อุบัติเหตุ แห่งความเสียใจ

998 Words
ความเงียบที่น่าอึดอัดภายในออฟฟิศระดับผู้บริหารยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในอากาศ แม้ว่าร่างของแพรจะเดินหายลับไปจากแผนกนานนับชั่วโมงแล้วก็ตาม แพรจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเธอเดินออกมาจากตึกสูงเสียดฟ้านั้นได้อย่างไร ในหัวของเธอมีเพียงเสียงก้องสะท้อนของคำว่า “ ผมเลือกความถูกต้อง... อย่ามาทำกิริยาแบบนี้ที่ออฟฟิศผมอีก ” คำพูดของโอมไม่ใช่แค่การดุด่า แต่มันคือการประกาศก้องว่าพื้นที่ข้างกายเขาที่เธอคิดว่ามั่นคงที่สุด บัดนี้ถูกสั่นคลอนโดยผู้หญิงที่เธอตราหน้าว่าเป็นแค่เลขาฯ แพรก้าวขึ้นรถยุโรปคันหรูของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา เธอไม่ยอมให้คนขับรถทำหน้าที่ในวันนี้เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ความเป็นส่วนตัวกลับกลายเป็นศัตรูร้ายเมื่อความเสียใจเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ต่อหน้านลินไหลพรากออกมาจนบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า “ ทำไม... ทำไมโอมต้องทำขนาดนี้ ” แพรพึมพำกับตัวเองขณะเหยียบคันเร่งออกสู่ถนนใหญ่ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เธอนึกถึงวันแรกที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรื่องงานแต่งงาน โอมในวันนั้นดูเป็นสุภาพบุรุษที่พร้อมจะดูแลเธอ แม้จะไม่หวานซึ้งเท่าที่เธอหวัง แต่เขาก็ไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจหรือหักหน้าเธอต่อหน้าคนอื่น แต่ตั้งแต่นลินก้าวเข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเหมือนหน้ามือเป็นหลังมือ ชุดเจ้าสาวที่เธอเพิ่งลองไปเมื่อวานที่เคยดูสวยงามดุจความฝัน บัดนี้กลับดูเหมือนผ้าขี้ริ้วราคาแพงที่ไม่มีใครต้องการ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่เบาะข้างๆ ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘คุณแม่’ แพรไม่อยากรับสาย เธอไม่อยากตอบคำถามเรื่องลิสต์แขกหรูหราหรือธีมงานแต่งที่ไร้ความหมายอีกต่อไป เธอสะบัดหน้าหนี แสงแดดยามบ่ายที่กระทบกระจกหน้ารถทำให้เธอมึนงง แสงสะท้อนจากโลหะของรถคันข้างๆ คล้ายกับแสงจากแหวนเงินที่นลินจงใจโชว์ให้เห็น ‘ คุณแพรเก็บเปลือกไว้เถอะค่ะ ส่วนเนื้อใน... นลินจะดูแลเอง ’ คำพูดนั้นวนเวียนอยู่ในหูราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ แพรกรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น และความโกรธแค้นเปลี่ยนเป็นความประมาท เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์เพื่อจะปิดเครื่องหนีทุกอย่าง จังหวะนั้นเองที่รถกระบะคันหนึ่งเบรกกะทันหันอยู่เบื้องหน้า โครม! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว รถของแพรเสียหลักหมุนคว้างไปตามแรงกระแทก ถุงลมนิรภัยทำงานพุ่งออกมาปะทะหน้าของเธอจนทุกอย่างมืดดับไปชั่วขณะ กลิ่นควันไฟและเสียงหวีดหวิวของไซเรนเริ่มดังขึ้นไกลๆ ในโสตประสาทที่พร่าเลือนและดับลงในที่สุด ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานของโอม... บรรยากาศข้างในกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นลินยังคงยืนอยู่ข้างๆ โอมที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ โอมดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเริ่มทำงานต่อ เขาเอนหลังพิงพนักหลับตาลงอย่างหนักใจ โดยมีนลินคอยนวดไหล่ให้เบาๆ “ โอมคะ... นลินขอโทษที่ทำให้โอมต้องมีปัญหากับคุณแพร นลินไม่คิดว่าเรื่องจะมาไกลถึงขนาดนี้ นลินขอโทษโอมจริงๆ ค่ะ ” นลินเอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อยที่ปรุงแต่งมาอย่างพอดี โอมคว้ามือของนลินมาจุมพิต “ ไม่ใช่ความผิดของนลินหรอก แพรเขาทำเกินไปจริงๆ เขาต้องเรียนรู้ว่าที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่เขาจะทำอะไรก็ได้ ” " แต่นลินก็กลัวว่า จะมีเหตุการณ์อย่างในวันนี้เกิดขึ้นอีก นลินไม่รู้จะต้องรับมือยังไง " นลินเอ่ยด้วยใจอันหวาดหวั่นไม่น้อย " ยังไงๆ โอมก็ไม่มีวันปล่อยมือจากนลินเด็ดขาด นลินเชื่อโอมนะ " โอมเปลี่ยนจากจับมือมาเป็นคว้าร่างของหญิงสาวเข้ามานั่งตักของเขาพร้อมก้มหน้าเพื่อหวังจะจุมพิต แต่ยังไม่ทันที่ความหวานจะซึมลึกไปกว่านั้น โทรศัพท์ส่วนตัวของโอมก็แผดเสียงดังลั่น เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ครอบครัวเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ “ สวัสดีครับ... อะไรนะ! แพรเหรอ? เกิดขึ้นที่ไหน! ” โอมดีดตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้กระเด็นไปด้านหลัง ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับกลายเป็นสีซีดเผือด นลินที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอากาศ ความรู้สึกสะใจในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกังวล... ไม่ใช่กังวลเพราะห่วงแพร แต่กังวลว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะกลายเป็น "ไพ่ตาย" ใบใหม่ที่แพรจะใช้ดึงโอมกลับไปอย่างถาวร “ นลิน... แพรประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน โอมต้องไปเดี๋ยวนี้ ” โอมคว้ากุญแจรถและกำลังจะรีบวิ่งออกจากห้องไปแต่นลินกลับร้องเรียกให้ชายหนุ่มไว้ " โอมคะ นลินขอไปด้วย " " อย่าเพิ่งเลยนลิน ตอนนี้ยังไม่รู้สถานการณ์จะเป็นอย่างไร โอมไม่อยากให้เรื่องมันเลวร้ายมากไปกว่านี้ " ทันทีที่เสียงของโอมสิ้นสุดลง ชายหนุ่มก็รีบออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับมามองเลขาฯ ของเขาแม้แต่นิดเดียว นลินยืนนิ่งอยู่ในห้องทำงานที่กว้างขวางและอ้างว้างทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ยาวด้วยใจอันสั่นเทา แล้วมองไปที่ซองขาวในถังขยะที่แพรเพิ่งทิ้งไว้ ชัยชนะที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ดูเหมือนจะจางหายไปพร้อมกับเสียงไซเรนที่ดังอยู่ไกลๆ สงครามครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนทิศทาง และนลินรู้ดีว่า ‘คนป่วย’ มักจะมีสิทธิ์เรียกร้องมากกว่า ‘คนรัก’ เสมอ แล้วนลินจะทำอย่างไรต่อไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD