บทที่ 3 ธิดาเสวียนอู่ 2

1078 Words
“เป็นเพราะเทอมที่แล้วเราต่อโครงกระดูกเต่ากระดูกงูส่งอาจารย์แน่ๆ สัพเพสัตตา...” เทพเสวียนอู่จึงโบกขาหน้าเรียกสติ “ตั้งสติหน่อยเบเบ๋ เจ้าหิวแล้วยัง อ่อ ถึงหิวก็ไม่มีอะไรให้กินหรอก โทษที เออ เจ้าเฒ่าจันทรามันร้ายนัก แต่ป๋าเจ๋งกว่า นี่ถ้าไม่โดนเจ้าเฒ่ามันขัดขวาง ป่านนี้ป๋าพาเจ้าไปส่งถึงเตียงนอนเจ้าหนุ่มนั่นแล้ว อ้อ ป๋ามีข่าวดีกับข่าวร้ายมาบอก จะฟังข่าวไหนก่อน” มนต์นภาเกิดมาเพิ่งเคยโดนเต่าโบก ก็เลยกะพริบตาปริบๆ ตื่นเต็มตา พอเห็นเต่าพูดจ้อยๆ มนต์นภาจึงต้องเลิกหนีความจริงเสียที ตั้งสติและหาทางกลับบ้าน ตั้งสติและหาทางกลับบ้าน มนต์นภาท่องพึมพำปลุกกำลังใจสักครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดตัวขึ้นอย่างกล้าหาญ มีอะไรจะต้องเผชิญอีกก็ให้ดาหน้าเข้ามา ทว่าหัวคนที่เพิ่งถูกตัดขาดกระเด็นหล่นมาใกล้ๆ ราวกับรู้จังหวะ หัวนั้นยังกะพริบตาและอ้าปากพะงาบ นัยน์ตาแดงก่ำถลึงใส่ “กรี๊ดดด!! ไม่ไหวอ่า” นางลนลานหนีไปนั่งกอดเข่าซุกตัวหลบอยู่ในซอกระหว่างหินก้อนใหญ่กับต้นหญ้าสูง ร้องกระซิกๆ ด้านนอกนั่นยังมีทหารปะทะดาบกันดุเดือดเลือดพล่าน ทุ่งหญ้าอันสวยงามปกคลุมด้วยเลือดและความตาย ซากศพนอนสุมทับ อวัยวะกระจายเกลื่อนเต็มทุ่งหญ้าซึ่งย่อยยับจนราบเป็นหน้ากลอง ม้าหลายตัวบาดเจ็บนอนล้มตะแคงเหมือนเรือเกยตื้น เสียงร้องเจ็บปวดของมันชวนหดหู่ แล้วยังมีเต่ามาซ้ำเติมให้รันทดเพิ่มขึ้นอีก “เจ้าพร้อมจะฟังข้าแล้วหรือไม่” “ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น พาฉันกลับบ้านที วันนี้ฉันมีเรียนค่ะ” “ข้าว่าเจ้าไม่เรียนหรอก” “ทำไม” “เรียนไปทำไม หาผัวดีกว่า” ถ้าโบกหลังแหวนใส่เทพจะตกนรกมั้ยวะ มนต์นภากลอกตาขึ้นบน เดี๋ยวปั๊ดแกล้งเสียสติบีบคอเต่าแม่ง มนต์นภายังไม่ทันทำอะไร เทพเสวียนอู่ก็ควักแท่งกาวออกมาให้นางดม “ดมกาวสักหน่อย ผ่อนคลายไว้ ใช่แล้ว ผ่อนคลาย... หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ดีมาก... ป๋าจะบอกข่าวดีก่อน ข่าวดีคือเดี๋ยวเจ้าจะได้พบคู่ครองที่ป๋าคัดให้แล้ว ทำไมน้ำตาไหลละ? ดีใจละสิ โอ๋ๆ ไม่ต้องร้องๆ ดมกาวเข้าไปอีก ไม่งั้นเดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง” เต่าผู้มาพร้อมกาวชี้ช่องทางเสร็จสรรพ ทำมาดเคร่งขรึมจริงจัง มนต์นภาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอะอะไรแบบนี้ เทพเสวียนอู่อัดกาวแท่งแสนวิเศษใส่รูจมูกของนางเต็มๆ พอเห็นว่าสีหน้าของมนต์นภาขาวซีดก็เลยหวังดี ควักกาวออกมาอีกแท่งแล้วอัดเข้ารูจมูกอีกรู “สูดเข้าไปลึกๆ หายใจเข้า... หายใจออก... นั่นแหละ นี่เป็นของวิเศษทำจากขี้มังกร ข้าบดพจนานุกรมสามพันภาษาใส่ลงไป ต่อให้เจอภาษาตุ๊กแกเจ้าก็ฟังออก” ฤทธิ์กาวแปลภาษามีผลให้นางฟังภาษาแปลกประหลาดของพวกทหารโบราณออก พวกเขาตะโกนว่า ‘ฆ่ามันๆๆๆ’ ไม่ก็ ‘ตีๆๆ แทงๆๆๆ’ ไม่ได้ช่วยให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเลยสักนิด ที่นี่ที่ไหน ทำไมถึงมีทหารจีนโบราณเข่นฆ่ากัน และนางจะหาทางกลับบ้านได้หรือไม่คะ “ถ้าฉันไปพบหน้าเด็กป๋าแล้วก็ถือว่าเรียบร้อย ได้กลับบ้านใช่มั้ยคะ” “จะกลับไปแต่งงานกับหมอเจ้าชู้แล้วโดนเมียน้อยขับรถไล่เหยียบน่ะเหรอ โอ้ย ไม่ดีๆ มาลองเจอหน้าเด็กป๋าก่อนรับรองขาเตียงลั่นทุกคืน อืม... สำนวนการพูดจาของเจ้าต้องปรับปรุงหน่อยนะ เคยดูหนังจีนไหม” “เคยค่ะ” “เออ ดีๆ อ้อ แล้วก็ต้องเตรียมชื่อใหม่ไว้ด้วย เอาเป็นชื่อ.... เจินเม่ย!!” “เพราะ” “ชื่อเพราะใช่มั้ยละ ฮ่าๆ” มนต์นภาเคี้ยวฟันกรอด ตาพองเป็นคางคก “มันเป็นประโยคคำถาม ไม่ใช่คำชมค่ะ” “อ๋อ... เจินเม่ยเป็นชื่อกิ๊กสุดที่รักของข้าเอง กิ๊กลำดับที่แปดหมื่นสี่พันสามร้อย อา... แม่เต่าสาวแสนหวานแห่งทะเลสาบมรกต...” เทพเสวียนอู่ดีดนิ้วเฟี้ยวฟ้าว แต่มนต์นภาเมากาวหนักขึ้นกว่าเดิม ปกติถ้าหากมีเทพบารมีสูงเมตตาประทานชื่อให้ ก็คงจะนับเป็นวาสนาเปี่ยมล้น แต่มนต์นภาใช้ความอดทนมหาศาลที่จะไม่ด่าเต่า ไอ้เต่านิสัยไม่ดี สมแล้วที่จะโดนเฒ่าจันทราไล่เตะ “เชรี่ยเอ๊ย” “หื้ม? ว่าไงนะ” สีหน้าของเทพเต่าเข้มขึ้น มนต์นภาจึงกล้ำกลืนฝืนทน “ฉันบอกว่า ‘เซี่ยเซี่ย’ ขอบคุณค่ะ” “แล้วไป” พอเทพเสวียนอู่หันหลังให้ มนต์นภาก็พึมพำอีกรอบ “เชรี่ยเอ๊ย” “หา?” “เซี่ยเซี่ย!!” มนต์นภาขยี้เผ้าผมพลางกรีดร้อง “ที่นี่คือที่ไหน” เทพเสวียนอู่ในร่างลูกเต่าน้อยยืนสองขา ชี้ให้มนต์นภาดูกำแพงเมือง “ที่นี่คือเมืองชายแดนแคว้นเอี้ยน ที่เห็นกำลังตีกันนัวเนียนั่นเป็นทหารของแคว้นเอี้ยนกับแคว้นหลี่ ทะเลาะกันมาหลายสิบปีแล้ว แคว้นหลี่ส่งทหารมาตีเมือง แต่ว่าที่สามีของเจ้ารับมือได้ไม่ยาก เห็นค่ายทหารในเมืองนั่นมั้ย นั่นแหละว่าที่สามีเจ้าอยู่ที่นั่น” “แคว้นเอี้ยน เอี้ยนไหน ฉันไม่เคยได้ยินชื่อเลย” “ยังมีประวัติศาสตร์อีกเยอะที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ แต่นับจากนี้ไปบันทึกรักของเจ้าจะถูกจารึกไปชั่วกาลปวสาน เจ๋งมั้ยละ แม่เจ้าโว้ย” เทพเสวียนอู่หัวเราะคึๆ พลางโบกมือทักทายเต่าสาวที่คลานต้วมเตี้ยมผ่านมา มนต์นภาน้ำตาไหลย้อยก็คราวนี้เอง “เจ้าไม่ต้องกังวล หากต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็เรียกข้า ตอนนี้ข้าลากิจกับท่านเสวียนเทียนสั้งตี้มาเป็นเทพประจำตัวของเจ้าชั่วคราว รับรองแคล้วคลาดปลอดภัย” มันจะไม่ปลอดภัยเพราะท่านนั่นแหละ!! มนต์นภาแหงนศีรษะไปด้านหลัง พึมพำทำสติจากฤทธิ์กาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดต้นคอกลับมา “เอาก็เอา! คิดซะว่ามาทัวร์หนีคะแนนตก mean ข่าวดีคือฉันจะได้เจอหน้าว่าที่สามีเร็วๆ นี้ แล้วข่าวร้ายละคะ” เทพเสวียนอู่เงียบ กวาดตามองมนต์นภาด้วยสายตาแปลกๆ “เจ้าไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD