พริ้มตัดสินใจไม่อยู่เฉย เธอไม่รอช้าที่จะเริ่มต้นภารกิจส่วนตัวทันทีหลังเลิกเรียน พริ้มเดินทางมายังบริเวณริม แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบริเวณที่คาดว่ามีการขุดพบร่างของหญิงสาวทั้งสอง เธอเดินสำรวจอยู่ครู่หนึ่งตามคลองย่อยที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ พยายามทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ในอดีต
"อ่าว น้องพริ้ม หนูก็มาค้นคว้าเรื่องข่าวเมื่อวานเหมือนกันหรอคะ?" ณิชาที่เดินสำรวจอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นพริ้มก็ร้องทักทันที รอยยิ้มพิมใจที่ส่งให้พริ้มอย่างที่เคยส่งให้ และแววตาที่ยากจะหาคำตอบจากมัน
"ค่ะ หนูอยากรู้อะไรนิดหน่อย พี่ก็ด้วยหรอคะ?" พริ้มคลี่ยิ้มส่งให้เป็นการทักทาย ก่อนจะเดินเข้าไปหาณิชาเพื่อง่ายต่อการพูดคุย
ญิชายิ้มรับ ก่อนจะเผยคำตอบที่ทำให้พริ้มแทบหุบยิ้มไม่ได้-
"อืม .. พอดีพี่เป็นหัวฝ่ายรับผิดชอบส่วนนี้น่ะ หนูอยากมาร่วมงานกับพี่มั้ยคะ?" ณิชามองไปสุดปลายแม่น้ำก่อนจะหันกลับมาก้มตัวลงเล็กน้อยเผื่อให้เห็นหน้าพริ้มชัดๆ
"จ..จริงหรอคะพี่ ?!" พริ้มยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
รอยยิ้มสดใสของความดีใจ ทำให้ณิชาเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
"นี้เป็นชิ้นส่วนของ วัตถุโบราณที่เก็บได้จากร่าง และขุดพบไม่ไกลกันมาก" ณิชาพาพริ้มมายังห้องวิจัย
ของที่วางอยู่รวมกันมี—
"นี้เป็นแหวน และกำไลทองคำบริสุทธิ์ ที่อยู่ที่ตัวของศพน่ะนะ " ณิชาอธิบายเมื่อเห็นพริ้มสำรวจของที่วางอยู่บนโต๊ะ
"แล้วนอกจากนี้มีอะไรที่ขุดพบอีกมั้ยคะพี่" พริ้มง่วนจดรายล่ะเอียดหลายๆอย่าง พร้อมทั้งยังเอ่ยถามและก้มมองแกวนและกำไลอย่างสนอกสนใจ
"ก็มีสมุดบันทึก" ณิชาพูดพร้อมมองไปยังหนังสือที่ถูกห่อหุ้มอย่างดีวางอยู่ไม่ไกลนัก "แต่พี่ไม่แน่ใจว่าเป็นของฝ่ายไหน ตอนนี้กำลังตรวจสอบอยู่น่ะ"
"มันฝังอยู่ใกล้ชายฝั่ง ห่างจากจุดที่พบประมาณสามวาได้"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "สมุดบันทึก" พริ้มก็คิดอะไรบางอย่างได้ ภาพของสมุดประหลาดที่คล้ายกับที่พบ ผุดขึ้นมาในหัว บทกลอน คำหยอด ทั้งหลาย แม้นไม่ชัดเจน แต่ก็ทำให้รู้ว่ามันเขียนเกี่ยวกับอะไรไว้บ้าง
"หนูขอเป็นคนตรวจสอบได้มั้ยคะ" พริ้มเสนอตัวตรวจสอบหนังสือเล่มนั้นทันที
"ได้มั้ยหรอ?.. จริงๆมันก็ได้แหละ แต่หนูเป็นเหมือนนักศึกษาฝึกงานนะคะ เดี๋ยวพี่ช่วยดีกว่า"
"ได้ค่ะ ขอแค่หนูได้เรียนรู้งานก็พอค่ะ"
พริ้มเปิดหนังสืออย่างเบามือ ลายลักอักษรปรากฏให้เห็น
มือน้อยๆเขียนยุกยิกตาก็อ่านมองตามหนังสือที่เปิดอยู่ แม้จักอ่านยากแค่ไหนพริ้มก็ไม่บ่น บรรจงเขียนอย่างตั้งใจ
ท่าทางของพริ้ม ทำให้ณิชายิ้มออกอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทีตั้งใจของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้ณิชายิ่งรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ร่างเล็กตีบทความอย่างตั้งใจ เวลาผ่านไปจนมืดค่ำ
"พอก่อนเถอะนะพริ้ม มันมืดแล้ว กลับบ้านเถอะ" ณิชาจับไหล่พริ้มไว้พยายามบอกเธอหยุด แต่ก็ไม่มีท่าว่าอีกฝ่ายจะหยุดมือเลย
"อีกนิดเถอะนะคะ พริ้มยังอยากอ่านต่ออยู่เลย"
"แต่หนูนั่งอ่านนั่งจดแบบนี้มา4-5ชั่วโมงแล้วนะคะ" ณิชาจับปากกาที่อยู่บนมือพริ้มออก พร้อมหมุนเก้าอี้ของพริ้มหันมาหาตัวเอง
ณิชาจ้องตาพริ้มอยู่ซักพัก ก่อนจะพูด "หักโหมไปก็ใช่ว่าจะดีนะคะหนู"
ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆของทั้งสองกระทบกันไปมา พริ้มผละตัวออกห่างนิดๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดไปไกล
"ท่าอย่างงั้น พริ้มขอถ่ายรูปเก็บไว้ได้มั้ยคะ พริ้มจะกลับไปอ่านที่หอคอนโดน่ะค่ะ" พริ้มหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ ณิชาที่มองอยู่ถึงกับกุมขมับในความดื้อรั้นของเด็กคนนี้เสียจริงๆ
"เสร็จแล้วค่ะ งั้นหนูขอตัวนะคะ"
ในขณะที่พริ้มกำลังเดินไป ณิชาก็คว้าแขนพริ้มไว้ ก่อนจะพูด"ให้พี่ไปส่งนะคะ มืดแล้วกลับเองมันอันตราย"
"จะลำบากพี่หรือเปล่าคะ?" พริ้มถามอย่างเกรงใจ พร้อมก้มมองมือณิชาที่จับแขนตนอยู่
"ไม่ลำบากค่ะ พี่เต็มใจ" ณิชายิ้ม ก่อนจะจับมือเดินนำพริ้มไปที่รถของตน
ในรถ
รถหรูเคลื่อตัวตามถนนไปตามความเร็วที่กฎหมายกำหนด สายตาพริ้มเหลือมองไปยังสิ่งที่ห้อยอยู่ที่กระจกมองหลัง มันคือสร้อยเงินฝังทับทิม พริ้มจ้องมองอยู่ซักครู่ จนณิชาเอ่ยปากบอก
"สร้อยนี้เป็นของตกทอดในตระกูลพี่น่ะ" ณิชาพูด โดยที่สายยังคงมองไปยังถนนอยู่
"สวยดีนะคะ" พริ้มยิ้มกริ่ม แต่สร้อยเส้นนี้ทำให้พริ้มคิดถึง รู้สึกเหมือนเคยเห็น เคยเจอมาก่อน
'สร้อยเส้นนี้ น้องให้เจ้าค่ะ ถือว่าเป็นของพบหน้าจากน้องเถิดหนา คุณท้าว'
คำพูดที่จู่ๆก็แล่นเข้ามา ทำให้พริ้มนึกถึงใบหน้าของผู้หญิงคนนึง แต่กลับเบลอจนมองไม่เห็น แต่รู้สึกคิดถึงและโหยหาอย่างที่สุด
'คุณท้าว...' ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในใจพริ้ม และมันสอดคล้องกับบทบาทที่ดูสง่างามและเป็นผู้ใหญ่ของณิชาในยุคปัจจุบันอย่างประหลาด
พริ้มพยายามควบคุมการหายใจ สัมผัสถึงความเย็นของเบาะหนังในรถเพื่อดึงตัวเองกลับสู่โลกปัจจุบัน
"พี่ณิชาคะ..." พริ้มรวบรวมความกล้า เอ่ยปากถามในสิ่งที่อาจจะคลี่คลายปริศนาทั้งหมดนี้
"ขอโทษที่ถามเรื่องส่วนตัวนะคะ... ตระกูล ของพี่ณิชา... เป็นตระกูลเก่าแก่ที่เกี่ยวข้องกับ วังหลวง ในสมัยรัชกาลที่ห้าหรือเปล่าคะ?"
"ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ นามสกุลพี่ ใช้นาคบุตรนะ อัญชิสา นาคบุตร น่ะ ทำไมหรอคะ?"
"ไม่หรอกค่ะพี่.." พริ้มฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความตื่นเต้นที่แทบจะระเบิดออกมา
"แค่หนูรู้สึกว่าพี่ณิชามีบุคลิกที่สง่างามมาก ราวกับเคยเป็นสตรีสูงศักดิ์ในวังเก่า เลยค่ะ"
ณิชาหรี่ตามองพริ้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ซักไซร้ต่อ เธอเพียงแต่ยิ้มอย่างลึกลับ ก่อนจะตอบแผ่วเบา
"แต่..คุณย่าทวดของพี่ เป็นบุตรีในราชนิกุลบุนนาค อาจจะเป็นอย่างที่หนูคิดก็ได้นะคะ" ณิชาหันมายิ้มมุมปาก