“ไหนล่ะครับเด็กที่จะให้ผมสอนภาษา”
ดิเอโก้หันหน้าหนีเส้นใหญ่ที่กำลังท่าหน้านิ่วคิ้วขมวด ใจอยากจะวิ่งไปแอบหัวเราะแต่ก็ทำไม่ได้ เขากวักมือเรียก 'ดีน' ลูกชายจอมซนของเขาที่กำลังวิ่งมาพร้อมขวดนม ซึ่งมันก็คล้ายกับว่าเขากำลังเฉลยคำตอบให้ครูสอนภาษาควบตำแหน่งพี่เลี้ยงได้รู้ “นี่ไง ‘ดิมิเทรียส คอยด์’ หรือเธอจะเรียกว่าดีนก็ได้ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของฉันอายุสองขวบแปดเดือน คนที่เธอจะต้องมาสอนภาษาไทยไง” ยิ้มละลายใจ "ดีใจมั้ยที่ลูกฉันน่ารัก" กอดลูกชายตัวเองที่กำลังเงยหน้ามองครูพี่เลี้ยงตาแป๋ว
ครูเด็กประถมเงียบไปเกือบห้านาที กว่าจะออกจากภวังค์ความคิดได้ก็ถึงกับตวาดลั่น “คุณคงจะบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่จ้างผมมาสอนเด็กเล็กยังไม่ขึ้นอนุบาลแบบนี้" เสยผมตัวเองหันซ้ายหันขวา "ผมเลี้ยงเด็กไม่เป็นนะ ไหนตอนแรกคุณบอกว่าลูกคุณโตแล้วยังไงล่ะครับ” เส้นใหญ่เริ่มมีอารมณ์โกรธออกมาเล็กน้อย เขาโมโหจนไม่สนใจเลยว่าที่นี่คือต่างบ้าน ไม่ใช่โรงเรียนในประเทศไทยที่เขาเป็นครูสอนอยู่และที่สำคัญคนตรงหน้าก็ตัวใหญ่กว่า ไม่ใช่เด็กที่เขาจะเอาไม้เรียวมาตีได้
“ใช่ไง ดีนกำลังโตแล้วและฉันอยากให้เธอมาสอนเขา เขียนไม่ได้ขอแค่พูดได้ก็ยังดีเพราะฉันชอบภาษาไทยแน่นอนว่าอีกไม่นานฉันอาจจะไปทำธุรกิจที่นั่นด้วย รู้ไว้ไม่เสียหายไมใช่เหรอ” เจ้าของบ้านยักไหล่ใส่คนที่เริ่มโกรธเขา
"แต่ผมสอนเด็กเล็กขนาดนี้ไม่ได้"
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ไหนๆ เธอก็ตัดสินใจลาออกจากที่ทำงานเดิมแล้วจะไม่ลองดูหน่อยเหรอ ดีนฉลาดมากนะตอนนี้เริ่มเขียน ABCD แล้ว สอนไปเลี้ยงไปง่ายจะตาย” ดิเอโก้อวดลูกตัวเอง
เส้นใหญ่ถอนหายใจแรงๆ ดัง พรืดด…อย่างตั้งใจให้เจ้าของบ้านได้ยินและเขากำลังพยายามปรับจูนสติสตังค์ที่มันเริ่มเตลิดไปไกล ที่จริงมันก็เป็นอย่างที่ดิเอโก้ว่า เขาลาออกจากที่เดิมมาแล้วและไม่คิดอะไรให้ดีก่อนจริงๆ ตอนนั้นมันเหมือนมีอะไรดลใจให้เขาตามอีกฝ่ายมาง่ายๆ รึมันเป็นเพราะอีกฝ่ายหล่องั้นเหรอก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเขาไม่ได้คิดจะชอบผู้ชาย สุดท้ายเขาก็จำเป็นต้องตกลงอย่างเสียไม่ได้ “แล้วคุณแม่ของน้องล่ะครับ”
ดิเอโก้ส่ายหน้า “ไม่มีหรอก ฉันเลี้ยงลูกคนเดียว เลี้ยงมาตั้งแต่ดีนเขาเกิดแล้วล่ะ” มองเลยไปที่แม่บ้านที่เป็นภรรยาของพ่อบ้านทอม “ถ้าเอมม่าไม่มาช่วย ฉันก็คงเลี้ยงเองไม่ไหว” นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เพราะเขาไม่มีความละเอียดอ่อนในแบบของผู้หญิงเลย ในใจเขาคิดไว้ว่าจะรอให้ดีนโตอีกสักหน่อยค่อยเอาลูกไปให้แด๊ดกับมัมเลี้ยงแทน ‘นั่นหมายถึงถ้าเขายังไม่มีเมียเสียก่อนน่ะนะ’
เส้นใหญ่มองตามสายตาเจ้าของบ้าน ก็เห็นผู้หญิงอายุประมาณสี่สิบกว่าปียืนส่งยิ้มมาให้และเขาก็ยิ้มตอบกลับไป “นี่คงเป็นทางเลือกที่ผมปฏิเสธไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ” แม้จะหนักใจที่เขาไม่เคยสอนเด็กที่เล็กขนาดนี้มาก่อน แต่พอมาคิดดีๆแล้ว ในเมื่อเขาเองก็เป็นครูสอนเด็กประถม วิธีการสอนก็คงจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ‘เฮ้อ’ เขาลอบถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับแสดงออกว่ายังคงลังเล
“มีอีกทางเลือกก็คือกลับบ้านโดยไม่ได้อะไรเลยแม้แต่ออกไปเที่ยว แล้วยังต้องจ่ายเงินเดือนที่ฉันโอนให้คืนมาสามเท่าค่าผิดสัญญา” สัญญาที่เขายังไม่ได้ร่างทุกอย่างก็แค่ ‘ขู่’
ยิ่งได้ฟังแบบนี้ คนที่เดินทางมาไกลก็ยิ่งหน้าบูด ‘ใครจะไปหามาคืนได้กันตั้งสามเท่า ถ้าแม่ยี่สุ่นรู้เขาตายแน่’ แม้น้องชายเขาจะได้สามีรวยแถมยังเป็นเพื่อนสนิทกับคนตรงหน้าแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเอาความวุ่นวายของตัวเองไปให้คู่แต่งงานใหม่ได้เสียเมื่อไหร่ “ตกลงก็ได้ครับ” เขาเลิกสนใจเจ้าของบ้านแล้วหันไปทักทายลูกศิษย์ตัวอ้วนน่ารักล้านเท่าที่ยืนเกาะแขนพ่อตัวเอง “Hi” ยิ้ม “Deen” ยื่นมือออกไปให้เด็กอ้วนน่ารักตาสีเขียวเข้มเหมือนพ่อได้จับ “I’ m going to be a nanny for you,okay?” (ฉันจะมาเป็นครูพี่เลี้ยงให้เธอ ตกลงมั้ย?)
ดีนเอียงคอน้อยๆ พลางยื่นมือเข้าไปหาคนแปลกหน้าท่าทางใจดีที่ส่งยิ้มให้เขาจนดวงตาแทบจะปิดสนิท “okay” ☺️ คำตอบที่เด็กอายุสองขวบแปดเดือนคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะได้เพื่อนเล่นเพิ่ม คำว่าครูพี่เลี้ยงดีนไม่เคยรู้จักแต่ในเมื่อแด๊ดรับคนๆ นี้เข้ามาในบ้าน แน่นอนว่าต้องเป็นคนดีแน่ๆ
ดิเอโก้ปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งเล่นทำความคุ้นเคยกันอยู่อย่างนั้นจนมอสโคว์เดินเข้ามาหา เขาจึงผละออกไปเพื่อทำธุระ
เส้นใหญ่มองตามฝรั่งสองคน เจ้าบ้านแต่งตัวด้วยเสื้อคอโปโลแขนสั้น กางเกงขายาวธรรมดา คนที่เดินตามด้านหลังยังคงเป็นมอสโคว์คนนั้น เขามองไปรอบๆ ก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนหุ่นล่ำเดินไปมาประปราย ห่างไกลออกไปแม้จะมีต้นไม้ดอกไม้บังอยู่แต่เขาก็เห็นกำแพงทึบสูงกว่าห้าเมตรในอาณาเขตประมาณห้าไร่ ‘ดิมทำงานอะไร?’ นั่นคือสิ่งที่ติดอยู่ในใจตั้งแต่วันนั้น
๑-------------------------------๑
หนึ่งเดือนผ่านไป
หลังจากปรับสภาพการทำงานได้ไม่นาน เส้นใหญ่ได้ย้ายเข้าไปนอนร่วมห้องกับดีนและเริ่มพูดกับเด็กน้อยเป็นภาษาไทยทันที สองคนต่างวัยอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ความใจเย็นและความใจดีของเส้นใหญ่ทำให้ดีนรักอีกฝ่ายได้อย่างสนิทใจไม่ต่างจากเส้นใหญ่ที่หลงรักเด็กน้อยเข้าไปเต็มเปา หนำซ้ำคำพูดภาษาไทยที่พร่ำสอนไม่สูญเปล่าเมื่อเด็กน้อยเริ่มซึมซับและพูดได้ทีละนิด ‘นี่เป็นเรื่องที่เส้นใหญ่ภูมิใจมากที่สุด’
๑-------------------------------๑
เช้าวันหนึ่งก่อนที่ดิเอโก้จะไปทำงาน เขานั่งฟังคนเสียงนุ่มหน้าใสตรงหน้าที่พูดกับลูกเขาในระหว่างทานมื้อเช้า มันเป็นแบบนี้ทุกวันจนติดเป็นนิสัย การนั่งมองเส้นใหญ่ในความรู้สึกของเขามันทำให้เขาผ่อนคลาย เขาชอบที่เส้นใหญ่ยิ้มให้ดีน เขาชอบที่เส้นใหญ่หลอกล่อให้ลูกเขาทานข้าวเช้าเยอะๆ เขาชอบที่อีกฝ่ายเล่นกับลูกของเขา เขาชอบหน้าตาสดใสของเส้นใหญ่ เขาชอบ...อย่างไม่มีข้อแม้อะไรอีก ‘ชอบไปหมด’ เหมือนวันนี้
เส้นใหญ่นั่งตัวติดเด็กฝรั่งก่อนจะพูดออกไปเป็นภาษาไทย “เรียกใหญ่ก่อนเดี๋ยวจะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนกลางวัน” ตักโจ๊กเข้าปากเด็กน้อยที่ทำหน้างง แต่ในหัวก็ยังประมวลผล
“หญ่าย” ☺️
“ว๊าว...เก่งจังเลย” แปะๆๆๆ ครูพี่เลี้ยงตบมือดังลั่นและชมไม่หยุด พาให้เด็กน้อยยืดอกท่ามกลางสายตาของคนเป็นพ่อที่ลอบยิ้มตรงมุมปากแต่แกล้งยกกาแฟขึ้นมาจิบ แต่เส้นใหญ่ก็ยังแอบเห็น “ถ้าวันนี้ทานหมดนี่นะ จะสอนเต้นท่าไก่ย่างด้วย” ตักโจ๊กขึ้นมาอีกหนึ่งคำส่งไปถึงปากเล็ก “อ้า...อั้ม!!! เก่งที่สุดเลย”
“ก่าย ย่าง”