เริ่ม

3071 Words
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท ลินดา ผู้จัดการคนฝ่ายห้องพักก็กำลังเดินตรวจเชคห้องพักให้กับแขกคนสำคัญที่จะเข้าพักในคืนนี้ ซึ่งเขาต้องการห้องพักชั้นบนสุดทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน ทำให้เธอและพนักงานต้องรีบทำการย้ายแขกที่พักก่อนหน้านี้ไปพักอีกชั้น และเร่งให้แม่บ้านทำความสะอาดและรีบทำการตรวจเชคห้องพักทุกห้องก่อนที่เขาจะเข้ามาพักในคืนนี้ “เฮ้อ...ในที่สุดก็เสร็จสักที...งานเร่งรีบแบบนี้ขออย่ามีมาบ่อยๆเลย...รับมือไม่ไหวจริงๆ...” ฝ้ายพนักงานสาวเอ่ยบ่นไปแบบเหนื่อยๆ “ฉันก็ว่างั้นแหละ...ดูท่าแขกที่จะเข้ามาพักคืนนี้คงจะเป็นคนสำคัญน่าดู ไม่งั้นคงไม่เคลียร์ห้องพักให้แขกคนนี้แบบส่วนตัวแบบนี้แน่...พี่ลินดารู้ไหมคะว่าแขกที่จะเข้าพักคืนนี้คือใคร เป็นพวกนักการเมืองคนใหญ่คนโตเหรอคะพี่” นิกพูดเสริมไป “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้ดูรายชื่อแขกที่จะเข้าพักจากพี่หนุ่มเลย เขาบอกให้พี่รีบมาจัดการย้ายแขกลงไปใช้ล่างแล้วเชคห้องพักแค่นั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกเรามาทำงานก็รู้เองแหละ...พี่ว่าพวกเราไปสแกนบัตรออกงานกันดีกว่า....จะได้ออกไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน....” ลินดาบอกกับรุ่นน้องทั้งสองของเธอ “ดีค่ะ เพราะทำโอทีตั้งแต่ห้าโมงเย็นจนนี่จะสามทุ่มแล้ว ข้าวยังไม่ตกถึงท้องเลยเนี่ย พี่ลินดาจะไปกับพวกเราไหมคะ หรือว่าพี่หมอบีมมารับคะ” ฝ้ายถามหัวหน้างานของเธอ เพราะปกติแฟนของลินดาจะมารับเธอกลับบ้านตลอด “คืนนี้แฟนพี่เขาอยู่เวรแทนเพื่อนที่โรงพยาบาลน่ะ พี่เอารถมาเอง เดี๋ยวพวกเราไปรถพี่กันก็ได้ วันนี้พี่เลี้ยงเอง..” ลินดาบอกไปตามตรง เพราะแฟนของเธอไปเข้าเวรแทนเพื่อนที่ไปเที่ยวต่างประเทศ “พี่ลินดานี่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ พวกเรานี่โชคดีจริงๆที่มีหัวหน้าดีๆแบบพี่...สงสัยต้องให้พี่หมอบีมอยู่เวรดึกๆบ่อยๆแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ” นิกพูดชมไปแบบดีใจ เพราะไปกินข้าวกับลินดาทีไรก็เลี้ยงข้าวพวกเธอตลอด “เกรงใจพี่ลินดาเขาบ้างเถอะแกน่ะ เขาพาไปเราไปเลี้ยงบ่อยแล้วนะ...ฝ้ายว่าครั้งนี้ให้เราสองคนเลี้ยงพี่ลินดาดีกว่านะคะ..” ฝ้ายบอกเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องแค่นี้เอง...ไม่ต้องคิดมาก พวกเราไปกันเถอะ พี่หิวข้าวจะแย่แล้วเนี่ย ป่ะ..” ลินดาบอกไปก็เดินนำสองสาวไปทันที สองสาวก็เดินตามไปด้วยรอยยิ้ม ลินดาและสองสาวก็ไปเอากระเป๋าที่ห้องพนักงาน แล้วพวกเธอก็พากันสแกนออกงาน จากนั้นก็พากันไปที่รถแล้วมุ่งตรงไปยังร้านอาหารที่พวกเธอจะไปทานกันในคืนนี้ “กริ้งๆ....กริ้งๆ...พี่ขอรับสายแปปนะ...” เสียงโทรศัพท์ของลินดาดังขึ้น เธอก็กดรับสายแฟนหนุ่มที่โทรเข้ามาหาตรงปุ่มที่พวงมาลัย “ฮัลโหล....เลิกงานหรือยังครับ..” บีมเอ่ยถามแฟนสาวของเขาที่คบกันมาห้าปีด้วยเสียงอ่อนโยน จนฝ้ายและนิกที่นั่งอยู่ในรถได้แต่อมยิ้มกันอย่างอิจฉาเลย “เลิกแล้วค่ะพี่บีม...ตอนนี้หนูกำลังไปทานข้าวกับน้องที่ทำงานค่ะ...พี่บีมถึงโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ...” ลินดาตอบไปก็เอ่ยถามแฟนหนุ่มทันที “ยังเลยครับพี่กำลังขับรถไปนี่แหละ...อีกสิบนาทีก็น่าจะถึงแล้วล่ะ พี่เลยโทรหาลินดาก่อน...เดี๋ยวเข้าโรงพยาบาลแล้วต้องไปตรวจเวรรอบดึก กว่าจะว่างเราก็คงจะนอนแล้วล่ะ...แล้วนี่จะไปกินข้าวกันที่ไหน” บีมบอกไป “ก็ร้านแถวๆโรงแรมนี่แหละค่ะ กินเสร็จแล้วจะแวะไปสองน้องๆเขาแล้วก็กลับบ้านเลยค่ะ..” ลินดาบอกไป “โอเคครับ งั้นถ้าถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกพี่ด้วยนะ...ขับรถดีๆนะครับ...พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ..” บีมบอกไปแบบเป็นห่วงเธอ เพราะปกติเวลาเธอเลิกงานดึกๆเขาจะเป็นคนไปรับเธอตลอด แต่อาทิตย์นี้เขาเข้าเวรแทนเพื่อนจึงไม่สามารถที่จะปลีกตัวไปรับเธอได้ “ค่ะพี่บีม...พี่ก็ขับรถดีๆนะคะ ถึงโรงพยาบาลแล้วก็บอกหนูด้วยนะคะ...” ลินดาบอกไปแบบเป็นห่วงเขาเช่นกัน “ครับ...พี่รักหนูนะ....แล้วเจอกันครับ...” บีมบอกไปเหมือนทุกครั้งที่เขาโทรหาเธอ “รักเหมือนกันค่ะ...บ้ายบายค่ะ...” ลินดาตอบไปแบบอายๆ เพราะในรถมีสองสาวนั่งอยู่ด้วย เธอก็ตอบไปแบบเบาๆ ก่อนจะกดวางสายของแฟนหนุ่มไป “หวานกันสุดๆเลยอ่ะพี่ลินดา...บอกเคล็ดลับหน่อยได้ไหมคะว่าคบกันยังไงให้คลั่งรักกันขนาดนี้น่ะ ฝ้ายจะได้เอาไปใช้กับแฟนฝ้ายบ้าง...” ฝ้ายพูดแซวไปด้วยรอยยิ้มเขินๆ เพราะเห็นแล้วก็อิจฉาจริงๆ “จริงด้วยค่ะ พี่ลินดาคบกับพี่หมอบีมมาตั้งห้าปีแล้ว ยังรักกันหวานฉ่ำอยู่เลย มีเคล็ดลับอะไรบอกพวกเราหน่อยสิคะพี่” นิกพูดเสริมไปอีกคนอย่างอยากรู้ “พี่ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเลย...ก็คบกันแบบคนปกติทั่วไปนั่นแหละ...พวกพี่ก็มีทะเลาะกันบ้างไม่ได้รักกันหวานฉ่ำแบบนี้ตลอดสักหน่อย” ลินดาบอกไปด้วยรอยยิ้มขำๆ “แต่พี่ลินดาก็ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะคะที่มีแฟนแบบพี่หมอบีมน่ะ...คิดดูสิคะจะมีผู้ชายที่ไหนมาใส่ใจคอยดูแลพี่ดีขนาดนี้อ่ะ...เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาแย่งไปนะคะ ของดีๆแลไอเทมแบบนี้หายากจะตาย” นิกพูดไปเพราะคิดว่าลินดาโชคดีมากๆ “พี่หมอบีมคลั่งรักพี่ลินดาขนาดนี้ต่อให้มีคนอยากจะแย่ง ฉันว่าก็ไม่สำเร็จหรอก...ใช่ไหมคะพี่ลินดา” ฝ้ายพูดเสริมไปตามความคิดของเธอ “เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ชายไหมล่ะ พี่ตอบไม่ได้หรอกว่าใครจะแย่งเขาไปจากพี่ได้ไหม...เพราะถ้าเขามีคนอื่นพี่ก็ไม่คิดที่จะคบกับเขาต่อ...ต่อให้พี่จะรักเขาแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์กับพี่ เขาก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับความรักของพี่เหมือนกัน..แต่ดีนะที่พี่บีมเขาไม่เจ้าชู้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของพี่...” ลินดาบอกไปแบบเด็ดขาด เพราะถ้าเขาไม่ซื่อสัตย์คบไปก็เสียใจเปล่า “พี่ลินดาเป็นคนดี พี่ก็ควรจะได้เจอคนรักดีๆแบบพี่หมอบีมนี่แหละค่ะ..” ฝ้ายพูดไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นสามสาวก็นั่งพูดคุยกันไปเรื่องต่างๆนาจนถึงร้านข้าว สามสาวก็พากันลงรถแล้วไปสั่งอาหารทานอย่างหิวโหย เพราะพวกเธอต้องรีบเคลียร์แขกที่เข้าพักย้ายไปอีกชั้น ทำให้พวกเธอไม่มีเวลาที่จะกินข้าวกันเลย สามสาวก็กินกันแบบจัดเต็มมากๆ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เวลา 18.00 น จูหลงที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องทำงานของเขาก็มองประตูที่เปิดออก พร้อมกับลูกชายของเขาที่เดินเข้ามา “ตอนนี้หยางอี้มันถึงไทยหรือยัง...” จูหลงถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ถึงแล้วครับพ่อ ตอนนี้หยางอี้มันอยู่ที่คลับของเพื่อนคนไทยของมันครับ พ่อจะให้คนของเราจัดการเก็บมันเลยไหมครับ” เจ๋อหรานบอกไปก็ถามทันที เพราะพ่อของเขาจ้องจะเล่นงานลู่หยางอี้มานานแล้ว และตอนนี้โอกาสของพวกเขาก็มาถึง เมื่อมันเดินทางไปประเทศไทย “อืม...จะรออะไรล่ะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ เพราะฉะนั้นเราจะรีรอไม่ได้ เก็บมันซะ แล้วสั่งคนของเราให้เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้มีเรื่องสืบสาวมาถึงฉันได้...” จูหลงบอกไปแบบรอบคอบ “ครับทพ่อ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ...” เจ๋อหรานบอกผู้เป็นพ่อไป “อืมดีมาก....แล้วเรื่องนี้อย่าให้น้องสาวของแกรู้ล่ะ เดี๋ยวจะมาทำแผนของฉันเสียอีก...” จูหลงกำชับลูกชายของเขา เพราะลูกสาวของเขาแอบชอบลู่หยางอี้อยู่ ดังนั้นจะให้ลูกสาวของเขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด “ครับพ่อ...เรื่องนี้ผมจะไม่ให้จี้ซินรู้แน่นอนครับ งั้นผมจะบอกให้ลูกน้องของผมจัดการมันเลยนะครับ...” เจ๋อหรานบอกไปอย่างรู้ดีว่า เรื่องนี้จะให้จี้ซินน้องสาวของเขารู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเธอมีใจให้หยางอี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถึงขั้นเคยมาขอร้องพ่อให้หมั้นหมายกับหยางอี้เลยด้วยซ้ำ แต่ทางนั้นกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย ทำให้น้องสาวของเขาเสียใจมาก แต่ก็ไม่สามารถทำให้น้องสาวเลิกชอบหยางอี้ไปได้เลย “อืม....ไปเถอะ” จูหลงพยักหน้าตอบรับไป จากนั้นเจ๋อหรานก็พยักทำความเคารพผู้เป็นพ่อ แล้วเขาก็เดินออกไปทันที “..ถ้าแกไม่ให้ลูกชายแกเข้ามายุ่งเรื่องธุรกิจของเรา ฉันก็คงไม่ทำแบบนี้ อย่าโทษที่ฉันใจร้ายกับแกเลยนะไห่หมิง......” จูหลงพูดพึงไห่หมิงที่เป็นเพื่อนของเขา เพราะตั้งแต่หยางอี้เข้ามาบริหารแทนลู่ไห่หมิงผู้เป็นพ่อ มันก็เข้ามาแทรกแซงธุรกิจของไห่หมิงทุกอย่าง รวมถึงธุรกิจที่ไห่หมิงลงทุนร่วมกับเขามาตั้งแต่หนุ่มๆด้วย นั่นก็คือธุรกิจผิดกฏหมายต่างๆที่เขาบริหารอยู่ หยางอี้ก็ต้องการถอนตัวออกไปพร้อมกับเงินมหาศาล ซึ่งเขายอมไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ลูซิเฟอร์คลับ...ประเทศไทย เวลา 20.00 น. ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อเดินเข้ามาในคลับก็ทำให้สาวๆพากันมองตาเป็นมันส์เลย แต่รอบตัวเขากลับมีคนติดตามอยู่รอบๆทำให้ไม่มีสาวๆคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาเลย จนกระทั่งเขาเดินเข้าไปยังโซนวีไอพี เขาก็ทำมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขารออยู่รอบๆ แล้วเขาก็เดินเข้าไปหาพวกเพื่อนๆของเขาที่รออยู่ “มาแล้วเหรอวะหยางอี้...พวกฉันดื่มรอแกจนจะเมาอยู่แล้วเนี่ย” ตรินที่เป็นเจ้าของคลับแห่งนี้ก็ทักทายเพื่อนของเขาไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นแล้วอ้าแขนต้อนรับเพื่อน ด้านหยางอี้ที่ฟังภาษาไทยเข้าใจก็ยิ้มออกมา เพราะสมัยเรียนที่อังกฤษเขาอยู่หอร่วมกับชยุทและตรินจึงค่อยๆซึมซับภาษาไทยมา ทำให้เขาสามารถพูดสื่อสารภาษาไทยได้นิดหน่อย แต่เขาก็เลือกที่จะพูดภาษาอังกฤษ เพราะมันเข้าใจง่ายกว่า “นี่พึ่งจะสองทุ่มเอง แกจะรีบเมากันไปไหนวะ...ฉันพึ่งจะมาถึงไทย พวกแกก็ให้ฉันมาหาที่นี่เลย ไม่คิดจะให้ฉันพักหน่อยหรือไงวะ” หยางอี้ตอบเพื่อนไปแบบบ่นๆ ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเพื่อนอย่างทักทาย “แกพักตอนอยู่บนเครื่องแล้วไงวะ จะพักอะไรนักหนาวะ มาดื่มกับพวกเพื่อนๆดีกว่า..นานๆพวกเราจะเจอกันนะโว้ย” ตรินก็ตอบเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ถอนกอดออกจากเพื่อน “อย่าว่าแต่แกถูกมันลากมาเลย ฉันก็ถูกมันตามตัวมาตั้งแต่เย็นแล้ว...ไม่รู้มันจะตื่นเต้นอะไรนักหนา...เดือนก่อนก็พึ่งจะเจอกันไปเอง...” ชยุทพูดบ่นไปก็ลุกขึ้นไปหาเพื่อนของเขา “เดือนก่อนมันก็นานแล้วไหมวะ...อีกอย่างเราไปหามันตลอด นานๆหยางอี้มันจะมาหาเรานะโว้ย...ฉันจะตื่นเต้นหน่อยมันจะเป็นอะไรไปวะ ฉันก็อยากจะอวดคลับใหม่ของฉันไหมล่ะ ฉันอุตส่าห์ตั้งใจไปดูงานจากคลับมันที่จีนมาตั้งหลายรอบ ฉันก็อยากให้มันมาเห็นคลับของฉันบ้างไง” ตรินบอกไป “เออ งั้นหยางอี้ แกติชมคลับมันหน่อยสิวะ...” ชยุทพูดแบบยอมๆ เพราะคลับนี้ตรินมันลงทุนลงแรงไปมากเลยทีเดียว “ก็สวย หรู ดูดี สมกับเป็นคลับของแกนั่นแหละ คงจะลงทุนไปเยอะเลยสิท่า...สนใจรับหุ้นส่วนเพิ่มไหมล่ะ...ฉันยินดีนะโว้ย” หยางอี้ชมแล้วถามเพื่อนด้วยรอยยิ้มหยอกๆ “แกรวยจนไม่รู้จะรวยยังไงแล้ว จะมาเป็นหุ้นส่วนฉันอีกทำไมวะ..รอให้คลับฉันใกล้เจ้งแล้วฉันค่อยให้แกมาเป็นหุ้นส่วนละกัน...ฮ่าๆ....” ตรินพูดไปแบบขำๆ “กำลังเริ่มเปิดคลับได้ไม่นานห้ามพูดเรื่องเจ้งสิวะ....เดี๋ยวแกก็ได้เจ้งจริงๆหรอก...” ชยุทว่าเพื่อนไปแบบอดไม่ได้ “เออๆ ก็มันเผลอปากพูดไปหน่อยเดียวเอง ไม่เจ้งหรอก..ลูกค้าเยอะแบบนี้จะเจ้งได้ยังไงวะ...” ตรินบอกไป “อย่าประมาทนะโว้ย ยิ่งลูกค้าเยอะแบบนี้แกก็ต้องยิ่งระวังพวกที่มันขี้อิจฉาเอาไว้ แกมีเส้นสายของตำรวจหรือยัง” หยางอี้ถามไปเพราะทำธุรกิจสถานบันเทิงต้องมีคนในคอยช่วยหากมีปัญหา “เรียบร้อย...เส้นใหญ่เลยล่ะ รับรองว่าถ้าคลับฉันมีปัญหา เขาจัดการให้ฉันได้แน่นอน..แต่ฉันอาจจะต้องจ่ายเยอะหน่อย” ตรินบอกไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนหนุ่มไป “อืม...แกก็จ่ายไปเถอะ...ถ้ามันแลกมากับความปลอดภัยของคลับแกน่ะ...ธุรกิจแบบนี้มันมาคู่กับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว....ถ้าแกอยากให้ธุรกิจนี้อยู่นานๆแกก็ต้องยอม...” หยางอี้บอกไป เพราะเขามีธุรกิจแบบนี้อยู่ทั่วเมืองใหญ่ๆในประเทศจีนเลย และทุกที่ก็ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้เขามีเส้นสายตำตรวจอยู่มากมายเช่นกัน “เออ ฉันเข้าใจแล้วน่า....ฉันทำตามที่แกแนะนำทุกอย่างแล้ว แกไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก..ฉันว่าแกมาเลือกสาวๆมานั่งด้วยดีกว่า....ฉันคัดสาวๆในร้านมาให้แกเลือกโดยเฉพาะเลยนะโว้ย” ตรินบอกไปด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “ฉันไม่ต้องการ แกไม่ต้องเอามาหรอก...แค่นั่งคุยนั่งดื่มกับพวกแกสองคนก็พอแล้ว...ฉันไม่ชอบให้ใครมานั่งออดอ้อนฉัน มันน่ารำคาญ” หยางอี้บอกไปตามตรง “จะกี่ปีกี่ชาติแกก็ยังเป็นไอ้คนเย็นชาเหมือนเดิมเลย...แกนี่ใช้ชีวิตไม่คุมเลยจริงๆ...เกิดมาทั้งทีมีของดีก็ต้องใช้งานบ้างสิวะ...จะปล่อยให้มันเหี่ยวเฉาตายเลยหรือไงวะ” ตรินพูดไปแบบประชดเพื่อนหนุ่ม เพราะเขาอุตส่าห์คัดเลือกสาวๆมาเพื่อมันเลย แต่มันกลับมาปฏิเสธซะงั้น “ฉันก็ใช้ตอนที่ฉันอยากใช้โว้ย...ใครจะปล่อยให้มันเหี่ยวเฉาวะ...ฉันแค่ไม่ชอบให้ผู้หญิงมาวอแวตอนดื่มเท่านั้น..” หยางอี้พูดไป “งั้นให้เด็กของฉันไปดูแลแกคืนนี้ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดส่งบริการให้ถึงห้องพักของแกเลย...” ตรินพูดเสนอมไปแบบไม่ยอมแพ้ “เฮ้อ...วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ทำเรื่องแบบนั้น แกหยุดพูดเรื่องหาผู้หญิงให้ฉันได้แล้ว...ฉันไม่ได้อยากเอาใครโว้ย...” หยางอี้บอกไปแล้วมองเพื่อนหนุ่มแบบจดจ้อง “ฮ่าๆ...ฉันก็บอกแกแล้วว่าหยางอี้มันไม่สนใจหรอก..ทีนี้แกเชื่อฉันหรือยังล่ะ...” ชยุทว่าเพื่อนไปแล้วส่ายหน้าไปมาทันที “เออ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ฉันก็คิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างสิวะ นี่อะไร..ยังตายด้านเหมือนเดิม..เฮ้อ...แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะมีเมียกับเขาวะ” ตรินว่าเพื่อนไปแล้วทำหน้างอนๆใส่ “แกยังไม่มีแล้วจะมาหวังให้คนอย่างฉันมีเมียได้ยังไงวะ...ฉันไม่ได้อยากมีสักหน่อย..และไม่คิดที่จะมีด้วย..” หยางอี้บอกไปแล้วยิ้มมุมปากออกไป เพราะเขาไม่คิดจะมีเมียหรือมีครอบครัวเลยสักนิด “ฮ่าๆ...ชัดเจนขนาดนี้ แกก็อย่าไปจิกจักมันเรื่องนี้เลยว่ะ...ฉันว่าเรามาดื่มกันดีกว่า..พูดเรื่องอื่นบ้างเถอะว่ะ..” ชยุทหัวเราะไปแบบขำๆ ก็ยกเหล้าให้เพื่อนทั้งสองคนที่นั่งข้างๆเขา แล้วก็ยกมาขอชนแก้วทันที “เออ พูดเรื่องอื่นเถอะ ยิ่งพูดเรื่องนี้ฉันก็ยิ่งจะหมั่นไส้หยางอี้มันว่ะ...มา..ชนแก้ว...แก๊ะ!...” ตรินบอกไปก็ชนแก้วกับเพื่อนๆทันที หยางอี้ก็ยิ้มออกมาแบบขำๆแล้วเขาก็ชนแก้วแล้วยกขึ้นดื่มทันที เพราะเขาก็ถือว่าเป็นคนที่ดื่มเก่งคนหนึ่งเลย จากนั้นเขาก็นั่งดื่มแล้วก็พูดคุยกับเพื่อนทั้งสองไปอย่างเพลิดเพลิน และครั้งนี้เขาตั้งใจจะมายินดีกับคลับที่เปิดใหม่ของตริน และเขาก็อยากจะมาพักผ่อนด้วย เลยตัดสินใจอยู่ที่ไทยสามวัน โดยพักที่โรงแรมของชยุทเพื่อนรักของเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD