บทนำ 3

1201 Words
ข้าอยากเป็นแม่ทัพเก่งๆ อย่างพี่รอง ถ้ามัวแต่เย็บปักถักร้อยแล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้นำทัพ” “ฮวาเอ๋อร์... เจ้าอยากไปเปิดหูเปิดตาข้าไม่ห้าม แต่เตรียมตัวเตรียมใจรับทัณฑ์ไม้เรียวจากเสด็จพ่อแล้วใช่หรือไม่” “แน่นอน ข้าไม่กลัวหรอกเพคะ” “แล้วก็กระบวนท่าฟาดก้นของพี่ใหญ่ ของข้าแล้วก็ของเจ้าสามอีก เตรียมใจไว้แล้วยัง” เสด็จพ่อกับพี่ใหญ่ใจดี ตีแค่พอเป็นพิธีก็เลิก ส่วนพี่สามไม่เน้นตีเน้นด่าอย่างเดียว แต่ลองพี่รองเอ่ยปากออกมาเช่นนี้แล้ว ไม้เรียวไม่หักก็ไม่เลิกรา องค์หญิงชะงัก คิดหนักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบทั้งๆ ที่เหงื่อซึมเต็มหน้า “จะตีก็ตี ข้าไม่เกี่ยงงอนแม้แต่นิดเดียว ต่อให้พี่รองตีจนขาหักข้าก็ไม่ร้องโอดครวญ” “ดี! สมแล้วที่เป็นน้องสาวข้า” เอี้ยนซ่านฉีเอื้อมมือของตนมาหิ้วคอเสื้อเด็กหญิง ย้ายนางให้มานั่งม้าตัวเดียวกันกับเขา เอี้ยนซ่านฉีเป็นชายชาตินักรบที่ลงสมรภูมิตั้งแต่อายุน้อยๆ ในเมื่อนางดื้อด้านนักก็ให้ไปลองสัมผัสความโหดร้ายด้วยตัวเอง เอี้ยนซ่านฉีวางกฎอย่างเข้มงวดและร่ายข้อห้ามนับสิบข้อ พร้อมย้ำว่าหากนางไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาจะจับตัวใส่กรงและเอาผ้าคลุมปิด ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ในที่สุดขบวนทัพขององค์ชายหนุ่มมาถึงบริเวณตำบลเสวียนอู่ ห่างจากเมืองสมรภูมิราวๆ ร้อยลี้ เอี้ยนซ่านฉีมิได้แวะหยุดพัก แต่เร่งให้ทหารไปให้ถึงพื้นที่โดยเร็วเพื่อยันทัพขององค์ชายหลี่เซวียนหลง เอี้ยนซ่านฉียกมือขึ้นลูบสันกรามคมเข้มไร้ที่ติของตนอย่างนึกรำคาญหนาวเคราที่มักจะกลับมาทั้งๆ ที่เพิ่งจะโกนทิ้งไปเมื่อเช้านี้ แต่สีหน้าของเขายังเรียบเฉย ไม่บ่งบอกพื้นอารมณ์ใดๆ “พี่รอง... ดูนั่น เต่าเต็มไปหมดเลย” “ใช่แล้ว เต่าพวกนี้เป็นลูกหลานของเทพเสวียนอู่ ที่นี่ถึงได้ชื่อว่าตำบลเสวียนอู่ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อน้องสาวตื่นเต้นกับเรื่องเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาดุดันแหบห้าวทำให้หญิงสาวทั่วหล้าคลั่งไคล้ แต่องค์หญิงรู้สึกหนวกหู ถ้าให้เรียงลำดับพี่ชายทั้งสามคนแล้ว พี่รองนี่แหละตัวใหญ่แถมเสียงดังหนวกหูโหวกเหวกที่สุด เบื้องหน้าของม้าคู่ใจแม่ทัพเต็มไปด้วยเต่าตัวเล็กตัวใหญ่เกลื่อนกลาดเต็มถนน พวกทหารม้าเหยียบย่ำผ่านไปทำให้พวกมันบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย องค์หญิงจึงรีบดึงแขนเสื้อพี่ชาย “พี่รอง ท่านบอกให้ทหารเก็บเต่าพวกนี้ไปข้างถนนก่อนได้หรือไม่” “ไม่ล่ะ เสียเวลา” “พี่รอง...” เมื่อน้องสาวคนเดียวทำท่าจะหน้าบูดและมีปัญหา พี่ชายคนรองขององค์หญิงจึงคำรามอย่างรำคาญ ก่อนจะมีคำสั่งให้ทหารช่วยกันเก็บเต่าออกไปให้พ้นรัศมีถนน “เก็บเต่าพวกนี้ไปรวมกันที่สระน้ำศาลเจ้าเสวียนเทียนสั้งตี้[1]ข้างหน้านั่นซะ อ้อ... จุดธูปบอกกล่าวเทพเสวียนอู่[2]ด้วย” “พ่ะย่ะค่ะ” “พี่รองช่างใจดียิ่งนัก มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ สมแล้วที่ท่านเนื้อหอมในหมู่สาวๆ ผลบุญครั้งนี้ต้องช่วยท่านชนะศึกแน่นอน” เด็กหญิงตัวน้อยประจบเสียงใส เอี้ยนซ่านฉีจึงขยำศีรษะเล็กๆ ตามประสาคนรู้ทัน น้องสาวของเขาคนนี้ไม่เชื่อโชคลาง ไม่เคยพนมมือขอพร ไม่ศรัทธาในเทพองค์ใด สิ่งเดียวที่นางเชื่อคือตัวเองเท่านั้น ดังนั้นวาจาเลอะเทอะที่พูดถึงบุญบาปล้วนเบาหวิวทั้งสิ้น เอี้ยนซ่านฉีจึงรู้ทันว่านางประชด “หึๆ ศึกง่ายๆ ครั้งนี้ไม่ต้องใช้บุญบารมีอะไรสักนิด สู้สะสมบุญรวมๆ ไว้จะดีกว่า” “รวมไว้ทำอะไรหรือเพคะ” “อยากรู้จริงเหรอ” ชายหนุ่มแสร้งเลิกคิ้วขึ้น ผสานกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่สาวๆ ยากจะต้านทาน แต่สำหรับองค์หญิง รอยยิ้มแบบนี้ของพี่รองแปลว่า ‘อยากรู้ละสิ อยากรู้ละสิ!!’ “บอกข้ามาสักทีสิเพคะ” “เจ้าไม่เชื่อเรื่องเทพยดาฟ้าดินไม่ใช่หรือ จะสนใจไปทำไม” องค์หญิงเริ่มอยากรู้อยากเห็น จึงมองข้ามเรื่องรอยยิ้มป่วนประสาทของพี่ชายไปก่อน “บอกข้าหน่อยเถิดพี่รอง น้อยครั้งนักที่ท่านจะทำความดี” “อ้าวเจ้านี่ เดี๋ยวถีบลงไปอยู่กับเต่าเลย เฮ้อ!! เจ้าเด็กน้อยเอียงหูมานี่” เอี้ยนซ่านฉีกลอกตาซ้ายขวาไปมาราวกับกำลังจะบอกความลับ ยิ่งทำให้คนฟังเริ่มอยากรู้หนักขึ้นไปอีก ชายหนุ่มรูปงามป้องปากพลางกระซิบอย่างจริงจัง “ข้าจะหาพี่สะใภ้ให้เจ้าสักคนไง” “พี่สะใภ้? ของใครเพคะ พี่ใหญ่ พี่รอง หรือพี่สาม?” “ของข้าเองสิวะ ข้าตั้งใจว่าเสร็จศึกนี้จะแต่งเมียจริงๆ จังๆ” คำว่า ‘เมีย’ หลุดออกจากปากของพี่ชายคนนี้แล้ว องค์หญิงก็ทำหน้าเอือม “ท่านเคยพูดอย่างนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบแปดครั้ง ข้าเห็นท่านเอาแต่โปรยเสน่ห์” เอี้ยนซ่านฉียักไหล่ “พวกนางมักจะสนใจแต่รางวัลแสนหวานจากข้า และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่หิวโหยน่าสงสาร จะให้ข้าปฏิเสธพวกนางได้อย่างไร... เจ้าเพิ่งจะเจ็ดขวบ จะไปเข้าใจอะไร” “สักวันเถอะ หากวันไหนที่ท่านเจอคนที่ถูกใจจริงๆ นางจะเบือนหน้าหนีเพราะพฤติกรรมของท่าน” “ข้ายังไม่เคยเจอหญิงคนใดที่ทำให้ข้าถูกใจ” ร่างสูงใหญ่ปานภูผาเมินคำเตือนอย่างสิ้นเชิง “หากท่านเสวียนเทียนสั้งตี้ประทานหญิงงามให้ข้า ข้าสาบานว่าจะมอบตัวและหัวใจให้นางผู้เดียว” เอี้ยนซ่านฉีประสานฝ่ามือขึ้นต่อฟากฟ้าเบื้องบน กล่าวคำสัตย์สาบานเสียงขึงขัง “แน่ใจ?” “แน่สิ เรื่องนี้เรารู้กันสองคน ถ้ามีหญิงคนไหนเอ่ยถึงท่านเสวียนอู่ ต่อให้เป็นนางทาสหรือหญิงชาวบ้าน ข้าก็จะรักษาคำพูด จะมีหลานให้เจ้าเลี้ยงหัวปีท้ายปีแน่นอน” รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นที่ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา เทพเสวียนอู่มีจริงที่ไหนกันเล่า? เขาแน่ใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้จึงหยอกล้ออย่างสนุกสนาน แต่กระนั้นสายลมได้พัดผ่านยอดไม้วูบใหญ่ นำพาถ้อยคำล่องลอยขึ้นสูงเบื้องบนท้องนภา ผู้รับฟังพยักพระพักตร์ก่อนจะเอ่ยวาจาที่สองพี่น้องไม่ได้ยินว่า... “ข้ายินดีประทานพรให้ตามคำขอ” [1] เสวียนเทียนสั้งตี้ (****) ภาษาฮกเกี้ยนเรียกว่า เฮี่ยงเทียนส่งเต่ และแต้จิ๋วเรียกว่าเฮี่ยงเทียนเซี่ยงตี่ เทพชั้นผู้ใหญ่ ได้รับความนับถือว่าเป็นผู้ประทานอำนาจวาสนา บารมีและความเคารพยำเกรง คนไทยรู้จักในนาม เจ้าพ่อเสือ [2] เทพบริวารของเสวียนเทียนสั้งตี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD