บทที่3 สิ่งที่(ไม่)ควรเห็น
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นระเบียบจนน่าใจหาย มื้อเย็นของอาธามกลายเป็นกิจวัตรที่ภวินท์จัดการอย่างมืออาชีพ เงินค่าอาหารรายเดือนถูกโอนเข้าบัญชีตรงเวลา พายยังคงรับหน้าที่เป็น คนส่งปิ่นโตเหมือนเดิม ทว่า... สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ กระแสบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ระหว่างเธอกับอาธาม
เย็นวันนี้ธามันแวะมาคุยงานกับภวินท์ที่บ้านของพาย เขาไม่ได้สวมสูทเหมือนทุกครั้ง แต่มาในชุดลำลองกางเกงสแล็คสีครีมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมกว้าง พายยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานพ่อ สายตาคมเข้มของธามันลอบมองเรียวขาขาวของเด็กสาวที่สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นบ่อยครั้ง จนพายเริ่มทำตัวไม่ถูก
“พาย... ไปหยิบเอกสารบนห้องทำงานพ่อให้หน่อยสิ” ภวินท์ใช้ลูกสาว
เมื่อพายเดินกลับลงมาพร้อมแฟ้มเอกสารในอ้อมกอด เธอไม่คิดว่าคนที่ควรจะนั่งคุยงานอยู่ในห้องทำงานพ่อ จะออกมายืนพิงราวบันไดรอเธออยู่ตรงนี้
ธามันในชุดเชิ้ตขาวปลดกระดุมก้าวเข้ามาขวางทางทันทีที่เท้าของเธอเหยียบลงบนพื้นชั้นล่าง ระยะที่ใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากกายเขาทำให้พายชะงักกึกจนแผ่นหลังเกือบติดกับเสาบันได
“เอกสาร... ได้แล้วค่ะ” พายพยายามยื่นแฟ้มออกไปเพื่อสร้างระยะห่าง
ธามันไม่ได้รีบรับ เขาเพียงแต่ลดสายตาลงมองเรียวขาขาวภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นของสาวน้อยอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเลื่อนสายตาคมกริบกลับขึ้นมาประสานกับนัยน์ตากลมโตที่สั่นไหวของเธอ
“ขอบคุณครับ...”
เขาเอ่ยเสียงทุ้มมือหนายื่นมารับเอกสาร แต่จังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน เขากลับตั้งใจลากผ่านหลังมือเธอเบา ๆ จนพายขนลุกซู่
“แต่ดูเหมือน... พายจะรีบหนีอาไปหน่อยนะ มีอะไรให้น่ากลัวขนาดนั้นเชียว..อืมนี่เค้ก...อาซื้อมาฝาก เอาใส่จานให้พ่อพายด้วยนะ”
“พะพายไม่ได้กลัว... พายแค่..เออ...ขอบคุณสำหรับเค้กนะคะ” เธอก้มหน้าตอบ ไม่กล้าสบตาตรงๆ
“หึ...”
ธามันหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาขยับก้าวเข้ามาอีกเพียงนิดเดียว จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกับหน้าผากมนของเธอ
“กางเกงตัวนี้... มันไม่สั้นไปหน่อยเหรอหรือว่าตั้งใจใส่มา...ให้ใครดู”
“ใครจะไปทำแบบนั้นกันคะ อาธามถอยไปเถอะค่ะ พ่ออยู่ในห้องนะ” พายกระซิบเสียงสั่น หน้าแดงซ่านไปถึงลำคอ
ธามันยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจสาวน้อยทำงานหนักเกินอัตรา
“พี่วินกำลังใช้สมาธิกับแบบร่างของงานอยู่ คงไม่ทันสังเกตหรอกว่าเราคุยอะไรกัน.....อย่าใส่สั้นแบบนี้ให้ใครเห็นนะ...จะอันตรายได้...โดยเฉพาะเวลาเอาอาหารไปส่งให้อา"
พายยืนนิ่งงัน ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขากระทบผิวหน้าจนเธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว ใบหน้าคมเข้มของธามันขยับเข้ามาใกล้จนเธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคมกริบคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาเอ็นดูเด็กสาวอย่างที่เขาแสดงออกต่อหน้าพ่อ แต่มันคือสายตาของนักล่า ที่กำลังจ้องมองเหยื่ออย่างพึงใจ
ธามันโน้มกายลงมาอีกนิด มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารอยู่จงใจวางเท้าลงบนราวบันไดกักขังตัวเธอไว้ในอ้อมกอดกลายๆ พายเผลอกลั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของเขาขยับมาเกลี่ยพวงแก้มใสที่ขึ้นสีจัดของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาช่างร้อนแรงราวกับเหล็กเผาไฟ
“อาธาม... อย่าค่ะ...”
เธอส่งเสียงเบาหวิวเหมือนคนขาดสติ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับหนีไปไหน สายตาของเธอถูกตรึงไว้ด้วยริมฝีปากหยักลึกของเขาที่ขยับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
เขาลดสายตาลงมองริมฝีปากที่เผยอออกน้อย ๆ ของพาย ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า
“กลัวอา... หรือกลัวใจตัวเองกันแน่ครับน้องพาย”
นิ้วโป้งของเขาไล้ไปตามขอบริมฝีปากล่างของเธอเบา ๆ จังหวะนั้นพายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้เธอเริ่มสูญเสียการควบคุม...
“อ้าว... ธาม”
“เฮือก”
"สูบบุหรี่เสร็จแล้วหรอ...ว่าจะมาสูบเป็นเพื่อนเสียหน่อย"
พายสะดุ้งสุดตัวจนไหล่กระแทกกับเสาบันได เสียงของภวินท์ที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ จากในห้องทำงานเหมือนเสียงสวรรค์ที่ดึงสติเธอกลับมา เธอรีบผลักอกแกร่งของธามันออกอย่างเลิ่กลั่ก ใบหน้าสวยหวานถอดสีจนซีดเผือดก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความตกใจ
ธามันผละออกอย่างเป็นธรรมชาติในวินาทีเดียวกับที่ภวินท์เดินพ้นประตูห้องออกมา เขาเปลี่ยนท่าทางเป็นยืนถือเอกสารนิ่งสุขุม มือที่เคยเกลี่ยแก้มเธอเมื่อครู่กลับมาไพล่หลังไว้อย่างแนบเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้...
ธามันหันไปตอบรุ่นพี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนพายตามไม่ทัน
"ครับ...เสร็จแล้ว..เหมือนน้องพายก็มาพร้อมเอกสารพอดี...ผมเลยหยิบเค้กที่ซื้อมาฝาก...ให้น้องพายไปใส่จานให้พี่ด้วยครับ..."
“ขอบใจมากนะพาย ลูกไปอ่านหนังสือต่อเถอะ”
ภวินท์หันมาบอกลูกสาว ก่อนจะไปสนทนากับธามัน
“ขอบคุณนะ...มีขนมมาฝากบ่อย ๆ เลย...งั้นเราคุยงานต่อกันนะ”
“ครับพี่วิน...”
ธามันพยักหน้าก่อนจะปรายตามามองพายที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่เพียงครู่เดียว สายตานั้นเต็มไปด้วยความหมายที่ทำให้พายรู้ซึ้งว่า... อาธามคนนี้อันตรายเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหว
พายรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีเข้าครัวไปทันที มือยังคงกำแน่นที่อกซ้ายเพื่อสะกดหัวใจที่เต้นรัว ความรู้สึกอุ่นร้อนตรงหลังมือยังไม่จางหายไปไหน เธอรู้ดีว่าคำพูดของธามันเมื่อครู่ไม่ได้แค่หยอกเล่น แต่มันคือการวางกับดักให้เธอเดินเข้าไปหาเขาเองชัด ๆ
'ความรู้สึกอะไรกันในหัว ในท้อง ในหัวใจ'
ท้องฟ้ายามเย็นถูกย้อมด้วยสีส้มอิฐดูหม่นหมองกว่าทุกวัน พายยืนล้างมืออยู่หน้ากระจกพลางลอบยิ้มกับเงาตัวเอง เธอตั้งใจเลือกสวมเสื้อยืดตัวโคร่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่แอบเผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนยามขยับกาย ในหัวจินตนาการถึงบทสนทนาเย้าแหย่ที่อาจจะเกิดขึ้นตรงรั้วบ้าน เหมือนอย่างที่ธามชอบทำส่งท้ายก่อนรับปิ่นโตไป
ทว่า... บรรยากาศแสนหวานที่เธอมโนไว้กลับถูกพังทลายลงด้วยประโยคสั้น ๆ จากปากผู้เป็นพ่อ
“วันนี้ไม่ต้องเอาไปส่งนะพาย”
ภวินท์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขณะวางจานกับข้าวลงบนโต๊ะ
พายชะงักกึก มือที่กำลังเอื้อมไปหยิบปิ่นโตค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ความรู้สึกโหวงเหวงแล่นปราดเข้าจู่โจมหัวใจอย่างกะทันหัน
“ทำไมคะพ่อ..อาธามไม่อยู่เหรอ”
“เปล่า...” ภวินท์ตอบพลางดึงทิชชู่มาเช็ดมือ
“ธามเขากำชับมาตั้งแต่บ่ายว่าวันนี้ไม่สะดวก มีแขกสำคัญมาหาที่บ้าน... บอกว่าวันนี้ไม่ต้องนี้ไม่ต้องไปส่งอาหาร อาจจะทานจากข้างนอกมาแล้ว”
แขกสำคัญ... คำนี้เหมือนน้ำกรดที่ราดรดลงบนหัวใจที่กำลังพองโตของเด็กสาว ความน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ เมื่อวานเขายังส่งสายตาแพรวพราวและหยอดคำพูดให้เธอคิดไกลอยู่เลย แต่มาวันนี้กลับสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้าใกล้พื้นที่ของเขาเสียอย่างนั้น
“แขก... ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”
พายเผลอหลุดปากถามออกไป ก่อนจะรีบเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นสายตาสงสัยของพ่อ
“จะใครก็ช่างเถอะน่าพาย เรื่องส่วนตัวของอา แกก็อยู่บ้านกินข้าวกับพ่อเนี่ยแหละ”
พายพยักหน้าแกน ๆ รับคำสั่ง แต่นัยน์ตากลมโตกลับเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างบ้านหลังข้าง ๆ ที่บัดนี้เปิดไฟสลัว ๆ ผิดปกติ ความสงสัยที่ปนเปไปกับความหึงหวงที่ไร้สถานะ หรือไม่ก็ยังไม่นู้ใจตัวเองกำลังผลักดันให้เธอตัดสินใจทำสิ่งที่เสี่ยงที่สุดในชีวิต...
พายแอบย่องออกจากบ้าน ปีนรั้วระแนงหลังบ้านผ่านสวนที่มืดมิดจนถึงหน้าต่างห้องนั่งเล่นของบ้านข้างหลัง ๆ ที่มีม่านปิดไม่สนิท
แสงสีส้มรำไรส่องผ่านช่องว่าง พร้อมกับเสียงที่ทำให้โลกของพายถล่มลงตรงหน้า
“อึ่ก... อ้า...”
เสียงครางต่ำลึกที่แสนจะกระเส่าดังลอดออกมา พายชะงักแข็งทื่อ ภาพที่เห็นผ่านช่องม่านนั้นชัดเจนเสียจนหัวใจเธอแทบหยุดเต้น
ธามันเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ เสื้อเชิ้ตของเขาถูกปลดออกจนหมด จนเห็นแผงอกแกร่งที่มีเหงื่อซึมและกล้ามลอนสวยที่สั่นกระตุกตามจังหวะลมหายใจที่หอบกระชั้น
บนตักของเขามีผู้หญิงคนหนึ่ง... สวมเดรสสีแดงเลือดที่รั้งขึ้นสูงจนเห็นสะโพกมน กำลังบดคลึงร่างกายส่วนล่างเข้ากับหน้าขาของธามันอย่างเร่าร้อน มือใหญ่ของธามันบีบเค้นสะโพกหญิงคนนั้นจนเนื้อบุ๋มตามแรงอารมณ์
พายยกมือขึ้นปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดออกมา ดวงตาร้อนผ่าวและพร่ามัวไปด้วยน้ำตา ร่างกายเธอกลับวูบวาบราวกับมีไฟลามไปทุกส่วน ความแข็งขึงใต้กางเกงของอาธามดูยิ่งใหญ่และทรงพลังจนพายหายใจติดขัด
เธอเห็นหญิงคนนั้นคุกเข่าลงที่พื้น โอนเอนศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะ
“ซี๊ดดด... ดี... อย่างนั้นแหละ” ธามันจิกมือลงบนโซฟาจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน
พายหลับตาแน่น แต่หูยังคงได้ยินเสียงการเสียดสี และเสียงครางอย่างพึงใจของชายที่เธอแอบรัก ความรู้สึกเปียกชื้นที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจที่หว่างขาทำให้เธอรู้สึกสมเพชตัวเอง
‘ถ้าคนคนนั้นเป็นฉัน... ถ้าเขาบีบเค้นฉันแบบนั้น... '
พายรู้สึกว่ามีบางอย่างในร่างกายเธอ มันไหลออกมา จนเธอเผลอลองเเตะดู
'แล้วน้ำอะไรที่มันกำลังไหลซึมออกมาใต้กางเกงในนี่ล่ะ...คืออะไร’
เธอก้าวถอยออกมา ขาสั่นจนเกือบทรุด พายรวบรวมพละกำลังที่เหลือวิ่งกลับบ้านตัวเองอย่างไม่คิดชีวิต
ทันทีที่เข้าห้อง สาวน้อยรีบล็อกประตูแล้วทรุดตัวลงพิงผนังห้อง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ปนกับเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่อยู่ พายยกมือขึ้นกอดตัวเองไว้แน่น ภาพความเร่าร้อนเมื่อครู่ยังคงติดตาเหมือนถูกประทับด้วยเหล็กร้อน
“คนโกหก... อาธามคนใจร้าย...”
เธอพึมพำทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศถึงแม้เธอจะคิดไปเอง มันรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
เธอมองมือตัวเองที่เคยถูกเขาจับ มองเรียวขาที่เขาเคยชมว่าสวย... แต่ตอนนี้เขากลับกำลังมีความสุขอยู่กับผู้หญิงคนอื่นในระยะที่ห่างไปเพียงไม่กี่เมตร
พายปีนขึ้นไปบนเตียง ซุกหน้าลงกับหมอนแล้วกรีดร้องออกมาอย่างไร้เสียง เธอรู้สึกเหมือนคนบ้าที่ทั้งโกรธ ทั้งหึง แต่กลับมีความต้องการบางอย่างที่ถูกปลุกเร้าจนรุ่มร้อนไปทั้งกาย
“พาย....แกกับเขาคงเป็นไปไม่ได้จริง ๆ สินะ”
เธอถามตัวเองในความมืด ก่อนจะลุกขึ้นมาเช็ดน้ำตาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและประชดประชัน
พายลุกขึ้นไปแต่งหน้า แต่งตัวด้วยชุดสวยเซ็กซี่ก่อนจะนัดเพื่อนสนิทไปเที่ยวเพื่อระบายอาการในใจ
22.00 น. ณ บาร์หรู
พายกระดกแชมเปญแก้วที่สี่รวดเดียวหมด รสชาติซ่าของฟองอากาศพุ่งขึ้นจมูก แต่มันยังไม่ร้อนรุ่มเท่าภาพที่ยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัว
“พาย เบาได้เบา มึงพูดเรื่องอาธามรอบที่ร้อยแล้วนะ” มิ้นปรามพลางพยายามแย่งแก้วออก
“มึง... กูชอบเขา”
พายวางแก้วกระแทกโต๊ะหินอ่อน น้ำตาที่คลอเบ้าจวนจะหยดลงมา
“กูชอบเขามาก... ชอบมาตลอด ชอบตั้งแต่เจอ แต่เขาทำเหมือนกูเป็นเด็กที่ต้องคอยเอาปิ่นโตไปส่งให้ แล้วลับหลังล่ะ... เขากลับไปนอนครางให้ยัยเดรสแดงนั่นปรนเปรอ”
พายหัวเราะเยาะตัวเอง เสียงดนตรีดังในบาร์ไม่ได้ช่วยให้เธอลืมเสียงครางต่ำของธามันได้เลย เธอยกมือขึ้นลูบที่ลำคอตัวเองเบา ๆ จินตนาการถึงสัมผัสหนักหน่วงจากมือใหญ่ที่เธอเพิ่งเห็นเขาบีบเค้นสะโพกผู้หญิงคนนั้น
“มึงรู้ไหมมิ้น... ตอนที่เขาจิกโซฟาจนเส้นเลือดขึ้นที่มือน่ะ... มันดู... ฮึก... มันทำให้กูหายใจไม่ออก”
พายโน้มตัวลงไปกระซิบกับเพื่อน นัยน์ตาฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์เหล้าฉายแววเย้ายวนอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ซึ้ง
“กูเกลียดตัวเอง...แทนที่จะวิ่งหนี... แต่ใจกูกลับอยากเดินเข้าไปผลักยัยนั่นออก แล้วขึ้นไปนั่งตรงนั้นแทน”
“มึงเมามากแล้วนะพาย กลับเถอะ” มิ้นเริ่มหน้าเสีย
“กูไม่ได้เมา กูแค่เพิ่งรู้ว่ากูต้องการอะไร...”
พายหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เปิดรูปแผ่นหลังของธามันที่เธอแอบถ่ายไว้ตอนเขาช่วยยกของขึ้นมาดู
“... ใช่สิ อาธามน่ะอันตรายที่สุด ชอบมาทำตัวใกล้ชิด...ชอบมาใช้คำหว่านล้อม...จนกูหลง”
พายหยัดกายลุกขึ้นยืนพลางจัดเดรสสีชมพูรัดรูปให้เข้าที่ ความสั้นของมันเลิกขึ้นจนเห็นเรียวขาขาวจัดที่ธามันเคยเตือนนักเตือนหนาว่าอย่าใส่ให้ใครเห็น
“ถ้าเขาชอบแบบนั้น... กูจะทำให้ดูว่าพายคนนี้ทำได้มากกว่าที่เขาเห็น”
พายสะบัดผมหน้าม้าที่ปรกหน้าออก แววตาที่เคยใสซื่อบัดนี้เต็มไปด้วยความประชดประชัน
“กูจะไม่ยอมเป็นแค่ลูกสาวเพื่อนอีกต่อไป... กูจะทำให้เขาครางชื่อกูคนเดียว และกูจะทำให้เขาแทบคลั่งที่เคยเรียกกูว่าเด็ก”
“มึงจะทำได้ดีกว่าได้ไงพาย... มึงไม่เคยมีค่ะ... ตั้งสติค่ะเพื่อน”
“กูไม่มี... แต่กูเรียนรู้ไว มึงก็เห็น...เรื่องแบบนั้นจะไปยากอะไรวะ”
พายยกยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก รอยยิ้มที่เลียนแบบมาจากธามันไม่มีผิดเพี้ยน
“อาธามสอนกูเองว่าค่าดูมันแพง... งั้นคอยดูเถอะ ว่ากูจะชดเชยค่าดูนั้นด้วยอะไร”