“มานี่”
เอี้ยนซ่านฉีคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างกับเจ้าหนุ่มคนนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่เด็กเลี้ยงม้า แต่อย่างน้อยก็ต้องโตขึ้นอย่างสมชายชาตรีกว่านี้ให้มากๆ มนต์นภาสะดุ้งโหยงเมื่อเขาปรากฏตัว รีบยกสองแขนปกปิดร่างกายอย่างลืมตัว เขายืนค้ำตระหง่านราวกับพญาราชสีห์ที่กำลังจะตวัดกรงเล็บตะครุบเหยื่อ ทำเอามนต์นภาแทบจะหยุดหายใจ พูดอะไรไม่ออก ร่างทั้งร่างชาวาบไปหมดเมื่อสบตาสีดำคมกริบคู่นั้น
“ตามข้ามา”
“ตะ...แต่กระหม่อม...”
“บอกให้ไสหัวมา!” เสียงดุดันตวาดครั้งเดียว มนต์นภาซึ่งเนื้อตัวเปียกปอนเต็มไปด้วยคราบสกปรกก็ต้องรีบลุกขึ้นโดยเร็ว กลัวโดนถีบกระเด็น สิ่งเดียวที่ทำได้เมื่อเผชิญหน้ากับชายผู้นี้คือเตรียมตัวเตรียมใจรับความยากลำบากที่เขาโยนใส่ เอี้ยนซ่านฉีเอียงศีรษะขณะจ้องเรียวขาอ้อนแอ้นของเจ้าหนุ่มเสี่ยวเจิน ทำให้ปอยผมของเขาร่วงลงมาปรกหน้าผากเหมือนเด็กซนๆ คนหนึ่ง มนต์นภามองจนตาลอยก่อนจะสะดุ้งเมื่อเขาดุซ้ำ
“เจ้าแต่งตัวยั่วโทสะของข้ามาก ถอดแล้วเอาไปเผาทิ้งซะ”
มนต์นภาจะอ้าปากเถียง แต่พอสบตา นางก็ต้องรับปากเสียงงึมงำ “กะ...ก็ได้”
“ตอบให้มันชัดถ้อยชัดคำ!” เอี้ยนซ่านฉียกเท้าถีบเต็มแรง ดีที่มนต์นภากลิ้งหลบทันจึงเผลอยิ้มทะเล้นออกมา แต่พอเห็นท่านแม่ทัพเงื้อฝ่าเท้าขึ้นเตรียมจะกระทืบ มนต์นภาจึงต้องเงียบเสียงไว้ให้แน่นหนา และรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นตอบเสียงดังขึงขัง
“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ดีมาก ไอ้หนุ่มหน้าอ่อนอย่างเจ้า ข้าจะดัดให้เอง” เขาหันหน้ากลับไปเดินต่อ ส่วนมนต์นภาหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บใจ แต่วิบากกรรมของนางยังไม่หมดเพราะเมื่อเดินตามหลังเขามาถึงสระน้ำแห่งหนึ่ง เอี้ยนซ่านฉีกวักมือเรียกให้มาใกล้ มนต์นภาจึงเดินเจียมเนื้อเจียมตัวเข้าไปเพราะกลัวโดนถีบอีก
“ถอดเสื้อผ้า”
“แต่... แต่ว่า...” มนต์นภาขัดขืน สองมือกอดตัวเองแน่น แก้มร้อนผ่าว “กระหม่อมอาบน้ำเองได้ ไม่รบกวนท่านแม่ทัพ”
ทว่าเขาไม่ขยับเขยื้อน ยืนเฉยอยู่กับที่
“แค่ถอดเสื้อล้างตัว เจ้ามีปัญหาอันใดหรือ” เขาสะกดความหงุดหงิด แทบจะหมดความอดทน มนต์นภายิ่งก้มหน้างุดๆ ทำให้ดูเหมือนเขากำลังข่มขู่รังแกผู้หญิงไม่มีผิด เอี้ยนซ่านฉีจึงไม่สบอารมณ์อย่างแรง “ท่าทางมีพิรุธของเจ้าทำให้ข้ายิ่งสงสัย มีอะไรแอบซ่อนอยู่หรือไม่!”
“ไม่ ไม่มี”
“งั้นถอด! ถอดออกให้หมดทุกชิ้น”
ร่างบางแทบจะกลั้นใจตาย ใบหน้าแดงก่ำลามไปทั้งร่าง เลือดลมร้อนๆ วิ่งวนอลหม่าน มนต์นภาต้องต่อสู้กับสายตาคมกริบของชายผู้ทรงอำนาจ แข้งขามันกลับสั่นเทาไม่หยุด นางพยายามกล้าหาญสุดขีดแล้วขณะดึงกางเกงเลกกิ้งออกช้าๆ เรียวขาขาวผ่องทำให้ทหารที่อยู่แถวนั้นผิวปาก ร่างบางจึงยิ่งก้มหน้างุด น้ำตาคลอเบ้าขณะมือไม้งุ่มง่ามรูดซิปชุดกระโปรงออก
เอี้ยนซ่านฉีไม่ได้สนใจมองเจ้าหนุ่มใจเสาะคนนี้แม้แต่น้อย เขากำลังหันไปสั่งให้คนไปหาชุดใหม่มาให้เจ้าเสี่ยวเจิน เมื่อหันหน้ากลับมาอีกครั้ง เขาก็เห็นชุดสกปรกของเจ้าหนุ่มกองอยู่ที่พื้น ส่วนเจ้าของชุดนั้นทุกข์ระทมเหลือแสน
ร่างบอบบางหันหลังซุกกายอยู่ข้างต้นไม้ ตัวเปียกสั่นเป็นลูกนก มีเพียงชุดชั้นในสีขาวบางจ้อยติดกาย เล่นเอาท่านแม่ทัพใหญ่อ้าปากค้างเมื่อเห็นเจ้าหนุ่มเสี่ยวเจินเต็มๆ ตา ตะลึงอยู่นานจนทั่วทั้งบริเวณเงียบสนิท
“หมุนตัวกลับให้ข้าดู”
แผ่นหลังของเจ้าเสี่ยวเจินบอบบางเหมือนผู้หญิงไม่มีผิด มองดูเผินๆ แล้วนึกว่าเป็นโฉมสะคราญงามดั่งหยกขาว สายตาของเอี้ยนซ่านฉีจับนิ่งที่ชุดชั้นในประหลาดๆ มันดูเรียบลื่นแนบผิวกายขาวผ่อง เนื้อผ้าช่างบางเบาแนบเนื้อเห็นทะลุจนไม่มีความลับอีกต่อไป สายตาคมกร้าวของเขาพลันเข้มขึ้น
“หันหน้ามา!”
ไหล่ขาวผ่องสะดุ้งโหยง ก้มหน้างุดๆ ขณะหันกลับมาตามคำสั่ง มนต์นภาอับอายเหลือจะเอ่ย เนื้อตัวทุกอณูร้อนผ่าว และในที่สุดก็ยอมเลื่อนสายตามาพบกัน แล้วก็เป็นนางที่หันหน้าหนีไปอีกทาง ใบหน้าของมนต์นภาแดงก่ำขึ้นกว่าเดิม ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีกแล้ว
“ข้าสั่งให้ถอดให้หมดทุกชิ้นไม่ใช่รึ”
“ไม่... ไม่เอาแล้ว”
“แอบซ่อนอะไรไว้! อย่าบังอาจปิดบัง”
“มะ...ไม่มี ไม่มีอะไรจริงๆ”
จะมีก็มีแท่งหยกนี่แหละ ขอบตาของมนต์นภาร้อนผ่าวด้วยความอับอาย สองแขนกอดปิดบังร่างกายไว้สุดชีวิต ลมที่พัดเข้าใส่ทำให้หนาวเหน็บจนริมฝีปากซีดขาว ทั้งร่างกายทั้งเสียงสั่นไปหมด นางรู้สึกไม่มั่นใจเลยที่ต้องเปิดเปลือยในที่ไม่คุ้นเคย และยังถูกสั่งให้แก้ผ้าต่อหน้าคนแปลกหน้าแบบนี้อีก เอี้ยนซ่านฉีเห็นกิริยาแปลกๆ ของเสี่ยวเจินเช่นนั้นกลับหงุดหงิด
“ผอมแห้ง อ้อนแอ้นราวกับนางรำ เจ้าถูกเลี้ยงดูเยี่ยงอิสตรีหรืออย่างไร”
มนต์นภาพยักหน้าแรงๆ ก็นางเป็นผู้หญิงจริงๆ นี่นา เอี้ยนซ่านฉีชักจะหมดความอดทนจึงเอ่ยถาม “เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง ใช้ดาบ ยิงเกาทัณฑ์เป็นหรือไม่ มีพื้นฐานแค่ไหน”
“ไม่เป็น แต่ตอนเด็กๆ เคยเรียนกระบี่กระบอง ยกชิดจ้วงแทง... แต่ลืมหมดแล้ว”
“แล้วขี่ม้าละ”
“ไม่เป็น” ร่างบางตอบเสียงอ่อย พอนึกขึ้นได้ว่าหากตอบเช่นนั้นเดี๋ยวจะโดนตีอีก นางก็ร้องตอบเสียงขึงขัง “ไม่เป็นพ่ะย่ะค่ะ!”
“วะ!!”
“ขอโทษ...”
“พูดคำอื่นไม่เป็นแล้วรึไง”
“ขะ...ขอโทษ” เอี้ยนซ่านฉีชักสีหน้า มนต์นภาจึงทำตัวไม่ถูก ได้แต่สบตาเขาอย่างหวั่นๆ มือกอดเสื้อผ้าไว้ไม่ยอมปล่อยเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยตนเองจากสายตาคมกริบ นางยืนตัวแข็งทื่อจนเขาต้องดุซ้ำว่าให้รีบอาบน้ำ มนต์นภาจึงตัดสินใจเป็นไงก็เป็นกัน ปล่อยผมยาวล้อมกรอบใบหน้าหวานสวยเพื่อเตรียมอาบน้ำล้างตัว เอี้ยนซ่านฉีกลับชะงัก มองเสี่ยวเจินเหมือนลืมเรื่องที่จะพูด
มนต์นภานึกถึงคำสอนของอาจารย์วิชาพฤติกรรมสิ่งมีชีวิต อาจารย์บอกว่ารูปลักษณ์ที่ดูไร้เดียงสาหรือน่ารัก จะกระตุ้นสัญชาตญาณปกป้องดูแล ดังนั้นมนต์นภาจึงพยายามทำตัวให้ดูนุ่มนิ่มไร้พิษภัยมากที่สุด เรียกว่ากลยุทธ์ทำตาโตหูตูบสู้ชีวิต สบตาปิ๊งๆ
เอี้ยนซ่านฉีหัวเราะ
“เอ้า! จะรอบิดาเจ้ามาช่วยอาบน้ำรึ ไอ้ลูกหมาลงไปอาบน้ำ”
ว่าแล้วก็เตะก้นนางลงไปในสระ มนต์นภาไม่ทันตั้งตัวจึงถลาหน้าคะมำ ผืนน้ำแตกกระจายดังตูม!