เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องพักฟื้นไม่ได้นำพาความสดใสมาให้ใครเลย บนหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังและในฟีดโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง พาดหัวข่าวบันเทิงและเศรษฐกิจต่างพร้อมใจกันตีข่าวใหญ่ที่เป็นประเด็นร้อนที่สุดในรอบปี
[ไฮโซสาวทายาทอสังหาฯ หมื่นล้าน อาการสาหัส! เซ่นอุบัติเหตุปริศนา หลังมีข่าวลือรักร้าวกับว่าที่เจ้าบ่าว]
ภาพของ แพร ในสภาพที่ดูอ่อนแรง มีผ้าพันแผลที่ศีรษะและสายระโยงระยาง (ที่จงใจจัดมุมกล้องให้ดูวิกฤตกว่าความเป็นจริง) ถูกแชร์ว่อนไปทั่วโลกออนไลน์ เนื้อหาข่าวไม่ได้ระบุชื่อนลินโดยตรง แต่มีการใช้คำใบ้อย่าง ‘มือที่สามในคราบเลขาส่วนตัว’ และ ‘การใช้อิทธิพลมืดบีบคั้นเจ้าสาวตัวจริง’ จนชาวเน็ตต่างพากันขุดคุ้ยและสาดโคลนใส่เลขาฯ ปริศนาอย่างบ้าคลั่ง
โอม ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องพักฟื้นในชุดสูทชุดเดิมจากเมื่อคืน ยืนจ้องหน้าจอโทรทัศน์ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด มือของเขาสั่นระริกขณะอ่านคอมเมนต์ที่ด่าทอเขาว่า ‘คนไม่รู้จักพอ’ และ ‘ฆาตกรทางอ้อม’
“นี่มันอะไรกันครับคุณอา...” โอมหันไปถามคุณสรวิทย์ พ่อของแพรที่นั่งจิบกาแฟอยู่ตรงโซฟาด้วยท่าทางใจเย็น
“ก็นักข่าวเขาขอสัมภาษณ์ อาเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่สังคมควรรับรู้ความจริง ว่าทำไมแพรถึงต้องไปนอนสลบอยู่ข้างถนน” คุณสรวิทย์วางถ้วยกาแฟลงเสียงดังปัง “ตอนนี้หุ้นบริษัทก็ร่วงลงไปห้าเปอร์เซ็นต์แล้วนะโอม และถ้าข่าวเรื่องที่คุณยังเลี้ยง ‘นลิน’ ไว้หลุดออกมาอีกละก็... ผมรับรองว่ามันจะร่วงจนกู่ไม่กลับ”
ในขณะนั้นเอง แพรที่แสร้งทำเป็นหลับอยู่บนเตียงค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอส่งเสียงครางเบาๆ อย่างเจ็บปวดเพื่อให้โอมหันมาสนใจ
“โอมมาแล้วหรือคะ โอมคะ... แพรกลัว” เธอพูดด้วยเสียงแหบพร่า “นักข่าวพวกนั้น... เขาถามแพรว่าโอมรักแพรจริงไหม หรือแค่ต้องการนามสกุลของแพร แพรจะตอบเขายังไงดีคะในเมื่อโอมทิ้งแพรไว้ที่นี่เพื่อไปหาคนอื่นทั้งคืน”
โอมก้าวเข้าไปข้างเตียงด้วยความรู้สึกเหมือนถูกโซ่ตรวนนับพันเส้นล่ามไว้ “โอมอยู่นี่แล้วไงครับแพร... โอมไม่ได้ไปไหน โอมไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้มันเรียบร้อย”
“งั้นโอมพิสูจน์สิคะ” แพรคว้ามือนิ่งๆ ของเขามากุมไว้ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนแอ “บ่ายวันนี้ จะมีการแถลงข่าวสั้นๆ ที่หน้าห้องพัก โอมต้องออกไปยืนยันกับนักข่าวว่าอุบัติเหตุครั้งนี้คือความผิดพลาด และเราจะจัดงานแต่งงานตามกำหนดเดิม... โดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ มาขวางกั้น”
“แต่แพร... สภาพคุณตอนนี้ไม่สะดวกที่จะรับแขกนะ” โอมพยายามหาทางเลี่ยง
“แพรทนได้ค่ะ เพื่อหน้าตาของตระกูลเรา... หรือว่าโอมไม่กล้าพูด? หรือโอมอยากให้แพรบอกความจริงกับนักข่าวไปว่าโอมไปซุกอยู่ที่คอนโดใครเมื่อคืนนี้?”
คำขู่ที่นุ่มนวลนั้นคือหมัดฮุคที่ต่อยเข้ากลางใจโอมเต็มๆ เขาหันไปมองพ่อของตัวเองที่เดินเข้ามาในห้องพอดี คุณอำนาจจ้องหน้าลูกชายอย่างกดดัน “ทำตามที่แพรบอกซะโอม จัดการปิดปากนักข่าวและจบเรื่องไร้สาระนี่ซะ ถ้าแกไม่อยากให้ฉันถอดแกออกจากตำแหน่งประธานในบ่ายวันนี้!”
ในเวลาเดียวกัน ที่คอนโดหรูแห่งใหม่...
หลังจากที่นลินกำลังย้ายเข้ามาอยู่ แล้วจัดของเข้าเก็บเรียบร้อยแล้ว
นลิน นั่งจ้องหน้าจอไอแพดที่กำลังไลฟ์สดบรรยากาศหน้าห้องพักผู้ป่วย นักข่าวนับสิบชีวิตกำลังตั้งกล้องรอการแถลงข่าว เธอมองเห็นภาพโอมที่ดูซูบเซียวเดินออกมาพร้อมกับครอบครัวของแพร เขาดูเหมือนนักโทษที่กำลังจะถูกประหารมากกว่าเจ้าบ่าวผู้มีความสุข
“ผมและคุณแพร... เรายังรักกันดีครับ อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากความประมาทของผมเองที่ทำให้คุณแพรต้องเสียใจ ผมขอรับผิดชอบทุกอย่าง และขอยืนยันว่างานแต่งงานของเราจะยังคงเกิดขึ้นตามกำหนดเดิมแน่นอน” เสียงของโอมผ่านหน้าจอช่างเยือกเย็นและไร้หัวใจจนนลินรู้สึกหนาวสะท้าน
แต่สิ่งที่ทำให้นลินเจ็บที่สุด คือประโยคถัดมา
“ส่วนเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับพนักงานในบริษัท... ผมได้สั่งยุติบทบาทของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว เพื่อความสบายใจของครอบครัวคุณแพร ผมยืนยันว่าไม่มีใครมีความสำคัญไปกว่าคุณแพรครับ”
นลินกำมือจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ‘ยุติบทบาท’... ‘ไม่มีใครสำคัญไปกว่าคุณแพร’... คำพูดเหล่านั้นเหมือนตบหน้าเธอประจานคนทั้งประเทศ
“โอมนะโอม... เลือกที่จะฆ่านลินผ่านสื่อแบบนี้เลยเหรอ” นลินพึมพำกับตัวเองด้วยความแค้นที่พลุ่งพล่าน
เธอกดโทรศัพท์หาแม่ของเธอทันที “แม่คะ... นลินตัดสินใจแล้ว แพรใช้สื่อกดดันนลินได้ นลินก็จะใช้ ‘ความจริง’ ทำลายงานแต่งงานของมันเหมือนกัน แม่เตรียมคนของแม่ไว้เลยนะคะ วันแถลงข่าวใหญ่ครั้งหน้า... นลินจะทำให้เจ้าสาวที่แสนเพียบพร้อมคนนี้ ต้องอับอายยิ่งกว่าคนที่ตายไปแล้วเสียอีก!”
สงครามในโรงพยาบาลเป็นเพียงจุดเริ่ม แต่นลินกำลังจะเปลี่ยนให้มันเป็นกองเพลิงที่เผาทุกคนให้วอดวาย