ด้านลินดาที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงมาด้านล่าง แต่เธอก้ไม่เจอแฟนหนุ่มกลับมาก็ทำหน้าแปลกใจเพราะนี่แปดโมงแล้วแฟนเธอยังไม่มาเลย ทำให้เธอกดโทรศัพท์โทรหาเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อเขากลับบ้านผิดเวลา
“ฮัลโหลพี่บีม...ทำอะไรอยู่คะทำไมยังไม่กลับบ้านอีกคะ” ลินดามเอ่ยถามอย่างสงสัย
“อ่า...พอดีตอนนี้พี่ติดเคสคนไข้ที่โรงพยาบาลน่ะ วันนี้น่าจะออกเวรช้าหน่อย...อือ...” บีมรับสายของลินดา ในขณะที่เขานอนให้นักศึกษาแพทย์ขย่มอยู่บนตัวเขา
พลอยก็มองแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เธอก็ร่อนเอวแล้วขย่มใส่เขาแรงๆแล้วขมิบร่องสาวตอดรัดท่อนเอ็นของเขาแบบแกล้งๆ จนเขาเผลอครางออกมาตอนคุยกับแฟน
บีมก็ทำมือห้ามเธอแล้วบอกให้เธอหยุดก่อน แต่เธอกลับไม่ฟังแล้วขย่มต่อ จนเขานั้นต้องกัดฟันอย่างข่มความเสียวที่เธอกำลังทำให้เขา
“อ่อ งั้นก็ทำงานไปเถอะค่ะ ออกเวรแล้วก็ส่งข้อความมาละกันนะคะ..หนูก็จะออกไปทำงานแล้วค่ะ” ลินดาบอกไปแบบไม่เซ้าซี้อะไรเขา เพราะเขาทำงานเธอก็ไม่อยากจะกวน
“อื้อ....อืม...โอเคครับ แล้วพี่จะส่งข้อความไปบอก อือ..งั้นแค่นี้นะ พี่ต้องรีบทำงานต่อแล้วครับ...รักหนูนะ” บีมบอกไปแล้วกัดฟันแน่นเลย
“หนูก็รักพี่เหมือนกันค่ะ ไว้เจอกันตอนเย็นนะคะ...บ้ายบายค่ะ” ลินดาบอกไปก็กดวางสายไปทันที
พลอยได้ยินเขาบอกรักแฟนทั้งๆที่เธอขย่มท่อนเอ็นของเขาในตอนนี้ก็มองเขาแบบจดจ้อง เขากับเธอแบบนี้เขายังกล้าบอกรักแฟนของเขาอีก ช่างน่าสงสารแฟนของเขาจริงๆ
“หนูขย่มให้ขนาดนี้ยังจะบอกรักแฟนอีกนะคะ ใจร้ายจังเลยค่ะ...อ้ะ อ้ะ” พลอยพูดไป
“อ่า...ผมรักแฟนของผม แต่ผมไม่ได้รักคุณนิ...เราก็แค่สนุกกันเฉยๆคุณจะว่าผมใจร้ายได้ยังไง...อ่า...ซี๊ด..” บีมตอบเธอไปอย่างไม่สนใจ ในเมื่อเธอรู้ทั้งรู้ว่าเขามีแฟนแล้วแต่เธอก็ยังยอมมีอะไรกับเขาแบบลับๆ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความรู้สึกใดๆของเธอ
“พลอยก็พูดไปงั้นๆแหละค่ะ อย่าพูดถึงแฟนอาจารย์อีกเลยค่ะ ตอนนี้มีแค่เราสองคน พลอยอยากให้เราดื่มดำกับความสุขของเขาตอนนี้มากกว่า..” พลอยบอกเขาไป เพราะไม่อยากให้เขาคิดถึงแฟนตอนที่มีอะไรกับเธอ เธอจึงมองสบตากับเขาแล้วก็ขย่มไปด้วยสีหน้าร่านๆ
ส่วนบีก็เริ่มตดใจความร่านของเด็กสาวที่ขยันยั่วยวนแล้วก็ปลุกปั่นความต้องการของเขาให้ลุกโชน เขาก็เอามือจับเอวเธอยกขึ้น แล้วจับเธอนอนคว่ำแล้วดึงก้นงอนขึ้นสูง จากนั้นก็สอดใส่จากทางด้านหลังแล้วเขาก็กระแทกกระทั้นท่อนเอ็นใส่ร่องสาวของเธอไปแบบเมามันส์ จนเธอครางลั่นห้องเลยทีเดียว
ส่วนลินดาก็ไปทำงานของเธอตามปกติ และวันนี้ก็เป็นวันที่เธอจะเริ่มทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายห้องพักเป็นวันแรก เธอก็รู้สึกมีความสุขมากเพราะชีวิตของเธอก็ดีขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และเธอหวังว่าตัวเองจะใช้ความสามารถที่มีไต่เต้าไปจนถึงตำแหน่งที่สูงกว่านี้ได้
หลายวันต่อมา...
เซี่ยงไฮ้...ประเทศจีน คฤหาสน์ตระกูลไป๋
หลังจากที่ลู่ไห่หมิงพูดคุยและตกลงกับไป๋เหวินเรื่องที่จะให้ลูกชายและลูกสาวของพวกเขาแต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว ไป๋เหวินก็ตัดสินใจที่จะบอกเรื่องนี้กับลูกชายทั้งสองของเขา
“พ่อมีเรื่องสำคัญที่จะบอกพวกแก...โดยเฉพาะซ่งหลิน...เรื่องนี้มันเกี่ยวกับแกโดยเฉพาะเลย” ไป๋เหวินมองลูกชายทั้งสองก็เอ่ยพูดบอกไปด้วยสีหน้าจริงจัง
“เกี่ยวกับผมเหรอครับพ่อ เรื่องอะไรครับ” ซ่งหลินทำหน้าแปลกใจก็เอ่ยถามพ่อของเขาทันที
ส่วนซ่งเฉินผู้เป็นน้องชายก็มองแบบเงียบๆ เพราะเรื่องสำคัญที่พ่อจะพูดไม่เกี่ยวกับเขา ดังนั้นเขาก็ไม่รู้จะออกความคิดเห็นอะไร นอกจากรอดูว่าเรื่องสำคัญที่พ่อจะบอกเกี่ยวพี่ชายคือเรื่องอะไร
“พ่อกับไห่หมิงตกลงที่จะให้ลูกกับลู่หลิงแต่งงานกันปลายเดือนนี้” ไป๋เหวินบอกไปด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“อะไรนะครับพ่อ ทำไมพ่อต้องให้พี่ซ่งหลินแต่งงานกับพี่ลู่หลิงเขาแต่งงานกระทันกันแบบนี้ด้วยครับ...” ซ่งเฉินได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นแล้วทำพ่อด้วยความตกใจปนไม่พอใจไปด้วย เมื่อผู้หญิงที่เขาชอบมานานจะแต่งงานกับพี่ชายของเขาเอง
ซ่งหลินก็มองน้องชายเอ่ยถามพ่อด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแบบนั้นก็มองแบบจดจ้องเลย เพราะเขาควรจะเป็นคนที่ไม่พอใจสิ มันจะร้อนใจแทนเขาทำไมกัน
“คนที่จะแต่งงานเป็นฉันนะโว้ย คนที่ควรจะร้อนใจคือฉัน ไม่ใช่แกนะซ่งเฉิน...” ซ่งหลินว่าใส่น้องชาย
“อ่อ...พอดีผมตกใจน่ะ...ผมรู้ว่าพี่มีแฟนแล้วไง ผมก็ไม่อยากให้พี่ถูกบังคับแต่งงานแบบนี้ก็เท่านั้น พ่อเองก็รู้ไม่ใช่เหรอครับว่าพี่ซ่งหลินคบอยู่กับเร่อซีน่ะ ทำไมถึงไปตกลงให้พี่ซ่งหลินแต่งงานอีกล่ะครับ” ซ่งเฉินรู้ตัวว่าเขาออกนอกหน้าเกินไปก็รีบอธิบายไปทันที
“เพราะตอนนี้ตระกูลลู่ต้องการเกี่ยวดองกับตระกูลของเราเพื่อไม่ให้ตระกูลหนานและตระกูลหม่าล้ำเส้น หยางอี้เพื่อนของแกถูกจูหลงมันลอบฆ่าที่ประเทศไทย และตอนนี้ก็บาดเจ็บสาหัสอยู่ที่นั่น ไห่หมิงมันเลยใช้การแต่งงานของพี่ชายแกกับลูกสาว เพื่อคานอำนาจไม่ให้สองตระกูลนั้นกล้าบุ่มบ่ามไปมากกว่านี้” ไป๋เหวินอธิบายไป
“อะไรนะครับ หยางอี้มันถูกลอบฆ่าเหรอครับ....ถึงว่าทำไมผมติดต่อมันช่วงนี้ไม่ได้เลย ที่แท้เกิดเรื่องกับมันนี่เอง...แล้วมันปลอดภัยหรือยังครับพ่อ” ซ่งเฉินทำหน้าตกใจที่ได้รู้ว่าเพื่อนของเขาถูกทำร้ายก็รีบถามอาการของเพื่อนทันที
“ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่คงต้องรักษาตัวที่ประเทศไทยอีกสักระยะ ดังนั้นเราสองตระกูลต้องจัดงานแต่งงานครั้งนี้ให้เร็วที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจูหลงมันจะทำอะไรอีก...” ไป๋เหวินพูดไปแล้วทำสีหน้าเคร่งเครียด
“ลุงจูหลงจะทำอะไรตระกูลลู่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมที่ต้องไปแต่งงานเพื่อช่วยตระกูลลู่ด้วยล่ะครับพ่อ มันไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะไปยุ่งเลยด้วยซ้ำ” ซ่งหลินพูดไป เพราะเขาจะไม่ยอมแต่งงานกับลู่หลิงเพราะเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแน่
“พ่อรู้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา แต่ไห่หมิงเคยช่วยชีวิตพ่อไว้ และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พ่อต้องตอบแทนแล้ว และการที่ลูกแต่งงานกับตระกูลลู่ มันก็มีผลประโยชน์ทางธุรกิจของเราอีกมากมาย พ่อขอร้องลูกให้ทำเพื่อพ่อ เพื่อตระกูลของเราสักครั้งนะซ่งหลิน” ไป๋เหวินบอกไป
“ถ้าเรื่องอื่นผมพร้อมที่จะทำเพื่อพ่อและเพื่อตระกูลของเราครับ แต่เรื่องแต่งงานผมทำไม่ได้ครับพ่อ ผมมีผู้หญิงที่ผมรักแล้ว และผมก็จะไม่แต่งงานกับใครนอกจากเร่อซี...” ซ่งหลินพูดไปแบบมาดมั่น
“ถ้าพี่ซ่งหลินไม่อยากแต่ง พ่อก็ไม่ต้องไปบังคับพี่เขาหรอกครับ เดี๋ยวผมแต่งงานกับพี่ลู่หลิงเองครับพ่อ” ซ่งเฉินเห็นพี่ชายปฏิเสธก็ยิ้มออกมา ก่อนจะบอกไปแบบจริงจังเพราะเขาจะแต่งแทนพี่ชายเอง
“แกแน่ใจเหรอวะซ่งเฉิน ลู่หลิงอายุมากกว่าแกตั้งสี่ปีเลยนะ..แกจะมาแต่งงานแทนฉันจริงๆเหรอ” ซ่งหลินเห็นน้องชายยอมแต่งงานแทนก็แอบดีใจ ก่อนจะเอ่ยถามน้องชายไปแบบอดไม่ได้ ว่าจะยอมรับเรื่องอายุที่ห่างกันได้จริงๆเหรอ
“แน่ใจสิครับ ผมไม่สนใจเรื่องอายุของพี่ลู่หลิงเขา ผมยินดีแต่งงานกับเขาแทนพี่จริงๆ ” ซ่งเฉินบอกไปด้วยรอยยิ้ม เพราะโอกาสดีๆแบบนี้เขาไม่ปล่อยให้หลุดมือไปแน่
“ถ้าซ่งเฉินมันเต็มใจขนาดนี้ งั้นพ่อก็ให้ซ่งเฉินแต่งงานกับลู่หลิงแทนผมเลยครับ..” ซ่งหลินบอกผู้เป็นพ่อไป
“ไม่ได้...เพราะคนที่ลู่หลิงเลือกที่จะแต่งงานด้วยคือซ่งหลิน ไม่ใช่ซ่งเฉิน ดังนั้นพ่อเปลี่ยนตัวพวกแกไม่ได้” ไป๋เหวินบอกไป
“ทำไมพี่ลู่หลิงถึงเลือกพี่ซ่งหลิน...ไม่เลือกผม...” ซ่งเฉินเอ่ยออกไปแบบครุ่นคิด เพราะเขาสนิทสนมกับลู่หลิงมากกว่าพี่ชายของเขาซะอีก ทำไมเธอถึงไม่เลือกเขา
“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไห่หมิงมันบอกว่าลูกสาวมันต้องการแต่งงานกับซ่งหลินน่ะ” ไป๋เหวินบอกไป
“แต่ผมไม่แต่งครับพ่อ...ผมยังยืนยันคำเดิมครับ..ถ้าพ่ออยากจะให้งานแต่งงานนี้เกิดขึ้นก็ต้องพึ่งซ่งเฉินแล้วล่ะครับ” ซ่งหลินพูดไปแล้วเอามือกอดหน้าอกด้วยสีหน้าตึงๆ
“ตระกลูลู่ต้องการให้ตระกูลเราช่วยคานอำนวจจระกูลหนานกับตระกูลหม่า เพราะฉะนั้นพวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะแต่งงานกับใคร เราต่างหากครับที่ต้องเป็นฝ่ายเลือก...ผมจะเป็นคนแต่งงานกับพี่ลู่หลิงเองครับ เพราะผมชอบเขา” ซ่งเฉินพูดบอกไปแบบจริงจัง
“ห้ะ..นี่แกชอบลู่หลิงงั้นเหรอ” ไป๋เหวินทำหน้าตกใจที่ได้ยินลูกชายคนเล็กบอกว่าชอบลู่หลิง ซึ่งอายุมากกว่าตั้งหลายปีแบบนี้
“ครับพ่อ ผมชอบพี่ลู่หลิงมานานแล้วครับ ดังนั้นผมอยากจะแต่งงานกับเขาครับ..” ซ่งเฉินบอกไปตามตรง เพราะแบบนี้พ่อเขาถึงจะยินยอมช่วยเขา
“ฉันว่าแล้วเชียว ทำไมแกถึงยอมเสียสละอยากจะมาแต่งงานแทนฉันง่าย ที่แท้ก็ชอบเขานี่เอง...เฮ้อ...แบบนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อยไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร...” ซ่งหลินพูดไปด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าซ่งเฉินมันชอบลู่หลิงพ่อก็ช่วยน้องมันให้สมหวังหน่อยเถอะครับ..ก็แค่เปลี่ยนจากผมเป็นน้องก็แค่นั้นเอง ผมว่ายังไงตระกูลลู่ก็ต้องตกลงแน่นอนครับ” ซ่งหลินพูดเสริมไป
“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ ช่วยผมนะครับพ่อ ผมชอบพี่ลู่หลิงเขาจริงๆ..” ซ่งเฉินบอกไปแบบขอร้อง
“เออๆ แกพูดมาขนาดนี้แล้วฉันจะใจร้ายกับแกได้ยังไงล่ะ ในเมื่อแกชอบลู่หลิงพ่อก็จะให้แกแต่งงานกับเขา...พ่อจะไปคุยกับไห่หมิงอีกครั้ง..” ไป๋เหวินตอบรับคำขอของลูกชายไป เพราะถ้าลูกชายชอบเขาก็ยินดีที่จะเปลี่ยนตัว
“ขอบคุณครับพ่อ พ่อน่ารักที่สุดครับ...” ซ่งเฉินยิ้มออกมาอย่างดีใจ เมื่อพ่อของเขาตอบรับคำขอของเขา
“งั้นฉันก็ขอแสดงความยินดีกับแกล่วงหน้านะไอ้น้องชาย...ฮ่าๆ...” ซ่งหลินบอกน้องชายแล้วหัวเราะออกมาอย่างโล่งอกที่เขาไม่ต้องมารับหน้าที่แต่งงานในครั้งนี้แล้ว
“ขอบคุณครับพี่...” ซ่งเฉินยิ้มตอบแบบขอบคุณ แล้วเขายิ้มออกมาเมื่อคิดถึงวันที่เขาและลู่หลิงจะได้แต่งงานกัน