ตอนที่ 2
เช้าวันจันทร์ที่ออฟฟิศบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉงของการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ แต่สำหรับ นลิน วันนี้มันคือการประกาศสงครามประสาทในรูปแบบที่นิ่งสงบที่สุด เธออยู่ในชุดสูทพอดีตัวสีเทาอ่อนที่ดูเป็นมืออาชีพแต่กลับขับเน้นรูปร่างให้ดูโดดเด่นอย่างเลี่ยงไม่ได้
เสียงรองเท้าส้นสูงของ แพร กระทบพื้นหินอ่อนดังปังๆ มาแต่ไกล แพรไม่ได้มาเพื่อธุระการงาน แต่เธอมาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของในพื้นที่ที่เธอคิดว่า นลิน กำลังรุกล้ำ
" กาแฟได้แล้วค่ะท่านประธาน " นลินเอ่ยเสียงเรียบพลางวางถ้วยกาแฟดำกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะทำงานของ โอม จังหวะที่เธอโน้มตัวลง เธอจงใจให้ปลายผมเฉียดผ่านไหล่ของโอมเบาๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมที่โอมชอบจางๆ และนั่นคือวินาทีเดียวกับที่แพรผลักประตูห้องทำงานเข้ามาโดยไม่เคาะ
" โอมคะ! วันนี้เรามีนัดคุยเรื่องลิสต์แขกงานแต่งกับคุณแม่นี่นา ทำไมโอมยังนั่งหน้านิ่งอยู่อีก " แพรชะงักฝีเท้า สายตาเหลมองไปที่นลินที่ยังคงยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของโอม "อ้าว... เลขาฯ คนเก่งยังอยู่ตรงนี้อีกเหรอ ฉันนึกว่าส่งกาแฟเสร็จแล้วจะรีบออกไปทำหน้าที่ ‘ ซัพพอร์ต ’ อย่างอื่นต่อข้างนอก" น้ำเสียงแพรกล่าวเฉียดเฉือนอยุ่ในที
โอมเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขามองนลินแวบหนึ่งด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง... สายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา " แพรครับ นี่มันเวลาทำงาน แล้วนลินเขากำลังสรุปรายงานการประชุมให้ผมอยู่ " โอมกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
" รายงานการประชุม หรือรายงานเรื่องส่วนตัวกันแน่คะ? " แพรเดินเข้ามากอดแขนโอมอย่างแสดงตัวตน พลางมองเหยียดนลิน " นลิน... เธอทำงานที่นี่มานานเท่าไหร่แล้วนะ? 1 ปี หรือ 2 ปี ฉันว่าสถานะเลขาฯ มันดูจะไม่ค่อยเหมาะ กับเธอ แบบมัน ‘ใกล้ชิด’ เกินไปหน่อยไหม สำหรับเพื่อนเก่าที่รู้ไส้รู้พุงกันขนาดนี้ "
นลินไม่ถอยหนี เธอคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก " หน้าที่เลขาฯ ของนลินคือการดูแลทุกอย่างที่ท่านประธานต้องการค่ะคุณแพร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน...ส่วนตัว หรือเรื่องที่ท่านประธาน ‘ไม่สบายใจ’ นลินก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย ให้สมกับที่ท่านประธานเรียกใช้ "
" นลิน! " โอมปรามเสียงเข้ม แต่ลึกๆ เขากลับไม่กล้าสบตานลินตรงๆ
" นลินขอประทานโทษค่ะคุณแพร ถ้าการทำหน้าที่ของนลินมันทำให้คุณแพรรู้สึกไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ " นลินจงใจเน้นคำว่าไม่มั่นคง " แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ นลินรู้ดีว่าตรงไหนคือที่ของนลิน... เหมือนกับที่โอมเขาก็รู้ดีว่า เวลาที่เขาต้องการความสบายใจจริงๆ เขาควรจะหันไปหาใคร "
แพรหน้าชาด้วยความโกรธ " เธอประชดฉันเหรอ! โอมดูสิคะ เลขาโอมพูดจาแบบนี้กับแพรได้ยังไง! แพรเป็นใคร นลินเป็นใคร โอมบอกนลินชัดเจนไหมคะเรื่องนี้ "
" นลิน ออกไปก่อน " โอมสั่งเสียงต่ำ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอึดอัด
" ค่ะท่านประธาน" นลินรับคำอย่างว่าง่ายเธอก้มหัวเล็กน้อยให้แพรอย่างมีมารยาทที่ดูจองหองที่สุด " อ้อ... โอมคะ เย็นนี้อย่าลืมทานยาแก้ปวดหัวที่นลินเตรียมไว้ให้ในลิ้นชักด้วยนะคะ นลินรู้ว่าโอมคงต้อง ‘ปวดหัว’ กับเรื่องงานแต่งอีกนาน "
นลินเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมคนทั้งสองในห้อง เธอรู้ดีว่าคำพูดของเธอคือยาพิษที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในใจของแพร และเป็นการเตือนโอมว่า... ต่อให้เขาจะมีแพรอยู่ข้างกายในฐานะคู่หมั้น แต่คนที่กุมความลับและความอ่อนแอของเขาไว้ทั้งหมด คือเลขาฯ ที่ชื่อนลินคนนี้คนเดียว
" โอมคะ แพรว่า โอมต้องจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาดนะคะ ไม่อย่างนั้น โอมคงรู้นะคะ ว่าจะมีอะไรตามมา " แพรเหมือนจะเอาเรื่องจริงมาข่มขู่โอมอยู่ในที
" ผมรู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร " โอมตอบแบบกังวลอยู่ในใจ
" ดีค่ะ ขอให้จัดการเร็วๆ ด้วยนะคะ ยิ่งเร็วยิ่งดี " แพรพยายามกดดันโอม
เสียงประตูปิดลงตามหลัง แพร ด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธระคนหวาดหวั่น แต่เพียงแค่เธอก้าวออกจากห้องทำงานของว่าที่เจ้าบ่าวออกมา ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงทันที
นลิน ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น... ที่โต๊ะทำงานหน้าห้องประธาน เธอไม่ได้กลับไปนั่งลงทำงานตามคำสั่งของโอม แต่นลินกำลังยืนนิ่ง สง่างาม และกำลังบรรจงใช้ทิชชูเช็ดหยดกาแฟที่อาจกระเด็นเปื้อนถาดเงินอย่างใจเย็น ราวกับว่าพายุอารมณ์ที่เกิดขึ้นข้างในห้องนั้นไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเธอเลย
" ยังหน้า..ด้าน...อยู่อีกเหรอ " แพรเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปหานลินจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ " เธอคิดว่าการที่โอมเขาไม่กล้าไล่เธอออกต่อหน้าฉัน มันแปลว่าเขาเลือกเธอหรือไง? "
นลินเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเวทนาที่ทำเอาแพรแทบคลั่ง " นลินไม่ได้คิดว่าเขาเลือกใครค่ะคุณแพร นลินแค่ทำหน้าที่ของนลินต่อ... หน้าที่ที่โอมเขาบอกว่า 'ขาดไม่ได้' คุณแพรน่าจะขอบคุณนลินนะคะ ที่ช่วยประคับประคองอารมณ์ของโอมให้คงที่พอที่จะคุยเรื่องงานแต่งกับคุณได้นานขนาดนี้ "
" นี่เธอ! " แพรเงื้อมือขึ้น หมายจะตบใบหน้าสวยนิ่งนั้นให้หายแค้น
" ตบสิคะ " นลินไม่หลบ แถมยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้น " ตบเลยค่ะคุณแพร แล้วรอยนิ้วมือของคุณบนหน้าเลขาฯ ของโอม จะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดที่โอมจะใช้เพื่อยกเลิกนัดลองชุดกับคุณในบ่ายวันนี้... คุณแพรอยากลองเสี่ยงดูไหมคะ ว่าโอมจะเลือกปลอบนลิน หรือเลือกไปลองชุดกับคนที่เพิ่งใช้กำลังในที่ทำงาน? "
มือของแพรสั่นระริก เธอจำต้องลดมือลงอย่างเจ็บใจ " เธอ..คือนางมารร้าย นลิน... เธอใช้ความสนิทเก่าๆ มาทำลายชีวิตคู่ของคนอื่น เธอไม่ละอายใจบ้างหรือไงที่ต้องแอบกินของเหลือจากคนอื่นแบบนี้! "
นลินขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา " ของเหลือเหรอคะ? สำหรับนลิน... โอมไม่เคยเป็นของเหลือ เพราะเขายังเป็น 'โลกทั้งใบ' ของนลินเหมือนเมื่อสามปีก่อน และที่สำคัญ... เขาก็ยังแบ่งปันโลกใบนั้นให้ฉันเสมอ แม้แต่ในวันที่เขาสวมแหวนหมั้นให้คุณ "
นลินขยับเข้าไปกระซิบข้างหูแพรเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน " คุณแพรได้นามสกุล ได้งานแต่งริมทะเล ได้คำชื่นชมจากสังคม... แต่หัวใจที่เต็นผิดจังหวะเวลาเห็นชื่อนลินโทรเข้าน่ะ โอมเขาให้ฉันคนเดียว คุณแพรเก็บ 'เปลือก' ไว้เถอะค่ะ ส่วน 'เนื้อใน' ที่แสนเปราะบางของเขา... นลินจะดูแลเอง "
แพรสะบัดหน้าหนีด้วยความขยะแขยง " สุดท้ายเธอก็เป็นได้แค่เลขาฯ เป็นได้แค่เงาที่ไม่มีวันได้ยืนข้างเขา จำใส่หัวไว้ด้วย! "
แพรสะบัดตัวเดินจากไป เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังราวกับจังหวะหัวใจที่เสียขวัญ นลินมองตามแผ่นหลังนั้นไปพลางถอนหายใจยาว ความสะใจในตอนแรกค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินลึกเข้าไปในอก
เธอก้มลงมองแหวนเงินที่สร้อยคอใต้เสื้อสูท... ชัยชนะต่อหน้าห้องทำงานเมื่อกี้มันช่างหอมหวาน แต่นลินรู้ดีว่ามันคือยาพิษเคลือบน้ำตาล เพราะต่อให้เธอจะต้อนแพรจนจนมุมแค่ไหน สุดท้ายเมื่อประตูห้องทำงานเปิดออกอีกครั้ง เธอก็ยังต้องขานเรียกเขาว่า 'ท่านประธาน' และเขาก็ยังต้องเรียกเธอว่า 'คุณเลขาฯ' ต่อไป... ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่มีวันเป็นของเธอ