บทที่11 สัมพันธ์เหมือนจะจบลง

1595 Words
บทที่11 สัมพันธ์เหมือนจะจบลง ​บรรยากาศภายในรถสปอร์ตหรูที่เคยเป็นพื้นที่แห่งความวาบหวามเมื่อเช้า บัดนี้กลับปกคลุมไปด้วยความเงียบงันที่เยือกเย็นจนน่าอึดอัด ธามันมองตรงไปยังถนนเบื้องหน้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึมราวกับก้อนหิน มือหนาที่เคยลูบไล้ปลอบประโลมพายอย่างทะนุถนอม กลับวางนิ่งอยู่บนพวงมาลัยด้วยท่าทางสงบจนน่ากลัว ​พายก้มหน้ากำสายกระเป๋าแน่นจนปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด ความอึดอัดที่สุมอกทำให้เธอตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้นมา ​“อาธามคะ... ลีโอเขาเป็นแค่เพื่อนในคณะค่ะ ไม่ได้มีอะไรจริง ๆ” พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หวังจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นหน้าตึกเรียน ​ธามันเพียงแค่ปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างที่พายเดาอารมณ์ไม่ถูก “อาก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ... เพื่อนกันก็ดีแล้ว” ​“แต่อาธามดูนิ่งไป... พายไม่สบายใจเลยค่ะ” พายพยายามจะเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่ง แต่ธามันกลับขยับมือหนีไปคว้าเกียร์รถแทนอย่างแนบเนียน ท่าทีผลักไสนั้นทำเอาหัวใจคนตัวเล็กกระตุกวูบ ​“อาแค่คิดว่า... ลีโอเขาก็จีบพายอยู่นะ ดูใส่ใจกันดี มีขยี้ผมกันด้วย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ “พายเองก็โตแล้ว อายุยี่สิบแล้วนี่... จะลองเปิดใจให้คนรุ่นเดียวกันดูบ้างมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อาก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรสักหน่อย” ​“พูดง่ายจังนะคะ...” พายสวนกลับด้วยเสียงที่สั่นพร่า ความน้อยใจเริ่มตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว “พูดเหมือนเรื่องเมื่อคืนมันไม่มีความหมาย พูดเหมือนอาไม่เคยบอกว่าพายเป็นของอา... อาอยากจะผลักพายไปให้ใครก็ได้งั้นเหรอคะ” ​“อาก็แค่พูดตามความจริง...” ธามันกดเสียงต่ำลง พยายามสะกดกลั้นอารมณ์หึงที่เกือบจะระเบิด “พายยังเด็ก ต้องเจอคนอีกเยอะ... อย่าเอาชีวิตมาผูกติดกับผู้ใหญ่อย่างอาเลย” ​คำพูดที่เหมือนจะหวังดีแต่กลับแฝงการตัดเยื่อใยทำให้พายใจหายวาบ ความรักครั้งแรกที่เพิ่งผลิบานดูเหมือนจะร่วงโรยลงในทันตา เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมาอีกจนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าจอดในรั้วบ้านของภวินท์ ​เมื่อก้าวเข้าบ้าน ธามันที่ร่างกายยังไม่ฟื้นไข้ดีบวกกับความอ่อนเพลียทำให้เขาดูเหนื่อยล้าลงถนัดตา เขาเลือกที่จะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟายาวในห้องรับแขกบ้านของพายแทนการกลับบ้านตัวเองพลางหลับตาลงพักสายตา โดยไม่ได้เอ่ยปากปลอบประโลมคนตัวเล็กที่ยืนน้ำตาคลออยู่อย่างที่ควรจะเป็น พายพยายามจะเดินเข้าไปช่วยประคองหรือถอดเนกไทให้ แต่เขากลับเบี่ยงตัวหนีเล็กน้อยแล้วบอกเสียงเรียบ ​“ไม่ต้อง... อาจัดการเองได้ พายไปพักเถอะ” ​คำพูดนั้นเหมือนกำแพงหนาทึบที่เขาสร้างขึ้นมาปิดกั้นเธอ ​พายมองร่างสูงที่นิ่งเฉยใส่เธอด้วยความรู้สึกน้อยใจที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เธอกลั้นน้ำมูกเบา ๆ ก่อนจะหายเข้าไปในครัวเพื่อจัดเตรียมข้าวต้มร้อน ๆ และยาสามัญวางไว้ให้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พายก็ค่อย ๆ ถอยออกมา เธอนิ่งมองใบหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งมอบสัมผัสแสนหวานให้เธอเมื่อเช้า แต่ตอนนี้เขากลับดูไกลห่างจนเหมือนคนแปลกหน้า ​เด็กสาวสะกดกลั้นอารมณ์ ก้าวเดินอย่างยากลำบากจากความระบมที่ยังหลงเหลืออยู่ขึ้นไปบนห้องนอน ​‘พายไม่มีค่าสำหรับอาเลยใช่ไหม...’ ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวอย่างทรมาน ‘เมื่อคืนอาแค่จะใช้พายระบายความอึดอัดเฉย ๆ พอมันจบลง... อาก็พร้อมจะโยนพายไปให้ใครก็ได้ ทิ้งพายไว้กับความเจ็บปวดแบบนี้... อาใจร้ายที่สุด’ ‘รอยพวกนี้... มันคือพันธสัญญา หรือแค่เครื่องหมายของการเป็นที่ระบายอารมณ์กันแน่คะอาธาม’ พายพึมพำกับเงาตัวเองที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม ‘ถ้าพายเป็นแค่เด็กชั่วคราว... แล้วความอบอุ่นที่อาให้พายมาทั้งหมด มันคือเรื่องโกหกใช่ไหม’ ​“คนใจร้าย... เมื่อคืนยังพร่ำบอกว่าเป็นของอาคนเดียว แล้วทำไมตอนนี้ถึงทำเหมือนพายไม่มีตัวตนล่ะ” สาวสวยเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า... เป็นเพียงเด็กดื้อที่ริอาจเล่นกับไฟ แล้วสุดท้ายไฟก็เผาจนมอดไหม้เหลือเพียงความอ้างว้าง ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดสนิท พายก็ปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ร่างทั้งร่างสั่นเทาตามแรงเสียใจที่พยายามข่มมาตลอดทาง เธอทิ้งตัวลงกอดเข่าร้องไห้อยู่หลังประตูด้วยความเสียใจอย่างถึงที่สุด ​โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า... คนข้างล่างไม่ได้หลับลึกอย่างที่เห็น ธามันลืมตาขึ้นช้า ๆ มองชามข้าวต้มและยาที่พายเตรียมไว้ให้ด้วยแววตาที่สั่นไหว เขาถอนหายใจออกมาแผ่วเบา... แท้จริงแล้วเขาไม่ได้อยากเฉยชา แต่ความหึงหวงที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องเลือกนิ่งไว้ เพื่อควบคุมไม่ให้เผลอรุกรานยัยตัวเล็กด้วยอารมณ์ที่ยังไม่คงที่ ​“หวงจนบ้าไปแล้วหรือไงวะไอ้ธาม...” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แพ้ทางแล้ว...” ​เขาหยิบชามข้าวต้มขึ้นมาทานจนหมดเหมือนเป็นการรับเอาความรักของเธอเข้าสู่ร่างกาย แต่ในขณะที่เขากำลังซึมซับความห่วงใยนั้น แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างตัวก็ทำให้หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกระตุกวูบ หน้าจอแสดงชื่อพี่วิน รุ่นพี่คนสนิทที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้และเป็นพ่อของเด็กสาวที่เขากำลังคลั่งไคล้ ​ธามันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้ดูนอบน้อมและเป็นปกติที่สุดแล้วกดรับสาย ​“ครับพี่วิน...” ​[เสียงดูเพลีย ๆ นะธาม ไข้ยังไม่ลดเหรอ] ปลายสายถามมาด้วยน้ำเสียงแสดงความเอ็นดูและห่วงใยตามประสาพี่ชาย [พี่โทรมาเช็กเรื่องงานที่ให้มาทำนิดหน่อยน่ะ ช่วยส่งโลเคชั่นอีกรอบให้พี่หน่อยนะ แล้วนี่เราอยู่ไหนเนี่ย อยู่บ้านพักผ่อนหรือเปล่า] ​ธามันกำช้อนในมือแน่น สายตามองชามข้าวต้มที่ฝีมือลูกสาวของคนในสาย ก่อนจะปรายตาไปยังบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ห้องนอนของพาย ความจริงที่เขาซ่อนไว้นั้นหนักอึ้งจนเจ็บหนึบไปทั้งอก ​“ครับพี่... ตอนนี้ผมอยู่บ้านแล้วครับ อาการดีขึ้นมากแล้ว พี่วินไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” เขาเลือกที่จะมุสาออกไปอย่างลื่นไหล ทั้งที่ความจริงเขากำลังนั่งอยู่ในบ้านของรุ่นพี่ และเพิ่งจะรังแก ลูกสาวของเขามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รังแกทั้งกายและใจเสียด้วย ​[เออ ดีแล้วพักผ่อนไปนะธาม อย่าเพิ่งฝืนทำงานเลย ส่วนยัยพาย... พี่โทรไปหาน้องแต่ไม่รับสาย สงสัยจะยุ่ง ๆ เรื่องสอบอยู่ ยังไงพี่ฝากธามดู ๆ หลานด้วยนะ ถ้ามีอะไรก็บอกพี่ได้ตลอด] ​“...ครับพี่วิน ผมจะดูแลน้องพายอย่างดีที่สุดครับ” ​ธามันกดวางสายด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเองลึก ๆ คำว่าดูแลอย่างดีที่เขารับปากรุ่นพี่ไปนั้นมันช่างย้อนแย้งกับรอยรักสีช้ำที่เขาจงใจฝากไว้บนผิวเนื้อของพายเหลือเกิน เขาฝังใบหน้าลงกับฝ่ามือสลับกับการทานข้าวต้มจนหมดทุกหยดเหมือนเป็นการรับเอาความรักของเธอเข้าสู่ร่างกายเพื่อชดเชยความรู้สึกผิด ก่อนจะตามด้วยฤทธิ์ยาที่ฉุดรั้งพยัคฆ์ร้ายให้ดิ่งลงสู่ห้วงนิทราและหลับลึกไปอย่างรวดเร็ว ​ขณะเดียวกันบนห้องนอนชั้นสอง... พายที่ร่ำไห้จนหมดแรงก็ฟุบหลับไปในสภาพที่น่าเวทนา คราบน้ำตายังคงติดอยู่ที่แพขนตางอนสวย ใบหน้าหวานดูหม่นหมองเพราะความน้อยใจที่ยังไม่ได้รับการสะสาง ​เวลาผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงกลางดึก... ​ธามันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัด เขาขยับกายก้าวขึ้นบันไดไปยังห้องนอนที่คุ้นเคย ประตูไม่ได้ล็อก... เมื่อเปิดเข้าไปเขาก็พบกับร่างบางที่นอนขดตัวอยู่กลางเตียง แสงจันทร์สาดอ้อยอิ่งเผยให้เห็นใบหน้าที่ยังดูบวมช้ำจากการร้องไห้ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างอย่างเบามือ สอดวงแขนแกร่งเข้าไปใต้ศีรษะเล็ก ดึงร่างที่สั่นเทาน้อย ๆ นั้นเข้ามาแนบอกอุ่น พายละเมอซุกตัวเข้าหาไออุ่นที่คิดถึงโดยสัญชาตญาณ ​“อืออ... อาธาม... คนใจร้าย... แด๊ดดี้... ขา” เสียงพึมพำแผ่วเบาดังชิดอก ​ธามันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจูบลงที่หน้าผากมนด้วยความรู้สึกผิดลึก ๆ “อาขอโทษ... พักผ่อนนะครับคนดี... แด๊ดดี้คือ... คิดถึงพ่อเหรอ” ​เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ทั้งคู่จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราในอ้อมกอดของกันและกันด้วยความล้าสะสม โดยที่ไม่ได้เอะใจเลยว่า ความประมาทที่ปล่อยให้ตัวเองหลับลึกไปจนเช้าแบบนี้...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD