บทที่ 7 เจ้าหนุ่มคนเลี้ยงม้าที่ชื่อเสี่ยวเจิน 2

1194 Words
“เอ้า! จะรอบิดาเจ้ามาช่วยอาบน้ำรึ ไอ้ลูกหมาลงไปอาบน้ำ” ว่าแล้วก็เตะก้นนางลงไปในสระ มนต์นภาไม่ทันตั้งตัวจึงถลาหน้าคะมำ ผืนน้ำแตกกระจายดังตูม! บ้าเอ๊ย! กว่าร่างบางจะตั้งหลักได้ก็กลืนน้ำลงท้องไปหลายอึก ตั้งแต่เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ นางไม่เคยโดนรังแกแบบนี้มาก่อน จากเดิมที่หวาดเกรงท่านแม่ทัพใจโหดคนนี้ มนต์นภาก็ปะทุจุดเดือด ทั้งโกรธทั้งเคือง มองหน้าเขาตาเขียวปั๊ด “เฮ้ย มองข้าด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าอะไร” แง... มนต์นภาแพ้สายตาดุร้ายของผู้ชายคนนี้ น่ากลัวฉิบหายเลย มนต์นภาหดคอหนี ไหนเทพเต่าบรรยายสรรพคุณว่าช่างออดช่างอ้อน เช้าถึงเย็นถึงไง แล้วทำไมถึงกลายเป็นเลี้ยงนางด้วยลำแข้งแทนเล่า?! ตั้งแต่ทะลุมิติมา ไม่เห็นจะมีอะไรดีสักอย่าง โดนลักพาตัวมาไม่พอ ยังต้องติดอยู่ในสภาพหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิง ตอนนี้ทั้งเลอะเทอะเหนอะหนะ ทั้งโดนตีโดนเตะ มนต์นภาน้ำตาร่วงเผาะๆ ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อกลั้นไว้ ตั้งสติและอดทน ตั้งสติแล้วหาทางรอด แต่จนแล้วจนรอดนางก็... “โฮ!!!” “เงียบ!” “ไม่! โฮ!!!” เสียงร้องไห้ของเสี่ยวเจินดังลั่น “มีแต่คนสั่งโน่นสั่งนี่ ไม่คิดจะถามความสมัครใจกันบ้างเลย กระหม่อมไม่เคยฆ่าคน จะไปใช้ดาบยิงเกาทัณฑ์เป็นได้ยังไง คนไม่เป็นก็คือไม่เป็น ผิดตรงไหนกันละ มันไม่ได้นึกอยากจะเป็นก็เป็นตามใจท่านได้นี่ ทีพลทหารใหม่ยังต้องฝึกก่อนเลยไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อะไร เดี๋ยวก็เตะเดี๋ยวก็ต่อย กระหม่อมก็เจ็บเป็นนะ! กระหม่อมรักษาม้าของท่านได้ แค่คำขอบคุณสักคำยังไม่มี คนอะไรนิสัยแย่มาก ในสายตากระหม่อม ฝีมือของคนไร้คุณธรรมเช่นท่านทำได้เพียงฆ่าเป็ดฆ่าไก่เท่านั้นแหละ” มนต์นภาคิดว่าตายเป็นตายก็ต้องขอด่ากลับบ้างละ ตอนนี้นางอ่อนแรงเต็มทน แค่วันแรกวันเดียวก็เหนื่อยใจแทบขาด ในเมื่อเขาสั่งให้แก้ผ้าก็ดีเหมือนกัน อะไรที่อายก็ไม่ต้องอายกันแล้ว มนต์นภาจึงเช็ดน้ำตาอย่างเข้มแข็งแล้วเริ่มต้นถอดทั้งเสื้อในและกางเกงในขว้างทิ้ง จากนั้นก็ถูเนื้อตัวอย่างขัดเคือง เอี้ยนซ่านฉีฟังคำด่าของเจ้าหนุ่มครั้งแรกก็เจ็บจี๊ดไม่น้อย เจ้าหนุ่มผอมบางด่าฝีมือทวนของเขาว่ามีค่าเพียงฆ่าเป็ดไก่ ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แต่ทว่าวาจาของเสี่ยวเจินฟังแล้วน่าสนุกดีเหมือนกัน เขายกมุมปากขึ้นทีละน้อย ในที่สุดก็หัวเราะออกมา “ยามโกรธก็ห้าวหาญใช้ได้นี่หว่า เอาละๆ ลูกผู้ชายยืดได้ก็หดได้ ข้าขอบคุณที่เจ้ารักษาม้าให้ข้า” มนต์นภาสบตาเขาอย่างไม่ไว้วางใจ ก่อนจะยอมอ้อมแอ้มตอบ “ไม่เป็นไร กระหม่อมช่วยได้ก็ยินดีช่วย” “เจ้าอยากจะกลับบ้าน เช่นนั้นบ้านเจ้าอยู่ที่ใด ข้าจะให้คนไปส่ง” “กระหม่อม... กระหม่อมตัวคนเดียว ไม่มีบ้าน ไม่มีญาติพี่น้องที่นี่” พูดแล้วพานจะร้องไห้อีก แต่มนต์นภากลั้นไว้ เอี้ยนซ่านฉีจึงเข้าใจว่าเสี่ยวเจินเป็นคุณชายจากตระกูลเศรษฐีแต่ตกอับเพราะพิษสงคราม “ไม่มีเงินทองติดตัว ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีที่ไป แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป” มนต์นภามองหน้าคนถาม หนทางเดียวที่ตนจะกลับบ้านได้ก็คือผู้ชายคนนี้ “กระหม่อมขออยู่กับท่านไปก่อนสักพักได้หรือไม่” “จะอยู่ในฐานะอะไร” “ก็คนเลี้ยงม้าของท่าน” เอี้ยนซ่านฉีถอนหายใจยาว “คนที่เลี้ยงดูเจ้าคงจะทะนุถนอมมากเกินไป อย่างที่เจ้าเห็น... ตอนนี้มีแต่สงครามไปทั่ว ทั้งแคว้นหลี่ แคว้นเหลียนหรือแม้กระทั่งแคว้นฉู่ต่างก็เปิดฉากสู้รบทุกปี เจ้าเป็นผู้ชายแต่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ใช่ ไม่เป็นก็ไม่ผิด แต่ข้ายังไม่เคยได้ยินเจ้าแสดงความสนใจอยากเรียนรู้เลยสักครั้ง หากยังเป็นเช่นนี้ เจ้าจะปกป้องคนที่เจ้ารัก ปกป้องตัวเองได้อย่างไร คิดจะใช้น้ำตาให้คนสมเพชไปถึงเมื่อไร หรือเจ้าจะดักดานอยู่แค่ตำแหน่งคนเลี้ยงม้าของข้า” มนต์นภาด่าเขายาวเหยียด เขาก็ตอบกลับยาวเหยียดเช่นกัน “กระหม่อม... กระหม่อมขอโทษ” “แน่ะ!” เขายกเท้ารอ “กระหม่อมจะพยายามเรียนรู้พ่ะย่ะค่ะ!” มนต์นภาภาวนาให้เขารีบๆ ออกไปจากบริเวณสระน้ำ แต่เอี้ยนซ่านฉียังคุยเพลิน รู้สึกถูกชะตาอยู่หลายส่วน หน่วยก้านของเจ้าหนุ่มคนนี้ก็จัดว่าไม่เลว ดูๆ ไปแล้วน่าจะอ่อนกว่าเขาประมาณสิบปี ถ้าจับมาฝึกเข้มสักหน่อยก็น่าจะใช้งานได้ “เจ้าอายุเท่าไหร่” “ยะ...ยี่สิบปี” คนที่อายุยี่สิบสามถลึงตาจ้อง มันอายุยี่สิบแล้วงั้นหรือ! ดูผอมแห้งตัวเล็กๆ ก็นึกว่าอายุไม่เกินสิบห้าด้วยซ้ำ เอี้ยนซ่านฉีชักจะสับสนจึงเพ่งมองของรักแท่งน้อยที่อยู่ใต้ผืนน้ำตาเขม็ง “หรือว่าเจ้าคิดจะชำระกาย[1]” “ชำระกาย? ใช่ กระหม่อม...กระหม่อมจะชำระกายแล้ว ไม่ต้องรบกวนท่านแม่ทัพอีก ขอบพระทัย... ขอบพระทัยที่ทรง... เอ่อ ทรงเมตตา กระหม่อมจะรีบชำระกายให้สะอาดแล้วจะรีบไปรอรับใช้” “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ช่างเถอะ เอ้า อาบน้ำเร็วเข้า” “กระหม่อม... ขอ... ขออาบคนเดียวได้ไหม” เจ้าลูกเต่าเสี่ยวเจินมันอายจนผิวแดงระเรื่อไปทั้งตัว เอาแต่จุ่มตัวซ่อนใต้ผืนน้ำ ดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจแต่เอี้ยนซ่านฉีค้นพบว่าพอใจที่จะนั่งดู เขานึกถึงคำกล่าวที่ว่าบุปผางดงาม ล้วนงอกเงยขึ้นจากดินโคลน ผิวของเจ้าเสี่ยวเจินเรียบเนียน ดูยั่วยวนยิ่งกว่าผู้หญิงคนใดที่เขาเคยสัมผัส ร่างกายมันจึงเกิดรู้สึกหนักหน่วงขึ้นมาพิกล “คืนนี้ถ้าข้าว่าง ข้าจะมาสอนเจ้าขี่ม้า” “ไม่ต้อง ไม่ต้องพ่ะย่ะค่ะ เอ่อ หมายถึงกระหม่อมจะพยายามฝึกเอง ไม่กล้ารบกวนท่านแม่ทัพ” “ตามใจ” เอี้ยนซ่านฉีโยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ เป็นชุดผู้ชายเรียบๆ เข้าขั้นจืด เนื้อผ้าไม่ดีไม่เลวสีตุ่นๆ มนต์นภาเห็นเขาทำหน้าดุจึงไม่กล้าอิดออด ของที่นางมีก็เหมือนกับที่เขามี จะอายไปทำไมกัน ดังนั้นจึงตะเกียกตะกายขึ้นจากสระ เผ้าผมเปียกโชกและเนื้อตัวแพรวพราวด้วยหยดน้ำ นางคว้าเสื้อกับกางเกงมาสวมลวกๆ ทั้งที่ยังตัวเปียกซ่กแบบนั้นนั่นแหละ แค่หน้าท้องขาวๆ ของเสี่ยวเจินก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาชะงักกึก รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแบบบอกใครไม่ได้ [1] หมายถึงตัดอวัยวะเพศเพื่อเป็นขันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD