ภายในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล โอม รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกฝังทั้งเป็นท่ามกลางแจกันดอกไม้เยี่ยมไข้ราคาแพงและคำอวยพรจอมปลอมจากเหล่าบรรดาเศรษฐีที่แวะเวียนมาประจบคุณสรววิทย์พ่อของแพร ทุกครั้งที่เขาต้องปั้นหน้ายิ้มหรือจับมือแพรโชว์นักข่าว หัวใจของเขาจะดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม เขาเฝ้ารอจังหวะที่ทุกคนเผลอเพื่อหยิบโทรศัพท์เครื่องลับขึ้นมาเช็กข้อความจากนลิน
แต่ความว่างเปล่าบนหน้าจอทำให้เขาเริ่มกระสับกระส่าย... นลินไม่ตอบกลับมาหลายชั่วโมงแล้ว
"โอมคะ... เป็นอะไรหรือเปล่า ดูใจลอยจัง" แพรเอ่ยถามขณะกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง สายตาที่แหลมคมของเธอจ้องมองท่าทางลุกลี้ลุกลนของโอมอย่างจับผิด
"เปล่าครับ... โอมแค่เครียดเรื่องหุ้นนิดหน่อย" โอมรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า "โอมขอออกไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะครับ"
ทันทีที่พ้นประตูห้อง โอมแทบจะวิ่งไปที่มุมอับสายตาของบันไดหนีไฟ เขากดโทรหานลินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งปลายสายรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและเบาหวิว
"นลิน! ทำไมไม่รับสายโอม รู้ไหมว่าโอมเป็นห่วงจะบ้าอยู่แล้ว"
"โอมคะ... นลินอยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้วค่ะ" เสียงนลินสะอื้นเบาๆ "วันนี้มีคนแปลกหน้ามาวนเวียนหน้าคอนโด นลินกลัว... นลินไม่อยากทำให้โอมลำบากใจไปมากกว่านี้ นลินเลยตัดสินใจย้ายออกมาแล้วค่ะ"
โอมใจหายวาบ "ย้ายออกไปไหน! นลินบอกโอมมาเดี๋ยวนี้ โอมจะไปหา"
"อย่าเลยค่ะโอม... อยู่กับคุณแพรเถอะ นลินหาที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัยได้แล้ว นลินไม่อยากให้คนของพ่อคุณแพรตามตัวเจอ นลินเปลี่ยนเบอร์ใหม่ด้วยนะคะ... นี่คือเบอร์เดียวที่นลินจะใช้ติดต่อกับโอม"
นลินวางสายไปทันที ทิ้งให้โอมยืนนิ่งงันอยู่กับความว่างเปล่า การที่นลินหายไปจากที่อยู่ที่เขาควบคุมได้ ทำให้โอมรู้สึกเหมือนสูญเสีย "โลกใบเดียว" ที่เขาเหลืออยู่ไป เขายิ่งกระวนกระวาย ยิ่งโหยหา และยิ่งต้องการเธอมากขึ้นเป็นเท่าตัว โดยหารู้ไม่ว่านี่คือส่วนหนึ่งของแผนการ "ล่อให้หลง"
ณ คอนโดมิเนียมแห่งใหม่
นลิน นั่งลงบนโซฟาตัวหนานุ่ม เธอทิ้งโทรศัพท์เครื่องเดิมลงในลิ้นชักและล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา ใบหน้าที่เคยนองด้วยน้ำตาเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในพริบตา เธอไม่ได้หนีเพราะกลัว... แต่เธอหนีเพื่อให้โอมรู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า "สูญเสีย"
"เป็นไงลูก... มันโทรมาล่ะสิ" แม่เดินเข้ามาพร้อมแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของบริษัท
"ค่ะแม่ โอมสติแตกไปแล้ว เขาคิดว่านลินถูกพวกนักเลงของคุณสรวิทย์ตามล่า" นลินแค่นยิ้ม "ยิ่งเขาเข้าใกล้นลินไม่ได้ เขายิ่งจะให้ความสำคัญกับนลินมากกว่างานแต่งงานของเขาเอง"
"ดี... งั้นเรามาเริ่มงานของเรากัน" แม่เปิดหน้าจอแท็บเล็ตให้ดู "นี่คือผังการจัดงานแต่งงานริมทะเลที่ระยอง แม่ส่งคนแฝงตัวเข้าไปในทีมจัดออแกไนซ์แล้ว ลิสต์รายชื่อแขกผู้ใหญ่ และจอยักษ์ที่จะใช้เปิดวิดีโอพรีเซนเทชัน... เราจะเปลี่ยนมันให้เป็น 'นรกริมหาด' สำหรับพวกมันทุกคน"
นลินมองแผนผังงานแต่งงานอย่างพิจารณา เธอเริ่มใช้ไฟล์ข้อมูลที่โอมส่งให้ (จากตอนที่แล้ว) มาวิเคราะห์จุดอ่อนทางการเงินของตระกูลวริยะกุล นลินไม่ได้ต้องการแค่แฉเรื่องชู้สาว แต่เธอต้องการ "กระชาก" หน้ากากความร่ำรวยจอมปลอมของธุรกิจที่โอมพยายามรักษาไว้ด้วย
"โอมยังติดต่อมาทางอีเมลลับค่ะแม่" นลินบอก "เขาบอกว่าเขาจะแอบหนีมาหานลินให้ได้ก่อนวันแต่ง"
"ปล่อยให้มันมา..." แม่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่นลินต้องมั่นใจนะ ว่าคืนนั้นแกจะ 'กักตัว' มันไว้จนมันไปงานแต่งสาย หรือไม่ก็ทิ้งร่องรอยที่แพรจะเห็นแล้วต้องสติแตกกลางพิธี!"
นลินพยักหน้า ความแค้นที่ถูกสั่งสมมาตั้งแต่โดนตบหน้ากลางออฟฟิศ จนถึงวันที่ถูกโอมประจานผ่านสื่อ บัดนี้มันกลายเป็นพลังงานมหาศาลที่ใช้ขับเคลื่อนแผนการโต้กลับ
"คุณแพรคะ... เตรียมชุดเจ้าสาวให้พร้อมนะคะ" นลินพึมพำกับรูปถ่ายในข่าว "เพราะในวันงาน... นลินจะเป็นคนกระชากมงกุฎเจ้าสาวของคุณลงมาด้วยมือของนลินเอง"
ขณะที่โอมยังคงพยายามส่งข้อความง้องอนนลินอยู่ในโรงพยาบาล โดยมีแพรเฝ้ามองอยู่ด้วยความสงสัยที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ หมากกระดานนี้ถูกย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่นลินเป็นผู้ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว!
หลังจากที่สายของนลินตัดไปพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ทิ้งท้ายว่าเธอต้องหนีไปที่อื่น โอมรู้สึกเหมือนอากาศในบันไดหนีไฟนั้นถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขายืนนิ่งงันมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดดับลง หัวใจเต้นระรัวแรงจนเจ็บหน้าอก ความเงียบที่ตามมามันน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงด่าทอของแพรหรือคำขู่ของพ่อเสียอีก
"นลิน... นลิน!" เขาพึมพำเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ อย่างคนเสียสติ
โอมพยายามกดโทรกลับไปซ้ำๆ นับสิบครั้ง แต่ละครั้งที่เสียงสัญญาณว่างดังขึ้น มันเหมือนเข็มนาฬิกาที่กรีดลงบนความอดทนของเขา จนกระทั่งเครือข่ายตอบกลับมาว่า 'เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้' นั่นคือวินาทีที่เขาเริ่มตระหนักว่า นลินไม่ได้แค่ย้ายที่อยู่... แต่เธอกำลังพยายามจะตัดขาดจากโลกของเขาจริงๆ
เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำ พื้นที่คอนโดหรูที่เขาเคยคิดว่าเป็น 'เซฟโซน' หรือห้องลับที่เขาใช้เก็บงำความสุขอย่างนลินไว้ บัดนี้มันกลายเป็นกล่องว่างเปล่าที่ไม่มีค่าอะไรเลย ความว้าวุ่นใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง เขาเดินวนไปมาในห้องบันไดหนีไฟที่แคบและร้อนระอุ เหงื่อไหลซึมตามไรผมจนเปียกโชก
‘ใครทำอะไรนลินหรือเปล่า? พ่อส่งคนไปข่มขู่เธอใช่ไหม? หรือจะเป็นคนของอาอรรถที่ตามไปรังควานเธอจนอยู่ไม่ได้?’
ความคิดด้านมืดเริ่มกัดกินโอม เขารู้สึกผิดจนแทบคลั่งที่ตัวเองมัวแต่มานั่งเฝ้าไข้แพร ยอมปั้นหน้ายิ้มสร้างภาพเจ้าบ่าวแสนดีในขณะที่ผู้หญิงที่เขารักจริงๆ ต้องอยู่อย่างหวาดผวาและหลบซ่อนตัวเหมือนอาชญากร ความรักที่เขาอ้างว่ามีให้นลิน บัดนี้มันกลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัวที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเอง
โอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้โทรหาเธอ แต่เขาเปิดดูรูปถ่ายเก่าๆ ที่แอบถ่ายนลินไว้ตอนเผลอ รูปที่เธอนั่งยิ้มให้เขาในร้านกาแฟเล็กๆ รูปที่เธอหลับอยู่ในอ้อมกอดเขาหลังจากผ่านค่ำคืนที่เร่าร้อน... ยิ่งดู เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเสียสติ
"ผมทิ้งคุณไม่ได้นลิน... ผมจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีคุณ"
ความว้าวุ่นใจนั้นทำให้เขาเริ่มตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด เขาไม่กลับเข้าไปในห้องพักฟื้นทันที แต่เขาส่งข้อความหาลูกน้องที่ไว้ใจได้มากที่สุดในบริษัท สั่งให้ตรวจสอบตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์สุดท้ายของนลิน และสั่งให้แอบเอารถออกมารอเขาที่ประตูหลังโรงพยาบาล
ในหัวของโอมไม่มีภาพงานแต่งงานริมทะเลอีกต่อไป ไม่มีภาพความสำเร็จของโปรเจกต์หมื่นล้าน หรือชื่อเสียงของตระกูลที่พ่อพยายามรักษาไว้ มีเพียงภาพของนลินที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดและกำลังเดินจากเขาไปทีละก้าว... ทีละก้าว
เขากลับเข้าไปในห้องพักฟื้นด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป แววตาของเขาไม่ได้มีความสงสารหรืออ่อนโยนให้แพรอีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่ซ่อนความลับอันพลุ่งพล่านไว้ข้างใน
"โอม... ทำไมไปนานจังคะ?" แพรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่เริ่มส่อแววหงุดหงิด
"พอดีผม... เคลียร์งานค้างน่ะครับ" โอมตอบสั้นๆ ไม่ยอมสบตาแพร มือของเขายังคงสั่นจนต้องซ่อนมันไว้ในกระเป๋ากางเกง
ทุกวินาทีที่เขานั่งอยู่ข้างเตียงแพร มันเหมือนการถูกลงทัณฑ์ เขาอยากจะตะโกนออกมาให้ลั่นห้องว่าเขาอยากไปหานลินใจจะขาด ความรุ่มร้อนในใจของโอมในตอนนี้เปรียบเหมือนลาวาที่รอวันปะทุ เขาเริ่มวางแผนในหัวว่าเขาจะ 'หนี' ออกไปหานลินได้อย่างไร โดยไม่ให้พรานล่าอย่างแพรและครอบครัวรู้ตัว
โอมไม่รู้เลยว่า ความว้าวุ่นใจที่เขามีในตอนนี้ คือสิ่งที่นลินจงใจฉีดเข้าสู่กระแสเลือดของเขา เพื่อให้เขาขาดสติและกลายเป็นหมากที่เดินตามเกมของเธออย่างง่ายดายที่สุดในตอนจบ!