บทที่10 แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าคุณพ่อ
พายตะเกียกตะกายกลับเข้าห้องนอนของตัวเองด้วยสภาพที่แทบดูไม่ได้ เธอทิ้งกายลงบนเตียงกว้างพลางสูดปากด้วยความแสบสันที่ใจกลางความอ่อนเยาว์ ความหน่วงลึกในช่องท้องน้อยยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ตอกย้ำถึงความรุนแรงของพายุสวาทที่เพิ่งสงบลงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“คนบ้า... ขนาดป่วยนะเนี่ย ทำไมแรงเยอะขนาดนี้”
พายบ่นอุบอิบพลางหน้าแดงซ่านเมื่อนึกถึงใบหน้าเคร่งขรึมยามที่เขาโถมกายเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าความเจ็บนั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความรู้สึกดีอย่างประหลาด ความซ่านสยิวที่เขามอบให้มันยังคงตกค้างอยู่ในทุกอณูเนื้อ
เด็กสาวรีบจัดการตัวเองในห้องน้ำอย่างเร่งรีบ ทว่าเมื่อก้าวออกมาส่องกระจกเงาบานใหญ่ เธอก็ต้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว ผิวขาวเนียนที่เคยสะอาดตา บัดนี้กลับถูกตีตราด้วยรอยสีกุหลาบจาง ๆ กระจายไปทั่วแผ่นอกและลำคอ โดยเฉพาะที่ต้นคอซ้าย... รอยช้ำนั้นชัดเจนจนน่ากังวล
“อาธามนะอาธาม จงใจชัด ๆ เลยแบบนี้”
พายรีบหยิบรองพื้นเนื้อหนาขึ้นมาโบกทับรอยรักนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือเล็กสั่นเทาด้วยความลนลานเพราะเวลาที่งวดเข้ามาทุกที
ที่หน้าบ้าน... รถสปอร์ตคันหรูของธามันจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ร่างบางในชุดนักศึกษาจ้ำเท้ากะเผลก ๆ ออกมาด้วยท่าทางติดขัด รอยยิ้มกว้างของชายหนุ่มก็ปรากฏขึ้น ก้อนเนื้อในอกซ้ายของพายสั่นระรัวจนแทบจะทะลุอก นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่คนไปส่งเธอที่สนามสอบไม่ใช่พ่อ... แต่กลับเป็นผู้ชายที่เธอเพิ่งมอบครั้งแรกให้ไป
“เป็นไงบ้าง... ดูเดินลำบากเชียวนะเรา” ธามันลดกระจกลงพลางเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ปวดค่ะ ปวดมากเลยด้วย” พายทำหน้ายู่ใส่คนตัวใหญ่ที่ดูอารมณ์ดีผิดปกติ
ธามันก้าวลงจากรถมาพยุงสาวน้อยอย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นจากมือหนาที่แตะแผ่นหลังทำให้พายรู้สึกอบอุ่นจนลืมความเจ็บไปชั่วขณะ เมื่อเข้ามานั่งในรถที่หอมอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขา ธามันก็ส่งถุงยาพร้อมขนมปังรองท้องให้ทันที
“ยาแก้ปวดครับ... ทานขนมปังรองท้องก่อนนะแล้วค่อยตามด้วยยา จะได้มีแรงทำข้อสอบ”
พายมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ความใส่ใจของเขาทำให้เธอแทบจะละลาย ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับเริ่มเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ที่น่าเกรงขาม มือหนาเลื่อนมาแตะน่องขาเรียวเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ รั้งกระโปรงทรงเอสีดำขึ้นจนเห็นโคนขาอ่อน พายสะท้านไปทั้งร่าง ร่างกายร้อนวูบวาบขึ้นมาทันตา
“อา...อาธามคะ ตอนนี้ไม่ได้นะ พายต้องไปสอบแล้ว” เธอรีบเอ่ยท้วง มือเล็กพยายามจะคว้าชายกระโปรงไว้
ธามันเลิกคิ้วสูงพลางยกยิ้มร้าย “อาบอกเหรอว่าจะทำเรื่องนั้น ที่ทำไปเมื่อคืนก็น่าจะพอให้พายต้องพักยาวหลายวันแล้วล่ะ... แต่อากลัวหนูจะนั่งสอบไม่สบาย เลยซื้อยามาทาให้”
“ยา... ทาตรงไหนคะ” พายถามอย่างซื่อ ๆ
“ตรงนี้... อยู่เฉย ๆ นะครับคนดี”
ไม่พูดเปล่า มือหนาล้วงเข้าไปใต้ชายกระโปรงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ นิ้วเรียวยาวเกี่ยวเอวกางเกงในตัวจิ๋วลงมากองไว้ที่หัวเข่า ก่อนจะจับขาเรียวให้อ้าออกเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบเชียบในห้องโดยสารรถหรูที่ติดฟิล์มดำสนิท พายเกร็งตัวแข็งทื่อ ลมหายใจเริ่มสะดุ้งโหยงเมื่อสัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อยาแตะลงบนรอยแยกที่แสนอ่อนไหว
“อย่าเกร็งสิครับ... จะทาให้เบาที่สุด”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบปลอบ ทว่าการขยับนิ้วคลึงวนเพื่อให้เนื้อยาซึมซาบกลับเรียกเสียงครางแผ่วออกจากลำคอระหง พายหลับตาพริ้ม ความเจ็บแสบในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“อื้อออ......”
นิ้วแกร่งเริ่มสอดแทรกเข้ามาสัมผัสความอ่อนนุ่มภายในเบา ๆ เพื่อตรวจดูอาการบวมช้ำ ลมหายใจของพายเริ่มหอบแรงขึ้นจนธามันต้องโน้มตัวลงมาปิดปากอิ่มด้วยจูบที่นุ่มนวลทว่าหนักหน่วง เพื่อให้เธอผ่อนคลายความอึดอัดที่พุ่งสูงขึ้น
“เสร็จแล้วครับ...”
เขาถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่งพลางจัดชุดให้เธอเข้าที่
“ทายาแล้วจะหายปวดเร็วขึ้น... คราวนี้ก็ไปห้องสอบได้แบบไม่ต้องพะวงอะไรแล้วนะ”
พายพยายามพยุงเศษเสี้ยวสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ แม้จะรู้สึกว่าร่างกายส่วนล่างเริ่มฉ่ำแฉะจากการปลุกเร้าเมื่อครู่ ทว่าความระบมที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เตือนให้เธอต้องเก็บอารมณ์นั้นไว้
“คนบ้า... แกล้งพายตลอดเลย”
เธอพึมพำพลางรีบหยิบยามาทานตามสั่ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะในลำคอของพยัคฆ์ร้ายที่ดูจะมีความสุขกับการทรมานคนดื้อเหลือเกิน
รถสปอร์ตหรูจอดเทียบหน้าตึกคณะอย่างนิ่มนวลในเวลาแปดโมงยี่สิบนาที พายเหลือเวลาอีกเพียงสิบนาทีเท่านั้นสำหรับการเตรียมตัวเข้าห้องสอบ เธอรีบจัดแจงเสื้อผ้าและเช็กความเรียบร้อยของรอยที่ลำคอผ่านกระจกส่องหลังอีกครั้งด้วยความลนลาน
“เลิกสอบกี่โมงครับ... เดี๋ยวอาจะมารับ”
ธามันเอ่ยขึ้นพลางเอื้อมมือมาลูบกลุ่มผมสลวยของเด็กสาวอย่างเบามือ
พายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ
“ประมาณเที่ยงครึ่งค่ะอาธาม... แต่อาไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ พายกลับเองได้..อานอนพักผ่อนเถอะค่ะ อย่าลืมทานยาด้วยนะ”
“อาอยากมารับ... อยากมาดูด้วยว่าหนูจะเดินไหวจนถึงรถไหม”
เขาเย้าเสียงกลั้วหัวเราะ แววตาคมกริบกวาดมองร่างบางด้วยความหมายมั่น
“อาธาม...พูดหยอกพายอีกแล้ว...ไปแล้วค่ะ”
พายโบกมือหยอย ๆ ให้เขาพลางรีบก้าวลงจากรถ แม้จังหวะการเดินจะยังขัดเขินและเจ็บแปลบทุกครั้งที่ก้าวขาจนดูเขินอายไปบ้าง ทว่าใบหน้าหวานกลับเปื้อนไปด้วยความสุขที่ปิดไม่มิด
12.30 น. ณ หน้าคณะ
พายเดินกะเผลกออกมาจากห้องสอบด้วยสภาพโรยแรง เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปส่องกระจกด้วยความลนลาน แสงไฟนีออนทำให้เธอเห็นความจริงที่น่าตกใจ เหงื่อที่ซึมออกมาจากความเครียดระหว่างทำข้อสอบทำให้เครื่องสำอางที่โบกทับไว้เริ่มเลื่อนหลุด จนรอยรักสีกุหลาบที่ต้นคอเผยให้เห็นเป็นปื้นชัดเจน
“ไอ้พาย... เป็นอะไรของแก ยืนดึงคอเสื้ออยู่ได้ เดินก็แปลก ๆ” มิ้นเพื่อนสนิททักขึ้นอย่างสงสัย
“มิ้น... แกช่วยดูให้หน่อย มันปิดมิดไหม” พายเอียงคอให้เพื่อนดูด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด
“ถ้ามีคนเห็นรอยนี้ ถูกล้อเลียนแน่ ๆ”
มิ้นชะโงกหน้าเข้ามาดูใกล้ ๆ ก่อนจะนัยน์ตาเบิกโพลง
“เฮ้ย นี่มันรอย... ไอ้พาย อย่าบอกนะว่าคุณอาธามคนดีของแกน่ะ”
พายพยักหน้ายอมรับอย่างเขินอาย “เมื่อคืนนี้เองแก ฉันแทบไม่ได้นอนเลย”
“ฮะ นี่แกกินอาธามเข้าไปแล้วจริง ๆ เหรอ แล้วรอยนี่เขาก็จงใจทำชัด ๆ เหมือนจะประกาศความเป็นเจ้าของเลยนะเนี่ย”
“ชู่ววว เบา ๆ สิแก” พายรีบตะครุบปากเพื่อน “แก... แกว่าฉันควรเรียกเขาว่าอะไรดีวะ ที่รักหรืออะไรดีนะที่มันจะดูพิเศษกว่าทั่วไป”
มิ้นถอนหายใจ
“พี่ธาม... ที่รัก... บี๋... หรือจะตัวเองดีล่ะ”
พายขมวดคิ้วพลางนึกถึงสัมผัสที่อาธามทิ้งไว้ให้ทั้งคืน
“แก... มันยังไม่โดนใจว่ะ มันดูธรรมดาไปสำหรับคนระดับอาธาม... หรือฉันจะเรียกคุณอาว่า... แด๊ดดี้... ดีไหมวะ”
พายกับมิ้นคุยกันได้ไม่นาน รถสปอร์ตหรูคันเดิมก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าคณะ ร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตสีเข้มก้าวลงจากรถ ท่ามกลางสายตาหลากคู่ที่มองเขาอย่างชื่นชม ทว่าในขณะที่พายกำลังจะเดินไปหาเขา ลีโอ เพื่อนชายร่วมคณะก็เดินเข้ามาดักหน้าไว้เสียก่อน
“พาย เดี๋ยวเกือบลืมให้ไปเลย ไหนบอกว่าอยากได้ไง” ลีโอเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นตุ๊กตาให้เธอแล้วเอื้อมมือมาขยี้ผมพายด้วยความคุ้นเคย
ไอความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างสูงที่พิงรถอยู่ไม่ไกล สายตาคมปลาบของธามันวาวโรจน์ด้วยเพลิงหึงที่พยายามสะกดกลั้นไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย เขามองตรงมาที่มือของลีโอซึ่งยังวางอยู่บนศีรษะของเธอด้วยสายตาที่ทำให้พายรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
“ไม่ต้องหรอกลีโอ ฉันมีคนมารับแล้ว... มิ้น ฉันไปก่อนนะแก”
พายรีบตัดบทแล้วซอยฝีเท้าก้าวหนีออกมาทันที แม้ทุกย่างก้าวจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บระบมจนอยากจะร้องไห้ แต่ความกลัวในสายตาของคนตัวใหญ่ตรงหน้านั้นมีมากกว่า ธามันไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ เขาเพียงแค่เปิดประตูรถให้เธอด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ทันทีที่เธอก้าวเข้ามานั่งประจำที่ เขาก็ปิดประตูตามหลังดังปัง จนไหล่บางไหวเยือกด้วยความตกใจ
บรรยากาศภายในรถเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ธามันออกรถไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมบุรุษที่เคยทำให้รู้สึกอบอุ่น บัดนี้กลับดูข่มขวัญจนพายต้องนั่งตัวลีบ มือเล็กกำสายกระเป๋าแน่นพลางลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่เคร่งขรึมของแด๊ดดี้ขี้หึงที่กำลังจะกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายในไม่กี่นาทีข้างหน้า