ประเทศไทย โรงพยาบาลที่หยางอี้รักษาตัว
หยางอี้ก็นอนรักษาตัวจนแผลของเขาเริ่มดีขึ้น แต่เขายังคงต้องนอนให้ยาฆ่าเชื้อจนกว่าจะครบหนึ่งอาทิตย์ ดังนั้นเขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนเซ็งๆอยู่ที่โรงพยาบาล
“เรื่องของแฟนลินดาที่ฉันให้แกไปจัดการตอนนี้เป็นยังไงบ้าง...มันตกหลุมพรางของเราหรือยัง” หยางอี้ถามซูหานไปแบบอยากรู้
“เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้มันมีความสัมพันธ์ลับๆกับหมอนักศึกษาที่มันดูแลอยู่ครับ และสี่วันมานี้มันก็ออกเวรแล้วไปที่คอนโดของผู้หญิงคนนี้ทุกวันเลยครับ จนมันแทบไม่ได้เจอกับคุณลินดาเลยนอกจากช่วงเย็นก่อนไปทำงานครับ” ซูหานรายงานไป
“อืม...ฉันก็นึกว่ามันจะซื่อสัตย์ซะอีก โดนผู้หญิงยั่วเข้าหน่อยก็หวั่นไหวแล้ว คนแบบมันไม่คู่ควรกับลินดาหรอก...คนอย่างฉันต่างหากที่คู่ควรน่ะ..” หยางอี้พูดไปแล้วยิ้มมุมปากออกมา
“คนเลวแบบนายน่ะเหรอครับ ผมว่าก็ยังไม่คู่ควรกับคุณลินดาเขาอยู่ดี...เขาออกจะจิตใจดีแบบนั้น ไม่น่าจะเจอคนแบบนายเลยครับ...อยู่ดีๆก็มีคนมาทำลายความรักซะงั้น” ซูหานพูดไปแบบหยอกๆ
“แกจะจิกกัดฉันให้ได้เลยใช่ไหมวะซูหาน...ถึงฉันจะเลวแต่ฉันก็เลวเพราะอยากได้เขาโว้ย คนจิตใจดีๆแบบเขาน่ะควรจะมีผัวแบบฉันนี่แหละ” หยางอี้พูดไป
“ครับๆ ถ้าเขาเลิกกับไอ้หมอนี่แล้ว นายก็น่าจะสมใจแล้วล่ะครับ” ซูหานบอกไป
“อืม งั้นแกไปจัดการแผนขั้นต่อไปได้เลย มันถึงเวลาที่ลินดาควรจะรู้ว่าแฟนนอกใจแล้วล่ะ..” หยางอี้บอกไปด้วยรอยยิ้มร้ายๆ
“ครับ ผมบอกผู้หญิงคนนั้นให้เริ่มแผนไปแล้วครับ ก็นายบอกผมว่าให้เวลาผมแค่อาทิตย์เดียวนิครับ ผมก็เลยจัดการไปแล้ว วันนี้คุณลินดาได้รู้แน่ครับ...แต่ถ้าเธอรักไอ้หมอนี่แล้วไม่ยอมเลิกจะทำยังไงต่อครับ” ซุหานบอกไป แล้วเอ่ยถามอย่างต้องการความคิดเห็น
“ไม่มีใครโง่อยู่กับผู้ชายที่นอกใจตัวเองได้หรอก...ยังไงเขาก็เลิกกับมันแน่” หยางอี้พูดไป
“นายไม่เคยมีความรักจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าเขาจะไม่ยอมโง่น่ะ ไม่เคยได้ยินเหรอครับว่าความรักทำให้คนตาบอด บางทีอาจจะยอมโง่เพราะคนที่รักก็ได้ครับ อีกอย่างสองคนนี้คบกันมาตั้งห้าปีไอ้หมอนี่มันพึ่งจะมามีคนอื่น ผมว่ามีสิทธิที่คุณลินดาเขาจะให้อภัยมันนะครับ” ซูหานบอกไปอย่างอดไม่ได้
“แกก็เติมเชื้อไฟหน่อยสิวะ...ทำให้ลินดาไม่กล้ากลับไปคืนดีกับมัน...เอาเรื่องที่ไอ้หมอนี่มีคนอื่นไปปล่อยที่ทำงานของลินดาด้วย แบบนี้ก็น่าจะทำให้เขาอายจนไม่อยากจะกลับไปคืนดีกับไอ้หมอนี่แล้วล่ะ” หยางอี้บอกไป
“กริ้งๆ..กริ้งๆ...เฮ้อ...ซ่งเฉินมันโทรมา..นายไปจัดการตามที่ฉันบอกไป..” เสียงโทรศัพท์ของหยางอี้ดังขึ้น เขาก็หยิบมาดู พอเห็นว่าเป็นเพื่อนโทรมาก็บอกลูกน้องทันที
“โอเคครับ ผมจะจัดการให้ครับ” ซูหานบอกไป ก็เดินออกไปจากห้องพักทันที
“ฮัลโหล...มีอะไรวะ” หยางอี้รับสายแล้วพูดไป
“ยังพูดเสียงดังฟังชัดแบบนี้แสดงว่าแกไม่ได้โคม่านี่หว่า..ฉันก็อุตส่าห์เป็นห่วงแกแทบแย่ ทำไมไม่บอกฉันวะว่าแกถูกลอบฆ่าน่ะ” ซ่งเฉินพูดกับเพื่อนหนุ่ม
“ถ้ามันยิงถูกจุดสำคัญล่ะก็ ฉันก็คงไม่ได้มาคุยกับแกแบบนี้หรอก ที่ฉันไม่บอกเพราะฉันรู้ว่าแกต้องรู้เองไงล่ะ...” หยางอี้ตอบไปแบบกวนๆ
“ยังจะมากวนตีนอีกนะแกเนี่ย...แกรู้เรื่องที่พ่อแกจะให้พี่สาวแกแต่งงานกับพี่ชายฉันหรือยัง” ซ่งเฉินถามเพื่อนไป
“อืม...รู้แล้ว...ทำไมวะ...แกจะมาเป็นพี่เขยของฉันแทนพี่ชายแกงั้นเหรอ” หยางอี้ตอบไปก็ถามกลับอย่างรู้ว่าเพื่อนเขาต้องไม่ยอมแน่ๆ เลยถามไปแบบเดาๆว่าใช่ไหม
“ก็เออสิวะ ฉันชอบพี่สาวแกมาตั้งนาน ฉันจะให้เขากลายมาเป็นพี่สะใภ้ฉันได้ยังไงวะ ฉันให้พ่อของฉันไปคุยกับพ่อของแกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าพี่ลู่หลิงเขาจะยอมหรือเปล่า” ซ่งเฉินพูดไป
“พี่สาวฉันต้องไม่ยอมแต่งกับเด็กกะโปโลแบบแกอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพี่สาวฉันเขามองแกเป็นน้องชาย ไม่ได้มองแกเป็นผู้ชายที่จะมาเป็นสามีเขานะโว้ย แต่สถานการณ์ของครอบครัวฉันตอนนี้ยังไงก็ต้องแต่งงานกับตระกูลของแก ดังนั้นพี่สาวฉันก็น่าจะไม่ปฏิเสธ” หยางอี้บอกไปตามสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
“ฉันจะใช้การแต่งงานครั้งนี้ทำให้พี่ลู่หลิงรักฉันให้ได้...ที่ผ่านมาฉันไม่กล้าแสดงความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขา แต่หลังจากนี้ฉันจะไม่ปิดบังอีกแล้ว ฉันจะทำให้เขารู้ว่าฉันชอบเขา” ซ่งเฉินบอกไปแบบมาดมั่น
หยางอี้ได้ยินแบบนี้ก็รู้ว่าถ้าพี่สาวของเขาแต่งงานกับซ่งเฉินแล้ว เพื่อนของเขาต้องดูแลพี่สาวเขาอย่างดีแน่ๆ และถ้ามันทำให้พี่สาวเขารักมันได้ มันก็จะดีมากๆ เขาก็ควรจะช่วยส่งเสริมถึงจะถูก
“อืม...แกควรจะทำมาตั้งนานแล้วล่ะ ฉันเอาใจช่วย ทำให้พี่สาวฉันรักให้ได้ล่ะ แล้วฉันจะรีบกลับไปให้ทันงานแต่งงานของแกกับพี่สาวของฉัน” หยางอี้บอกไป เพราะกำหนดแต่งงานคือปลายเดือนนี้
“แกไม่ได้เป็นอะไรมากนิวะ ทำไมไม่รีบกลับมาวะ อยู่ที่นั่นแกจะยิ่งเป็นอันตรายนะโว้ย” ซ่งเฉินพูดไป
“พวกมันคิดว่าฉันตายไปแล้ว ถ้าฉันรีบกลับไปตอนนี้พวกมันก็คงจะส่งคนมาฆ่าฉันอีก ฉันเลยอยากจะรักษาตัวให้หายดีก่อนแล้วค่อยกลับไป ก็น่าจะตอนแต่งงานแกกับพี่สาวฉันพอดี ถึงตอนนั้นฉันจะพาเมียฉันไปให้แกรู้จักด้วย...” หยางอี้บอกไปด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวนะ แกไปมีเมียตอนไหนวะ..ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลยวะ” ซ่งเฉินทำหน้าตกใจก็รีบถามเพื่อนทันที
“เขายังไม่ใช่เมียฉันตอนนี้ แต่อีกไม่นานเขาใช่แน่ๆ...ฉันกำลังพยายามจับเขาทำเมียอยู่ ไว้กลับไปแกก็เห็นเองแหละ...สวย น่ารักสุดๆเลยนะโว้ย” หยางอี้บอกไปแบบชื่นชอบลินดาสุดๆ
“แกเนี่ยนะจะจับผู้หญิงทำเมีย...จะทำเป็นเหรอวะ ฮ่าๆ...ฉันไม่เห็นแกจะพิศสวาทผู้หญิงคนไหนเลยนะ” ซ่งเฉินแซวเพื่อนไปแบบขำๆ
“ไอ้นี่วอนซะแล้ว ฉันไม่สนใจใครก็ไม่ได้หมายความว่าฉันทำไม่เป็นนะโว้ย เดี๋ยวฉันก็บอกพี่สาวฉันให้ไปแต่งานกับคนอื่นซะเลยนี่” หยางอี้ตอบกลับเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ ที่มันมาแซวเขาแบบนี้
“อย่านะโว้ย ฉันแค่แซวแกเล่นขำๆเองน่า..ในเมื่อแกเจอคนที่ถูกใจก็ดี ฉันรอดูว่าเมียที่แกกำลังพยายามจับอยู่เนี่ยจะสวยและน่ารักแบบแกพูดไหม...” ซ่งเฉินพูดไป
“เออ แกรอดูได้เลย...เจอกันงานแต่งของแกกับพี่สาวฉันละกัน...” หยางอี้บอกเพื่อนไป
“อืม...แล้วเจอกัน หายไวๆนะโว้ย..มีเรื่องอะไรก็บอกฉันด้วยนะ อย่าให้ฉันมาร็ทีหลังแบบนี้ฉันเป็นห่วงแกนะโว้ย” ซ่งเฉินบอกไปแบบเป็นห่วง
“เออ ฉันบอกแกแน่ แค่นี้แหละ ฉันจะพักผ่อนแล้ว” หยางอี้บอกไปก็กดวางสายของเพื่อนไปทันที
ด้านลินดาก็ไม่ได้ไปทำงานเพราะเป็นวันหยุดของเธอ เธอจึงมาทำอาหารรอแฟนหนุ่มของเธอที่ยังไม่กลับจากที่ทำงาน เพราะหลังๆมานี้เขาออกเวรช้าแทบทุกวันเลย จนเธอแทบไม่ได้เจอเขาในช่วงเช้าเลยในสามสี่วันที่ผ่านมา และวันนี้เธอก็นั่งรอเขาจนเกือบเที่ยง เธอก็เห็นเขาขับรถเข้ามา
“ลินดาไม่ได้ไปทำงานเหรอเนี่ย...แม่ง...ทำไงดีวะ...” บีมขับรถเข้ามาแล้วเห็นรถของลินดาจอดอยู่ในบ้าน เขาก็รู้ทันทีว่าเธอไม่ได้ออกไปทำงาน เขาก็จอดรถแล้วก็พยายามทำตัวตามปกติ จากนั้นก็ลงจากรถทันที
“กลับมาแล้วเหรอคะพี่บีม...ทำไมวันนี้ออกเวรช้าอีกแล้วล่ะคะ...” ลินดาเดินออกมาหาเขาแล้วถามไป เพราะปกติเขาไม่น่าจะอยู่เวรยิงยาวแบบนี้
“พอดีมีเคสหนักเข้ามาน่ะสิ พี่ก็เลยปลีกตัวออกมาไม่ได้ อาทิตย์นี้งานหนักหน่วงจริงๆ...พี่เหนื่อยจะแย่แล้วเนี่ย ขอกำลังใจหน่อยสิครับ....พรึบ...” บีมบอกไปก็เข้าไปกอดอ้อนเธอทันที
“เดี๋ยวเพื่อนพี่ก็กลับมาแล้ว พี่ก็ไม่ต้องอยู่เวรดึกแล้วล่ะค่ะ อดทนหน่อยนะคะ..อีกแค่ไม่กี่วันเองค่ะ” ลินดายิ้มออกมาแล้วโอบกอดเขาอย่างอ่อนโยน
“อืม...พี่ก็อดทนอยู่นี่ไงครับ พี่อยากจะมีเวลาอยู่กับเราจะแย่แล้ว...ไม่ได้นอนกอดเรามาตั้งหลายวันแล้ว คิดถึงมากเลย” บีมบอกไปแล้วมองสบตากับเธอ
“วันนี้หนูไม่ได้ไปทำงาน หนูให้พี่บีมนอนกอดหนูได้ทั้งวันเลยค่ะ...” ลินดาบอกไปก็เอามือจับแขนของเขาแล้วลูบเบาๆแบบส่งซิกว่าเธอพร้อมสนุกกับเขาแล้ว
“ได้ยินแบบนี้แล้วใจฟูเลย แต่ว่าพี่ทำงานมาเหนื่อยแล้วน่ะสิ คงทำได้แค่นอนกอดเราจริงๆแล้วล่ะ” บีมบอกไป เพราะเขาพึ่งมีอะไรกับพลอยมาแล้วก็โดนเด็กสาวรีดน้ำไปตั้งสองรอบแล้ว เขาไม่มีน้ำให้ลินดารีดอีกแล้ว คงต้องรอช่วงบ่ายเขาถึงจะต่อได้อีกครั้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นพี่บีมไปทานข้าวก่อนเถอะค่ะ หนูทำอาหารรอพี่ตั้งแต่เช้าแล้ว แต่พี่กลับช้างั้นเดี๋ยวหนูไปอุ่นอาหารให้นะคะ พี่ไปอาบน้ำก่อนก็ได้ค่ะ เสร็จแล้วค่อยลงมากิน” ลินดาบอกไปอย่างอ่อนโยน
“โอเคครับ น่ารักที่สุดเลย งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะครับ แล้วพี่จะรีบลงมา...จุ๊บ...” บีมบอกไปก็จุ๊บปากลินดาอย่างรักใคร่ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในบ้านแล้วขึ้นชั้นบนทันที