“ถ้าไม่เชื่อในคำพูดของฉันก็ดูนี่” ชายหนุ่มหยิบรูปที่เห็นใบหน้าเธออย่างชัดเจน หญิงสาวจำได้ว่าเหตุการณ์ที่อยู่ในรูปคือเช้าของวันที่เธอออกมาจากห้องของเขา
เขมจิราแทบพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าต้องทำอะไรหรือเอ่ยอะไรออกไปกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เธออยากให้ทุกอย่างเป็นความลับอยากให้เขาลืมไปซะทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่ผ่านมาเธอก็เห็นว่าเขาเงียบไม่พูดไม่อะไรเธอก็อุตส่าห์เบาใจแล้วไม่คิดว่าการที่เธอเอาเอกสารมาให้พงษ์ศักดิ์ในครั้งนี้จะทำให้เรื่องราวทุกอย่างกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้
“ค่ะ เขมเอง เขมไม่รู้ว่าเขมเข้าไปอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง วันนั้นเขมดื่มหนักไปหน่อยจำอะไรไม่ได้เลยตื่นขึ้นมาก็เห็นท่านประธานอยู่ข้าง ๆ แล้ว” เธอจำยอมต่อหลักฐานตรงหน้าถึงต่อให้โกหกเขาต่อไปมันก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นอยู่ดีในเมื่อเขามีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้แล้ว
ชายหนุ่มยกแขนขึ้นมากอดอกก่อนจะจ้องมองคนตัวเล็กที่กำลังพูดบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นระริก ผู้หญิงคนนี้คงกลัวเขามากดูจากท่าทางของเธอแล้วที่เอาแต่บีบมือเข้าหากันก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา
“อย่างนั้นเหรอ?” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ จึงทำให้หญิงสาวพยักหน้าให้กับอีกฝ่ายกลับไป
“ท่านประธานช่วยลืมได้ไหมคะ เขมก็ลืมแล้วเหมือนกัน ท่านประธานทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไหมคะ” ลืมแล้วเหมือนกันงั้นเหรอ ทั้ง ๆ ที่เธอเสียบริสุทธิ์ให้กับเขาเนี่ยนะ แล้วทำไมเขาต้องลืมด้วย เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
“แล้วถ้าฉันไม่ลืมล่ะ?”
“คะ?” เธอเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาของเขาอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของอีกฝ่าย ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ออกมากันทั้ง ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดพลาด
“เอาละ ฉันจะพูดตรง ๆ อีกครั้ง เธอคิดยังไง”
“อะไรคือคิดยังไงคะ?”
“ค่าตัวของเธอที่จะมาเป็นผู้หญิงของฉัน เธอคิดยังไงฉันจะจ่ายเธอเป็นรายเดือน อยากได้อะไรก็พูดมาแลกกับการที่เธอมาเป็นผู้หญิงของฉัน เมื่อฉันต้องการเธอก็ต้องมาหาฉัน” นับว่าเป็นครั้งแรกเลยละมั้งที่เธอโกรธผู้ชายตรงหน้านี้ เขาดูถูกเธอได้ขนาดนี้เลยงั้นเหรอถึงแม้เธอจะไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยเหมือนกับเขาแต่เธอก็ไม่คิดขายศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างนี้
“เขมขอตัวค่ะ เขมไม่มีอะไรจะพูดอีก” น้ำเสียงเหวี่ยงของหญิงสาวเผยออกมาอย่างชัดเจน กษิดิฐดันกระพุ้งแก้มเมื่อได้ยินคำพูดของคนตรงหน้านี้ เธอคงไม่พอใจเขามากแต่แล้วยังไง ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงก็เห็นแก่เงินกันทั้งนั้น เขาไม่เชื่อหรอกว่าเงินของเขาไม่สามารถซื้อผู้หญิงคนนี้ได้
“จะเล่นตัวไปทำไมในเมื่อฉันก็ได้เธอแล้ว”
“คุณ! ดิฉันไม่คิดเลยนะคะว่าท่านประธานที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชมว่าเป็นคนเก่งกล้าสามารถจริง ๆ แล้วจะเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากขนาดนี้ ดิฉันไม่ได้เล่นตัวค่ะแต่ดิฉันไม่ต้องการที่จะยุ่งเกี่ยวกับท่านประธานอีก ส่วนที่เกิดขึ้นในคืนนั้นดิฉันลืมไปแล้ว มันไม่มีอะไรให้น่าจดจำอะไรสักอย่าง”คนตัวเล็กพูดจบก็จะเดินหันหลัง แต่ทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ก้าวเท้าไปไหนไกลร่างของเธอก็ถูกชายหนุ่มคว้าแขนก่อนจะกระชากเธอเอาไว้
สิ่งที่ทำให้กษิดิฐไม่พอใจที่สุดก็คือความอวดดีของผู้หญิงคนนี้ เขาเป็นใครแล้วเธอเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับเขาแบบนี้กัน ไม่มีอะไรให้น่าจดจำงั้นเหรอ พอได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งหงุดหงิดชะมัด
“ท่านประธานคะปล่อยแขนดิฉันค่ะ”
“พอถึงวันนั้นเธอจะเข้าใจความหมายของคำพูดของฉัน แล้วเธอจะซมซานกลับมาหาฉันเอง”
“มันจะไม่มีวันนั้นค่ะ ปล่อยด้วยค่ะ” เธอรู้ว่าเขาเป็นถึงเจ้านายเป็นถึงเจ้าของที่นี่แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับเธอแบบนี้ เอาตรง ๆ รู้สึกผิดหวังพอสมควร เพราะไม่คิดว่าเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เธอใฝ่ฝันพยายามเข้ามาทำงานที่นี่จะมีนิสัยแบบนี้
แววตาดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้ามันทำให้กษิดิฐจ้องมองนิ่ง ไม่รู้สิพอเจอผู้หญิงแบบนี้เขารู้สึกอยากจะปราบพยศ
เธอยังไงก็ไม่รู้ ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นก่อนจะยอมปล่อยแขนของหญิงสาว เขาก็จะรอดูเหมือนกันว่าเธอจะเล่นตัวได้อีก
นานแค่ไหน เผอิญว่าคนอย่างเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร อะไรที่เขาต้องการอะไรที่เขาอยากได้เขาก็ต้องย่อมได้ เธอก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน
เขมจิราเผยสีหน้าหงุดหงิดออกมา เธอเดินออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่มโดยไม่คิดจะหันไปมองพงษ์ศักดิ์เลย
สักนิด เพราะไม่รู้ว่าจะปั้นหน้ายังไงดี เธอไม่พร้อมที่จะตอบคำถามใครและก็ไม่รู้ว่าพงษ์ศักดิ์รู้อะไรบ้าง
พอหญิงสาวออกไปจากห้อง คนเจ้าอารมณ์ก็ยังคงเผย
สีหน้าหงุดหงิดออกมา ด้วยนิสัยที่ถูกเลี้ยงมาอยู่ในครอบครัวที่เอาอกเอาใจ ยิ่งเขาเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน อะไรที่ต้องการก็มักจะได้ในทันที เขาไม่เห็นว่าข้อเสนอของเขามันทำให้เธอเสียเปรียบตรงไหน จะว่าไปตัวก็เสียให้กับเขาแล้ว การที่เขาอยากให้เธอมาเป็นผู้หญิงลับ ๆ ของเขามีอะไรไม่ดีกัน
ชายหนุ่มได้ยินเรื่องราวของเขมจิราจากเลขานุการหนุ่มมาบ้าง ครอบครัวเธอก็กำลังแย่ ตั้งแต่ที่บิดาของหญิงสาวเสียชีวิตลงไป ทุกอย่างในบ้านเขมจิราก็ต้องเป็นคนดูแล เพราะแม่ของหญิงสาวก็ร่างกายเดี๋ยวดีเดี๋ยวเจ็บป่วย ทำงานงก ๆ ทุกวันดีที่ไหนกัน ไหนจะน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ มีแต่เรื่องใช้เงิน การที่เขายื่นข้อเสนอให้มีแต่ได้กับได้
ตกตอนเย็นของวัน
เขมจิราเดินทางกลับมาที่บ้าน นับว่าเหนื่อยไม่น้อยเลย เพราะกว่าจะนั่งรถเมล์กว่าจะเดินเข้ามาในซอยอีก เธอใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน และก็ยอมรับตรง ๆ ว่าเหนื่อยมากจริง ๆ แต่เธอก็มีความสุขกับการที่เป็นแบบนี้ อย่างน้อยเธอยังโชคดีกว่าใครหลาย ๆ คน ที่มีงานทำมีเงินเดือน
ร่างเล็กกลับมาที่บ้าน เธอมองนาฬิกาเห็นว่านี่ก็เริ่มเย็นแล้วแต่ทว่ามารดาของเธอกลับยังไม่กลับมาซะงั้น หญิงสาวจึงหันไปถามน้องสาวที่กำลังทำการบ้านอยู่
“เอม แม่ยังไม่กลับมาเหรอ?”
“ยังค่ะพี่เขม” เอมมิกาเอ่ยตอบ เธอเองก็เป็นห่วงมารดาเหมือนกัน ก่อนหน้านี้โทรไปหาบอกว่ากำลังทำงานอยู่ รับจ๊อบทำความสะอาดเพิ่ม แม่ของเธอทำงานเป็นแม่บ้าน นอกจาก
จะทำงานที่โรงแรมแล้วก็มักจะรับจ๊อบเพิ่มไปทำงานทำความสะอาดต่อ
“งั้นเดี๋ยวพี่โทรหาแม่อีกรอบ” เขมจิราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรไปหามารดาแต่ทว่าก็ไม่มีใครรับสาย มันทำให้คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา เธอกดโทรออกอีกครั้งพอเห็นว่ามีคนรับสายแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป ใบหน้าสวยหวานก็เผยความตกใจสุดขีด คนในสายบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย มารดาของเธอเป็นลมหมดสติไปตอนนี้กำลังนำตัวส่งโรงพยาบาล
เขมจิราใจตกฮวบ สีหน้าของคนเป็นพี่ทำให้เด็กสาววางปากกาลงทันทีก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหาพี่สาวพร้อมแววตาหวาดหวั่น จนกระทั่งเขมจิราวางสายเธอจึงไปบอกให้เอมมิกาไปเอากระเป๋าเอกสารของแม่ที่ห้อง ก่อนที่สองพี่น้องจะรีบพากันตรงไปยังโรงพยาบาลที่กู้ภัยนำตัวแม่เธอไปที่นั่น
ณ โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง
ทันทีที่สองพี่น้องมาถึงที่นี่ ทั้งสองก็รีบไปยังหน้าห้องฉุกเฉินเพื่อถามอาการของผู้เป็นแม่ สีหน้าวิตกกังวลเผยออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเขมจิราได้ยินโรคที่มารดากำลังเป็นอยู่ มือไม้ทั้งสองข้างของเธอก็อ่อนแรงลงทันที
“ตอนนี้ผู้ป่วยต้องเข้าผ่าตัดด่วน ถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต แต่ข้อมูลของผู้ป่วยไม่มีประกันสังคมอะไรเลยถึงแม้ที่นี่จะเป็นโรงพยาบาลรัฐ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้”
“เท่าไรคะ ค่าผ่าตัดในครั้งนี้เท่าไร”
“ประมาณสามแสนบาทครับ ยังไม่รวมค่าอื่น ๆ”