แล้วข่าวร้ายละคะ”
เทพเสวียนอู่เงียบ กวาดตามองมนต์นภาด้วยสายตาแปลกๆ “เจ้าไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ”
“??”
“ก็นั่นไง” เต่าชี้พลางมองนางอย่างเห็นใจ
“นั่นไหน? ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่” มนต์นภาก้มดูสำรวจตัวเอง นางยังคงใส่ชุดกระโปรงกับกางเกงเลกกิ้งอุ่นๆ สีดำ ทุกอย่างก็ดูปกติดี แต่แล้วสายตาของนางก็ปะทะเข้ากับสิ่งแปลกปลอมบางอย่างบนร่างกาย มนต์นภาแตกตื่น เงยหน้าพรวดขึ้นมาสบตาเทพเสวียนอู่
WTF!!
“นี่มัน...!!”
“ใช่แล้ว ลูกป๋องแป๋ง มาเป็นคู่พร้อมแท่งหยก... พลังวัตรของข้าที่เสกนมให้เจ้ามันตีกลับ เจ้ากลายเป็นผู้ชายไปเสียแล้ว ซอรี่น้า...”
---------------
สักวันนางจะจับเต่ามาแช่อิ่ม ไอ้เต่าป่าช้าแตก
ร่างกายของนางสูงขึ้น แขนขามีกล้ามเล็กน้อย ลำคอมีลูกกะเดือกนูนชัด มองโดยรวมแล้วก็ยังเป็นไอ้หนุ่มตัวผอมบางอยู่ดี มนต์นภาหันหน้าเข้าหาก้อนหินใหญ่ กลั้นใจถลกกระโปรงขึ้นมา พอเจอก้อนเนื้อนูนๆ ตุงที่เป้าก็อยากจะเป็นลม เจอเทพเต่าสมองไหลตามสิงสู่ก็ว่าฉิบหายแล้ว ที่เพลียที่สุดคือร่างกายมันเปลี่ยนเพศเป็นผู้ชายครับผม! ตอนนี้ใครจะแทงกันไส้ไหลหรือจะตัดหัวขาดกันฉับๆ นางก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว
มนต์นภานั่งกัดเล็บอย่างเสียสติ คนที่โสดซิงไร้มลทินมาตลอดยี่สิบปีอย่างนาง จะไม่มีโอกาสใช้งานจิ๊มิอีกแล้วเหรอ
ภาพตรงหน้าทุกอย่างขาวโพลน โลกนี้ช่างโหดร้าย กูอยากตาย
“ฮือๆ แล้วแบบนี้จะทำยังไง ไม่มีนมก็บัดซบพออยู่แล้ว ยังมีลูกป๋องแป๋งเพิ่มขึ้นมาอีก ฉันอยากมีผัวนะ ไม่ใช่ไปเป็นผัวคนอื่น ใครจะรับผิดชอบ”
เทพเสวียนอู่พิจารณาผิวขาวใสๆ กับร่างอ้อนแอ้นของมนต์นภาอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็คิดหาวิธีได้ “ตาโตจมูกโด่งปากแดงน่ารัก ผิวก็เนียนขาวสวย ถึงเจ้าจะมีป๋องแป๋งเพิ่ม แต่เจ้าก็มีผัวได้นะ”
“โฮ... ไอ้เต่าเชรี่ยยย”
“หา? เจ้าว่าไงนะ”
“ไอ้เต่าเชรี่ยยยยยยยยยย เอานมกูคืนมา ชัดแล้วยัง! ไอ้เชรี่ยยย” มนต์นภาร้องไห้โฮ ร้องให้สาแก่ใจ กูมันคนเลว ด่ากราดเสียงโหยหวน เทพเสวียนอู่จึงรีบปลอบใจ
“โอ๋ๆ เบเบ๋ไม่ต้องฟูมฟายไป เจ้าจะเปลี่ยนร่างเป็นชายแค่ชั่วคราวเท่านั้น เจ้าจะได้คืนร่างเป็นหญิงแน่นอน”
“จริงเหรอ... แล้วเมื่อไหร่ละ” มนต์นภาหยุดร้องกระซิก เริ่มมีความหวังมากขึ้น
“ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะพรุ่งนี้ หนึ่งเดือน ครึ่งปี หรืออาจจะสามปี”
“โฮ!!! แล้วฉันจะฉิ้งฉ่องยังไง ใครจะไปกล้าจับ” ทุกทีเคยเจอภาพน้องตุ๊ดตู่ในหนังเอวีไม่ก็การ์ตูนวาย เห็นจนชินไม่คิดอะไร แต่นี่ต้องจับเองเป็นครั้งแรก มือขาดกันพอดี มนต์นภาถลกกระโปรงแล้วเปิดกางเกงชั้นในดูให้แน่ใจ มีเทพเสวียนอู่คอยให้กำลังใจอยู่บนบ่า ชะโงกมองเช่นกัน
“แม่เจ้าโว้ย! ใหญ่เป็นลำ ถ้าเจ้าเปลี่ยนใจอยากมีเมีย บอกข้าได้นะ”
“โฮ!!”
มนต์นภาร้องลั่นเร่งบรรยากาศในสนามรบให้โหยหวนชวนสยองยิ่งขึ้นไปอีก ร้องไห้พลางปาดน้ำตาออกไปไม่หยุด ใหญ่เป็นลำบ้าอะไร นมคัพเอที่มีอยู่น้อยนิดก็หายไปหมด มนต์นภาซุกตัวร้องห่มร้องไห้ พอนึกถึงหน้าพ่อแม่พี่น้องที่รออยู่ ร่างบางจึงรวบรวมแรงฮึดเพื่อหนีไปให้ไกลจากลานประหารกลางทุ่งหญ้าให้เร็วที่สุด
ระหว่างที่คลานต่ำผ่านซากศพซึ่งล้วนอยู่ในสภาพน่าสังเวช บางศพยังเบิกตาโพล่ง กำดาบแน่นทั้งๆ ที่ร่างขาดสองท่อน บางศพก็ไร้แขนไร้ขา ศีรษะที่ถูกตัดออกมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมานสุดแสน มนต์นภาทั้งกลัวทั้งแตกตื่นแต่ก็ต้องกัดฟันไป
และแล้วมีทหารตัวใหญ่หน้าดำทะมึนหันมาเห็นนางเข้า มันตรงดิ่งมาคว้าข้อเท้าเล็กๆ ไว้แล้วเงื้อดาบ มนต์นภาหวีดร้องสุดเสียง ดิ้นรนไปมาอย่างสิ้นหวัง เจ้าทหารน่ากลัวคนนั้นกลับชะงักนิ่งไปแล้วค่อยๆ ล้มหน้าคว่ำ ขาดใจตายเพราะศรเกาทัณฑ์ที่วิ่งมาปักหลังทะลุหัวใจ
“เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่กรีดร้องราวกับผู้หญิง ช่างน่าอาย”
เด็กน้อยอายุไม่เกินสิบขวบคนนั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง ตัวของเด็กสูงพอๆ กับเกาทัณฑ์ที่อยู่ในมือ แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ระหว่างที่พูดก็สังหารทหารไปได้อีกสามนาย ท่วงท่ายิงศรของเด็กคนนี้ช่างองอาจดุดัน มนต์นภากลัวจนหัวหดแต่เทพเสวียนอู่ปรบมือชอบใจบนบ่าเล็กๆ “ใกล้แล้ว... ใกล้แล้ว ข้ารู้สึกชัดเจน เขาใกล้เข้ามาแล้ว”
“คะ...ใคร? ยังจะมีมาอีกเหรอ”
“ก็ว่าที่สามีของเจ้าไง เขาพุ่งมาที่นี่แล้ว เร็วมาก...”
“แต่ แต่ฉันยังไม่พร้อม”
“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม เร็วเข้า!” มนต์นภาสงบสติอารมณ์และรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อเด็กคนนั้นหันหน้ามา เด็กน้อยท่าทางเย็นชามองมนต์นภาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แต่ไม่เห็นเทพเสวียนอู่บนบ่าของมนต์นภา
“ถ้าเจ้าเอาแต่แหกปากร้อง เจ้าจะตายโดยไม่ทันรู้ตัวว่าตายเพราะอะไร”
“ขอบคุณ ฉัน... ขะ...ข้าเคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว มันก็ไม่เลวร้ายอะไร”
“หยิบดาบขึ้นสู้ซะ ข้าจะไม่ช่วยเจ้าอีกเป็นครั้งที่สาม”
เด็กคนนั้นโยนดาบจากศพทหารแถวนั้นให้ แต่มนต์นภาถอยหลบ ไม่เอา ดาบเปื้อนเลือดเปื้อนเศษเนื้อคนแบบนั้นน่ากลัวเกินไป และแล้วจู่ๆ จี้ลูกแก้วเสวียนอู่พลันเปล่งประกายแสงอาบร่างของมนต์นภาด้วยละอองทอง มนต์นภารู้สึกเหมือนมีลมวูบใหญ่ๆ พัดพรูผ่านร่าง