“โอ๊ย....คุณมองแผลผมด้วยสิ....อื้อ...ผมเจ็บนะคุณ...” หยางอี้ร้องออกมาแล้วบอกเธอให้มองมือที่ทำแผลให้เขา ไม่ใช่มองไปทางอื่นแบบนั้น
“อ่อ..ฉันขอโทษ...ฉัน..อ่อ...ฉันเห็นแผลคุณแล้วฉันกลัวนิ...คุณเอามือกอดผ้านี้ไว้เองละกัน จะได้ไม่เจ็บ..” ลินดาบอกเขาไปก็จับมือของเขามาวางลงบนผ้าที่เธอกดปิดแผลของเขา
“อืม...” หยางอี้ก็เข้าใจว่าเธอกลัวแผลของเขา เขาจึงเอามือกดไว้เองแล้วเขาก็พยายามอดทนเอาไว้ จนเหงื่อเริ่มไหลออกมาเต็มหน้าของเขา
ลินดาเห็นเขาหลับตาแล้วทำสีหน้าเจ็บปวดก็สงสารมาก แต่เธอก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว คงต้องรอให้เพื่อนของเขามาช่วยแล้วล่ะ
“ติ่งต่อง...” เสียงกริ่งหน้าบ้านของเธอดังขึ้น ลินดาก็หันไปมองทันที ส่วนหยางอี้ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่าเพื่อนของเขาน่าจะมาแล้ว
“เพื่อนของคุณน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปเปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา” ลินดาบอกไปแล้วก็รีบลุกออกไปทันที
หยางอี้ที่นอนเจ็บปวดทรมานอยู่ก็ได้แต่มองเธอดินออกไป เพราะคนร้ายคิดว่าเขาตายไปแล้ว พวกมันไม่น่าจะตามเขามาที่นี่ได้ ดังนั้นคนที่มาก็น่าจะเป็นเพื่อนของเขาที่เขาส่งตำแหน่งที่นี่ไปให้
ด้านชยุทและซูหานก็พากันมายืนที่หน้าบ้านที่เพื่อนเขาส่งตำแหน่งมาให้ แล้วพวกเขาก็ลุ้นว่าเพื่อนของเขาจะอยู่ด้านในไหม
“ผมว่าเรากระโดข้ามไปเลยดีไหมครับ ทำไมยังไม่ออกมาเปิดประตูสักที” ซูหานพูดไปแบบใจร้อน
“ใจเย็นๆสิวะซูหาน...จะเข้าบ้านคนอื่นเขาโดยที่เขาไม่อนุญาติได้ยังไงวะ ถ้าหยางอี้มันไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เราจะซวยเอานะโว้ย..รอเจ้าของบ้านเขามาเปิดประตูก่อนสิวะ” ชยุทบอกไป
“ผมเป็นห่วงนายนิครับ ผมว่ายังไงเจ้านายของผมก็ต้องอยู่ที่นี่แหละครับ ตำแหน่งในโทรศ้พท์มันก็บอกชัดเจนแล้วไงครับ” ซูหานพูดไปก็ดูตำแหน่งแบบถูกต้อง
“เออ แกก็รอหน่อยสิวะ...นั่น...มีคนเดินออกมาแล้ว..” ชยุทบอกไปไม่ทันจบก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาด้วยชุดยูนิฟอร์มที่คุ้นตาเขา แถมเสื้อสีขาวของเธอก็เปื้อนเลือดด้วย
“พวกคุณมาช่วยเขาใช่ไหมคะ” ลินดาเอ่ยถามก่อนจะเปิดประตู แล้วเธอก็มองเล็ดลอดผ่านประตูอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ใช่...ผมมาช่วยเพื่อนของผม คุณช่วยเปิดประตูให้พวกเราเข้าไปข้างในได้ไหม...” ชยุทบอกเธอไป
“ค่ะ...แปปนะคะ...แกร๊ก....เพื่อนของคุณอยู่ข้างในค่ะ...คุณ...คุณชยุท...” ลินดาเปิดประตูแล้วเงยหน้าบอกไป ก่อนจะทำหน้าตกใจเมื่อเธอเห็นชยุท เจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่
“คุณเป็นพนักงานที่โรงแรมของผมเหรอ...” ชยุทเห็นเธอเรียกชื่อเขาก็มองเธอแบบจดจ้อง เขาก็เห็นผ้าพันคอของเธอก็รู้ทันทีว่าเธอน่าจะทำงานที่โรงแรมของเขา
“ใช่...ใช่ค่ะ..ฉันทำงานที่โรงแรมของคุณค่ะ..” ลินดาตอบไปแบบอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าจะโลกลมขนาดนี้ นี่เธอช่วยเพื่อนของเขาไว้เหรอเนี่ย
“อย่ามัวแต่ถามกันเลยครับคุณชยุท รีบเข้าไปดูเจ้านายเถอะครับ...” ซูหานพูดบอกไปอย่างอดไม่ได้
“อืม...ผมขอเข้าไปหาเพื่อนของผมนะ...คุณรอเปิดประตูให้หมอหน่อย เขาน่าจะใกล้ถึงแล้ว” ชยุทพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านของพนักงานสาวทันที
“ค่ะ..” ลินดาตอบไปแล้วก็มองตามเขาที่เดินเข้าไปในบ้านของเธอ เธอก็รู้สึกโล่งอกทันทีเลยที่เห็นชยุท เพราะผู้ชายที่เธอช่วยเป็นเพื่อนกับเขา ดังนั้นเขาก็คงไม่ใช่คนอันตรายอะไรแบบที่เธอคิดกังวล
ซูหานเข้ามาในบ้านแล้วเห็นเจ้านายนอนอยู่ที่โซฟาด้วยสภาพที่แบบนั้นก็รีบเดินเข้าไปหาทันที
“นายครับ..ผมขอโทษครับที่ปกป้องนายไม่ได้” ซูหานเข้าไปก็รีบเข้าไปหาเจ้านายแล้วมองดูแผลที่ถูกยิงด้วยความรู้สึกผิด
“ฉันไม่เป็นไร..แกปลอดภัยก็ดีแล้ว...ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก...” หยางอี้บอกไปแบบเข้าใจ เพราะสายตาของซูหานบ่งบอกว่าว่ามันรู้สึกผิด
“หยางอี้...แกเป็นยังไงบ้างวะ...” พอชยุทเดินเข้ามาเขาก็เห็นเพื่อนของเขานอนอยู่บนโซฟาพร้อมกับมีบาดแผลที่หน้าท้องก็เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
“ก็เกือบตายแล้ว...ดีที่ผู้หญิงคนนี้ช่วยฉันไว้...แล้วหมออยู่ไหนวะ..ทำไมมีพวกแกมากันแค่สองคนวะ...ฉันเจ็บจะตายอยู่แล้ว..” หยางอี้มองทั้งสองแล้วถามไป เพราะตอนนี้เขาต้องการหมอ
“ฉันตามหมอมาแล้ว น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะ แกอดทนก่อนนะหยางอี้ อย่าพึ่งรีบตายทิ้งฉันนะโว้ย..เพื่อนเลวๆแบบแกไม่ได้หาได้ง่ายๆนะ..” ชยุทพูดบอกเพื่อนไปแบบกวนๆ
“ไอ้บ้านี่...เวลาแบบนี้ยังจะมากวนฉันอีกนะ ถ้าฉันหายแล้วฉันจะเตะก้นแกไอ้ชยุท...อื้อ...” หยางอี้กมองเพื่อนแล้วพูดใส่แบบค้อนๆ
“เออ เอาตอนนี้ให้รอดก่อนเถอะว่ะ...ฉันจะให้แกเตะหลายๆทีเลย...” ชยุทพูดไปแล้วมองเพื่อนด้วยสายตาเป็นห่วง
ด้านลินดาที่รอหมออยู่ด้านนอกตามที่ชยุทบอก พอหมอมาเธอก็รีบพาหมอเข้ามาในบ้านของเธอทันที
“หมอมาแล้วค่ะคุณชยุท...” ลินดาเข้ามาแล้วเอ่ยชื่อชยุทไป ทำให้หยางอี้มองชยุทและผู้หญิงที่ช่วยเขาไว้ทันที นี่เธอรู้จักเพื่อนของเขางั้นเหรอ
“หมอครับ รีบช่วยเพื่อนผมหน่อยครับ มันถูกยิงที่หน้าท้องครับ” ชยุทหันไปบอกหมอทันที
“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะรักษาให้เองครับ..พวกคุณถอยออกมาก่อนครับ..ผมจะได้รีบรักษาคนไข้” หมอบอกไปเพราะเขาเข้าไปหาคนไข้ไม่ได้
“ครับๆ..เชิญเลยครับหมอ” ชยุทบอกไป เขาและซูหานก็พากันถอยตัวออกมาทันที
จากนั้นหมอก็เข้าไปตรวจดูแผลที่ถูกยิงของคนไข้ เขาก็เริ่มทำการรักษาทันที ด้วยการผ่าเอากระสุนออกมาแบบสดๆ โดยเขาได้นำอุปกรณ์มามาครบพร้อม ชยุทและซูหานก็มองดูด้วยความเป็นห่วง ส่วนลินดาที่เห็นหมอทำแบบบนั้นก็ทนดูไม่ไหว
“ฉันออกไปรอข้างนอกนะคะ..” ลินดาบอกไปแบบทนดูไม่ไหว เธอก็รีบเดินออกไปทันที ก่อนจะได้ยินเสียงร้องของผู้ชายที่ถูกยิง เธอก็รู้สึกเสียวแทนเลยเพราะเขาคงจะเจ็บมากแน่ๆ
“กริ้งๆ....กริ้งๆ....” เสียงโทรศัพท์ของลินดาดังขึ้น เธอก็ทำหน้าตกใจเพราะแฟนของเธอโทรมา เธอมัวแต่ช่วยผู้ชายคนนั้นจนลืมบอกแฟนหนุ่มเลยว่าเธอถึงบ้านแล้ว ลินดาก็รีบเดินออกไปรับสายข้างนอก
“ฮัลโหลค่ะพี่บีม...หนูว่าจะโทรหาพี่บีมพอดีเลยค่ะ” ลินดารับสายแล้วรีบพูดไป
“พี่เห็นเราไม่ส่งข้อความมาเลย พี่ก็เลยโทรหาน่ะ ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ” บีมถามแฟนสาวด้วยความเป็นห่วง
“อ่อ..หนูมาถึงนานแล้วค่ะ พอดีเหนียวตัวก็เลยอาบน้ำก่อนน่ะค่ะ เลยว่าจะทักบอกพี่บีมนี่แหละค่ะ...พี่บีมตรวจคนไข้รอบดึกแล้วเหรอคะ” ลินดาถามไปตามปกติที่คุยกับแฟนหนุ่ม
“อืม...เสร็จแล้วล่ะ ตอนนี้พี่กำลังไปที่ห้องฉุกเฉินแล้ว เราก็นอนได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้ถ้าพี่เลิกงานไวพี่จะซื้อของกินไปให้ แต่ถ้าพี่เลิกสายก็เอาอาหารที่พี่ทำเตรียมไว้ในตู้เย็นมาอุ่นนะ...พี่ทำไว้ให้ก่อนมาแล้ว” บีมบอกไปแบบใส่ใจแฟนสาว
“น่ารักที่สุดเลยค่ะ หนูโชคดีจริงๆเลยที่มีแฟนที่น่ารักแบบพี่บีมน่ะ...ตั้งใจทำงานนะคะ..พรุ่งนี้เจอกันค่ะ” ลินได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างดีใจที่มีเขาเป็นแฟน เพราะตลอดเวลาห้าปีมานี้เขาใส่ใจและดูแลเธอดีมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักวัน
“โอเค ฝันดีนะครับ...จุ๊บ...พี่รักหนูนะ” บีมบอกเธออย่างอ่อนโยนก็ส่งจุ๊บให้แบบอ้อนๆ
“หนูก็รักพี่ค่ะ..จุ๊บ...บ้ายบายค่ะ” ลินดาบอกเขาแล้วก็จุ๊บตอบเขา จากนั้นเธอก็กดวางสายไปด้วยสีหน้าโล่งอก ที่แฟนหนุ่มไม่ได้ถามเซ้าซี้อะไรมาก
“เฮ้อ...โล่งอกไปที ทีนี้ก็เหลือแค่ให้คุณชยุทพาผู้ชายคนนี้ออกไป” ลินดาถอนหายใจออกมาแล้วพูดไป จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งที่ชิงช้าหน้าบ้านแล้วก็ได้ยินเสียงร้องของผู้ชายคนนั้นดังออกมาเป็นรอบๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
“ผมทำแผลให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ฉีดมอร์ฟีนระงับการแก้ปวดให้แล้ว และฤทธิ์ของยาชายังมีผลอยู่ ดังนั้นควรจะรีบพาคุณหยางอี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลครับ...เพราะต้องรับยาฆ่าเชื้อทุกๆหกชั่วโมงครับ ไม่อย่างนั้นแผลอาจจะติดเชื้อได้ และมันจะเป็นอันตรายสำคัญคุณ” หมอบอกไปเพราะผ่าตัดแบบนี้มันค่อนข้างเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อ
“อืม...ผมต้องการความเป็นส่วนตัวในการรักษา หมอช่วยจัดการให้ผมที..” หยางอี้บอกไป เพราะก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเนื่องจากเขาเขาโดนยิงและต้องสืบหาสาเหตุ และเขายังไม่ต้องการให้คนร้ายรู้ว่าเขายังไม่ตาย ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมารักษาข้างนอก แล้วค่อยเข้าไปพักรักษาตัวแทน แบบนี้มันจะปลอดภัยกว่า
“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะไปที่โรงพยาบาลแล้วทำเรื่องห้องพักให้คุณตอนนี้เลยครับ” หมอหนุ่มบอกไป
“อืม...ซูหาน นายไปกับหมอ แล้วก็ทำแผลของนายซะ...ถ้าห้องพักเรียบร้อยก็โทรมา ฉันจะตามไป..” หยางอี้บอกไป
“ครับนาย...งั้นเชิญเลยครับคุณหมอ ผมจะพาไปครับ” ซูหานได้ยินแบบนั้นก็รับคำสั่งทันที เขาก็เชิญหมอออกไปกับเขา
ด้านลินดาพอเห็นหมอเดินออกมาพร้อมกับผู้ชายคนนั้นแล้วออกจากบ้านเธอไป เธอก็รีบเดินกลับเข้าไปในบ้านทันที แล้วเห็นผู้ชายที่เธอช่วยกำลังนั่งพิงอยู่พร้อมกับมีผ้าสีขาวพันแผลที่เอวเอาไว้
“คุณมาก็ดีเลย ผมขอบคุณคุณมากเลยนะที่ช่วยเพื่อนของผมเอาไว้” ชยุทบอกอย่างขอบคุณจากใจจริง
“ไม่เป็นไรค่ะคุณชยุท เจอคนบาดเจ็บฉันก็ต้องช่วยอยู่แล้วล่ะค่ะ...” ลินดาตอบเขาไปแบบเกร็งๆ
“คุณรู้จักกับเพื่อนผมด้วยเหรอ..” หยางอี้ถามไปแบบอดไม่ได้ เพราะเขาอยากรู้มานานแล้ว
“ฉันทำงานที่โรงแรมของคุณชยุทเขาน่ะค่ะ...ฉันจะไม่รู้จักเจ้านายตัวเองได้ยังไงล่ะคะ แต่คุณชยุทคงไม่รู้จักฉัน เพราะฉันเป็นแค่พนักงานธรรมดาๆเองค่ะ” ลินดาบอกไปแล้วเขาไปนั่งที่โซฟาด้านข้าง
“แต่ต่อไปผมคงต้องรู้จักคุณแล้วล่ะ เพราะคุณคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเพื่อนของผมเอาไว้...คุณชื่ออะไร” ชยุทบอกไปก็ถามเธอทันที
“ฉันชื่อลินดาค่ะ...แล้วคุณล่ะคะ คุณชื่ออะไรเหรอคะ ” ลินดาบอกไปแล้วหันไปถามผู้ชายที่เธอช่วยไว้
หยางอี้ได้รู้ชื่อของเธอแล้วเขาก็ยิ้มมุมปากออกมา หน้าตาก็สวย ชื่อก็น่ารัก แถมยังจิตใจดีอีกต่างหาก หยางอี้คิดในใจแล้วมองเธอด้วยสายตาหวานๆออกไป
“ผมชื่อลู่หยางอี้...เรียกว่าหยางอี้ก็ได้...” หยางอี้บอกไปก็มองสบตากับเธอแบบไม่อยากจะละสายตาเลย
ชยุทที่มองเพื่อนของเขาก็ทำหน้าแปลกใจทันที เพราะสายตาของเพื่อนเขาที่มองลินดา มันดูเหมือนจะมีเล่ห์นัยนะ อย่าบอกนะว่ามันสนใจผู้หญิงคนนี้น่ะ ชยุทมองแล้วคิดในใจ
“ค่ะคุณหยางอี้...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...” ลินดาบอกเขาไปอย่างเป็นมิตร
“อืม...ยินดีที่ได้รู้จัก...แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยผมไว้ ไว้ผมรักษาตัวแล้วผมจะตอบแทนที่คุณช่วยชีวิตของผม ส่วนโซฟานี่มันเลอะคราบเลือดผมแล้ว พรุ่งนี้ผมจะให้ลูกน้องเอาโซฟามาเปลี่ยนใหม่ให้คุณก็แล้วกัน..” หยางอี้บอกไปอย่างต้องการตอบแทนเธอ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันช่วยคุณไม่ได้หวังอะไรตอบแทนค่ะ ส่วนโซฟานี่ฉันเอาผ้าคลุมไปซักก็หายแล้วค่ะ ไม่ต้องซื้อตัวใหม่ให้หรอกค่ะ ฉันไม่อยากให้แฟนฉันรู้ว่าฉันพาผู้ชายเข้าบ้านน่ะค่ะ แถมยังเป็นผู้ชายที่โดนยิงจนบาดเจ็บแบบนี้ ยิ่งให้แฟนฉันรู้ไม่ได้เลยค่ะ ” ลินดาบอกไปตามตรงเพราะเธอไม่อยากให้แฟนของเธอรู้
“คุณมีแฟนแล้วเหรอ..” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปเลย เพราะยังไม่ทันเริ่มเขาก็อกหักซะแล้ว
“ค่ะ...ฉันมีแฟนแล้วค่ะ บ้านหลังนี้ฉันก็อยู่กับแฟนของฉันน่ะค่ะ....” ลินดาบอกไป
“พวกคุณแต่งงานกันหรือยัง” หยางอี้ถามอย่างอยากรู้มากไปอีก
“ยังค่ะ แต่ฉันกับแฟนวางแผนไว้ว่าจะแต่งกันปีหน้าน่ะค่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานก่อนน่ะค่ะ...” ลินดาตอบไปแบบไม่คิดอะไร เพราะคิดว่าเขาถามไปงั้นๆ
“พวกคุณคบกันมานานแล้วสินะ ถึงขั้นวางแผนแต่งงานกันแบบนี้” หยางอี้พูดไปแล้วก็รู้สึกเหมือนคนอกหัก
“ประมาณห้าปีแล้วล่ะค่ะ...แฟนฉันเขาเป็นคนน่ารักแล้วก็นิสัยดีมากๆเลย” ลินดาพูดถึงแฟนหนุ่มก็ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเขา
“อืม...ดีแล้วล่ะ คุณเป็นคนจิตใจดี ก็สมควรจะมีแฟนดีๆนั่นแหละ” หยางอี้บอกไปแล้วทำหน้านิ่งๆออกมา เมื่อสายตาและคำพูดของเธอดูคลั่งรักแฟนมากเลย มันเลยทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจ เพราะคนที่เขาถูกใจกลับมีเจ้าของแล้ว
ชยุทเห็นท่าทางและสีหน้าของเพื่อนก็แอบขำอย่างอดไม่ได้ เพราะดูท่ามันจะสนใจลินดาจริงๆ ถึงได้ถามซะละเอียดขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่เธอกลับมีแฟนแล้ว
“ผมต้องไปโรงพยาบาลแล้ว ขอบคุณอีกครั้งที่คุณช่วยผมไว้...ถ้ามีโอกาสก็หวังว่าเราจะเจอกันอีกนะ” หยางอี้บอกเธอไป เพราะเขาไม่มีอารมณ์จะอยู่ต่อแล้ว
“อ่อค่ะ..” ลินดาก็ตอบไปแค่นั้น เพราะเขาไปก็ดี เธอจะได้เก็บกวาดตรงนี้ให้เรียบร้อย
“มาฉันช่วยแกเอง เพราะดูท่าแข้งขาแกจะอ่อนแรงใช่ไหมเพื่อน” ชยุทพูดแซวเพื่อนไปด้วยรอยยิ้มขำๆ ก็ลุกไปหาแล้วค่อยๆประคองตัวเพื่อนลุกขึ้นทันที
“อืม ไม่ต้องพูดมาก...พาฉันออกไปได้แล้ว...” หยางอี้ก็มองค้อนใส่เพื่อนหนุ่มที่แซวเขา เขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพราะสีหน้าและสายตาของเขามันบ่งบอกชัดเจนเลย
“เดี๋ยวฉันไปเปิดประตูให้ค่ะ...” ลินดาก็รีบเสนอแล้วเดินไปเปิดประตูบ้านให้พวกเขา แล้วเธอก็เดินตรงออกไปเปิดประตูหน้าบ้านรอสองหนุ่มเดินออกมา
“หึ...ดูเหมือนว่าเขาอยากจะไล่แกกลับเต็มทีเลยนะนั่น..น่าสงสารจริงๆ นานจะสนใจสาวทั้งที เขาก็ดันมามีแฟนแล้ว...เฮ้อ...” ชยุทพูดบอกเพื่อนแบบหยอกๆ
“หุบปากของแกไปเลย....” หยางอี้แลสายตามองแบบค้อนๆ แล้วเขาก็พูดเสียงรอดไรฟันออกไปด้วยสีหน้าตึงๆ
จากนั้นสองหนุ่มก็พากันเดินออกไปจนถึงรถที่จอดรอด้านนอก ชยุทก็ค่อยๆพาตัวเพื่อนเข้าไปนั่งในรถช้าๆ แล้วเขาก็เดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง แล้วรถของเขาก็ค่อยๆเคลื่อนออกไป พร้อมกับสายตาของหยางอี้ที่มองเธอยืนยิ้มให้เขาแล้วโบกมือลา เขาก็หลับตาอย่างข่มความรู้สึกหลายๆอย่าง เพราะเขารู้สึกเหมือนตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว แต่เธอก็ดันมีเจ้าของแล้ว มันเลยทำให้เขารู้สึกไม่โอเคเลย
ลินดาก็โบกมือให้แล้วเธอก็ปิดประตูบ้านทันที จากนั้นก็กลับเข้าไปทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย เพราะถ้าแฟนเธอกลับมาพรุ่งนี้จะได้ไม่สงสัยอะไร เธอก็เอาผ้าคลุมโซฟามาเปลี่ยนใหม่แล้วเอาฝืนเก่าทิ้งไป พอเธอทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขึ้นไปอบน้ำนอนก็ปาเข้าไปตีสองกว่าแล้ว ทำให้เธอนอนหลับสลบคาเตียงเลย