนี้มันไม่เหมาะกับใบหน้าหวานของเธอเลย มันเหมาะที่จะมีรอยยิ้มมากกว่าน้ำตาที่กำลังปริ่มจะไหลอยู่ตอนนี้ “ลุกนั่ง 100 ที..” “ไอ้ยักษ์!” เพื่อนหลายคนเอ่ยชื่อเขาเพื่อปราม “ยักษ์ ฉันว่า...” ฟ้าใสเข้ามาช่วยพูดหวังว่าเขาจะเห็นใจฝันหวานบ้าง แต่ยังไม่ทันพูดเสียงเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น “ปฏิบัติ!” “ค่ะ.. 1… 2... 3... 4... 5... 6….” มือบางลวบกระโพรงพลีทเอาไว้ก่อนจะทำตามคำสั่งของผู้เป็นรุ่นพี่ เสียงหวานยังคงนับไปเรื่อย ๆ พร้อมกับร่างเล็กที่ผุดลุกผุดนั่ง “...25... 26...” “ยักษ์ พอเถอะ น้องจะไม่ไหวแล้วนะ” รุ่นพี่คนหนึ่งสังเกตเห็นว่าฝันหวานเริ่มเซเล็กน้อย แต่เธอก็ยังอดทน จนในที่สุดเธอก็ล้มพับไปกับพื้นซีเมนต์แข็ง ๆ แรงกระแทกกับพื้นเมื่อครู่ทำให้ฝันหวานรู้สึกเจ็บที่หัวเข่าทั้งสองข้าง “หึ ยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ อยากให้ฉันรับเธอเป็นน้องรหัสก็ต้องทำให้ได้” หัวใจดวงโตกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าเล็กแหงนมองเขาที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวังก่อนที่ยักษ์จะเร่งให้เธอทำตาม “ลุกขึ้นมา” ฝันหวานเองก็อยากให้เขายอมรับเธอเป็นน้องสายรหัสเหมือนกัน ถ้าวิธีนี้จะทำให้เขาใจอ่อนกับน้องสายรหัสคนนี้... เธอก็จะทำ “...55...56...57…” “แม่ง ไอ้ยักษ์ มึงอยากลงโทษน้องเขานักใช่ไหม? เดี๋ยวกูรับแทนน้องเขาเอง” ภูมิบอกด้วยสีหน้าจริงจังทนไม่ได้ที่เห็นยักษ์ทำแบบนี้ “เสือก ไม่ใช่เรื่องของมึง” สายตาแข็งกร้าวตวัดมองเพื่อนอย่างดุดัน แต่ภูมิเองก็ไม่ได้เกรงกลัวเขาเลย “พอแล้วฝัน ไม่ต้องทำแล้ว” ฟ้าใสเข้ามาประคองคนตัวเล็ก ตอนนี้ฝันหวานแทบจะยืนด้วยขาของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ มันปวดไปหมดน้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ร่วงแหมะลงกับพื้น ฝันหวานไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอาการปวดขาหรือเพราะเธอเสียใจกับสิ่งที่ตนเองคาดหวังกันแน่ “นะ หนูไม่เป็นไรค่ะ พี่ฟ้าใส ...58 ฮึก... 59... 60... ฮึก 61...” ฝันหวานรู้สึกว่าตอนนี้เธอฝืนตัวเองไม่ไหวแล้ว เพราเมื่อคืนกว่าจะกลับถึงคอนโดก็ปาไปตีหนึ่งกว่า ๆ ตื่นมาตอนตีห้าก็อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง กลับไปนอนต่อก็นอนไม่หลับเพราะความเคยชินกับการตื่นเช้า เธอรู้สึกปวดหัวตั้งแต่เช้าแล้วแถมไม่ได้ทานอาหารกลางวัน เพราะต้องหาหนังสือมาทำรายงานอีก เมื่อขาเล็กยืนแทบไม่ไหวบวกกับความอ่อนเพลียของร่างกายมันจึงบอกเธอให้พักผ่อนได้แล้ว ร่างเล็กก็ล้มลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก “เชี่ย...” คาวินอุทานขึ้น เพราะเขาเห็นท่าไม่ดีตั้งนานแล้ว แต่ก็เข้าไปรับร่างเล็กไม่ทันเธอดันหมดสติไปเสียก่อน “ฝัน! ฝันหวาน!” ฟ้าใส และเพื่อนอีกคนรีบวิ่งมาดูฝันหวานทันที “วิน มาช่วยอุ้มน้องที”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD