ช่วยผมด้วย

3201 Words
หยางอี้ก็พยายามลุกขยับตัวมาหลบที่พุ่มหญ้าอย่างฮึดสู้สุดๆ เพราะแผลที่ถูกยิงก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว พอเจอแรงกระแทกตอนปลิวออกจากรถอีก ดีนะที่เขายังพอมีแรงอยู่ ไม่งั้นเขาตายแน่ อาจ้าวลงจากรถมาดูแล้วยิ้มมุมปากออกมาแบบชอบใจ เพราะตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเอาโทรศัพท์มากดโทรหาเจ้านายของเขาทันที “ฮัลโหลคุณเจ๋อหรานครับ...ผมจัดการมันเรียบร้อยแล้วนะครับ...ตอนนี้มันถูกไฟครอกตายในรถเรียบร้อยแล้วครับ” อาจ้าวรายงานไปตามตรง “อืม...ดูให้แน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆ แล้วก็เก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงเราได้ ” เจ๋อหรานบอกไป “ครับ...เดี๋ยวก่อนคุณเจ๋อหราน อย่าพึ่งวางครับ เงินค่าจ้างผมขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม....ไอ้หยางอี้มันฆ่าคนของผมไปหลายคนเลย แล้วก็มีคนที่บาดเจ็บอยู่ ผมต้องการเงินเพิ่ม” อาจ้าวบอกไป “ฉันจะโอนเข้าบัญชีให้ ตอนนี้พวกนายรีบเก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วรีบออกจากไทยซะ” เจ๋อหรานบอกไป “ครับ ผมเก็บกวาดเสร็จแล้วจะรีบไปคืนนี้เลยครับ คุณเจ๋อหรานไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้สาวไปไม่ถึงคุณเจ๋อหรานกับนายใหญ่หรอกครับ” อาจ้าวบอกไปด้วยรอยยิ้ม ขณะมองไฟที่ลุกโชนตรงหน้า “อืม...แค่นี้แหละ แล้วถ้าไม่จำเป็นอย่าติดต่อฉันมาอีก ฉันจะติดต่อนายไปเอง” เจ๋อหรานพูดจบก็วางสายไปทันที “หึ....ได้เงินแล้วผมก็ไปใช้เงินน่ะสิ...เห้ย..ไปกันเถอะ” อาจ้าวพูดจบก็ยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็บอกพวกลูกน้องแล้วกลับไปขึ้นรถ แบบไม่สนใจที่จะดูต่อ เพราะรถไฟไหม้แบบนี้จะให้เก็บกวาดยังไหว มันคงไม่เหลือซากให้เขาเก็บกวาดแล้วล่ะ อาจ้าวจึงขับรถออกไปทันที ด้านหยางอี้ที่หลบอยู่ก็ได้ยินที่คนร้ายพูดกับคนในโทรศัพท์ทุกอย่าง และเขาก็ได้ยินชื่อของคนที่มันโทรไปรายงานแบบชัดเจนเลย เขาไม่คิดเลยว่าคนที่ส่งคนมาทำร้ายเขาคือเจ๋อหราน ลูกชายของหนานจูหลงผู้เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเขา ดูเหมือนว่าการที่เขาต้องการถอนตัวออกจากธุรกิจผิดกฏหมายที่พ่อเขาทำร่วมกับหนานจูหลงไว้ จะกลายมาเป็นสาเหตุที่เขาถูกลอบฆ่าในวันนี้ ดูท่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองตระกูลจะถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว หยางอี้คิดไปแล้วก็พยายามลุกขึ้นมาแบบเจ็บๆ เขาก็มองไปรอบๆแล้วเห็นแสงไฟจากหมู่บ้านที่เขาขับรถหนีออกมา ซึ่งเขาได้ทิ้งซูหานไว้ที่นั่น และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าชยุทจะมาช่วยซูหานหรือยัง หยางอี้จึงเดินลัดเลาะข้างถนนกลับไปแบบระมัดระวัง เพราะกลัวว่าพวกคนร้ายจะกลับมาอีก เขาก็พยายามฝืนเอาตัวเองเดินไปแบบสู่สุดใจ แล้วตอนนี้เลือดที่หน้าท้องของเขาที่ถูกยิงมันก็ไหลออกมาจนเขาต้องกดแผลเอาไว้อย่างเจ็บปวด 22.30 น. หลังจากที่ลินดาทานข้าวกับฝ้ายและนิกเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขับรถมาส่งนิกที่หอพัก แล้วก็ไปส่งฝ้ายที่หมู่บ้านจัดสรรที่เป็นทางผ่านไปบ้านของเธอ “ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ลินดา..ขับรถกลับบ้านดีๆนะคะพี่..” ฝ้ายเอ่ยขอบคุณแล้วโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม “อืม...เราเข้าบ้านเถอะ มันดึกแล้ว...ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ...บ้ายบาย..” ลินดาโบกมือให้แล้วพูดบอกไป จากนั้นเธอก็กดกระจกขึ้น แล้วก็ค่อยๆขับรถออกจากหมู่บ้านของฝ้าย แล้วเธอก็ใช้ทางลัดไปยังหมู่บ้านของเธอที่อยู่อีกฝั่ง ซึ่งมันก็ไม่ได้เปลี่ยวมาก เพราะยังมีแสงไฟและบ้านคนอยู่ เธอก็ขับมาเรื่อยๆจนถึงทางเลี้ยวที่จะไปยังหมู่บ้านที่เธออยู่ เธอก็ร้องเพลงฮัมในรถไปแบบชิวๆแล้วก็เลี้ยวรถตามเส้นทางเข้าหมู่บ้าน แล้วอยู่ๆก็มีคนเดินมาตัดหน้ารถของเธอทำให้เธอมองด้วยความตกใจก่อนรีบเบรกรถทันที “เอี๊ยด!....อะไรน่ะ...ฉัน...ฉันชนคนเหรอ...” ลินดาเบรกรถแล้วมองด้านหน้าอย่างรนๆ เพราะเธอคิดว่าเธอน่าจะชนคนเข้าแล้ว ด้วยความตกใจเธอก็ลืมความปลอดภัยของตัวเอง รีบเปิดประตูรถลงไปดูด้านหน้ารถทันที ลินดาก็มองด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นผู้ชายนอนอยู่หน้ารถของเธอ พร้อมกับเสื้อสีขาวที่มีเลือดอยู่เต็มหน้าท้อง แถมสภาพใบหน้าของเขาก็เลอะเทอะไปหมด ลินดาก็รู้สึกหวาดกลัวมากเพราะเธอกลัวว่าเธอจะชนคนตาย “ช่วยผมด้วย...” เสียงของหยางอี้พูดออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวด เพราะเขาเดินมานานจนทนไม่ไหวแล้ว พอเห็นรถมาเขาจึงเดินเข้ามาหา โชคดีที่เธอไม่ได้ชนโดนเขาซ้ำไปอีก ไม่งั้นเขาคงตายแน่ๆ หยางอี้ก็มองดูผู้หญิงหน้าตาสวยตรงหน้าแบบจดจ้อง “คุณ...ฉันไม่ต้องตั้งใจนะ...คุณอย่าตายนะ...ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย...คุณอย่าเป็นอะไรนะ” ลินดาเข้าดูอาการของชายตรงหน้า แล้วเธอก็พูดบอกไปด้วยเสียงสั่น ก่อนจะพยายามค้นหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเธอออกมา “ไม่...ห้ามเรียกรถพยาบาล...ผมถูกยิงมา...ผมไปโรงพยาบาลไม่ได้” หยางอี้ยกมือที่เปื้อนเลือดของเขาไปจับมือเธอไว้แบบห้าม แล้วบอกไปตามตรง “ห้ะ ถะ..ถูกยิงเหรอ...คุณ..คุณไปทำอะไรผิดมาถึงถูกยิงมาแบบนี้...” พอได้ยินแบบนั้นลินดาก็ตกใจแล้วมองที่หน้าท้องของเขาทันที เธอก็ว่าอยู่ว่าเธอเบรกขนาดนี้ไม่น่าจะชนจนเขาเลือดตกหยางออกแบบนี้ได้ “ผมถูกคนลอบทำร้าย...ช่วยผม...แล้วผมจะตอบแทนคุณ...ผมสัญญา...” หยางอี้บอกไปด้วยสีหน้าจริงๆจัง และเขาก็หวังว่าเธอจะช่วยเขา “ฉันจะช่วยยังไงล่ะคุณ ฉันไม่ใช่หมอนะ..คุณถูกยิงมาแบบนี้แล้วฉันจะรักษาคุณได้ยังไงเล่า...ไปโรงพยาบาลเถอะคุณ..เลือดคุณออกขนาดนี้ ฉันกลัวคุณตายอ่ะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะเธอก็ไม่อยากให้ใครมาตายต่อหน้าต่อตาเธอแบบนี้ “พาผมไปที่ปลอดภัย แล้วผมจะให้คนของผมมารักษา...ได้โปรดช่วยผม...” หยางอี้บอกเธอไปเพราะเขาจะติดต่อเพื่อนของเขา ดังนั้นตอนนี้เขาแค่ต้องการที่ปลอดภัย “ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย ถ้าคุณเป็นโจรนี่ฉันจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแอบช่วยโจรเลยนะเนี่ย...โอ้ยเอาไงดีเนี่ย...” ลินดาพูดออกไปแล้วพยายามคิดพิจารณาว่าเธอควรจะตัดสินใจยังไง “โอ๊ย....อื้อ...” หยางอี้ก็ร้องออกมาแล้วเขาก็พยายามกดแผลเอาไว้อย่างเจ็บปวด จนตอนนี้หน้าของเขามันซีดไปหมดแล้ว “เฮ้อ..โชคดีของคุณนะที่มาเจอคนดีอย่างฉันน่ะ...เอาวะ จะคนดีหรือโจรชีวิตคนทั้งคนฉันก็ต้องช่วยนั่นแหละ....คุณลุกไหวไหม” ลินดาพูดไปแบบทนใจดำไม่ได้ เธอก็เอ่ยถามเขาทันที “อืม...คุณช่วยพยุงผมหน่อย...” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็ใจชื้นขึ้นมาทันที แล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้ม “งั้นก็ค่อยๆลุกนะคุณ...เอามือกดแผลเอาไว้...มาค่ะ...พรึบ...อื้อ....ตัวคุณหนักจังเลย..อือ....” ลินดาบอกไปก็เข้าไปพยุงตัวเขาขึ้นแบบยากลำบาก เพราะเขาตัวค่อนข้างใหญ่กว่าเธอมาก หยางอี้ก็พยายามรวบรวมกำลังพยุงตัวเองขึ้นยืนอีกครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ เธอก็เอาแขนข้างหนึ่งของเขาไปคล้องไหล่ของเธอ แล้วเธอก็เอามือโอบเอวของเขาแล้วพยายามช่วยพยุงตัวไปที่รถ เขาก็เห็นถึงความตั้งใจของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันหยุดหมุนแล้วเขาเห็นแค่ใบหน้าสวยๆของเธอในตอนนี้ “อื้อ...คุณก้าวขาสิ...ฉันหนักจะตายอยู่แล้วเนี่ย...รีบเดินไปขึ้นรถเถอะ...เดินอีกหน่อยคุณ...” ลินดาบอกไปก็พยายามประคองตัวเขาไว้ แล้วเธอก็มองสบตากับเขาที่มองเธออยู่ “อืม...” หยางอี้ตอบแค่นั้นเขาก็ละสายตาจากเธอ แล้วก็พยายามเดินไปที่ประตูรถ จากนั้นเธอก็เปิดประตุรถแล้วเขาก็เข้านั่งด้านใน แล้วเธอก็ปิดประตูแล้วรีบเดินไปขึ้นรถอีกฝั่ง “พรึบ..เดี๋ยวฉันพาคุณไปบ้านของฉันก่อนก็แล้วกัน...เพราะฉันก็ไม่รู้จะพาคุณไปที่ปลอดภัยที่ไหนได้ในเวลานี้” ลินดาบอกไป เพราะเขาเจ็บขนาดนี้ก็คงไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก จากนั้นลินดาก็ขับรถพาชายแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมาที่บ้าน เธอก็ค่อยๆพาเขาลงจากรถแล้วเข้าบ้าน เธอก็พาเขาไปนั่งที่โซฟาก่อน “ฉันพาคุณมาที่ปลอดภัยแล้ว แล้วใครจะมาช่วยรักษาคุณอ่ะ...คุณจะมาตายที่บ้านของฉันไม่ได้นะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาที่นอนด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวมากๆ “ผมขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหม...ผมจะติดต่อไปหาเพื่อนของผม” หยางอี้บอกไปตามตรง เพราะซูหานไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เขาต้องพึ่งเพื่อนของเขาแล้ว “อืม...นี่โทรศัพท์ของฉัน...เอาไปสิ...เดี๋ยวฉันจะไปหาผ้ามาห้ามเลือดของคุณก่อนละกัน ไม่งั้นคุณเลือดหมดตัวแน่ๆ” ลินดากดปลดล็อคโทรศัพท์แล้วยื่นให้เขาไป แล้วเธอก็รีบเดินไปที่ห้องครัวทันที หยางอี้ก็มองตามเธอด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง เพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บปางตาย แต่เธอก็ยังกล้าพาเขาขึ้นรถและพามาที่บ้าน มันทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจดีเหมือนกับหน้าสวยๆของเธอ เขาก็ยิ้มมุมปากออกมาแบบประทับใจเธอ ด้านชยุทก็ตามจีพีเอสของเพื่อนหนุ่มจนเขามาเจอตัวซูหานลูกน้องคนสนิทของเพื่อนนั่งสลบอยู่ข้างถังขยะ เขาก็รีบเรียกซูหานจนได้สติขึ้นมา ก่อนจะถามหาหยางอี้แต่ซูหานก็ซ่ายหน้าไม่รู้ เพราะเขาสลบตั้งแต่บนรถแล้วจึงไม่รู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง พวกเขาจึงพากันขับรถตามหาหยางอี้ไปทั่ว จนเจอเสียงรถไซเรนพวกเขาก็ขับตามจนเจอรถที่ถูกไฟไหม้แล้วพวกนักดับเพลิงกำลังช่วยกันดับไฟอยู่ “นั่นมันรถที่พวกผมนั่งมานิ...อย่านะว่าพวกมันเผาเจ้านายของผมในรถน่ะ...ไม่นะ..นายครับ..” ซูหานมองเห็นเลขทะเบียนรถก็พูดไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาก็รีบเดินเข้าไปแล้วร้องเรียกหาเจ้านายของเขา “เข้าไปไม่ได้นะครับ เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ครับ...รบกวนอยู่ข้างนอกนะครับ” เจ้าหน้าที่เข้ามาป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุ “ผมขอโทษครับนาย ที่ผมปกป้องนายไว้ไม่ได้ ผมขอโทษครับ...ผมขอโทษ..” พอถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้ ซูหานก็ทำได้แต่ทรุดตัวลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องเจ้านายของเขาได้ “ไม่จริง...หยางอี้มันต้องไม่มีจุดจบแบบนี้แน่...” ชยุทเองก็ไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาก็มองไปที่รถที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแค่เศษซากด้วยความเสียใจ “ฉันจะต้องตามหาตัวคนที่มันทำร้ายแกให้ได้หยางอี้...และฉันจะทำให้พวกมันตายอย่างทรมานยิ่งกว่าแกร้อยเท่าพันเท่า...ฉันสัญญา...” ชยุทพูดไปด้วยความโกรธแค้นที่สูญเสียเพื่อนรักของเขาไปอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ถ้าเขามาทันเพื่อนของเขาก็คงไม่ต้องมาตายอย่างอนาถอย่างนี้ “กริ้งๆ...กริ้งๆ...” เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของซูหานดังขึ้น ทำให้ซูหานที่กำลังร้องไห้ค่ำครวญนั้น ก็เอามือมาควานหาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วเขาก็หยิบออกมาด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะตอนนี้เขาไม่อยากมีใจจะทำอะไรเลย “นี่มันโทรศัพท์ของนายนิครับ...ทำไมมาอยู่กับผมได้” ซูหานพูดด้วยสีหน้างงๆ เพราะเขาคิดว่ามันคือโทรศัพท์ของเขา แต่พอดูหน้าจอกับไม่ใช่แถมเบอร์ที่โทรเข้ามาก็เป็นเบอร์แปลกอีกต่างหาก “หยางอี้มันโทรมาหาให้ฉันตามมาช่วยมัน แล้วมันก็แชร์ตำแหน่งของมันมาให้ฉัน ฉันถึงตามตัวมาเจอนาย...รีบรับสิ ดูว่าใครโทรมา...” ชยุทพูดอธิบายไปก็บอกให้ซูหานรับสายทันที “ครับ...” ซูหานได้ยินแบบนั้นก็รู้เลยว่าเจ้านายของเขาพาตัวเขาไปหลบซ่อนนี่เอง เขาถึงรอดมาได้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเสียใจ เมื่อเจ้านายมาปกป้องเขาแบบนี้ ทั้งที่ควรจะเป็นเขาที่ต้องปกป้องเจ้านายของตัวเอง “ชักช้าอยู่นั่นแหละ เอามานี่ฉันรับเอง...พรึบ...ฮัลโหล..” ชยุทเห็นซูหานทำหน้าเหม่อลอยก็หงุดหงิด เลยคว้าเอาโทรศัพท์มารับสายเอง “ฉันเอง...” หยางอี้รู้สึกโล่งใจมากที่มีคนรับสาย แต่เสียงนี้คือเสียงของชยุทเพื่อนของเขา แสดงว่าตอนนี้มันเจอซูหานแล้ว มันถึงได้รับสายจากโทรศัพท์ของเขาที่ทิ้งเอาไว้ให้ซูหานก่อนหน้านี้ “หยางอี้...แกยังไม่ตายเหรอวะ...แกอยู่ที่ไหนวะ...” ชยุทได้ยินเสียงก็พูดด้วยความดีใจเลยที่ได้ยินเสียงของเพื่อนรัก ซูหานได้ยินชยุทพูดชื่อเจ้านายของตัวเอง จากที่ทำหน้าเศร้าก็รู้สึกดีใจและมีหวังขึ้นมาทันที เขาก็รีบลุกมาลุ้นทันทีว่าเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหน “ฉันยังไม่ตายโว้ย...แต่อีกไม่นานฉันอาจจะตายก็ได้...ตอนนี้ฉันถูกยิง แกพาหมอมาทำแผลเอากระสุนออกให้ฉันหน่อย...ตอนนี้ฉันอยู่ที่หมู่บ้านใกล้ๆกับที่รถคว่ำ เดี๋ยวฉันจะส่งโลเคชั่นไปที่เบอร์ของฉัน แกรีบมานะ ฉันเจ็บจนจะไม่ไหวแล้วว่ะ” หยางอี้บอกเพื่อนหนุ่มไปด้วยเสียงอ่อนแรง “โอเคๆ แกรีบส่งมาเลยนะหยางอี้ ฉันจะรีบพาหมอไปหาแกเดี๋ยวนี้เลย...แกอย่าตายนะโว้ย...” ชยุทบอกเพื่อนไปแล้วเขาก็ทำมือเรียกให้ซูหานกลับไปที่รถกับเขาทันที “อืม...ฉันจะรอแกนะชยุท...แค่นี้นะ ฉันจะส่งโลเคชั่นไปให้” หยางอี้บอกไปก็กดวางสายทันที แล้วเขาก็เข้าไปที่แชร์ตำแหน่งแล้วส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ของเขาทันที ก่อนจะค่อยๆนอนลงด้วยความเจ็บปวด “หยางอี้มันยังมาตาย แต่มันถูกยิงบาดเจ็บเราต้องหาหมอมารักษามัน...หยางอี้มันส่งโลเคชั่นมาแล้ว เดี๋ยวขับรถตามที่อยู่นี่ไป ฉันจะจัดการตามหมอมารักษามัน” ชยุทบอกซูหานแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ไป แล้วเขาก็เอาโทรศัพท์ของเขามากดโทรหาคนที่พอจะช่วยเป็นธุระหาหมอมามารักษาเพื่อนของเขาในเวลานี้ได้ ซูหานก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่เจ้านายยังไม่ตาย เขาก็รีบบอกให้คนขับรถรีบขับไปตามที่อยู่ที่เจ้านายส่งมาทันที ด้านลินดาเธอก็รีบไปเอาผ้าสะอาดและน้ำใส่ชามใหญ่มาวางไว้ แล้วเธอก็รีบไปเอากระเป๋าปฐมพยาบาลของแฟนหนุ่มออกมา “เดี๋ยวฉันห้ามแผลให้คุณก่อนละกัน...คุณติดต่อเพื่อนคุณได้ไหม เขาว่ายังไงบ้าง” ลินดาเข้ามานั่งที่โซฟากับเขา แล้วเปิดกล่องปฐมพยาบาลของแฟนหนุ่มออกมา “เพื่อนผมกำลังมาแล้ว...อีกไม่นานก็น่าจะถึง..คุณไม่กลัวเลือดเหรอ..” หยางอี้ตอบไปก็เอ่ยถามเธอ “กลัวสิคุณ แต่ก็กลัวคุณจะตายมากกว่า...เดี๋ยวฉันขอถอดเสื้อคุณก่อนนะ ฉันจะได้ห้ามเลือดให้...” ลินดาตอบเขาแล้วเธอก็ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของเขาอย่างไม่เขินอาย เพราะตอนนี้เธอคิดแค่ว่าเธอจะช่วยเขา หยางอี้ก็มองเธอที่ค่อยๆถอดเสื้อของเขาอย่างระมัดระวัง มันก็ทำให้เขาได้เห็นหน้าตาที่ชัดเจนของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว ไม่ใช่เพราะแค่เธอสวยแต่เพราะสิ่งที่เธอกำลังทำให้เขานี่ต่างหาก ทำให้เขารู้สึกประทับใจเธอมาก “อื้อหือ..แผลคุณน่ากลัวมากอ่ะ...กระสันน่าจะฝังใน แต่คุณยังสามารถพูดคุยได้แบบมีสติได้ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณยังรอดมาจนถึงตอนนี้ได้...” ลินดามองแผลของเขาแล้วก็พูดไป “ผมต้องรอดสิคุณ ผมต้องไปจัดการกับคนที่มันมาทำร้ายผม...ดังนั้นผมจะมาตายง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงล่ะ” หยางอี้บอกเธอด้วยเสียงแค้นใจ เพราะอยู่ดีๆต้องมาหนีตาย ยังไงเขาก็ต้องแกแค้นแน่ๆ “เอาตัวเองตอนนี้ให้รอดก่อนเถอะคุณแล้วค่อยคิดไปแก้แค้นน่ะ...กระสุนปืนมันยังอยู่ในตัวคุณอยู่เลยนะ...” ลินดาบอกไป ก่อนจะเอาผ้าสีขาวกดแผลของเขาเบาๆ “โอ้ย...ซี๊ด...” หยางอี้ร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว แล้วเขาก็นิ่วหน้าทรมาน “อดทนหน่อยละกัน ถ้าไม่กดไว้เลือดคุณก็ลงจะหมดตัวอ่ะ...” ลินดาเห็นแล้วก็สงสาร แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากช่วยเขาแบบนี้ เพราะเธอคงผ่าเอากระสุนออกให้เขาไม่ได้ จากนั้นเธอก็เอามืออีกข้างถือผ้าชุบน้ำมาเช็ดเลือดรอบๆหน้าท้องของเขา จนเธอเห็นซิกแพกที่หน้าท้องของเขา และมันก็ขนอ่อนรำไรเป็นเส้นยาวเข้าไปใต้ขอบกางเกง เธอก็มองตามแล้วเห็นเป้ากางเกงของเขา เธอก็เงยหน้าขึ้นทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD