ร่างเล็กกระสับกระส่ายรู้สึกปานว่าตัวเองกำลังจะขาดลมหายใจเพราะถูกอะไรบางอย่างกอดรัดร่างกายของเธอเอาไว้อยู่ เธอคิดว่านี้เป็นเพียงความฝัน สัมผัสทุกอย่างที่เธอรู้สึกเป็นเพียงความฝันก็เท่านั้น แต่ทว่าทำไมความฝันมันเหมือนจริงขนาดนี้ เธอรู้สึกว่าการเต้นของหัวใจรัวเร็วไม่ต่างจากกองยาว ในบางครั้งก็รู้สึกเสียวซ่านจนอดไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงครางดังออกมา
มันช่างเป็นความฝันที่ลามกเสียจริง!
“อ๊า ทนไม่ไหวแล้วคนสวย” น้ำเสียงแหบพร่าดังกระซิบข้างใบหูชวนให้คนฟังขนลุกซู่ขึ้นมา เขมจิราไม่รู้ว่าคำพูดที่ได้ยินเป็นเสียงของใครในฝันของเธอ เธออยากจะตื่นจากฝันเพราะรู้สึกทรมานจนทนไม่ไหวแล้วแต่ไม่ว่าจะลืมตาขึ้นมายังไง คนตัวเล็กก็ฝืนความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้เลย
ใช่เธอเมา เมามากเสียด้วย
“อ๊ะ เจ็บ!” เขมจิราสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่สอดแทรกเข้ามากลางใจสาวของตน เธอเริ่มดิ้นไปมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาดันร่างของใครอีกคนที่คร่อมทับเธออยู่ แต่ทว่าเรี่ยวแรงของเธอนั้นมันแทบไม่มีเอาเสียเลย
“แน่นจัง” น้ำเสียงทุ้มยังคงพูดออกมาอีกครั้ง ในตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มมันต้องการมากเป็นพิเศษอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ตั้งแต่ดื่มในงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ประจำปีแล้ว เขารู้สึกร้อนรุ่มจนบอกให้เลขานุการคนสนิทหาผู้หญิงมาให้
ทันทีที่เข้ามาในห้องเห็นร่างนุ่มนิ่มของผู้หญิงอีกคนนอนอยู่ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาเข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เลขานุการเขาหามาจึงรีบจัดการเพราะอยากปลดปล่อยเต็มทนแล้ว และมันก็ช่างถูกใจเขาเสียจริง ร่างกายของผู้หญิงใต้ร่างนี้มันกำลังทำให้เขาแทบคลั่ง
เขมจิราที่ไร้สติอยู่นั้นก็ได้แต่น้องขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความเจ็บ ร่างของเธอขยับเขยื้อนไปตามแรงกระแทกของอีกคน หลายครั้งที่หญิงสาวร้องเจ็บออกมา เธอต่อต้านคนในฝันของตัวเองอยู่นานสองนานแต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ช่วยทำให้ความฝันนี้
จบลง
เช้าตรู่ของวันใหม่
หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาเดิมของทุกวันนั่นก็คือตีสี่ คนตัวเล็กลืมไปว่าในเวลานี้เธอไม่ได้อยู่ที่บ้านแต่อยู่ต่างจังหวัดเพราะมาเที่ยวสังสรรค์กับพนักงานบริษัท ที่ในปีนี้ทางบริษัทของเธอจัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้กับพนักงานอย่างยิ่งใหญ่ พอนึกได้อย่างนั้นเขมจิราก็พ่นลมหายใจออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาขยี้ตา
แต่ทว่าพอหญิงสาวจะขยับกายลุกขึ้นมันจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงส่วนนั้นของร่างกาย หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหากันทันที แถมร่างกายของเธอยังรู้สึกเย็นเฉียบเหมือนจะไม่มีเสื้อผ้าอยู่ในกายเลยสักชิ้น เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขมจิราก็ก้มลงไปมองสำรวจร่างกายตัวเองก่อนจะเบิกตาโพลงกว้างด้วยความตกใจอีกรอบ เพราะเห็นว่าตัวเองนั้นไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ความรู้สึกเจ็บก่อนหน้านั้นมันก็ทำให้หญิงสาวเริ่มเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้เธอรีบหันหน้าไปมองด้านข้างพอเห็นว่าบนเตียงแห่งนี้ไม่ได้มีพิมพ์พรเพื่อนสนิทรวมถึงเพื่อนร่วมงานนอนอยู่ข้าง ๆ ก็ต้องตกใจอีกครั้ง
“นะ นี่มันอะไรกัน?” เธอพึมพำออกมาพร้อมกับเดาสถานการณ์ทุกอย่างได้ในทันทีว่าเธอนั้นพลาดหลับนอนกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ เมื่อคืนเธอดื่มจนเมาเรียกได้ว่าแทบไม่มีสติ เพราะถูกเพื่อนร่วมงานชนแก้วพัลวัน จนกระทั่งเธอรู้สึกเริ่มยืนไม่ไหวเอ่ยปากขอตัวที่จะขึ้นมานอนพักที่ห้องรับรองที่ทางบริษัทจัดให้ เธอไม่ได้ชวนพิมพ์พรมาด้วยเพราะเห็นว่าเพื่อนกำลังสนุกอยู่พอเดินมาถึงห้องพักเธอก็รีบล้มตัวนอนแต่หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีก
“คุณกษิดิฐ!” เขมจิราเอ่ยชื่อของผู้ชายที่นอนอยู่ข้างพร้อมกับรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น ผู้ชายที่เธอพลาดมีอะไรด้วยคือประธานหนุ่มสุดหล่อที่เธอรู้จักดี
หญิงสาวไม่รู้ว่าในตอนนี้ควรทำตัวยังไง สิ่งที่เธอนึกได้ในตอนนี้ก็คือการออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ถึงแม้จะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่สูญเสียไปแต่จะให้เธอมานั่งร้องห่มร้องไห้ก็ไม่ใช่เรื่อง เขมจิรารีบหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่ที่พื้นฝืนสังขารเดินเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ เธอกลัวว่าชายหนุ่มจะตื่นขึ้นมา เธอไม่รู้ว่าเขาจำเธอได้ไหมแต่เหตุการณ์เมื่อคืนนั้นเธอจำอะไรไม่ได้เลย ถ้ากษิดิฐมีสติรับรู้ทุกอย่างเขาก็คงไม่ทำแบบนี้กับเธอไม่แน่ชายหนุ่มก็คงขาดสติไม่ต่างจากเธอก็อาจเป็นไปได้
“ทำไมมันเจ็บขนาดนี้นะ” หลังจากสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จหญิงสาวรู้สึกเจ็บกลางใจสาวจนเบ้หน้าออกมา เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะรีบย่องเดินเงียบ ๆ ออกไปจากห้องแห่งนี้ ในตอนที่เธอเปลี่ยนชุดมันทำให้เธอรับรู้ว่าเธอเข้าห้องผิด เพราะห้องแห่งนี้มันไม่ใช่ห้องพักของเธอ แต่ก่อนหน้านั้นหญิงสาวก็จำไม่ได้อีกแหละว่าเธอเดินมาถึงที่นี่ได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวมันจึงทำให้หญิงสาวสลัดความคิดก่อนจะรีบกลับไปที่ห้องพักของตน
“อ้าว เขมเธอไปไหนมา เมื่อคืนไปนอนที่ไหนฉันกลับมาไม่เห็นเธออยู่ในห้อง” พิมพ์พรสะลึมสะลือเอ่ยถามเพื่อนเมื่อเห็นเขมจิราเดินเข้ามาในห้อง
“ฉันก็นอนที่นี่แหละแต่เมื่อเช้าออกไปเดินเล่น เธอคงเมาจนเลอะเลือนละมั้ง” เพราะเห็นว่าพิมพ์พรในตอนนี้ก็ยังไม่สร่างเมา จึงทำให้หญิงสาวพูดโกหกออกไป
“เหรอ สงสัยฉันเมามากไปหน่อย พูดแล้วก็นอนต่อก่อนนะปวดหัว”
“ได้ ๆ เธอพักผ่อนเถอะฉันอาบน้ำก่อน” พิมพ์พรพยักหน้าก่อนที่ร่างของเพื่อนสนิทจะเอนกายลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง ไม่นานสักเท่าไรนักพิมพ์พรก็หลับไปอย่างง่าย
หญิงสาวที่เห็นอย่างนั้นก็พ่นลมหายใจออกมา ดีที่เพื่อนเธอยังเมาค้างอยู่ไม่อย่างนั้นก็คงหาคำแก้ตัวไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอไม่ต้องการที่จะให้ใครรู้ ได้แต่ภาวนาว่ากษิดิฐจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไม่ได้เหมือนกัน
ร่างบางอรชรเดินเข้ามาในห้องน้ำเธอถอดเสื้อผ้าตัวเก่าออกพร้อมกับจ้องมองตัวเองในกระจกด้วยความตกใจ เมื่อเห็นร่องรอยแดงก่ำเป็นจุด ๆ ตามร่างกาย มันก็ทำให้ใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาทันที ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวานแต่นี่ก็เป็นครั้งแรกของเธอ ไม่คิดว่าสิ่งที่หวงแหนจะมาเสียมันไปอย่างนี้ แถมเป็นใครที่ไหนไม่เป็นดันเป็นเจ้านายของเธอเสียนี่ เพียงแค่คิดก็ไม่รู้จะสู้หน้ายังไงแล้ว ปกติตอนที่ทำงานได้แต่มองชายหนุ่มผ่าน ๆ เขาเป็นถึงประธานบริษัทส่วนเธอเป็นเพียงพนักงานตัวเล็ก ๆ ที่ได้แต่ชื่นชมเขาอยู่ไกล ๆ
เธอได้ยินจากปากของเพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคน ว่ากษิดิฐนั้นเป็นผู้ชายที่เข้าถึงยาก แถมยังจริงจังกับทุกเรื่อง ภายใต้ความนิ่งเรียบนั้นเวลาไม่พอใจอะไรก็เผยความดุดันออกมาทันที ทำให้ใครต่างก็เกรงกลัวชายหนุ่ม เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น พอคิดได้อย่างนี้คนตัวเล็กก็เอาแต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างเคร่งเครียด เธอไม่รู้ว่าต่อจากนี้ชีวิตเธอจะเป็นยังไงต่อไป ถ้าหากเขารู้และจำเรื่องเราเมื่อคืนได้เธอจะทำยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเครียด
เขมจิราใช้เวลาอาบน้ำอยู่นานสองนาน จนกระทั่งหญิงสาวแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเดินออกมาจากห้องน้ำ พอเห็นเพื่อนสนิทยังหลับอยู่เธอจึงตัดสินใจลงไปยังห้องอาหารเพื่อที่จะรับประทานอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้กับพนักงานในบริษัท ซึ่งบางคนก็ตื่นขึ้นมาทานบางคนก็เมาค้างยังนอนไม่ตื่นกันเลย
“อ้าวน้องเขม ไหวไหมครับ?” รชตหัวหน้าแผนกฝ่ายขายพอเห็นหญิงสาวนั่งรับประทานอาหารอยู่เขาก็เดินเข้ามาทักทายทันที เมื่อคืนเขาจำได้ว่าคนตัวเล็กเมาพอสมควร เขาหายไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวกลับมาเขมจิราก็หนีขึ้นไปนอนเสียแล้ว
“เอ่อ ไหวค่ะ คุณรชตล่ะคะเมื่อคืนเมาหรือเปล่า”
“จะเหลือเหรอครับ โดนมอมขนาดนั้น” ชายหนุ่มพูดพร้อมหัวเราะออกมา เขาเองก็มีสภาพไม่ต่างจากเขมจิราเท่าไรหรอก เมาจนแทบต้องให้คนพยุงกลับไปนอนที่ห้อง นึกแล้วก็ได้แต่ขำ เมื่อคืนทุกคนสนุกกันมากจริง ๆ เพราะนาน ๆ ที จะได้มาเที่ยวกันครบทุกคนแบบนี้