ขอเลวเพราะเธอ

3071 Words
สองหนุ่มก็นั่งรถเดินทางไปยังโรงพยาบาล ชยุทเห็นหยางอี้นั่งเงียบมาตลอดก็มองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยถามไปอย่างอดไม่ได้ “หยางอี้ นี่แกนั่งเงียบแบบนี้เพราะแกเจ็บแผลหรือว่าแกอกหักจากพนักงานของฉันเมื่อกี้วะ” ชยุทถามไป “แกยังจะมาตอกย้ำฉันอีกนะไอ้เพื่อนเวร ถ้าแกจะนั่งไปเงียบๆจะดีมากเลยว่ะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ “ก็ฉันอยากพูดกับแกนิวะ ถ้าแกหลับไปแล้วไม่ตื่นขึ้นมาจะทำยังไงวะ ฉันเลยอยากจะชวนแกคุยน่ะ ฉันให้แกเลือกสองทางว่าแกจะคุยเรื่องไหนดี ระหว่างเรื่องผู้หญิงคนนั้นหรือว่าเรื่องคนร้ายที่ลอบทำร้ายแก” ชยุทพูดไปเพราะเขาอยากรู้ทั้งสองเรื่องเลย “เรื่องคนร้ายฉันรู้แล้วว่ามันเป็นใคร รอให้ฉันหายดี ฉันเอาคืนมันแน่..” หยางอี้บอกไปแบบจริงจัง “ใครมันกล้าทำร้ายแกวะ...ศัตรูในไทยแกก็ไม่ได้มีใครนิวะ...” ชยุทถามต่ออย่างสงสัย “คนที่ทำร้ายฉันไม่ใช่คนไทย พวกมันเป็นคนจีน...ดูเหมือนว่าพวกมันจะตามฉันมาตั้งแต่ที่เซี่ยงไฮ้แล้ว..พวกมันคือคนของเจ๋อหราน...ลูกชายของเพื่อนพ่อฉันเอง...” หยางอี้บอกไป “ลูกชายของเพื่อนพ่อเหรอวะ แล้วมันจะทำร้ายแกทำไมวะ...ฉันเคยได้ยินแกพูดถึงคนนี้นะ มันเป็นเพื่อนตอนเด็กๆของแกด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วมันจะทำร้ายแกไปเพื่ออะไรวะ” ชยุทถามเพื่อน “อืม...ก็เป็นแค่เพื่อนตอนเด็กๆเท่านั้น ตั้งแต่ฉันไปเรียนที่อังกฤษฉันก็ไม่ได้เจอมันอีกเลย จนกระทั่งฉันกลับมารับช่วงต่อจากพ่อของฉัน...เมื่อหลายเดือนก่อนฉันต้องการถอนหุ้นและยุติธุรกิจผิดกฏหมายที่พ่อฉันทำกับพ่อของมันทั้งหมด นี่คงเป็นสาเหตุที่มันส่งคนมาทำร้ายฉันล่ะมั้ง” หยางอี้คิดไปแบบเดาๆ แต่ใจเขาก็เชื่อว่าเป็นแบบที่เขาคิดแน่นอน “ไม่น่าล่ะมันถึงส่งคนมาฆ่าแก ธุรกิจพวกนั้นพ่อแกทำมาเป็นสิบยี่สิบปีแล้วไม่ใช่เหรอวะ ทำไมอยู่ๆแกถึงจะหยุดล่ะวะ.....พ่อแกไม่ว่าเหรอวะ” ชยุทถามไป “ไม่ พ่อฉันเขาก็ไม่ได้อยากจะทำธุรกิจนี้อีกแล้ว ตอนนี้ลุงจูหลงไม่ได้ทำแค่ยาเสพติด แต่เขาเริ่มทำธุรกิจค้ามนุษย์และอะไรอีกหลายอย่างที่ฉันกับพ่อไม่โอเค ฉันเลยตัดสินใจถอนหุ้นแล้วยุติทุกอย่าง...แต่ดูเหมือนว่าลุงจูหลงไม่ต้องการให้ฉันทำแบบนั้น” หยางอี้บอกเพื่อนตามตรง “ก็แน่ล่ะขึ้นหลังเสือแล้วมันลงยากนิวะ ถึงกับส่งคนมาฆ่าแกแบบนี้ฉันว่าคบไม่ได้แล้วล่ะว่ะ แล้วแกจะเอายังไงต่อไปวะ ” ชยุทบอกไป “ก็แก้แค้นสิวะ ในเมื่อกล้าส่งคนมาฆ่าฉัน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องใจดีอีกต่อไป..ฉันต้องสั่งสอนคนที่มันกล้ามาทำร้ายฉันให้สาสมกับที่มันทำให้ฉันต้องมาเจ็บมาทรมานแบบนี้สิวะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เออ ถ้าแกมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลย..ในจีนฉันอาจจะช่วยได้ไม่เท่าไหร่ แต่ในไทยฉันช่วยแกได้แน่” ชยุทบอกไปด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจแกมาก...เรื่องแก้แค้นฉันจัดการเองได้ แต่เรื่องผู้หญิงคนนั้นฉันอยากให้แกช่วยฉันหน่อย..ฉันอยากจะตอบแทนที่เขาช่วยฉัน” หยางอี้บอกไปแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก “แล้วแกจะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ ว่ามาเลย...” ชยุทถามเพื่อนทันที “เขาทำงานที่โรงแรมแกไม่ใช่เหรอ...เลื่อนตำแหน่งให้เขามาทำงานสบายๆหน่อย เป็นผู้จัดการหรืออะไรก็ได้ แล้วให้เงินเดือนเพิ่มสูงๆหน่อย..” หยางอี้บอกเพื่อนไป เพราะเขาอยากจะตอบแทนเธอ “อื้อหือ...สรุปนี่ผู้หญิงคนนี้ช่วยฉันหรือช่วยแกวะเนี่ย ตำแหน่งในโรงแรมฉันใช่ว่าจะเป็นกันง่ายๆนะโว้ย ถ้าเขาไม่มีความสามารถมากพอ คนอื่นๆก็จะว่าเขาได้นะโว้ย เขาทำตำแหน่งอะไรในโรงแรมฉันยังไม่รู้เลยเนี่ย” ชยุทบอกไป “...แกเป็นเจ้าของโรงแรมนะโว้ย มันต้องมีสักตำแหน่งแหละที่ให้เขาได้น่ะ...ทำเพื่อเพื่อนแค่นี่ไม่ได้เหรอวะ” หยางอี้บอกเพื่อนด้วยสีหน้าตึงๆ “ฉันล่ะเกลียดคำนี้จริงๆ พูดทีไรลำบากฉันทุกที...เออๆ พรุ่งนี้ฉันจะดูให้ละกัน...” ชยุทจำเป็นต้องตอบรับ เมื่อเพื่อนพูดมาขนาดนี้แล้ว ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากสำหรับเขา “อืม ขอบใจมาก...จะให้ดีก็เอาหาประวัติของเขามาให้ฉันด้วย..” หยางอี้ยิ้มออกมาแบบเจ้าเล่ห์ แล้วเขาก็พูดเสริมไปอีกกับความต้องการอีกอย่างของเขา “แล้วแกจะเอาประวัติเขามาทำไมอีกวะ เขามีแฟนแล้วนะโว้ย...รู้ไปก็เท่านั้นแหละ แกไม่มีทางได้เขาหรอก” ชยุทว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “แกรู้ได้ยังไงวะว่าฉันจะไม่มีทางได้เขาน่ะ...ต่อไปเขาอาจจะมาเป็นผู้หญิงของฉันก็ได้...” หยางอี้ตอบเพื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก “เห้ยๆ แกพูดแบบนี้อย่าบอกนะว่าแกจะแย่งแฟนคนอื่นน่ะหยางอี้...แบบนี้มันเลวเลยนะโว้ย” ชยุทได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตกใจ เขาก็ว่าเพื่อนทันที “หึ..แล้วที่ผ่านมาฉันไม่เลวตรงไหนวะ เลวเพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไปวะ ฉันว่าฉันตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้วว่ะ ฉันอยากได้มาเป็นเมียฉัน...” หยางอี้บอกไปแบบล็อกเป้าหมายเรียบร้อย “เชี้ย! เย็นชากับผู้หญิงมาเป็นร้อยๆ แต่กลับมาตกหลุมรักอะไรกับคนที่มีแฟนแล้ววะเนี่ยนะ แค่เพราะเขาช่วยแก แกก็รู้สึกตกหลุมรักจนอยากจะเอาเขามาเป็นเมียเลยเหรอวะ...” ชยุทพูดแบบอึ้งแล้วอึ้งอีก “เออ..ก็ฉันรู้สึกแบบนั้นนิวะจะให้ทำยังไงล่ะ...ยังไงฉันก็ต้องได้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นเมีย แกคอยดูเถอะ..” หยางอี้พูดไปแบบมาดมั่น “แต่เขามีแฟนแล้วนะโว้ย คบกันมาตั้งห้าปีขนาดนั้นจะเรียกว่ามีผัวก็ยังได้เลย แกยังจะเอาอีกเหรอวะ” ชยุทบอกไปแบบให้เพื่อนคิดดีๆ “ฉันไม่ถือ ต่อให้เขาจะมีผัวมาแล้วเป็นสิบๆคน ฉันก็รับได้...ฉันอยากได้เขาก็คืออยากได้สิวะ แกจะมาพูดมากทำไมวะ...” หยางอี้ว่าเพื่อนไป “ก็แกจะไปเอาเมียคนอื่นเขานิวะ แกจะไม่ให้ฉันว่าแกได้ยังไงล่ะ เขารักกันดีๆแกก็จะไปแย่ง เฮ้อ...เลวนะนั่น” ชยุทพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยใจเลยทีเดียว “คนเราเจอคนถูกใจมันก็ต้องเลวกันหน่อยสิวะ พวกเขารักกันแล้วไง ฉันก็ทำให้เลิกรักกันได้ แกเอาประวัติเขามาให้ฉัน แล้วก็ขึ้นตำแหน่งให้เขาตามที่ฉันบอกก็พอ เดี๋ยวเรื่องทำให้ความรักร้าวฉานฉันจะจัดการเอง” หยางอี้บอกไป “เฮ้อ...แกนี่มันร้ายจริงๆ...ฉันล่ะกลัวแทนผู้หญิงคนนี้เลยว่ะ...ฉันว่าน่ะเขาโชคร้ายแล้วล่ะที่มาช่วยชีวิตคนอย่างแกน่ะ...มีผัวอยู่ๆดีๆก็ได้ผัวใหม่ซะงั้น” ชยุทว่าเพื่อนไปแล้วส่ายหน้าไปมาทันที เพราะดูท่าเพื่อนเขามันจะเอาจริงแน่ๆ “...ผัวใหม่ที่ดีกว่าผัวคนเดิม เขาควรจะดีใจสิวะ หึๆ...” หยางอี้ตอบกลับไปก็ยิ้มออกมาแบบขำๆ “เอาที่แกสบายใจเถอะว่ะ เฮ้อ...” ชยุทบอกไปแบบยอมใจ เพราะเขาเป็นเพื่อนกันมานานเขารู้ว่าอะไรที่เพื่อนเขาต้องการแล้วมันก็ต้องได้ ดังนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เตรียมตัวชีวิตวุ่นวายเพราะมันได้เลย จากนั้นสองหนุ่มก็พูดคุยกันจนถึงโรงพยาบาล หยางอี้ก็เข้าพักในห้องพักวีไอพีที่หมอเตรียมไว้ให้ โดยมีซูหานนั้นคอยดูแล ส่วนชยุทพอเพื่อนพักผ่อนแล้วเขาก็เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน พร้อมกับเลื่อนนัดประชุมไปช่วงบ่ายแทน เพราะนี่ก็ตีสามกว่าแล้ว เขาคงตื่นไปประชุมไม่ไหวแน่ๆ เช้าวันต่อมา... บีมก็ออกเวรที่โรงพยาบาลแล้วกลับมาถึงบ้านก็เจ็ดโมงครึ่งแล้ว เขาก็เห็นว่าแฟนของเขายังไม่ลงมา เขาก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารให้เธอไปกินที่ทำงานตอนเที่ยง “กลิ่นหอมๆอะไรคะเนี่ย หอมไปถึงข้างบนเลย....กลับมาเหนื่อยๆทำไมไม่ขึ้นไปพักล่ะคะ มาทำอาหารอีกทำไมคะ หนูอุ่นอาหารที่พี่ทำไว้เมื่อวานกินก็ได้ค่ะ” ลินดาเดินลงมาแล้วเข้าไปอ้อนแฟนของเธอแบบน่ารัก ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเขาจากด้านหลังแล้วเอาหัวซบหลังของเขา “พี่อุ่นให้แล้วล่ะ เรากินได้เลย ส่วนนี่พี่ทำไว้ให้เราไปกินตอนเที่ยง เราจะได้ไม่ต้องออกไปหาอะไรกินไง เพราะแค่ทำงานเราก็แทบจะไม่มีเวลากินข้าวอยู่แล้ว” บีมยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่เธอมาอ้อนเขาแบบนี้ ก่อนจะพูดบอกไป “ทำไมน่ารักแบบนี้คะเนี่ย แบบนี้ต้องให้รางวัลแล้วล่ะค่ะ จุ๊บ...จุ๊บ...อื้ม..ชื่นใจจังเลยค่ะ...มีกำลังใจทำงานขึ้นมาเยอะเลย” ลินดาถอนกอดมาแล้วเอามือโน้มตัวเขามาหอมแก้มแล้วจุ๊บปากไปแบบรักใคร่ “เรานี่นะ ขี้อ้อนจริงๆเลย...แล้ววันนี้อย่ากลับดึกแบบเมื่อคืนอีกนะ พี่เป็นห่วง..” บีมบอกเธอไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ค่ะ วันนี้ไม่ดึกแล้วค่ะ เสร็จงานปุ๊บจะรีบกลับมาบ้านเลย หนูจะได้มาเจอพี่บีมก่อนพี่ไปทำงานไงคะ...เราไม่ได้ทำอะไรกันมาหลายวันแล้วนะคะ..หนูอยากแล้วอ่ะ..” ลินดาบอกเขาแล้วก็ส่งสายตายั่วๆไปให้ เพราะช่วงนี้เธอและแฟนยุ่งมาก จนไม่มีเวลาทำเรื่องแบบนั้นกันเลย “หึๆ...พี่ก็อยากเหมือนกัน...งั้นก็รีบกลับมานะครับพี่จะรอ...” บีมบอกไปก็มองเธออย่างหลงใหล เพราะเธอขี้อ้อนและน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้เขาหลงได้ยังไงล่ะ “โอเคค่ะ หนูจะรีบกลับมาหาพี่บีมเลยค่ะ ตอนนี้ขอมัดจำไว้ก่อนนะค จุ๊บ...จุ๊บ...” ลินดาบอกไปก็จุ๊บปากเขาแบบหยอกล้อ “อื้อ...จุ๊บ....ทานข้าวเถอะ เดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอก เดี๋ยวเอากับข้าวใส่กล่องให้ ” บีมบอกไปแล้วเอามือขยี้ผมเธออย่างเอ็นดู “ค่ะ...” ลินดาพยักหน้าตอบเขา แล้วเธอก็ไปนั่งที่เค้าน์เตอร์บาร์อีกฝั่ง ซึ่งเขาเตรียมอาหารไว้ให้เธอทานแบบพร้อมแล้ว แล้วเธอก็นั่งทานข้าวไปมองเขาเตรียมอาหารใส่กล่องให้เธอแบบมีความสุข ส่วนบีมก็ตั้งใจทำเอาอาหารใส่กล่องให้เธอไปทานที่ทำงาน แล้วก็เตรียมน้ำและผลไม้ให้เธอด้วย พอลินดาทานเสร็จเขาก็ออกไปส่งเธอที่หน้าบ้าน พอเธอออกไปแล้วเขาก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วนอนหลับพักผ่อน เพราะคืนนี้เขาต้องไปเข้าเวรแทนเพื่อนของเขาอีก ซึ่งมันจะเป็นแบบนี้อีกเป็นอาทิตย์เลย เซี่ยงไฮ้ประเทศจีน..9 โมง (เวลาเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) คฤหาสน์ตระกูลของลู่ ลู่หลิงพอรู้ว่าน้องชายของเธอถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่ประเทศไทยก็รีบกลับบ้านเพื่อนเพื่อมาบอกพ่อของเธอทันที “พ่อคะ...หยางอี้ถูกคนลอบฆ่าที่ไทยค่ะ” ลู่หลิงบอกพ่อของเธอไปด้วยสีหน้าตึงๆ “อะไรนะ! หยางอี้ถูกลอบฆ่าเหรอ แล้วตอนนี้หยางอี้เป็นยังไงบ้าง...” ไห่หมิงที่กำลังนั่งจิบชายามเช้าที่สวนหลังบ้านก็ทำหน้าตกใจแล้วรีบถามลูกสาวคนโตทันที “ถูกยิงที่ท้องค่ะ ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ น้องบอกว่าคนที่ลอบทำร้ายน้องครั้งคือคนของเจ๋อหรานค่ะพ่อ...” ลู่หลิงบอกไปตามที่น้องชายบอกเธอมา “ฝีมือของเจ๋อหรานงั้นเหรอ... เด็กนี่มันไม่กล้าส่งคนไปทำร้ายหยางอี้หรอก ถ้าจูหลงมันไม่สั่งลูกชายของมันทำน่ะ พ่อไม่คิดเลยว่าจูหลงมันจะกล้าลงมือกับหยางอี้แบบนี้...” ไห่หมิงพูดออกไปแบบผิดหวัง ที่เพื่อนรักของเขาสั่งคนมาฆ่าลูกชายคนเดียวของเขาแบบนี้ “ลุงจูหลงเริ่มจะล้ำเส้นเราแล้วนะคะพ่อ หนูว่าเราต้องตัดขาดจากตระกูลหนานแล้วจริงๆค่ะ ปล่อยไว้แบบนี้เราจะไม่รอดเอานะคะ...พ่ออย่าใจอ่อนกับคนแบบนี้อีกเลยค่ะ...” ลู่หลิงบอกผู้ดเป็นพ่อไปแบบอดไม่ได้ “อืม..ที่ผ่านมาพ่อพยายามรักษามิตรภาพของพ่อกับจูหลงไว้ แต่มันกลับส่งคนมาฆ่าหยางอี้แบบนี้ พ่อก็จะไม่ใจอ่อนกับมันอีกต่อไปแล้ว มิตรภาพของพ่อกับจูหลงคงต้องจบกันเพียงเท่านี้...แต่การที่เราจะตัดขาดจากมันได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกัน” ไห่หมิงพูดไปแล้วทำหน้าคิดหนัก “ตระกูลลู่ของเราอยู่เหนือตระกูลหนานมานานแล้วนะคะ แค่พ่อเอ่ยปากตัดขาดจากพวกเขา เราก็ต่างคนต่างอยู่แล้วนิคะ” ลู่หลิงพูดไป “มันจะต่างคนต่างอยู่ได้ยังไงล่ะ ถึงเราจะเหนือกว่าแต่ก็ใช่ว่ามันจะล้มเราไม่ได้นะ พ่อทำธุรกิจกับจูหลงมานาน มีอะไรหลายๆอย่างที่พัวพันกัน ถ้าเราจะตัดขาดจากมันเราก็จะต้องกลายเป็นศัตรูกับมันแบบเปิดเผย และมันก็เกี่ยวดองกับตระกูลหม่า ดังนั้นเราก็เหมือนมีศัตรูเพิ่มมาอีก” ไห่หมิงพูดไปแบบคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ เนื่องจากเมียของจูหลงเป็นลูกสาวของตระกูลหม่า ดังนั้นมันก็เหมือนมีตระกูลหม่าคอยเสริม ดังนั้นเขาจะเปิดศึกกับมันต้องคิดให้ดี “แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะคะพ่อ...ถ้าสองตระกูลนี้ร่วมมือกันจัดการเรา หนูว่าเราลำบากแน่ค่ะ” ลู่หลิงได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจ เธอจึงถามพ่ออย่างอยากรู้ว่ามีแผนรับมือยังไง “เราจะต้องหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลหม่า...และหนึ่งห้าตระกูลที่เหมาะสมที่สุดก็คือตระกูลไป๋...ของไป๋เหวิน...เพราะมันกับตระกูลจ้าวก็เกี่ยวดองกัน ถ้าเราได้ดองกับตระกูลไป๋ ก็จะทำให้เรามีอีกสองตระกูลคอยเสริม...” ไห่หมิงบอกลูกสาวไปก็มองลูกสาวด้วยสีหน้าจดจ้อง “เกี่ยวดองกับตระกูลไป๋เหรอคะ...ลุงไป๋เหวินมีลูกชายสองคนไม่มีลูกสาวเลย นี่พ่ออย่าบอกนะคะว่าจะให้หนูแต่งงานกับลูกชายลุงไป๋เหวินน่ะ” ลู่หลิงได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยถามพ่อของเธอทันที เพราะฟังที่พ่อพูดแล้วหน้าที่เกี่ยวดองเพื่อพันธมิตรครั้งนี้ ไม่น่าจะใช่น้องชายของเธอ แต่เป็นเธอมากกว่า “อืม...ลูกคงต้องเสียสละเพื่อตระกูลของเขาแล้วล่ะลู่หลิง...การแต่งงานของลูกคือความอยู่รอดของตระกูลเรา ตอนนี้จูหลงมันกล้าทำร้ายหยางอี้แล้ว ต่อไปมันก็คงไม่ปล่อยตระกูลเราไปแน่ พวกเราต้องหาพรรคพวกที่ช่วยเหลือเราได้..” ไห่หมิงบอกลูกสาวตามตรง เขาก็ไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่เพื่ออำนาจและความปลอดภัยของตระกูล เขาจำต้องใช้วิธีนี้ “หนูเข้าใจค่ะพ่อ...หนูจะปกป้องครอบครัวของเรา หนูจะยอมแต่งงานกับลูกชายของลุงไป๋เหวินค่ะ” ลู่หลิงบอกไปแบบรู้หน้าที่ของตัวเอง “พ่อดีใจนะที่ลูกเข้าใจสถานการณ์ของเราในตอนนี้ ลูกชายของไป๋เหวินทั้งสองคนต่างก็เก่งด้วยกันทั้งคู่ ดังนั้นลูกเลือกมาสักคนว่าอยากจะแต่งงานกับคนไหน ระหว่างซ่งหลินหรือว่าซ่งเฉิน...พ่อจะจัดการให้” ไห่หมิงบอกลูกสาว เพราะอย่างน้อยก็ให้ลูกสาวได้เลือกคนที่จะแต่งงานด้วย “ซ่งหลินเป็นลูกชายคนโต ยังไงเขาก็ต้องมาเป็นคนสืบทอดตระกูลไป๋ และเขาก็อายุมากกว่าหนู หนูเลือกเขาก็ได้ค่ะพ่อ...” ลู่หลิงบอกไปแบบพิจารณาแล้ว เพราะซ่งเฉินน้องชายของซ่งหลินเป็นเพื่อนกับหยางอี้น้องชายของเธอ ดังนั้นซ่งเฉินไม่ใช่ตัวเลือกที่เธอควรเลือก “อืม...ในเมื่อลูกเลือกแล้วงั้นพ่อจะไปคุยกับไป๋เหวิน เราจะได้รีบจัดงานแต่งงานนี้ให้เร็วที่สุด..” ไห่หมิงบอกลูกสาวไป “ค่ะพ่อ...” ลู่หลิงตอบรับไปแบบไม่พูดอะไร เพราะยังไงการแต่งงานของเธอก็ต้องเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้รักเขาก็ตาม แต่เพื่อความปลอดภัยของตระกูลเธอก็ต้องแต่งงานกับตระกูลไป๋ให้ได้ ลู่ไห่หมิงก็มองลูกสาวแล้วถอนหายใจออกมา ถ้าเขาไม่ร่วมทำธุรกิจกับจูหลงจนยากจะถอนตัวแบบนี้ ลูกสาวของเขาก็คงไม่ต้องเดือดร้อนแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากหาพันธมิตรคอยหนุนตระกูลเพื่อคานอำนาจไม่ให้ตระกูลหนานกับตระกลูหม่าร่วมมือกันจัดการตระกูลของเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD