เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน คฤหาสน์ตระกลูลู่
หลังจากที่ลู่ไห่หมิงตกลงที่จะให้ลูกสาวแต่งงานกับลูกชายคนโตของไป๋เหวินนั้น ตอนนี้ทางไป๋เหวินก็ขอเปลี่ยนเป็นลูกชายคนรองแทน เพราะลูกชายคนโตมีคนรักอยู่แล้วและไม่ยอมที่จะแต่งงานกับลู่หลิง ทำให้ไห่หมิงจำต้องตอบรับยอมให้ลูกสาวของเขาแต่งงานกับซ่องเฉินลูกชายคนรองของไป๋เหวินแทน
“หนูไม่อยากแต่งงานกับซ่งเฉินค่ะพ่อ เขาอายุน้อยกว่านี้ตั้งสี่ปีเลยนะคะ อีกอย่างเขาก็เป็นเพื่อนกับหยางอี้ด้วย และก็หนูเห็นเขาเป็นแค่น้องชายเท่านั้น หนูจะแต่งงานกับเขาได้ยังไงคะ หนูบอกพ่อแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าหนูจะแต่งงานกับซ่งหลิน...” ลู่หลิงพูดไปด้วยเสียงเข้ม
“พ่อรู้ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ไป๋เหวินบอกว่าซ่งหลินมีคนรักแล้วและเขาก็ไม่ยอมแต่งงานกับลูก ไป๋เหวินจึงเสนอให้ลูกแต่งงานกับซ่งเฉินแทน..ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกแล้วนะลูก ไม่ว่ายังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับตระกูลไป๋ เราถึงจะคานอำนาจของสองตระกูลนั้นเอาไว้” ไห่หมิงบอกลูกสาวไปด้วยเสียงอ่อน
“หนูรู้ค่ะ แต่ซ่งเฉินเขาเห็นด้วยเหรอคะกับการแต่งงานของหนูกับเขา ” ลู่หลิงถามไปอย่างอยากรู้
“อืม ไป๋เหวินบอกว่าซ่งเฉินยินดีที่จะแต่งงานกับลูก” ลู่หมิงบอกลูกสาวไปตามตรง
“งั้นหนูจะไปคุยกับเขาค่ะ การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นแค่การแต่งงานในนามเท่านั้น...หนูกับเขาจะไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ” ลู่หลิงพูดไปแล้วเดินออกไปทันที เพราะเธอมองเขาเป็นแค่น้องชาย ดังนั้นเธอจะแต่งงานกับเขาแค่ในนามเท่านั้น
“ลู่หลิง...กลับมาก่อน...ลู่หลิง...” เสียงของไห่หมิงร้องเรียกลูกสาว แต่เธอก็ไม่หันกลับมาเลย
“เฮ้อ..ยังฟังพ่อพูดไม่จบเลยจะรีบออกไปทำไมกัน...เราจะแต่งงานกันในนามได้ยังไงล่ะ ในเมื่อข้อแลกเปลี่ยนที่ตระกูลไป๋เสนอมาคือลูกต้องมีทายาทกับตระกูลไป๋น่ะ...” ไห่หมิงพูดออกไป เพราะนี่คือข้อเสนอที่ไป๋เหวินเพิ่มเข้ามาในการแต่งงานครั้งนี้ ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้บอกลูกสาวเลย ลูกสาวเขาก็หุนหันพันแล่นออกไปซะก่อน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา บริษัทไป๋หม่าเค่ออินดัชทรี่
ลู่หลิงก็ขับรถมาหาซ่งเฉินที่บริษัทของเขา แล้วเธอก็มุ่งตรงขึ้นไปชั้นผู้บริหารแล้วเข้าไปที่ห้องทำงานของเขาทันที จนซ่งเฉิงและเลขาของเขาตกใจที่อยู่ๆมีคนเข้ามาพรวดพลาดแบบนี้
“ออกไป..ฉันมีเรื่องจะคุยกับเจ้านายของนาย...” ลู่หลิงบอกไปด้วยสีหน้าตึงๆ แล้วเธอก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับซ่งเฉิน
“อ่อครับ...” เล่อคังเลขาของซ่งเฉินก็รีบตอบรับแล้วเดินออกไปทันที
ซ่งเฉินก็มองลู่หลิงด้วยรอยยิ้มมุมปาก เพราะช่างสวยและน่าหลงใหลจริงๆแม้กระทั่งเธอทำหน้าตึงๆใส่เขาแบบนี้ ดูท่าเธอคงจะมาคุยกับเขาเรื่องแต่งงานแน่ๆ
“ทำไมอยู่ๆถึงมาหาผมแบบนี้ล่ะครับ คุณว่าที่ภรรยา...” ซ่งเฉินก็พูดทักทายเธอด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“นายอย่ามาพูดจาแบบนี้กับฉันนะ เรื่องแต่งงานของเรา ทำไมนายต้องรับปากแต่งงานแทนพี่ชายนายด้วย” ลู่งหลิงได้ยินแบบนั้นก็มองเขาแบบดุๆแล้วพูดออกไปด้วยเสียงเข้ม
“ก็เพราะพี่ชายของผมเขามีคนรักแล้วไงและเขาก็ไม่อยากจะแต่งงานกับพี่...ผมก็เลยเสนอตัวมาเป็นสามีให้พี่ ไม่ดีเหรอครับ..” ซ่งเฉินบอกไปแล้วมองเธอด้วยสีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์
“ดีกับผีน่ะสิ นายอย่าเอาเรื่องแต่งงานนี่มาทำเป็นเรื่องเล่นๆได้ไหม” ลู่หลิงบอกเขาแบบจริงจัง
“ผมไม่ได้มองว่าเรื่องแต่งงานของเราเป็นเรื่องล้อเล่นนะครับ ตอนนี้ตระกูลลู่ต้องแต่งงานกับตระกูลของผมเท่านั้น ถึงจะสามารถคานอำนาจไม่ให้ตระกูลหนานกับตระกูลหม่ากล้าทำร้ายตระกูลลู่ไปมากกว่านี้ ถ้าพี่ชายผมไม่ยอมแต่งกับพี่ ก็มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพี่ได้...ผมก็ยินดีที่จะช่วยพี่แล้วนี่ไงครับ พี่น่าจะดีใจถึงจะถูกสิครับ ไม่ใช่มาโมโหผมแบบนี้” ซ่งเฉินพูดไป
“ก็นายมันน่าโมโหนิ เฮ้อ...ยังไงฉันเลี่ยงการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้ ถ้าพี่ชายของนายไม่ยอมแต่งงานกับฉันจริงๆ ฉันก็คงต้องแต่งงานกับนายแล้วล่ะ...แต่จะเป็นการแต่งงานแค่ในนามเท่านั้น...” ลู่หลิงพูดบอกไปแบบจริงจัง เพราะเขาเสียสละช่วยเธอ เธอก็จะไม่กักขังอิสระของเขาที่จะไปแต่งงานกับคนที่รักในอนาคต
“แต่งงานกันแค่ในนามเหรอครับ...” ซ่งเฉินทำหน้าขมวดคิ้วทันที เพราะเขาให้พ่อคุยเรื่องข้อเสนอให้เธอมีลูกกับเขาแล้วนิ ทำไมเธอถึงมาพูดเรื่องแต่งงานในนามกับเขากัน หรือว่าเธอยังไม่รู้ ซ่งเฉินคิดในใจ
“ใช่..ตอนนี้นายแต่งงานกับฉันเพราะช่วยตระกูลของฉัน ดังนั้นเราสองคนจะเป็นแค่สามีภรรยากันแค่ในนามเท่านั้น ถ้าอีกหน่อยนายเจอผู้หญิงที่ตัวเองรัก แล้วอยากจะแต่งงานด้วย ฉันยินดีที่จะหย่าให้นาย” ลู่หลิงบอกไปแบบไม่เห็นแก่ตัวกับเขา
“หึ...ถ้าพี่ต้องการที่จะหย่ากับผม พี่ต้องมีทายาทกับผมถึงห้าคนเลยนะครับ แล้วถ้าเราเป็นแค่สามีภรรยากันแค่ในนาม เราคงไม่ได้หย่ากันหรอกนะครับ” ซ่งเฉินยิ้มมุมปากแล้วพูดบอกเธอไป เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ งั้นเขาจะบอกให้ละกันว่าการแต่งงานครั้งนี้ มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรที่เขาใช้มัดเธอให้เป็นเมียของเขา
“อะไรนะ..ฉันต้องมีทายาทกับนายถึงห้าคนเลยเหรอ...ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย” ลู่หลิงทำหน้าตกใจแล้วถามด้วยสีหน้าอึ้งๆ
“คุณลุงน่าจะยังไม่ได้บอกพี่มั้งครับ ว่าการแต่งงานของเราสองคนครั้งนี้จะต้องมีทายาทของสองตระกูล และถ้าเราจะหย่ากัน ต้องมีทายาทอย่างน้อยห้าคน เราถึงจะหย่ากันได้...นี่คือข้อแลกเปลี่ยนในการแต่งงานครั้งนี้” ซ่งเฉินบอกเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะถ้าเธอคิดจะหย่ากับเขา เธอก็ต้องมีลูกกับเขาก่อนห้าคน แค่คิดเขาก็อดขำไมได้ เพราะกว่าจะมีลูกห้าคนได้ เขากับเธอต้องอยู่ด้วยกันอีกตั้งหลายปี เขาไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะทำให้เธอรักเขาไม่ได้
“นายรู้แบบนี้แล้วนายยังจะอยากแต่งงานกับฉันอีกเหรอ...นี่มันนรกสำหรับนายชัดๆเลยนะซ่งเฉิน...” ลู่หลิงเอ่ยถามเขาไป
“ใครบอกว่าเป็นนรกสำหรับผมล่ะครับ ผมว่ามันเป็นสวรรค์ของผมต่างหาก...อีกอย่างข้อเสนอที่ให้เรามีลูกด้วยกัน ผมก็เป็นคิดเอง..” ซ่งเฉินบอกเธอไปตามตรง เพราะหลังจากนี้เขาจะไม่ปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเธออีกแล้ว
“นายทำแบบนี้ทำไม..ฉันไม่เข้าใจ” ลู่หลิงมองซ่งเฉินที่ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ใส่เธอก็เอ่ยถามเขาอย่างอยากรู้ ว่าเขาทำแบบนี้เพราะอะไร
“เพราะผมชอบพี่ไงครับ...และผมก็เต็มใจที่จะแต่งงานกับพี่...เป็นสามีของพี่...เป็นพ่อของลูกๆพี่...” ซ่งเฉินบอกเธอไปตามตรงแล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้มโล่งอกที่ได้บอกเธอไป
ลู่หลิงได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าอึ้งและตกใจกับสิ่งที่ได้ยินมาก นี่เขาชอบเธองั้นเหรอ เธออายุมากกว่าเขาตั้งหลายปีนะ หรือว่าซ่งเฉินแค่ล้อเล่นกับเธอเหมือนที่เขาชอบทำ
“นายอย่ามาพูดเล่นๆแบบนี้นะซ่งเฉิน ฉันจริงจัง ฉันอายุมากกว่านายตั้งสี่ปี นายจะมาชอบฉันได้ยังไง อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะ ฉันไม่สนุกด้วย...” ลู่หลิงตอบเขา
“ผมก็พูดกับพี่แบบจริงจังอยู่นี่ไงครับ ผมไม่ได้พูดออกไปแบบเล่นๆสักหน่อย ผมชอบพี่จริงๆ แล้วก็ชอบมานานมากๆแล้วด้วย และผมก็ไม่ได้สนใจว่าพี่จแก่กว่าผมเท่าไหร่ ผมสนใจแค่ว่าผมชอบพี่แค่นั้น...” ซ่งเฉินบอกไปแล้วยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
“แต่ว่าฉันไม่ได้ชอบนาย...สำหรับฉันนายก็เป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งเท่านั้น..ฉันไม่สามารถที่จะคิดกับนายไปไกลกว่านี้ได้..ดังนั้นการแต่งงานของเราครั้งนี้เรื่องลูก คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่” ลู่หลิงส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขาไปตรงๆ เพราะเธอคิดกับเขาแค่น้องชายไม่ได้คิดไปไกลกว่านั้น
“ยังไม่ลองเลยแล้วพี่จะรู้ได้ยังไงครับว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นน่ะ ตอนนี้พี่อาจจะมองผมเป็นแค่น้องชาย แต่ต่อไปผมจะทำให้พี่มองผมเป็นสามีของพี่เองครับ...” ซ่งเฉินได้ยินเธอพูดบอกแบบนั้นก็เจ็บจี๊ดเลยทีเดียว ก่อนจะพูดบอกไปแบบอดไม่ได้
“นายไม่มีทางเปลี่ยนใจฉันได้ง่ายๆหรอก...อย่าเสียเวลากับฉันเลย...ไปหาผู้หญิงที่อายุไล่เลี่ยกับนายเถอะ” ลู่หลิงพูดไป
“ไล่ผมไปหาผู้หญิงคนอื่นแบบนี้ ถ้าผมไม่แต่งขึ้นมา ตระกูลพี่จะเดือดร้อนเอานะครับ ผมว่าแทนที่พี่จะมาไล่ผมแบบนี้ ผมว่าเรามาลองดูกันดีกว่าครับว่าผมจะทำให้พี่เปลี่ยนใจได้หรือเปล่า...” ซ่งเฉินลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหาเธอ ก่อนจะหมุนเก้าอี้ของเธอให้หันหน้ามาหน้าเขา แล้วเขาก็โน้มตัวลงไปมองสบตากับเธอ
“จุ๊บ....อื้ม.....จุ๊บ....อือ....อื้ม....” ซ่งเฉินเอามือรั้งท้ายทอยเธอให้เงยหน้าขึ้นมาแล้วเขาก็จูบปากของเธอไปอย่างดูดดื่ม เขาก็เอาริมฝีปากดูดเม้มริมฝีปากของเธอแล้วบดจูบไปแบบเร่าร้อนเลย
“อื้อ....พรึบ....นายทำบ้าอะไรน่ะ...มาจูบฉันทำไมห้ะ” ลู่หลิงที่ถูกจูบนั้นก็เอามือดันหน้าอกของเขาแล้วถอยตัวออกมา ทำให้เธอเป็นอิสระจากจูบของเขา
“หึ...ผมแค่ทำให้พี่มองผมในมุมใหม่เท่านั้นเอง...จากนี้ไปพี่คงจะมองผมเป็นแค่น้องชายอีกต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะผมจะเป็นมากกว่านั้นให้ได้ จะว่าไปปากของพี่ก็หวานเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าอย่างอื่นจะหวานเหมือนปากหรือเปล่า” ซ่งเฉินยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเธออีกครั้ง แล้วเขาก็บอกไปด้วยรอยยิ้มยั่วๆ
ลู่หลิงได้ยินแบบนั้นก็หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายกับคำพูดของซ่งเฉิน เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะใจกล้าทำกับเธอแบบนี้ แถมยังพูดจากำกวมใส่เธออีก เด็กคนนี้มันบ้าเกินไปแล้ว
“ถอยไปนะ...นายมันบ้าไปแล้ว...ฉันไม่น่ามาคุยกับนายเลย” ลู่หลิงเอามือผลักตัวเขาออกไป แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนมองหน้าเขา
“ถ้าพี่ไม่มา พี่ก็ไม่รู้สิครับว่าผมชอบพี่อยู่...พี่เตรียมตัวให้ดีเถอะครับ ทันทีที่เราแต่งงานกัน ผมจะทำหน้าที่สามีของพี่อย่างเต็มที่เลย...” ซ่งเฉินพูดบอกเธอไปแบบมาดมั่น
“หน้าไม่อาย...นายมันหน้าด้านจริงๆ ฉันไม่คุยกับนายแล้ว...ไอ้เด็กบ้า...พรึบ..” ลู่หลิงด่าเขาอย่างอายๆ ที่เขาพูดแบบนั้นออกมา ก่อนจะเดินชนไหล่ของเขาแล้วเดินหนีออกไปทันที
“หึๆ...เด็กบ้าคนนี้แหละจะจับพี่ทำเมียให้ดู...” ซ่งเฉินมองตามเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ แล้วเขาก็พูดออกมาดมั่นเลยว่าเขาจะเอาเธอทำเมียให้ได้
ลู่หลิงที่ออกมาจากห้องทำงานของซ่งเฉินแล้วก็เอามือเช็ดที่ปากของตัวเองแล้วก็แลมองค้อนๆไปในห้องทำงานของเขา ที่ผ่านมาเธอคิดว่าเขาเป็นเด็กน่ารักมาตลอด ตอนนี้เธอต้องคิดใหม่ซะแล้ว เพราะเขามันเป็นไอ้เด็กหื่นที่จ้องจะเขมือบเธออยู่นี่เอง
“ไอ้เด็กบ้า....ทำไมฉันต้องมาแต่งงานกับนายด้วยนะ...” ลู่หลิงบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้ เพราะต่อให้เธอไม่อยากจะแต่งกับเขา แต่เธอก็ต้องแต่งอยู่ดีเพื่อความอยู่รอดของตระกูล
พูดถึงเรื่องนี้แล้วลู่หลิงก็นึกถึงพ่อของเธอทันที ก่อนจะรีบเดินทางกลับบ้านเพื่อไปคุยกับพ่อของเธอเกี่ยวเรื่องข้อตกลงในการแต่งงานครั้งนี้ ว่าเธอต้องมีลูกกับตระกูลไป๋แบบที่ซ่งเฉินพูดจริงๆไหม ถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะได้หาวิธีรับมือกับไอ้เด็กบ้านี่ให้ได้