ตอนที่ 1
ที่แท้ก็มีผัวใหม่
แม้ว่ากลุ่มเพื่อนสนิทจะทยอยกลับกันไปหมด ทั้งกิจกรรมรับน้องยังเดินทางมาจนใกล้จะจบแล้ว หากแต่สิบทิศก็ยังคงเลือกจะยืนอยู่ที่เดิม มุมเดิม มุมที่สามารถมองใครคนหนึ่งได้อย่างถนัดตา หนุ่มตัวสูงเผลอมองสำรวจร่างกายของคนที่ไม่เจอกันมาสองปีด้วยความรู้สึกหลากหลาย และคำถามมากมายในใจ
ทั้งที่เมื่อก่อนมันเคยหอมหวานขนาดนั้นแท้ๆ
"เหอะ หายไปสองปี คงไปใช้ชีวิตจนกร้านแล้วมั้ง"
สิบทิศบ่นออกมาคนเดียว แต่สายตายังคงจับจ้องไปยังกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่ง ไม่สิ ต้องบอกว่าใครคนหนึ่งน่าจะถูกต้องมากกว่า
กิจกรรมรับน้องที่นับดาวได้ทำจบลงในอีกไม่ถึงชั่วโมงต่อมา คนใบหน้าหวานแยกตัวออกมานั่งพักอยู่คนเดียวใต้ร่มไม้ใหญ่ ทอดสายตามองไปอย่างไม่ได้จับโฟกัสที่จุดใด บรรยากาศของการเข้าเรียนมหาลัยที่เธอได้รับช้าไปสองปีมันเป็นแบบนี้เองงั้นเหรอ นึกถึงตรงนี้ลมหายใจของนับดาวก็ถูกผ่อนระบายออกมาอีกครั้ง
'ถ้าไม่ใช่เพราะเรามันโง่ ก็คงไม่ลำบากขนาดนี้หรอกสินะ' เธอรำพึงในใจอย่างเย้ยหยันในความโง่งมของตนเอง
ขณะที่นับดาวกำลังทอดอารมณ์หวนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เหมือนกับว่ากำลังอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีเพียงเธอเท่านั้น จนไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าฝีเท้าของใครคนหนึ่งกำลังสืบขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งใครคนนั้นก็ไม่พ้นคนที่จ้องมองเธออยู่นานแล้วนั่นเอง
เขาเดินเข้ามาอย่างเงียบงัน...ไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าเบาหวิว หากแต่เป็นเพราะโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหวเมื่อเพียงแค่เขาเห็นหน้าเธอ
รูปร่างเพรียวบางแต่ไม่ผอมแห้ง ใบหน้ายังคงดูสงบนิ่งและอ่อนหวาน ผิวขาวนวลละมุนไร้รอยตำหนิให้สายตาคนมองได้ระคายแม้แต่น้อย
ผมยาวสีดำขลับถูกปล่อยสยายตรงระแผ่นหลังหลัง เสริมความนุ่มนวลให้ใบหน้ารูปไข่ที่รับกับลำคอระหงอย่างลงตัว
ดวงตากลมโตของเธอเหมือนบ่อน้ำใสที่สะท้อนทุกอารมณ์คนมอง ริมฝีปากสีชมพูอ่อนอย่างไม่ต้องพึ่งลิปสติก
ไม่มีเครื่องประดับใดนอกจากนาฬิกาเรียบๆ ที่ข้อมือ แต่ทุกก้าวที่เธอเดิน เหมือนพัดกลิ่นดอกไม้บางๆ ให้กระจายอยู่ในอากาศรอบตัว
ไม่มีอะไรฟุ่มเฟือย...แต่ทุกอย่างในตัวเธอ งดงามจนไม่อาจละสายตา
ความตั้งใจเดิมของสิบทิศคือการอยากเข้ามามองเธอคนนี้ให้ใกล้เข้ามาอีกหน่อย หากแต่พอเขาเดินเข้ามาในระยะที่ค่อนข้างจะใกล้ชิดกัน กลิ่นน้ำหอมของเด็กปีหนึ่งที่อายุเท่าเขากลับลอยเข้าจมูกพอดี
น้ำหอมกลิ่นเดิมที่สิบทิศเคยสูดดมและหลงใหลเมื่อหลายปีก่อน ความคุ้นเคยและโหยหาขับให้สองเท้าของสิบทิศก้าวขยับเข้าไปใกล้มากกว่าที่เขาตั้งใจเอาไว้แต่แรก
"จะทำอะไรน่ะ!"
น้ำเสียงไม่พอใจดังออกมาจากคนตัวเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อฝ่ายนั้นรู้ตัวแล้วว่าชายหนุ่มที่อยู่ในสถานะรุ่นพี่ กำลังก้าวเข้ามาใกล้เธอมากกว่าที่ควรจะเป็น
"นับ..."
เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับกระซิบตรงหน้า ขับให้ก้อนบางอย่างในลำคอคอของนับดาวตีรื่นขึ้นมาอีกครั้ง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็พยายามกลั้นมันไว้สุดใจผ่านสีหน้าเย็นชา
"มีธุระอะไรคะ รุ่นพี่"
น้ำเสียงห่างเหินของนับดาวขับให้สองเท้าของชายหนุ่มขยับเข้าหาอย่างลืมตัวพร้อมกับอุ้งมือที่ถูกยื่นออกไปหวังจะคว้ามันมากอบกุม ทว่าก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อคนตรงหน้าขยับหนีเขาราวรังเกียจเขาเสียเต็มประดา
"มีอะไรจะพูดก็ว่ามาสิ จะเข้ามาใกล้ทำไม ขยะแขยง!"
"รังเกียจ? เมื่อก่อนไม่เห็นพูดแบบนี้เลยล่ะ ทั้งที่เราก็ใกล้กันแบบเนื้อกระทบเนื้อ เลียให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่เห็นเธอพูดว่ารังเกียจหรือขยะแขยงเลย"
นับดาวที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกวาบหวามอยู่เหมือนกับเมื่อเผลอนึกถึงความสัมพันธ์ครั้งหลัง แต่มันก็เกิดขึ้นได้ไม่นาน ความวาบหวามสะท้านในช่วงท้องก็พลันถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธและเกลียดชัง
เมื่อนึกถึงวีรกรรมที่อีกฝ่ายทำกับตนผลักให้เขาชักสีหน้ากรุ่นโกรธกลับมาได้ทัน
"ก็แค่เรื่องเก่าๆ ของเก่าๆ " นับดาวเอ่ยเสียงค่อนไปทางไม่พอใจ
“สรุปจะมาพูดอะไร ถ้าไร้สาระฉันขอไม่เสวนาด้วยนะคะ เสียเวลา”
"ทำไมเธอถึงเพิ่งมาเรียนปีหนึ่งละ ทั้งที่ความจริงควรอยู่ปีสามแล้วนี่"
สิบทิศเลือกจะถามความข้องใจออกไปอีก เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นยังคงนิ่งเงียบไม่ปริปากอะไร และเหมือนจะได้ผลเมื่อครั้งนี้นับดาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเต็มตา ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่นจนสั่นระริก ทั้งแววตาเต็มไปด้วยไอรังสีแห่งความโกรธยิ่งมากขึ้นไปอีก
"ใช่สิ คนอย่างคุณจะไปรู้อะไร วันๆ คงเล่นสนุกปั่นหัว ปั่นความรู้สึกของคนอื่น โดยไม่สนใจสักนิดว่าการกระทำของตัวเองมันทำให้คนอื่นต้องมารับกรรม หรือสูญเสียอะไรไปบ้าง!"
"หมายความว่าไง"
สิบทิศเอ่ยเสียงเบาแทบกระซิบเปล่งคำถามออกไป ด้วยว่าไม่เข้าใจในคำพูดของอีกฝ่ายว่าต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ หากแต่ยังไม่ทันจะมีใครได้พูดอะไรออกมาอีก ชายหนุ่มผู้มีแต่รอยยิ้มชวนมองเป็นเอกลักษณ์แม้ดวงตาจะเศร้าสร้อยก็เดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่พอดี หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือเดินมาหาคนที่ชื่อนับดาวน่าจะถูกต้องกว่า
"รอนานไหมครับ ที่รัก" สิบทิศหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสนิทสนมและสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของนั่น
'ที่รักงั้นเหรอ? เหอะ นี่มึงคาดหวังอะไรอยู่ว่ะสิบทิศ' รุ่นพี่ปีสามร้องด่าตัวเองในใจ แต่สายตาคู่คมยังคงจับจ้องอยู่กับรุ่นน้องทั้งสองตรงหน้า แม้ว่าความจริงแล้วเขาควรจะหันหลังเดินหนีออกมา แต่ร่างกายมันกลับชาวาบขยับหนีไม่ได้
"ไม่นานหรอกค่ะที่รัก"
ธันวาผู้มาใหม่แอบขมวดคิ้วเล็กน้อย กับคำพูดจาฟังดูหวานหูเกินปกติของอีกฝ่าย หากแต่พอหางตาสังเกตเห็นใครอีกคนที่กำลังยืนจ้องมาทางพวกเขา ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรได้รางๆ ชายผู้มาใหม่ถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ยังคงส่งยิ้มให้กับผู้หญิงตรงหน้าเช่นเคย
"ดูสิ เปื้อนหมดแล้ว เดี๋ยวเค้าเช็ดให้นะครับ"
ทิชชูเปียกถูกบรรจงเช็ดไปมาตามใบหน้าของนับดาวด้วยความทะนุถนอม และแน่นอนทุกการกระทำมันตกอยู่ในสายตาของคนมองอย่างสิบทิศอยู่แล้ว ปลายลิ้นของหนุ่มดันกระพุ้งแก้มของตนเล่นอย่างไม่สบอารมณ์ กับภาพการถูกเอาใจใส่ของคนตรงหน้า
“ขอบคุณมากนะคะที่รัก”
สายตาอาทรห่วงหาที่หนุ่มรุ่นน้องส่งให้กับคนตัวเล็ก มันทำให้สิบทิศทั้งเจ็บและจุกอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นสายตาของเธอที่ส่งให้กลับคนมาก็ยิ่งหงุดหงิด
"หวานกันดีนะ ผัวใหม่เหรอ"
นับดาวชักสีหน้าใส่อีกฝ่ายทันทีกับคำพูดนั้น หากแต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไรธันวาก็เป็นฝ่ายชิงตอบออกไปเสียงเขียว ไม่ได้มีแววของความเกรงใจรุ่นพี่อย่างสิบทิศเลยสักนิด
"อ้าว มีรุ่นพี่มายืนอยู่ตรงนี้ด้วยหรือครับ ขอโทษที่มองไม่เห็นตั้งแต่แรกสงสัยผมคงสายตาไม่ดี"
ธันวาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะโอบกอดไปยังหัวไหล่ของคนตัวเล็ก แล้วเดินเคียงขนาบข้างกันออกไป ทิ้งหนุ่มรุ่นพี่ให้ยืนกำหมัดแน่นอยู่อย่างนั้น