กรงที่ขังความรู้สึก

1621 Words
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศที่เย็นเยียบของโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาวไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในใจของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องไอซียูลดน้อยลงเลย โอม ยืนกำหมัดแน่น หลังพิงกำแพงเย็นเฉียบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ อุบัติเหตุของแพรเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งจะตะคอกใส่เธอและหักหน้าเธอเพื่อปกป้องนลินในที่ทำงาน ​แต่ความรู้สึกผิดนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาของบุคคลทั้งสี่คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาในขณะนี้ ​คุณสรวิทย์ พ่อของแพรซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล ยืนหน้านิ่งราวก้อนหิน แต่แววตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ข้างกันคือ คุณหญิงวัลยา แม่ของแพรที่กุมผ้าเช็ดหน้าไว้ในมือ ร้องห่มร้องไห้จนตาบวมช้ำ โดยมี พราว น้องสาวของแพรโอบกอดอยู่ข้างๆ และฝั่งตรงข้ามคือพ่อแม่ของโอมที่รีบเดินทางมาทันทีที่ทราบข่าวการเกิดอุบัติเหตุของแพร ​“ โอม... อธิบายมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ” คุณสรวิทย์ เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนพยาบาลที่เดินผ่านยังต้องก้มหัว “ ทำไมลูกสาวผมถึงต้องขับรถออกจากบริษัทคุณด้วยอารมณ์แบบนั้น จนเกิดอุบัติเหตุเกือบเอาชีวิตไม่รอด! " โอมอึกอัก “ คือ... เรามีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องงานนิดหน่อยครับคุณอา ” ​“ เรื่องงาน? หรือเรื่อง ‘ผู้หญิง’! ” คุณหญิงวัลยา โพล่งขึ้นมาพลางชี้หน้าโอม “ แพรโทรมาหาแม่ก่อนเกิดเรื่อง เขาบอกว่าโอมเอาผู้หญิงคนนั้นมาหยามเขาถึงในออฟฟิศ โอมปกป้องเลขาฯ มากกว่าคู่หมั้นตัวเองเนี่ยนะ! ” ​พ่อของโอม—คุณอำนาจ—ก้าวออกมาข้างหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าครั้งไหนๆ “ โอม พ่อเคยเตือนแกแล้วใช่ไหมว่าให้จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด แกจะเล่นสนุกอะไรพ่อไม่เคยว่า แต่แกต้องไม่ให้มันมากระทบกับชื่อเสียงตระกูลและความสัมพันธ์กันของสองครอบครัว! ” ​“ ผมไม่ได้เล่นสนุกครับพ่อ นลินเขาคือ...” โอมพยายามจะอธิบาย แต่เสียงของเขากลับเบาหวิวเมื่อต้องเผชิญกับกำแพงแห่งความเหมาะสม ​“ หยุดพูดชื่อนลินออกมาเดี๋ยวนี้! ” คุณแม่ของโอมตวาดเสียงสั่น “ ลูกรู้ไหมว่าตอนนี้หุ้นของบริษัทเราและของคุณสรวิทย์กำลังจะสั่นคลอนถ้าข่าวนี้หลุดออกไปว่าว่าที่เจ้าสาวประสบอุบัติเหตุเพราะปัญหารักสามเส้า แกอยากให้สิ่งที่พ่อกับแม่สร้างมาทั้งชีวิตพังลงเพราะผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนเดียวงั้นเหรอ? ” ​บรรยากาศกดดันจนโอมแทบหายใจไม่ออก คุณสรวิทย์ก้าวเข้ามาใกล้โอมจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ สายตาของผู้ผ่านโลกมามากจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโอม ​“ โอม... ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย ” คุณอรรถพูดช้าๆ ชัดๆ “ ถ้าแพรฟื้นขึ้นมา แล้วผมยังเห็นผู้หญิงชื่อนลินอยู่ในรัศมีสิบกิโลเมตรรอบตัวคุณ หรือแม้แต่ชื่อในทะเบียนพนักงานบริษัท... ผมจะถอนทุนทั้งหมด และโปรเจกต์อสังหาฯ ที่คุณกำลังทำอยู่จะกลายเป็นศูนย์ทันที ผมไม่ได้ขู่ แต่ผมจะทำจริงๆ เพื่อปกป้องลูกสาวสุดที่รักของผม ” โอมยืนตัวสั่นด้วยความขัดแย้งในใจ ใจหนึ่งเขาห่วงนลินที่รออยู่ที่คอนโด แต่อีกใจหนึ่งเขารู้ดีว่าหากสิ้นเนื้อประดาตัว เขาจะปกป้องใครไม่ได้เลย แม้แต่ตัวเอง ​“ ผม... ผมจะจัดการครับ ” โอมก้มหน้าตอบในที่สุด คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดหัวใจเขาเอง ​“ จัดการคือ ‘จบ’ ใช่ไหมโอม? ” พ่อของเขาย้ำถาม “ ไม่ใช่แค่ย้ายแผนก แต่คือการทำให้เขาหายไปจากชีวิตแกถาวร แต่งงานกับแพรตามกำหนดเดิม และทำหน้าที่สามีที่ดีเพื่อเป็นการชดใช้ที่แกทำให้เขาต้องอยู่ในสภาพนี้ ” ​โอมนิ่งไปนานแสนนาน ภาพรอยยิ้มของนลินในห้องสมุด ภาพแหวนเงินที่เขาเคยสวมให้เธอในวันวานลอยเข้ามาในหัว... แต่ภาพเหล่านั้นค่อยๆ จางหายไปเมื่อมองผ่านกระจกห้องไอซียูเข้าไปเห็นร่างของแพรที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยาง ​“ ครับ... ผมจะพยายามยุติเรื่องของนลินทั้งหมดเร็วๆนี้ครับ ” ​สิ้นคำยืนยันของโอม คุณหญิงวัลยาหยุดร้องไห้ พ่อแม่ของเขามีสีหน้าที่คลายกังวลลง แต่สำหรับโอม เขารู้สึกเหมือนวิญญาณของเขากำลังถูกขังอยู่ในกรงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เขาเลือกความอยู่รอด เลือกหน้าตา และเลือกตระกูล... โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นลินที่รอเขาอยู่ที่ห้องในตอนนี้ ไม่ได้เตรียมใจรับความพ่ายแพ้แม้แต่นิดเดียว ท่ามกลางความมืดมิดภายในคอนโดมิเนียมที่โอมซื้อไว้ให้ นลิน นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวที่เมื่อคืนเธอยังคงซบอิงแอบอยู่กับอกของเขา สายตาของเธอเลื่อนลอยมองไปที่หน้าจอมือถือที่เงียบสนิทมาหลายชั่วโมง ไซเรนโรงพยาบาลที่ดังขึ้นในหัวยังคงย้ำเตือนว่า ชัยชนะของเธอนั้นสั้นกุดเพียงใด ​นลินหยิบแหวนเงินเรียบๆ ที่ร้อยไว้กับสร้อยคอออกมาดู ความเย็นของโลหะกระทบกับปลายนิ้วที่สั่นเทา เธอเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูก ‘บางที... มันอาจจะถึงเวลาที่ฉันต้องยอมแพ้จริงๆ แล้ว’ เธอคิดในใจ ภาพของแพรที่ประสบอุบัติเหตุทำให้ความรู้สึกผิดเริ่มทำงาน และเธอรู้ดีว่าครอบครัวของโอมไม่มีวันปล่อยเธอไว้แน่ ​ในจังหวะที่เธอกำลังจะถอดสร้อยนั้นทิ้งลงในถังขยะ เสียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก นลินสะดุ้งเล็กน้อย หวังว่าจะเป็นโอมที่กลับมาปลอบประโลม แต่คนที่เดินเข้ามากลับเป็น แม่ ของเธอ ผู้หญิงที่เคยเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงตัวเล็กๆ แต่ตอนนี้ดูภูมิฐานขึ้นด้วยเสื้อผ้าที่นลินซื้อให้ ​“ แม่... มาได้ยังไงคะ? ” นลินปาดน้ำตาช้าๆ ​แม่มองสภาพลูกสาวแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ และคว้ามือของนลินมาจับไว้ “ แม่ได้ยินข่าวเรื่องคุณแพรแล้ว นลิน... แกกำลังจะถอยใช่ไหม? ” ​“ นลินเหนื่อยค่ะแม่ โอมเขาคงเลือกทางที่ถูกต้อง นลินเป็นได้แค่ตัวร้ายในสายตาคนทั้งโลก นลินไม่อยากสู้กับคนเจ็บ ไม่อยากสู้กับครอบครัวเขาแล้วค่ะ ” ​ทันใดนั้น แววตาของแม่ที่เคยดูอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว แม่บีบมือนลินแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ “ ถอยเหรอ? แกจะถอยไปไหน ลืมไปแล้วเหรอว่าเราสองคนแม่ลูกตะเกียกตะกายกันมาขนาดไหนเพื่อให้แกมายืนอยู่ตรงนี้ ลืมไปแล้วเหรอว่าพวกคนรวยพวกนั้นเคยกดหัวเรายังไงตอนแม่ไม่มีเงินส่งแกเรียน! ” ​“ แต่นั่นมันอดีตนะคะแม่...” ​“ อดีตที่มันย้ำเตือนว่าแกไม่มีสิทธิ์แพ้! ” แม่ตวาดออกมา “ นลิน... ฟังแม่นะ ความรักมันกินไม่ได้ แต่ความมั่นคงและอำนาจมันจะทำให้แกไม่ต้องกลับไปขายข้าวแกงข้างถนนอีก แกพยายามมาถึงขนาดนี้แล้ว จะยอมให้ยัยคุณหนูนั่นคว้าทุกอย่างไปเพียงเพราะมันแกล้งขับรถคว่ำงั้นเหรอ? ” ​นลินมองหน้าแม่ด้วยความตกใจ “ แกล้งทำให้เกิดอุบัติเหตุงั้นเหรอคะ? ” ​“ มันจะเป็นอุบัติเหตุจริงหรือเท็จไม่สำคัญ แต่มันคือการ ‘เรียกคะแนนสงสาร’ ซึ่งแกก็มีดีกว่านั้น! ” แม่โน้มตัวมากระซิบข้างหู “ แกยังมีโอมอยู่ในกำมือ เขารักแก เขาโหยหาแกมากกว่าใคร ถ้าแกยอมตอนนี้ แกจะกลายเป็นแค่ขยะที่เขาโยนทิ้งตามคำสั่งพ่อแม่เขา แต่ถ้าแกสู้... แกจะเป็นคนเดียวที่กุมอำนาจทุกอย่างในตระกูลของเขา ” ​“ นลินจะสู้ยังไงคะ ในเมื่อตอนนี้ทุกคนเกลียดนลินหมดแล้ว ” ​“ เกลียดน่ะดี เพราะมันแปลว่าเขากลัวแก ” แม่หยิบซองยาบางอย่างออกจากกระเป๋าผ้าใบเล็ก ส่งให้นลิน “ ใช้อาวุธของผู้หญิงที่โอมจะปฏิเสธไม่ได้สิลูก... ความอ่อนแอ ความน่าสงสาร หรือแม้แต่ ‘เลือดเนื้อเชื้อไข’ ของเขาเอง ” ​นลินจ้องมองซองในมือด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิง ความเป็นคนในใจกำลังกรีดร้อง แต่ความแค้นและความอยากเอาชนะที่ถูกปลูกฝังมาโดยแม่กลับดังกว่า ​“ โอมเป็นคนใจอ่อน นลิน... ยิ่งเขาถูกบังคับให้ทิ้งแก เขาก็ยิ่งจะเจ็บปวดและโหยหาแก แกต้องทำตัวเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำจากครอบครัวเขา ทำให้เขาเห็นว่าการที่เขาเลือก ‘ความถูกต้อง’ มันคือกริชที่แทงใจแกจนตาย ” แม่ลูบหัวนลินเบาๆ “ สู้เพื่อตัวแก สู้เพื่อแม่ อย่าให้ใครมาตราหน้าว่าเราเป็นได้แค่ขยะข้างทาง ” ​นลินเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหม่นแสงเพราะความท้อแท้เริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแน่วแน่ เธอเก็บสร้อยคอที่มีแหวนเงินกลับเข้าไปใต้เสื้อตามเดิม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความรัก แต่มาจากความต้องการที่จะเอาชนะ ​“ ค่ะแม่... นลินจะไม่ยอมแพ้ นลินจะทำให้งานแต่งงานที่ริมทะเลนั่น กลายเป็นงานแต่งของนลินเอง” ​ในคืนนั้น นลินไม่ได้รอให้โอมมาหาเพื่อจะจากลา แต่เธอเริ่มร่างข้อความทิ้งไว้ในแอปพลิเคชันลับ ข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและร่องรอยของการลาจากที่จงใจทิ้งร่องรอยไว้ให้โอมต้องกระวนกระวายจนแทบคลั่ง...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD