บทที่ 3 ธิดาเสวียนอู่ 4

1061 Words
และแล้วจู่ๆ จี้ลูกแก้วเสวียนอู่พลันเปล่งประกายแสงอาบร่างของมนต์นภาด้วยละอองทอง มนต์นภารู้สึกเหมือนมีลมวูบใหญ่ๆ พัดพรูผ่านร่าง “ได้เรื่องแล้วๆๆๆ” เทพเสวียนอู่วิ่งไปวิ่งมาบนไหล่ทั้งสองข้างของมนต์นภาอย่างดีใจ หมุนตัวพลิ้วไปมาท่ามกลางละอองทองที่ห่อหุ้มตัวมนต์นภา ร่างกายที่ผิดเพี้ยนค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติด้วยมนต์วิเศษ เมื่อทุกอย่างสงบลงนางก็กลับมาเป็นผู้หญิงแล้ว เด็กน้อยเห็นทุกอย่างชัดแจ้งต่อหน้าต่อตา เห็นจะจะว่าแผงอกผอมแห้งของผู้ชายคนนี้ จู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นทรวงอกกลมกลึง เอวคอดลงและปมเนื้อตรงกลางเป้าก็หดหายไป จากชายหนุ่มหุ่นขี้ก้างแสนอ่อนแอ กลายเป็นหญิงงามแสนสวยราวกับเทพธิดาในชั่วพริบตา ไม่ว่าใครเจอเรื่องพิศวงเช่นนี้ย่อมต้องอ้าปากค้าง เด็กน้อยหลับตาแน่นปี๋ ส่ายหน้าไปมาก่อนจะลืมตาขึ้น สีหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ยินดีด้วยจ้า” เทพเสวียนอู่หัวเราะหึๆ “ป๋าแถมอกคัพเอฟให้ ไม่บ่นแล้วนะ” “ไม่บ่นแล้วๆ โอ้ย ดีใจจังเลย กลับร่างแล้ว” มนต์นภาดีใจสุดขีด ถลาเข้าไปกอดเด็กน้อยแล้วเต้นไปรอบๆ เด็กคนนั้นทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกและล่องลอยไปตามแรงเหวี่ยงของมนต์นภา “เจ้าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่” “ผู้หญิงสิ ฉันเป็นผู้หญิงๆๆ” “แล้วนั่นคืออะไร?” เด็กน้อยชี้ไปที่หว่างขา เมื่อมนต์นภาก้มลงมองตาม บ่อน้ำตาก็แตกอีกรอบเพราะกลับไปเป็นผู้ชายอีกแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้! เทพเต่าก็หัวเราะแห้งๆ และบอกเหตุผลว่าผิดพลาดทางเทคนิค ระบบรวนบ่อย ให้อดทนไปก่อน “เครือข่ายเทพเจ้าล่มบ่อยๆ ยุคโบราณก็แบบนี้แหละ อะไรๆ ก็เก่าแถมเชื่องช้า จำเรื่องจู้อิงไถกับเหลียงซานป๋อ[1]ได้มั้ยละ คู่นี้น่าสงสารมาก ต้องตรอมใจตายกันทั้งคู่เพราะระบบล่าช้านี่แหละ เฮ้อ น่าสงสารๆ ดีที่พระโพธิสัตว์ทรงเมตตาให้วิญญาณของทั้งคู่อยู่ด้วยกันตลอดไป” “นี่ก็เป็นผลงานจับคู่ของท่านงั้นเหรอ” “ใช่” “แล้วมีคู่ไหนอีก” “ที่ดังๆ ก็เมิ่งเจียงหนี่ว์[2] เคยได้ยินใช่มั้ย เมิ่งเจียงหนี่ว์ร่ำไห้สยบกำแพงพันลี้” เทพเสวียนอู่ครุ่นคิดถึงผลงานเก่าแก่ที่เคยทำมา “เทพธิดาทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัวก็ใช่ ดีนะที่ข้าอ้อนวอนขอพระแม่ซีหวังหมู่ให้พวกเขาได้พบกันปีละครั้ง อ้อ แล้วก็มีตำนานรักนางพญางูขาว เคยดูละครใช่มั้ยละ ซึ้งๆ น้ำตาเล็ดน้ำตาไหลทั้งนั้น” “แต่ละเรื่องมันจบรันทดทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอ” “ตำนานรักมันก็ต้องรันทดสิ ไม่รันทดโลกไม่จำ” เทพเสวียนอู่ควักไปป์ออกมาสูบปุ๋ยๆ สีหน้าสบายๆ มนต์นภาจึงร้องไห้กอดเด็กไว้แน่น จู้อิงไถกับเหลียงซานป๋อน่าสงสาร เมิ่งเจียงหนี่ว์น่าสงสาร แล้วนางเล่า?! โคตรน่าสมเพช มนต์นภาสะอึกสะอื้น ก่อนจะเพิ่งรู้สึกว่าเสียงอึกทึกในสนามรบเงียบเชียบจนแทบได้ยินเสียงเข็มตก เมื่อเงยหน้าขึ้นมา นั่นเองที่นางเพิ่งรู้ตัวกำลังถูกสายตาคมกริบคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ “ปล่อยน้องของข้าเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มห้าวดังขึ้น สายลม เปลวแดด กลิ่นคาวเลือด ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงในฉับพลันเมื่อคนผู้นี้ปรากฏตัว ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทองบนหลังม้าศึก ผมสีดำสนิทดุจราตรีปลิวสยายตามแรงลมโหม คราบเลือดบนทวนมังกรหยาดหยดเป็นสาย มนต์นภาไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวเองได้ ไม่เลยสักนิด เขาเต็มไปด้วยพลังและรังสีของแม่ทัพ เข้มข้น ร้อนระอุจนกระทั่งดูเหมือนว่าทุกอย่างรอบตัวจะลุกเป็นไฟ เป็นอำนาจอันทรงพลังที่สะกดทุกลมหายใจ สองเท้าของเหล่าทหารที่อยู่ตรงนั้นล้วนตรึงแน่นราวกับถูกสาป แสงแดดค่อยๆ ละทิ้งนางไปสู่ร่างอันสูงใหญ่ อาบไล้มัดกล้ามแข็งแกร่งกำยำ ไหล่ทั้งหนาทั้งกว้างอย่างน่าเหลือเชื่อ นี่เป็นร่างบึกบึน... ร่างที่โหดร้าย ในยุคสมัยที่นางจากมาแทบไม่มีชายร่างกำยำจนน่าทึ่งเช่นนี้ มันไม่ได้เกิดจากการหักโหมออกกำลังในฟิตเนส แต่เป็นความแข็งแกร่งที่เกิดจากสนามรบ “เจ้าเป็นใคร” “ฉัน... ข้า... ฉัน... ฉัน...” เลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างมนต์นภาถูกแช่แข็งในบัดดลเมื่อเผชิญหน้าเขา ร่างทั้งร่างโงนเงนจนต้องยันแขนไว้กับก้อนหินใหญ่ ใช้มันเป็นหลักพึ่งพิงแต่ก็รู้สึกว่ากำลังทรุดฮวบลง ท่ามกลางความประหวั่นพรั่นพรึงนั้น มนต์นภาพบว่าตนเองถูกแรงกดดันมหาศาลจนคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว [1] จู้อิงไถเป็นธิดาคนเดียวของตระกูลเศรษฐี ปลอมตนเป็นชายไปศึกษาเล่าเรียนจึงได้พบเหลียงซานป๋อ ทั้งคู่ใกล้ชิดผูกพัน ในวันจบการศึกษาจู้อิงไถบอกให้เหลียงซานป๋อไปเยี่ยมที่บ้านแล้วจะยกน้องสาวให้แต่ง (นางตั้งใจจะแต่งงานกับเขานั่นเอง) แต่เหลียงซานป๋อบ้านยากจนจึงไม่กล้าไป ทำให้ความรักของทั้งสองคลาดกัน จู้อิงไถต้องหมั้นกับคนอื่น ส่วนเหลียงซานป๋อได้ตำแหน่งเป็นนายอำเภอ เมื่อเหลียงซานป๋อทราบความจริงก็ตรอมใจตาย ส่วนจู้อิงไถเข้าพิธีสมรสกับคู่หมั้น แต่ระหว่างทางผ่านหลุมศพคนรัก นางจึงกระโดดลงไปในหลุมศพ กลายเป็นผีเสื้อยักษ์หนึ่งคู่โบยบินจากไป เรื่องราวของทั้งคู่เป็นโศกนาฏกรรมที่รู้จักกันในชื่อ ม่านประเพณี [2] สามีของเมิ่งเจียงหนี่ว์ตายระหว่างทำงานก่อสร้างกำแพงเมืองจีน ร่างถูกฝังอยู่ใต้กำแพง เมิ่งเจียงหนี่ว์ดั้นด้นมาพบสามี เมื่อทราบข่าวจึงเสียใจมาก ร่ำไห้ตรงกำแพงที่ฝังร่างของสามีอยู่สามวันสามคืน ในที่สุดกำแพงจุดนั้นก็พังทลาย กระดูกของสามีนางหลุดออกมา เมิ่งเจียงหนี่ว์จึงยิ่งเศร้าโศก ตัดสินใจโขกศีรษะฆ่าตัวตาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD