22.00 น.
อาจ้าวลูกน้องของเจ๋อหรานที่ตามหยางอี้มาตั้งแต่เซี่ยงไฮ้ ก็ตรวจดูลูกน้องของหยางอี้ที่จอดรถรอรับหยางอี้อยู่นั้นก็มองอย่างพิจารณา จนพบว่ามีทั้งหมดหกคน เขาก็ส่งคนของเขาไปจัดการลูกน้องของหยางอี้ทั้งหมดแบบเงียบๆ แล้วลากตัวพวกนั้นออกไปไว้ในที่ลับสายตาคน จากนั้นก็สลับตัวคนของเขาเข้าไปแทน จากนั้นก็นั่งรอจนกว่าหยางอี้จะออกมา
ด้านลู่หยางอี้ก็นั่งดื่มกับเพื่อนทั้งสองมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว เขาก็รู้สึกเริ่มจะเมานิดหน่อยแล้ว เขาก็บอกเพื่อนของเขาทันที
“ฉันดื่มต่อไม่ไหวแล้วว่ะ...ฉันขอกลับไปพักที่โรงแรมก่อนนะโว้ย...ไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยมาดื่มกับพวกแกใหม่..วันนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆว่ะ” หยางอี้บอกไปแล้วส่ายหน้ายอมแพ้
“อะไรวะ ยังไม่เมาเลยนะโว้ย แกจะกลับได้ยังไงวะ...ดื่มด้วยกันก่อนสิวะ...จะรีบกลับไปทำไมวะ...โรงแรมไอ้ชยุทมันไม่หนีหายไปไหนหรอก” ตรินพูดไปแบบไม่ยอม
“แกจะดื่มเอาเป็นเอาตายเลยหรือไงวะ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมตอนเช้านะโว้ย ฉันก็ดื่มไม่ไหวแล้วเหมือนกันว่ะ ฉันว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะ พรุ่งนี้ก็มาต่อกันใหม่...ยังไงหยางอี้มันก็อยู่ที่ไทยอีกตั้งสองสามวัน” ชยุทพูดเสริมไปอีกคน เพราะเขาก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“เออๆ พวกแกนี่ชอบรุมฉันจริงๆเลย...งั้นดื่มอีกแก้วละกัน มา..ชนแก้ว...” ตรินบอกไปก็ยกแก้วไปชนกับเพื่อนทั้งสองแล้วยกขึ้นดื่มแบบเมาๆ
หยางอี้และชยุทก็ยกดื่มเช่นกันเพราะมันเป็นแก้วสุดท้ายแล้ว จากนั้นสามหนุ่มก็วางแก้วลงพร้อมกับทำหน้าขมขื่นกับรสชาติเหล้าเพียวๆที่พวกเขาดื่มเข้าไป
“งั้นฉันสองคนกลับก่อนนะโว้ย...ไม่ไหวแล้วว่ะ” ชยุทบอกไปก็ลุกขึ้นทันที เพราะขืนนั่งต่อเดี๋ยวตรินมันก็หาเรื่องให้อยู่ต่ออีก
“เดี๋ยวฉันไปส่งแกสองคนเอง...อือ...อ่าวเห้ย...พรึบ...อือ...แกจะผลักฉันทำไมวะเนี่ย” ตรินพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเขาก็เซล้มลงไปแบบอ่อนแรง เขาก็ต่อว่าเพื่อนของเขาไปแบบเมาๆ
“ฉันผลักแกตอนไหนวะ...แกล้มของเองนะโว้ยไอ้ตริน...แกเมาแล้วไม่ต้องไปส่งพวกฉันหรอก เอาตัวแกเองให้รอดก่อนเถอะว่ะ” ชยุทว่าเพื่อนหนุ่มไปแล้วมองอย่างเหนื่อยใจเลย
“อืม...ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละว่ะ...แกอยู่ตรงนี้เถอะตริน...เดี๋ยวฉันสองคนจะกลับกันเอง...แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะเพื่อนรัก...ขอบคุณสำหรับวันนี้นะโว้ย...ปึกๆ...” หยางอี้มองสภาพเพื่อนก็ส่ายหน้าเช่นกัน ก่อนจะพูดบอกไปพร้อมกับเข้าไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“เออๆ งั้นก็กลับกันดีๆล่ะ ไว้พรุ่งนี้หายเมาแล้วฉันจะโทรไปหาพวกแก...โชคดีโว้ย...เห้ย...ใครก็ได้ไปส่งเพื่อนฉันหน่อยสิวะ...” ตรินบอกไปแล้วเขาก็รองตะโกนออกมาให้พนักงานของเขาไปส่งเพื่อนเขาแทน
“อ่อครับๆ...เชิญทางนี้เลยครับ...” พนักงานที่คอยดูแลอยู่ก็รีบเข้ามารับหน้าที่ทันที
“ไปกันเถอะว่ะ นี่คลับของมัน เดี๋ยวลูกน้องมันก็พาเจ้านายไปเองแหละ มันไม่เป็นไรหรอก” ชยุทหันมองเพื่อนหนุ่มก็พูดบอกไป จากนั้นเขาก็เดินนำเพื่อนออกไปทันที เพราะเขาก็เมาเช่นกันแต่ว่าเขายังพอมีสติอยู่พอสมควร
“อืม...” หยางอี้ก็พยักหน้าตอบไป แล้วเขาก็เดินตามเพื่อนของเขาออกไปแบบนิ่งๆ เนื่องจากเขาดื่มทีหลังสองหนุ่ม ทำให้เขายังไม่เมาเท่าไหร่ แต่ว่าเขาง่วงนอนมากกว่าเพราะทำงานแล้วก็นั่งเครื่องมาไทยเลย จนถึงตอนนี้ทำให้เขารู้สึกอ่อนล้าอยากจะนอนมาก
พอสองหนุ่มเดินออกมาด้านนอกลูกน้องของหยางอี้ที่ตามเข้าไปดูแลด้านในก็พากันเดินตามออกมา แล้วรถที่มารอรับพวกเขาก็ค่อยๆขับเข้ามา
“ฉันไปส่งแกที่โรงแรมก่อนละกัน..” ชยุทบอกไป เพราะเขาในฐานะเจ้าของโรงแรมก็ควรจะต้อนรับเพื่อนของเขาอย่างดี
“ไม่ต้องหรอก แกมีประชุมตอนเช้าไม่ใช่เหรอวะ รีบกลับบ้านไปนอนพักเถอะ...เดี๋ยวฉันไปโรงแรมเองได้...แกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วย” หยางอี้บอกไปแล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆ
“ได้ไงวะ..แกมาทั้งทีฉันก็ต้องต้อนรับแกให้ดีหน่อยสิวะ” ชยุทบอกไป
“ไม่ต้องหรอก เราคนกันเองนะโว้ยจะมาต้อนรับให้ยุ่งยากทำไมวะ..ถ้าแกยังทำเหมือนฉันเป็นแขกเป็นคนนอกแบบนี้ ฉันจะไม่ไปพักที่โรงแรมของแกนะชยุท แกทำตัวสบายๆสิวะ” หยางอี้บอกไปตรงๆ เพราะเขาไม่อยากให้เพื่อนทำเหมือนกับเขาเป็นคนอื่น
“เออๆ เอาที่แกสบายใจก็แล้วกัน ถ้าแกไม่อยากให้ฉันไปส่งงั้นเดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกพนักงานให้เตรียมตัวดูแลแกแล้วก็ลูกน้องของแกละกัน...แกกับลูกน้องต้องการอะไรก็บอกพนักงานที่โรงแรมของฉันได้เลย...” ชยุทบอกไป
“อืม..ขอบใจมากเพื่อนรัก...งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้นะโว้ย...” หยางอี้บอกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“แล้วเจอกันเพื่อนรัก...ปึกๆ...” ชยุทบอกไปก็ตบหลังเพื่อนเบาๆ แล้วเขาก็ยิ้มตอบเพื่อนของเขาไป
ด้านอาจ้าวที่เข้ามาสมรอยเป็นคนขับรถของหยางอี้ก็นั่งดูหยางอี้ที่กำลังเดินมาที่รถด้วยสายตาจดจ้องในรถอีกคัน เพราะวันนี้เขาจะต้องจัดการหยางอี้ให้เรียบร้อย เขาก็มองดูแบบนิ่งๆ เพราะในรถที่หยางอี้จะขึ้น เขาเตรียมลูกน้องฝีมือดีเอาไว้จัดการหยางอี้แล้ว พอหยางอี้ใกล้เขามาเขาก็กดวิทยุสื่อสารสั่งลูกน้องที่นั่งอยู่ในรถคันที่เหลือให้เตรียมตัวจัดการกับลูกน้องของหยางอี้ที่เหลือให้หมด
“ผมช่วยพยุงไหมครับนาย...” ซูหานเข้ามาหาเจ้านายทันทีที่เจ้านายเดินออกมาจากเพื่อนแล้ว
“ไม่ต้อง..ฉันไม่ได้เมาขนาดนั้น...ฉันเดินเองได้...ขึ้นรถเถอะ” หยางอี้บอกลูกน้องคนสนิทไป แล้วเขาก็เดินตรงไปที่รถทันที
ซูหานก็รีบมาเปิดประตูให้เจ้านายของเขาอย่างรู้หน้าที่ จากนั้นก็ปิดประตูรถแล้วเขาก็รีบเดินอ้อมไปนั่งฝั่งข้างๆคนขับรถ ด้วยความมืดเขาก็ไม่ได้สังเกตว่าคนขับเปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้ว จากนั้นรถก็ขับเคลื่อนออกไปทันที แล้วลูกน้องที่เหลือก็ขึ้นรถคันที่เหลือจนหมด แล้วรถก็ขับตามกันออกจากคลับ
“อืม...อีกนานไหมกว่าจะถึงโรงแรมของชยุท” หยางอี้เอ่ยถามไปแล้วเอาศอกยันขอบประตูแล้วเอามือยันหัวของตัวเองไว้ แล้วก็กดคลึงเบาๆอย่างมึนหัว
“รถติดแบบนี้น่าจะอีกประมาณสามสี่สิบนาทีครับนาย ที่นี่ค่อนข้างจะห่างจากโรงแรมคุณชยุทครับ...” ซูหานบอกไป เพราะในรถมีหน้าจอจีพีเอสที่ปักหมุดโรงแรมของชยุทไว้อยู่ และมีเวลาระยะทางรวมถึงจราจรติดขัดบอกอยู่ เขาก็รายงานไปตามที่เห็น
“หาเส้นทางลัดที่เลี่ยงรถติด ฉันต้องการไปถึงโรงแรมภายในยี่สิบนาที...” หยางอี้บอกไปแล้วเขาก็หลับตาลงอย่างอ่อนล้า
“ครับนาย...เห้ย หาทางลัดที่ไปถึงโรงแรมให้เร็วที่สุดหน่อยสิ....” ซูหานตอบรับก็หันไปบอกลูกน้องที่ขับรถทันที
“ครับๆ...” ลูกน้องของอาจ้าวก็ตอบไปแล้วเขาก็ยิ้มมุมปากทันที เพราะไม่คิดว่าโชคจะเข้าข้างเขาขนาดนี้ เขาจึงกดเปลี่ยนเส้นทางที่เจ้านายเลือกไว้ทันที เพราะทางนั้นมันปลอดโปร่งและสะดวกต่อการกำจัดหยางอี้ที่สุดๆ
พอรถขับมาสักพักซูหานก็รู้สึกว่าทางมันเริ่มมีๆไฟน้อยลงทุกที แล้วรอบข้างก็ดูเปลี่ยวมาก เขาจึงมองที่ภาพหน้าจอซึ่งมันก็ขับมาตามเส้นทางจีพีเอสแล้ว
“ทำไมทางนี้มันเปลี่ยวจังเลยวะ...ฉันว่าเราเปลี่ยนเส้นทางนี้ดีกว่า...ติ๊ด...นายขับเลี้ยวไปทางนี้ละกัน” ซูหานบอกไปก็เลือกทางใหม่ เพราะถ้าเลี้ยวไปทางขวามันจะมีแสงไฟและบ้านคนมากกว่าทางนี้
“ครับๆ...” ลูกน้องของอาจ้าวแกล้งตอบรับแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนจะเลี้ยวไปทางซ้ายแทน แล้วเขาก็เอามือซ้ายสะบัดชกไปทางซูหานอย่างแรง
“ทำไมเลี้ยวทางนี้วะ...เห้ย...พรึบ...แกไม่ใช่คนของฉัน...” ซูหานมองแบบไม่พอใจก็กันไปต่อว่า แต่กับเจอหมัดของคนขับส่งมา เขาก็รีบหลบอย่างว่องไวตามสัญชาตญาณการต่อสู้ของเขา
“ฉันคือคนที่จะมาฆ่าแกกับนายของแกไงล่ะ..หึๆ...เอี๊ยด! ปึก ปึก ....ผั้วะ! ” ลูกน้องของอาจ้าวตอบด้วยรอยยิ้มร้ายๆ แล้วเขาก็เบรกรถทันที จากนั้นก็ต่อยหมัดสู้กับลูกน้องของหยางอี้ไปแบบหนักหน่วง
“เบรกทำไมวะเนี่ย....ขับรถภาษาอะไรของแกวะ” หยางอี้ที่เผลอหลับไปก็พูดบ่นออกมา ก่อนจะลืมตาตื่นแล้วมองอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อซูหานกำลังต่อสู้กับคนขับรถอยู่
“ลงจากรถก่อนครับนาย...ไอ้นี่มันจะมาฆ่าเรา...คนของเราอยู่ข้างหลัง..” ซูหานบอกเจ้านายของเขา แล้วเขาก็ล็อคแขนของชายคนนี้ไว้แล้วเอามือตีที่ไหล่อย่างแรงเพื่อตัดกำลัง
“อ่อ...” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็รนรานแล้วเขาก็รีบปลดล็อคแล้วเปิดประตูลงจากรถทันที
“แกร้ง! เห้ย...มันยิงฉันทำไมวะ...” หยางอี้เปิดประตูแล้วปืนจากด้านหลังก็รัวยิงเข้ามาทันที จนเขาเอาขาขึ้นรถแทบไม่ทัน เพราะพวกมันยังใช้ปืนเก็บเสียงทำให้เขาตั้งตัวไม่ทันเลย
“ปึก ปึก...เพราะคนของแกโดนพวกฉันจัดการแล้วไงวะ....วันนี้แกสองคนไม่รอดหรอก ผั้วะ...แกไปก่อนเจ้านายของแกละกัน...ปึก...ผั้วะ!...” ลูกน้องของอาจ้าวพูดไปแล้วก็ต่อยหน้าของลูกน้องหยางอี้ไปจนสลบ แล้วก็เอาปืนที่เก็บเสียงแล้วมาจ่อยิง
“ซูหาน...ปึก...กล้าดียังไงมาทำร้ายคนของฉันวะ...พรึบ...ฉันไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้นโว้ย..ปึก....ผั้วะ....ผั้วะ...ผั้วะ....” หยางอี้เห็นคนร้ายเอาปืนจ่อใส่ซูหานที่นอนสลบไป เขาก็เอาลุกเอามือล็อคคอของคนร้ายไว้ แล้วเขาก็เอามือทุบตีรัวๆจนหน้าของคนร้ายเต็มไปด้วยเลือด แล้วสลบไป
จากนั้นหยางอี้ก็เอาปืนของคนร้ายมามาแล้วเขาก็มองไปที่กระจกด้านหลังก็เห็นรถของลูกน้องที่ตามมามีคนเอาปืนจ่อยิงเขาอยู่ เขาก็รู้ทันทีว่าลูกน้องที่เหลือคงถูกคนร้ายจัดการหมดแล้ว เขาจึงขยับตัวไปดูซูหานลูกน้องของเขาทันที
“ซูหาน..ซูหาน...โธ่โว้ย..ทำไมแกมันอ่อนแบบนี้วะเนี่ย...ฉันให้แกมาปกป้องฉันนะโว้ย ไม่ใช่ฉันมาปกป้องแก..” หยางอี้เอามือตีหน้าซูหานเบาๆแต่ซูหานก็ไม่มีการตอบสนองเลย เขาก็บ่นออกมาแล้วเขาก็รีบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้ออกมา ก่อนจะกดโทรหาชยุททันที
“ฮัลโหล...ว่าไงวะ...” ชยุทที่นั่งรถกลับบ้านก็รับสายเพื่อนด้วยเสียงอ่อน
“ชยุท...ฉันถูกลอบทำร้าย แกมาช่วยฉันหน่อย..ตอนนี้ฉันถูกพวกมันล้อมไว้” หยางอี้บอกไปแล้วเขาก็มองดูรอบๆก็คิดว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
“อะไรนะ...แกถูกลอบทำร้ายเหรอวะ...แกรีบส่งโลเคชั่นของแกมาเลย เดี๋ยวฉันจะตามไปช่วยแกเดี๋ยวนี้แหละ..” ชยุทที่มึนเมาอยู่พอได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตาตื่นตะลึงทันที ก่อนจะรีบบอกเพื่อนไปแบบร้อนรน
“อืม....รีบมานะโว้ย ไม่งั้นฉันตายแน่...มันมากันตั้งสิบกว่าคนเลยว่ะ...” หยางอี้บอกไปก็กดวางสายแล้วเขาก็รีบกดแชร์โลเคชั้นให้ชยุทแล้วเขาก็ดูไปรอบๆตัวเขาอย่างระมัดระวัง
ด้านอาจ้าวที่ยืนดูอยู่ด้านนอกพอเห็นรถไม่ขยับแล้วเงียบไปก็เอาฝืนจ่อแล้วมองอย่างพิจารณา..เขาก็ทำมือให้ลูกน้องคนอื่นเข้าไปดู
ส่วนหยางอี้ที่มองผ่านกระจกก็เห็นคนร้ายค่อยๆเดินมาหาเขา เขาก็มองแล้วพิจารณาเลยว่าเขาจะยิ่งใครก่อน เขาก็เอามือเปิดประตูรถฝั่งขวาเบาๆ แล้วเขาก็ขยับตัวไปที่เบาะข้างซ้ายแล้วก็เปิดประตูเบาๆเช่นกัน แล้วเขาก็เอาเท้าข้างหนึ่งเตรียมตัวยันประตูฝั่งขวาเอาไว้ พอคนร้ายเข้ามาได้ตำแหน่งที่เขายิ่งได้ เขาก็เอาเท้าถีบประตูทางขวาจนมันอ้าออก แล้วเขาก็ยื่นตัวออกมาทางประตูด้านซ้ายแล้วก็ยิงคนร้ายที่เดินมาทันที
“ปัง....ปัง....ปัง....ปัง...” อาจ้าวและลูกน้องก็พากันรัวยิงประตูที่เปิดออกมาทางด้านขวา ก็ไม่ได้สังเกตุเห็นทำให้ลูกน้องที่กำลังเดินเข้าไปที่รถถูกหยางอี้ยิงจนล้มลงกับพื้นไปห้าคน
“โธ่โว้ย...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะรอดน้ำมือของฉันไปได้...ปัง ปัง ปัง...” อาจ้าวพูดอย่างโมโหก็รัวยิงฝั่งซ้ายไปจนประตูปิด แล้วทางขวาก็ถูกดึงปิดเช่นกัน เขาก็มองดูอย่างจดจ้อง
ด้านหยางอี้ที่กำจัดคนร้ายไปได้หลายคนก็พอจะใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ที่เหลืออยู่มันก็หลายคนเขาคิดว่าถ้าเขายังอยู่ในรถแบบนี้ต้องเป็นเป้าแน่ๆ ซูหานที่สลบไปอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย
“เฮ้อ....เอาวะ ดีกว่ารอความตายอยู่ตรงนี้...” หยางอี้พูดไปก็เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วเอาเท้ายันคนขับที่สลบออกไปอย่างแรง แล้วฝีนก็รัวใส่จนเขาเอื้อมมือปิดประตูไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจขับรถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จนประตูมันกระแทกกลับปิดของมันเอง หยางอี้ก็ขับตรงไปตามทางที่มืดตรงหน้าแบบเอาตัวรอด เพราะตอนนี้เขาถอยกลับไปไม่ได้แล้ว
“เห้ย ตามมันไปเร็วเข้า...อย่าให้มันรอดไปได้...” อาจ้าวก็สั่งลูกน้องแล้วเขาก็กลับไปขึ้นรถแล้วก็ขับตามรถของหยางอี้ไป
หยางอี้ก็เหยียบรถเร็วมากจนเขาเห็นรถของพวกนั้นตามมาแบบห่างอยู่พอสมควร เขาก็รีบเลี้ยวเขาไปหาทางที่มีแสงไฟ เพราะนั่นจะเป็นทางที่ปลอดภัยสำหรับเขาและลูกน้อง
“เอาไงดีวะเนี่ย....” หยางอี้พูดไปก็ขับเลี้ยวไปตามทางที่ซอกแทรกเพื่อจะให้พวกนั้นตามไม่ทัน และมันก็ถือเป็นโชคดีของเขาที่ขับออกมาเจอหมู่บ้านพอดี เขาก็มองหาซอยแคบที่เขาพอจะหลบได้ แล้วเลี้ยวเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ซูหาน...ฉันคงต้องเอาแกทิ้งไว้ที่นี่ก่อน..ขืนให้แกไปกับฉัน แกไม่รอดแน่..” หยางอี้พูดไป เพราะซูหานโตมากับเขา มันก็เป็นเหมือนน้องคนหนึ่ง ดังนั้นเขาจะปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเขาไม่ได้
หยางอี้จึงจอดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่มีพุ่มไม้รกร้างแล้วมีถังขยะตั้งสี่ห้าอัน เขาก็รีบลงจากรถแล้วเปิดประตูเอาตัวซูหานลงจากรถแล้วพยุงตัวไปนั่งพิงที่กำแพง
“เดี๋ยวชยุทมันจะตามมาช่วยแกเอง..ถ้าฉันโชคดีหวังว่าเราจะกลับมาเจอกันอีกนะ...” หยางอี้เอาโทรศัพท์ของเขายัดใส่เสื้อของซูหานไว้ แล้วเขาก็เอาเอาเท้ายันถังขยะมาปกปิดซูหานเอาไว้ จากนั้นเขาก็กลับไปเปิดประตูรถ
“เห้ย มันอยู่ตรงนั้น....ปัง...ปัง...” เสียงของคนร้ายพูดแล้วก็เสียงปืนที่โดนประตูดังขึ้น หยางอี้หันไปมองแบบตกใจเพราะไม่คิดว่ามันจะตามมาเจอเร็วขนาดนี้ หยางอี้ก็รีบขึ้นรถทันที แต่ในจังหวะนั้นกระสุนปืนก็พุ่งเขามาที่ท้องของเขา
“...โอ้ย....แม่งเอ้ย...” หยางอี้ร้องออกมาแล้วนั่งในรถด้วยสีหน้าเจ็บแสบ เขาก็รีบเอามือกอดแผลที่โดนยิงไว้ แล้วเขาก็มองไปทางซูหานแล้วก็เหยียบคันเร่งออกไปทันที เพราะต้องล่อให้พวกมันตามเขาไป จะให้พวกมันหยุดรถตรงนี้ไม่ได้
หยางอี้ก็พยายามขับรถหนีแบบสุดชีวิต เขาก็พยายามที่จะออกจากหมู่บ้านนี้เพื่อให้พวกมันออกมาไกลซูหานให้มากที่สุด เขาก็เลี้ยวไปเลี้ยวมามาเจอกับรถของพวกมัน แล้วมันก็ขับรถมาชนของเขาอย่างแรง... “ปัง!....” เสียงรถชนกันดั่งสนั่นแล้วรถของหยางอี้ก็ตกข้างทางไป พร้อมกับตัวเขาที่ปลิวออกมาจากตัวรถเพราะประตูมันถูกยิ่งจนปิดไม่สนิท ทำให้ไม่สามารถรั้งตัวเขาอยู่ในรถได้
หยางอี้ที่นอนอยู่ไม่ไกลก็เห็นไฟที่รถลุกท่วมขึ้นมา เขาก็เอาปืนจ่อยิงตรงถังน้ำมันแบบตั้งใจ เพราะแบบนี้เขาถึงจะมีโอกาสรอดจากพวกมันไปได้ “ปัง....ตุ้ม....” เสียงรถระเบิดแล้วไฟก็ลุกโชนขึ้นมาเผาไหม้รถทั้งคัน