ทันทีที่เสียงรองเท้าส้นสูงของแพรลับหายไปจากโถงทางเดิน ความเงียบงันที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมหน้าห้องทำงานประธาน นลินยังคงยืนอยู่ที่เดิม มือที่จับถาดเครื่องดื่มสั่นเทาเล็กน้อยแต่เธอพยายามควบคุมมันไว้ จนกระทั่งเสียงอินเตอร์คอมบนโต๊ะดังขึ้นสั้นๆ
" นลิน... เข้ามาพบผมหน่อย "
น้ำเสียงของโอมดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องนั้น โอมไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว แต่เขายืนหันหลังมองออกไปนอกกระจกบานกว้างที่เห็นวิวเมืองหลวงอันวุ่นวาย
" ปิดล็อกประตูด้วย " เขาพูดโดยไม่หันมามอง
นลินทำตามอย่างว่าง่าย เสียงคลิกของกลอนประตูเหมือนเป็นสัญญาณตัดขาดจากโลกภายนอก ทันทีที่เธอเดินเข้าไปใกล้ โอมก็หันกลับมาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น
" ทำแบบนั้นทำไม นลิน? " โอมจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ " นลินรู้ใช่ไหมว่าแพรเขาไม่ใช่คนใจเย็นเหมือนนลิน การที่นลินไปยั่วโมโหเขาหน้าห้องแบบนั้น มันไม่ส่งผลดีกับใครเลย "
นลินไม่สะบัดมือออก เธอเพียงแต่เงยหน้าสบตาเขาด้วยสายตาที่ตัดพ้อ " แล้วการที่นลินต้องยืนฟังคู่หมั้นของโอมด่าว่านลินเป็นแค่ของเหลือล่ะคะ? โอมคิดว่ามันส่งผลดีกับหัวใจของนลินตรงไหน? "
โอมชะงักไป แววตาที่ดุดันอ่อนแรงลงทันที เขาลดมือลงมาลูบที่แก้มของนลินแผ่วเบา " โอมขอโทษ... โอมรู้ว่ามันยากสำหรับนลิน แต่นลินสัญญากับโอมแล้วไงว่าจะรอให้ถึงวันงานแต่งริมทะเลนั่นก่อน โอมกำลังพยายามหาทางออกที่เจ็บตัวน้อยที่สุดอยู่ "
" ทางออก หรือทางหนีคะ? " นลินแค่นยิ้ม " โอมให้แพรประกาศวันงานแต่ง ให้เขาเลือกชุด เลือกการ์ด ในขณะที่นลินต้องคอยเช็กอีเมลตอบรับแขกของโอม... โอมรู้ไหมว่าทุกครั้งที่นลินเห็นชื่อแขกที่จะมางานแต่งของโอม นลินรู้สึกเหมือนถูกเข็มแทงที่หัวใจวันละร้อยครั้ง "
โอมรั้งร่างบางเข้าไปกอดแน่น ซุกใบหน้าลงกับไหล่ของเลขาฯ สาวอย่างคนที่หมดเรี่ยวแรง " โอมรักนลินนะ... นลินคือที่พักพิงเดียวของโอมจริงๆ อย่ากดดันโอมตอนนี้เลยนะคนดี "
นลินหลับตาลง ปล่อยให้อ้อมกอดที่คุ้นเคยปลอบประโลมความเจ็บปวดชั่วคราว เธอรู้ดีว่านี่คือ "กับดัก" ของโอม เขาใช้ความรักและความอ่อนแอมาเหนี่ยวรั้งเธอไว้ในเงามืดเสมอมา มือของเธอค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้
" นลินจะไม่กดดันโอมค่ะ..." นลินกระซิบเสียงแผ่ว แต่ดวงตาที่หลับอยู่นั้นกลับฉายแววแน่วแน่ " แต่นลินจะทำทุกอย่างเพื่อให้โอมรู้ว่า... ถ้าไม่มีนลิน โอมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน "
โอมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าภายใต้ความอ่อนน้อมของเลขาฯ แสนดีคนนี้ นลินได้วางเดิมพันครั้งสุดท้ายไว้แล้ว และเดิมพันนั้นอาจจะหมายถึงการพังทลายของงานแต่งที่เขากำลังพยายามรักษาไว้เพื่อความเหมาะสมทางสังคม
ช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั้น บรรยากาศในห้องทำงานที่เพิ่งอวลไปด้วยกลิ่นความรักลับๆ ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดบนรถหรู โอมขับรถพานลินตรงไปยังห้องเสื้อระดับไฮเอนด์ที่เขาจองไว้ โดยให้เหตุผลว่า “ นลินต้องไปช่วยโอมดูความเรียบร้อยของชุดเจ้าบ่าว ” แต่ความจริงที่เรารู้กันดีคือ โอมแค่ต้องการชดเชยความรู้สึกผิดที่ทำให้นลินต้องเสียน้ำตาเมื่อตอนเช้า
ทว่า... โลกมันกลมจนน่ากลัว หรืออาจเป็นเพราะโชคชะตาจงใจกลั่นแกล้ง เมื่อโอมผลักบานประตูกระจกของห้องเสื้อเข้าไป ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ แพร ที่กำลังยืนอยู่บนแท่นทรงกลมกลางร้าน ในชุดแต่งงานผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสีขาวบริสุทธิ์ที่ทิ้งตัวยาวลากพื้น
วินาทีนั้น ทุกอย่างเหมือนหยุดหมุน แพรหันมาสบตาโอมด้วยความดีใจในตอนแรก แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่เดินตามหลังโอมเข้ามา รอยยิ้มนั้นก็มอดดับลงทันที
“ โอม... ไหนบอกว่าติดประชุมด่วนไงคะ? ” แพรเค้นเสียงถาม มือที่จับชายกระโปรงสั่นจนเนื้อผ้าขยับตาม
โอมยืนตัวแข็งทื่อ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติ “ ประชุมเสร็จเร็วน่ะครับ แพร... ผมเลยกะจะแวะมาดูชุดของผม และเห็นว่านลินเขาว่างพอดี เลยให้เขามาช่วยช่วยดูรสนิยมการเลือกเนกไทให้เข้ากับชุดเจ้าบ่าว ”
“ ให้เลขาฯ มาช่วยดูชุดแต่งงานเนี่ยนะ! ” แพรตวาดลั่นจนพนักงานในร้านพากันสะดุ้ง “ โอมให้เกียรติแพรบ้างไหมคะ! นี่มันชุดแต่งงานของเรา พื้นที่นี้มันควรเป็นของ ‘เรา’ ไม่ใช่มีผู้หญิงคนนี้โผล่มาเป็นเงาตามตัวแบบนี้! "
นลินไม่ได้หลบสายตา เธอเดินก้าวออกมายืนข้างๆ โอมอย่างช้าๆ ก่อนจะกวาดสายตามองชุดแต่งงานของแพรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน “ ชุดสวยนะคะคุณแพร แต่... นลินว่าช่วงเอวมันดูหลวมไปนิดนะคะ เหมือนมันไม่ใช่ชุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุณจริงๆ ”
“ นลิน! หุบปาก! ” แพรชี้หน้าด่าอย่างหมดความอดทน
“นลินพูดตามความจริงค่ะท่านประธาน” นลินหันไปหาโอมด้วยสายตาออดอ้อน “ โอมจำได้ไหมคะ ชุดที่นลินเคยลองใส่ตอนเราไปเที่ยวด้วยกันครั้งก่อน... โอมบอกว่านลินใส่ชุดทรงนี้แล้วดูสวยกว่าใคร ”
คำว่า ‘ไปเที่ยวด้วยกันครั้งก่อน’ เหมือนระเบิดที่ลงกลางร้าน แพรแทบจะล้มทั้งยืน เธอหันไปมองโอมเพื่อหาคำปฏิเสธ แต่โอมกลับหลบตาและทำเพียงแค่ถอนหายใจ
“ โอม... นี่โอมพามันไปเที่ยวลับหลังแพรเหรอคะ? ” น้ำตาของความเสียใจเริ่มคลอเบ้าตาของคู่หมั้นผู้สูงศักดิ์
“ แพรครับ... คือมันเป็นการไปคุยงาน...” โอมพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“ งานอะไรต้องลองชุดแต่งงานคะ! ” แพรกรีดร้องพลางกระชากชายกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์จนมันครูดกับพื้น พร้อมวิ่งเข้าไปจะทำร้ายนลิน แต่โอมไวกว่าจึงเข้ามาห้ามแพรไว้ได้ “ ออกไป! นลิน ออกไปเดี๋ยวนี้! โอมสั่งให้เลขาโอมออกไป! ”
นลินไม่ได้ขยับ เธอเพียงแต่หันไปหาโอมแล้วแตะที่แขนเขาเบาๆ “ โอมคะ... นลินว่าถ้าคุณแพรอารมณ์เสียขนาดนี้ นลินกลับก่อนดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องมีใคร ‘อกแตกตาย’ ในห้องเสื้อนี้ไปเสียก่อน ”
นลินหมุนตัวเดินออกไปพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะทิ้งท้าย เธอเดินผ่านกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพแพรในชุดเจ้าสาวที่กำลังยืนร้องไห้โฮอยู่ในอ้อมกอดที่ดู ‘ฝืนใจ’ ของโอม
นลินรู้ดีว่าวันนี้เธอทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของชุดสีขาวนั้นลงไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับแพร... ชุดนี้จะไม่ใช่ชุดแห่งความสุขอีกต่อไป แต่มันคือชุดที่ตอกย้ำว่ามี ‘คนอื่น’ ยืนทับรอยเท้าของเธออยู่เสมอ แม้แต่ในวันที่เธอกำลังจะเป็นเจ้าสาว