“มันไม่ใช่โรคระบาดสักหน่อย เจ้าโง่เอ๊ย มีคนเอาข้าวโพดแช่น้ำมาให้พวกข้ากินต่างหาก” เจ้าม้าตอบเสียงระโหย “พอกินแล้วก็ปวดท้อง โอย”
“แบบนี้ก็แย่สิ ใครเอามาให้กินเหรอ”
“ไอ้หมอนั่นไง มันยังขโมยข้าวสาลีของข้าไปขายด้วย มันก็เลยเอาข้าวโพดชั้นเลวแช่น้ำจนพองให้ข้ากินแทน” เจ้าม้าชูคอไปทางคนเลี้ยงม้าที่กำลังกวาดคอก มีม้าชั้นดีหลายตัวป่วยจนล้มตายเพราะความละโมบของคนผู้นี้ แต่มนต์นภายังไม่สนใจประเด็นนั้น นางกำลังหาข้อสรุปอาการ
“เอาละ ข้าวโพดที่พี่ม้ากินเข้าไปคงจะย่อยไม่ทัน มันเลยบูดอยู่ในท้อง สภาพเหมือนถังหมักเหล้า”
“เออ จะทำอะไรก็รีบทำ ข้าปวดท้อง”
“ถ้าอ้วกออกมาคงจะดีขึ้นนะพี่ม้า”
“ไอ้หนุ่ม พวกเราเป็นม้า พวกเราไม่อ้วกหรอก เจ้าต้องหาทางเอาข้าวโพดบูดออกจากท้องเจ้านั่น” ม้าที่ยังแข็งแรงร้องบอกมาจากคอกข้างๆ “เร็วเข้า อย่ามัวชักช้า”
“ลองทำให้มันอ้วกดูน่าจะช่วยได้” ทหารคนหนึ่งขยับเข้ามาช่วยวิเคราะห์
“ม้ามันไม่อ้วกหรอก” มนต์นภาหันไปบอกทหารคนนั้น
“เจ้ารู้ได้ไง”
“ก็มันบอก”
ทหารหันไปมองหน้ากันด้วยความงุนงง ตอนนี้ม้าทุกตัวในโรงเลี้ยงม้าพากันส่งเสียงเซ็งแซ่ บ้างก็เอาใจช่วย บ้างก็บ่นคนเลี้ยงม้านิสัยไม่ซื่อสัตย์ ถัดไปก็เป็นเสียงนางม้าเรียกหาเจ้าม้าป่วย มันผงกหัวไปมาอย่างกระวนกระวายอยู่ภายในคอกใกล้ๆ กัน “ช่วยสามีข้าด้วยเถิด เขายังไม่ได้เห็นหน้าลูกในท้องข้าเลย”
“ข้าจะช่วยเต็มที่เท่าที่ทำได้นะ แต่ข้าจะใช้อะไรได้บ้างละ” มนต์นภามองซ้ายมองขวาหาอุปกรณ์ที่จะช่วย ยุคโบราณไม่มีเครื่องมือแพทย์ ไม่มีระบบน้ำประปา ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีอะไรที่จะช่วยได้ ดังนั้นลืมเรื่องผ่าตัดไปได้เลย มนต์นภาไม่มีความรู้พอและไม่มีความมั่นใจด้วย
“พอจะมีอะไรใช้ได้บ้าง”
นางเหลียวซ้ายแลขวาจนกระทั่งสายตาหยุดอยู่ที่ดาบวาววับของทหาร ใช่แล้ว! ต้องใช้สิ่งนั้นได้แน่ๆ
“ที่นี่มีเครื่องเป่าลมมั้ย เอ่อ เครื่องเป่าลมที่ใช้ตอนหลอมเหล็กน่ะ”
“มี”
“รีบไปขอยืมมาให้ข้าด่วนเลย ข้าจะใช้สูบเศษข้าวโพดออกจากท้องม้า เร็วเข้า”
มนต์นภาร้องขอให้ทหารแถวนั้นช่วยหาผ้ายาวๆ แล้วเย็บเป็นท่อใช้แทนสายยางเชื่อมต่อกับถุงผ้าและเครื่องสูบลม คราวนี้พวกช่างตีดาบก็พากันมามุงดูด้วยความสนใจ เมื่อล้างมือกับอุปกรณ์จนสะอาดดีแล้ว นางจึงบอกให้ทหารคนหนึ่งช่วยจับหัวม้าไว้นิ่งๆ มันไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะไม่มีแรงแล้ว
“เอาละ จะเริ่มแล้วนะ” ร่างบางยืนตรงปากของมันแล้วค่อยๆ ล้วงสายท่อซึ่งทำจากผ้าลงไปในคอม้าจนถึงหลอดอาหาร
“เติมน้ำลงไปให้หน่อย” มนต์นภาจะใช้หลักกาลักน้ำ พอเริ่มชักเครื่องสูบลมเท่านั้นแหละ เจ้าม้าก็ตัวสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างแล้วเริ่มเรอเหม็นเปรี้ยวออกดังสนั่น ทุกคนที่อยู่ใกล้พากันเบือนหน้าหนี และแล้วท้องบวมๆ ของมันก็ส่งเสียงโครกครากราวกับมีใครลากโต๊ะอยู่ในนั้น ก่อนที่เมือกร้อนๆ ส่งกลิ่นเหม็นนรกพุ่งออกมาใส่หน้ามนต์นภาอย่างจัง
“แม่เจ้าโว้ย!”
พวกทหารแตกฮือ กระโดดหนีไปคนละทาง ทิ้งมนต์นภาอาบสำรอกม้าจนฉ่ำลึกถึงชุดชั้นใน รู้สึกได้ถึงเมล็ดข้าวโพดที่เคี้ยวแล้วหยุ่บหยั่บตามเนื้อตัว เผ้าผมและรูขุมขนเต็มไปด้วยคราบเมือกกลิ่นเหม็นฉุนกึก
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นอะไร” ทหารตัวใหญ่คนนั้นถาม
“พี่ม้ามันร้องทุกข์ว่าคนเลี้ยงม้าขโมยข้าวสาลีไปขาย แล้วให้มันกินข้าวโพดแช่น้ำ มันก็เลยปวดท้องเพราะย่อยไม่ทัน”
“ไหนเจ้าบอกว่าม้าไม่อ้วกไง”
“ข้าก็... เอ่อ ที่นี่มีสบู่มั้ย”
“สบู่คืออะไร”
มนต์นภาปาดคราบสำรอกม้าออกจากหน้า “งั้นไม่ต้องแล้ว ขอบใจ”
“ไอ้หนุ่มหนีเร็ว! มันจะอ้วกอีกแล้ว” ทหารตัวใหญ่คนนั้นร้องเตือน มนต์นภายังไม่ทันเผ่น เจ้าม้าก็สำรอกพุ่งกระฉูดไปไกลเหมือนท่อน้ำแตก มนต์นภาอาบเมือกเหม็นเต็มๆ อีกรอบ เนื้อตัวส่งกลิ่นหึ่ง สติหลุดไปแล้วเรียบร้อย
มนต์นภาเท้าเอว จ้องหน้าม้าเรียงตัว “ตัวไหนบอกข้าว่าม้าไม่อ้วกวะ ออกมาให้ตบซะดีๆ”
“มันไม่ใช่อ้วก มันคือลำไส้บีบรูดเชิงกลับ” เจ้าม้าผู้ทรงคุณวุฒิตอบขึงขัง เคาะกีบเท้าไปมา
“ขอบใจ”
ไอ้เชี่ย กูอยากกรีดร้อง มนต์นภาสาบาน ถ้าหลุดพ้นบ่วงกรรมจากเต่านรกเมื่อไหร่ นางจะไปลาออกจากคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ไปให้พ้นๆ จากสัตว์โลกน่ารักทั้งหลาย ทั้งเต่า ทั้งงูแล้วบวกม้าเพิ่มเข้าไปด้วย! มนต์นภาต้องการฝักบัวน้ำอุ่น สบู่กับแชมพูสักโหล นางจะขออาบน้ำชำระคราบไคลให้เกลี้ยงแล้วลงไปนอนในอ่างน้ำวนเพื่อคลายปวดเมื่อย แต่ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ มนต์นภาทอดหายใจอย่างโหยหา อยากกลับบ้านเหลือเกิน
แม้จะเลอะเทอะแต่ก็น่ายินดีที่ท้องของเจ้าม้าแฟ่บลงเหมือนลูกโป่งรั่ว มันพะอืดพะอมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินโซเซไปกินหญ้าแห้งอย่างหิวโหย
“เจ้าหนุ่ม ขอบใจ ข้าชื่อมังกรดำ” เจ้าม้าซึ้งบุญคุณจึงเดินมาวนเวียนรอบตัวมนต์นภาอย่างเป็นมิตร “ข้าขอโทษที่หงุดหงิดใส่เจ้า ข้าปวดท้องน่ะ”
“มังกรดำ เป็นม้าทำไมชื่อมังกรละ”
“แล้วทำไมเจ้าชื่อเหมือนคน แต่ปากเหมือนหมาละ”
อูย... โดนม้าด่าสวน เจ็บกระดองใจแปลบๆ
“เข้าใจละๆ งั้นข้าเรียกพี่ดำนะ ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสา แต่ถ้ามีคราวหน้า ช่วยอ้วกลงพื้นนะพี่ดำ” มนต์นภาหายใจเข้าลึกๆ และพยายามกระตุ้นให้ม้าอีกตัวสำรอกเช่นกัน แต่มันล้มนอนหายใจรวยรินไปแล้ว
“ปล่อยให้มันไปอย่างสงบเถอะ”
เอี้ยนซ่านฉีกอดอกอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าสีหน้าของเขาเรียบเฉย รูปร่างของเขาสูงใหญ่มากเหลือเกิน สายตาของนางจึงเผลอจับนิ่งที่แผงอกกำยำตึงแน่นและมืออันแสนหยาบกร้านจากการเคี่ยวกรำในสนามรบ มนต์นภาหน้าแดงวาบ ปล่อยทุกอย่างออกจากมือแล้วถอยกรูด น้ำเสียงของเขาจึงยิ่งไม่เป็นมิตร
“เจ้ารู้จักชื่อม้าตัวนี้ได้อย่างไร”