“คำขอภาวนามักเป็นที่พึ่งพิงของคนไร้ปัญญาเสมอ นี่คือสิ่งที่เทพกวนอูสอนเจ้า หากเจ้ายังไม่เข้าใจและเอาแต่โทษโน่นโทษนี่ ก็สมแล้วที่เจ้าจะต้องเป็นตัวโง่งมไปจนวันตาย” คำพูดปริศนาของเทพเสวียนอู่นำพาให้เด็กหญิงหน้าแดงก่ำ มนต์นภาไม่รู้ว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน แต่ที่แน่ๆ แววตาเป็นปรปักษ์ขององค์หญิงน้อยลดน้อยลงและยอมเลิกอคติต่อเหล่าเทพชั่วคราว
“ท่าน... ท่านคือเทพเสวียนอู่จริงๆ หรือ?”
“ถูกต้อง แน่นอน ยืนยัน”
“แล้วนาง... เอ่อ เขาละ” องค์หญิงพยักพเยิดที่มนต์นภา ผู้ซึ่งต้องฤทธิ์เทพจนชะตาชีวิตเละตุ้มเปะ
“นางชื่อเจินเม่ย ตอนนี้ก็ให้เรียกเขาว่าเสี่ยวเจินไปก่อน ป๋าพามาเอง”
“เฮ้ย ท่านจะเที่ยวเปลี่ยนชื่อให้คนอื่นตามใจชอบได้ยังไง” มนต์นภาร้องประท้วง พวกทหารที่เฝ้ายามอยู่แถวนั้นพากันเหลือบมองหน้ากันไปมา องค์หญิงทรงละเมอคุยกับเจ้านักโทษผิวขาวเป็นวรรคเป็นเวร ระหว่างที่กำลังจะถามที่มาที่ไปอยู่นั้น มนต์วิเศษก็พร่างพรายรอบกายมนต์นภาอีกครั้ง ห่อหุ้มร่างดุจรังไหมสีทอง ชั่วพริบตาเดียวมนต์นภาก็เปลี่ยนร่างคืนสู่เดิม กลายเป็นหญิงงามดั่งรุ้งฉาย แต่รุ้งนั้นย่อมสลายหายไป เพราะดูเหมือนมนต์นภาจะหายใจแรงเกินไป ร่างกายก็เปลี่ยนกลับเป็นชายอีก พวกทหารยามหันมาจึงไม่ทันเห็นความเปลี่ยนแปลง
มนต์นภาคอตก “หม่อมฉันคงต้องกลายเป็นพวกหญิงก็ไม่ใช่ ชายก็ไม่เชิงแบบนี้ไปตลอดชีวิตแน่แล้ว”
“เจ้าควรจะเป็นผู้หญิงต่อหน้าพี่ชายข้า ไม่ใช่ข้า” องค์หญิงขมวดคิ้วมุ่นพลางจ้องตาเทพเสวียนอู่ “พวกเทพมักจะตลกร้ายเสมอ ท่านจงใจแกล้งนาง”
“ใช่ ป๋าแกล้งนาง”
เทพเสวียนอู่ยอมรับอย่างง่ายดาย “นี่เป็นเงื่อนไขของท่านเสวียนเทียนสั้งตี้ หากพี่ชายเจ้าได้ครอบครองนังหนูง่ายดาย เขาก็จะทิ้งง่ายดายเช่นกัน สุดท้ายก็จะไม่เข้าใจความหมายของคำว่ารัก ท่านเสวียนเทียนสั้งตี้พนันไว้กับอวี้หวงต้าตี้ ดังนั้นท่านอวี้หวงต้าตี้จึงทรงคิดว่าหากให้หนุ่มหล่อสาวสวยพบง่ายๆ ก็คงจะผูกพันรักใคร่กันง่ายดายเกินไป เพราะฉะนั้นจึงมอบบททดสอบเล็กๆ น้อยๆ ให้องค์ชายเอี้ยนซ่านฉีด้วย”
“ก็ไปทดสอบที่เขาสิว้อย!!” มนต์นภาปรี๊ดแตก เดือดปุดๆ เป็นน้ำพุร้อน “พนันอะไรกัน?! ท่านแกล้งกันหนักไปแล้ว เสกให้ฉันคืนร่างเดิมเดียวนี้เลยนะ”
“จุ๊ๆ นังหนูใจเย็นๆ ผู้เดียวที่จะแก้มนต์นี้ได้มีแค่คนเดียว ป๋ากำลังช่วยเจ้าอยู่นะ”
“คนที่จะช่วยนางได้คือพี่ชายของข้าสินะ” องค์หญิงลูบขนเจ้าลูกแพะอย่างใช้ความคิด “และถ้าหากข้าปากโป้งบอกเรื่องนี้ต่อพี่ชายข้า เงื่อนไขของท่านก็จะยิ่งหนักหน่วงขึ้นใช่หรือไม่”
เทพเสวียนอู่ยิ้มพอใจ “ถูกต้องแล้ว องค์หญิงน้อยฉลาดมาก ยิ่งทำให้เขารักเสี่ยวเจินได้เร็วเท่าไหร่ เสี่ยวเจินก็จะหลุดจากมนต์เร็วขึ้นเท่านั้น ท่านเสวียนเทียนสั้งตี้กำหนดไว้ว่าจะมอบหญิงงามให้เขาก็ต่อเมื่อเขาพิสูจน์ตนเองได้ว่ารักนางจากหัวใจ”
“จะต้องพิสูจน์อย่างไร บุกน้ำลุยไฟ หรือว่าควักหัวใจออกมาดูงั้นรึ”
“ง่ายกว่านั้นมาก เพียงแค่เขาต้องจุมพิตนางเท่านั้น”
“งั้นก็ง่ายมาก พี่ชายข้าแก้มนต์นี้ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน”
“เขาจะต้องจูบนางในร่างเสี่ยวเจิน นางถึงจะคืนสู่ร่างเดิมอย่างถาวร ซึ่งต้องระวังหน่อยเพราะเฒ่าจันทราคู่ปรับของป๋าอยู่ฝ่ายอวี้หวงตาตี้” องค์หญิงฟังแล้วกลอกตาบนทันที เพี้ยนกันไปใหญ่แล้ว!! องค์หญิงน้อยจินตนาการไม่ออกว่าพี่ชายตัวล่ำของตนจะยอมจูบไอ้หนุ่มหน้ามนได้อย่างไร ส่วนมนต์นภาไม่ต้องพูดถึง นางทำตาลอยเหมือนคนเมากาวไปนานแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นฉันต้องการให้ท่านแก้ไขเงื่อนไขเสียใหม่” มนต์นภากัดฟันต่อรองเพื่อรักษาชีวิต “ตอนกลางวันฉันจะเป็นชาย ตอนกลางคืนฉันจะเป็นหญิง ได้หรือไม่”
“คงจะไม่ได้” เทพเสวียนอู่ตอบอย่างแล้งน้ำใจ
“ทำไม”
“หากจะทำก็ทำได้ แต่มันจะไปสนุกอะไร จริงมั้ย” เทพเสวียนอู่ก้าวบนเมฆสีทอง วนไปมารอบตัวมนต์นภา “เจ้าจะกลายร่างเป็นชายทุกครั้งที่หัวใจเต้นแรง”
“ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”
“นี่เป็นการเล่นสนุกเล็กๆ น้อยๆ ของพระแม่ซีหวังหมู่ หากป๋าจะแก้เงื่อนไขให้ก็ทำได้ไม่ยาก แต่ป๋าไม่มีเหตุผลที่จะต้องแก้ เฮ้ย อย่าเพิ่งมองป๋าด้วยสายตาเช่นนั้น ป๋าอยากจะช่วยเจ้าใจจะขาดนะ ป๋าเป็นเทพประจำทิศเหนือซึ่งกล้าแข็งที่สุดในบรรดาสัตว์เทพประจำทิศ ไม่มีผู้ใดมีอิทธิฤทธิ์ทัดเทียมป๋า แค่กระดิกนิ้วเดียวก็สั่นสะเทือนหลังคาสวรรค์ แม้แต่อวี้หวงต้าตี้เองก็ยังทรงเกรงพระทัย เหล่าเทพบนสวรรค์ล้วนเป็นพยานให้ป๋าได้”
องค์หญิงฟังอยู่จึงพยายามช่วยต่อรอง
“จะช่วยก็ช่วย ไม่เห็นต้องพูดมาก ถ้าท่านพูดจริงก็ไม่จำเป็นต้องมีพยานยืนยันหรอก สมมติว่าที่นี่เป็นสรวงสวรรค์แล้วแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เราดูเสียเลยสิ”
เทพเต่าขี้โม้เถียงไม่ออก ที่จริงแล้วเสวียนอู่เป็นเพียงเทพบริวาร มิได้ยิ่งใหญ่คับฟ้าอย่างที่อ้าง องค์หญิงมองเรื่องนี้ขาด นางจึงกัดไม่ปล่อย “เห็นได้ชัดว่านางเสียเปรียบเงื่อนไขของพวกท่าน และถูกดึงตัวมาโดยไม่ได้ยินยอม เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดคำประท้วงว่าพวกท่านรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ ท่านต้องมอบเงื่อนไขตามที่นางร้องขอเป็นการชดเชย”
เทพเสวียนอู่พยักหน้ายินยอม พลางเดาะลิ้นดังเปาะ “ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าแอบบอกใบ้ความลับนี้ต่อพี่ชายเจ้า ทุกอย่างจะเป็นโมฆะทันที เพราะฉะนั้นจงเปิดใจมีความรักที่สื่อถึงกันให้ได้ละ”
มนต์นภาเบื่อพวกโลกสวย เอาชนะทุกสิ่งด้วยพลังรักเต็มทน นางจะอาเจียนออกมาเป็นสายรุ้งอยู่แล้ว
“ถ้ายอมรับข้อตกลงแล้ว ท่านก็คืนร่างให้นางเลยสิ”
“เสียใจด้วย” เทพเสวียนอู่หัวเราะฮุๆ “ตอนนี้ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว เพราะฉะนั้นนางจะต้องเป็นเสี่ยวเจินตามข้อตกลง หากเจ้าเรียกร้องมากไปกว่านี้ ระวังจะเสียทุกอย่าง”
องค์หญิงหันไปมองมนต์นภา นางจะโต้แย้งอะไรได้นอกจากยอมรับ
“ท่านฉันอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยเถิด ไม่ทราบว่าฉันจะทำใจรักคนที่แกว่งทวนไล่ฆ่าฉัน จับฉันแขวนต้นไม้ได้อย่างไร? ส่วนเขา... เขาไม่ใช่พระเอกในนิยายวายที่ฉันชอบอ่าน ที่จะเห็นไอ้หนุ่มหน้าหวานแล้วหวั่นไหว แต่เขาคือแม่ทัพใหญ่หน้าตาโคตรเถื่อน เขาจะหันมาจูบผู้ชายได้ยังไงไม่ทราบ?!!”
“หุๆๆ นี่แหละที่ทำให้ความรักมีเสน่ห์ยังไงละ”
ถ้าขว้างรองเท้าใส่เต่าได้ก็จะทำไปแล้ว ความรักมีเสน่ห์บ้าบออะไรวะ! มนต์นภามิได้เต็มใจร่วมพนันนี้เลยสักนิด แต่ก็จำเป็นต้องรับเงื่อนไขซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นใด มนต์นภาก็ไม่ยินดีเลย จังหวะนั้นเองพวกทหารยามยืนระวังตรงโดยพลัน เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าบุคคลระดับสำคัญสูงสุดกำลังมา
“เขามาแล้ว ข้าไปก่อนละ สงบปากสงบคำไว้ให้ดี อย่าเผลอทำผิดข้อตกลงก็แล้วกัน ซียูอะเกนทูมอร์โรว”
เทพเสวียนอู่เลือนหายไปพร้อมปีศาจงู สายตาจ้องด้ายแดงที่ผูกปลายนิ้วของเอี้ยนซ่านฉี มันไม่ได้เชื่อมต่อกับมนต์นภา เทพเสวียนอู่จึงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ มนต์นภาเอาแต่บ่นพึมพำ รู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนอยู่เบื้องหน้าแล้ว