บทที่1 ใกล้เกินไป
พิมพ์พิลา หรือ พาย สาวน้อยวัยยี่สิบปีที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรักอิสระ เธอเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตในบ้านที่แม้จะแสนสบาย แต่กลับถูกพันธนาการด้วยกฎเหล็กของ ภวินท์ หรือ วิน พ่อเลี้ยงเดี่ยวสุดหล่อวัยสามสิบเก้าปี ผู้ซึ่งรักและหวงลูกสาวคนเดียวราวกับไข่ในหิน
ค่ำคืนนี้ พายอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำสนิทที่ขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่น เธอซ่อนความเซ็กซี่ไว้ภายใต้เสื้อคลุมบางเบา ขณะยืนอยู่หน้าประตูห้องกับมิ้นเพื่อนสนิทที่มีสีหน้ากังวล
“พาย เอาจริงดิ พ่อแกเพิ่งออกไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วเองนะ แกจะไปผับจริง ๆ เหรอ” มิ้นกระซิบถามเสียงเครียด
“ไปสิ... ฉันอายุยี่สิบแล้วนะมหาลัยปีสองมันต้องมีสีสันบ้าง” พายตอบพร้อมดวงตาเป็นประกายซุกซน
“ไปแป๊บเดียวเอง ให้รู้ว่าโลกภายนอกเป็นยังไงแล้วจะรีบกลับ เพื่อนคนอื่นเขาไปกันหมด มีแค่ฉันกับแกนี่แหละที่ถูกห้ามอะไรแบบนี้”
"แกคนเดียวหรือเปล่า... ฉันไม่ได้โดนห้ามนะ" มิ้นท้วงเบา ๆ
"เออ...ฉันโดนห้ามคนเดียวก็ได้"
สองสาวแอบย่องลงบันไดบ้านอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะรีบเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าสู่ย่านใจกลางเมือง ที่ซึ่งแสงสีและเสียงดนตรีกำลังกวักมือเรียกพวกเธออยู่
ผับหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสนุก เมื่อเธอเห็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยเจอกับตัวเอง สายตาประกายเริ่มแพรวพราวระยิบระยับตามแสงสี
พายเริ่มต้นค็อกเทลแก้วแรกด้วยความตื่นเต้น รู้สึกเหมือนนกน้อยที่เพิ่งโผบินออกจากกรง บรรยากาศมืดสลัวและจังหวะบีตหนัก ๆ ทำให้เธอขยับกายตามอย่างลืมตัว จนกระทั่งมิ้นดึงแขนให้ไปนั่งพักที่โซนวีไอพีด้านในสุด
ขณะที่พายกำลังเพลิดเพลินกับจังหวะเพลง สายตาเธอก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีเข้มที่ดูภูมิฐานผิดจากใครในที่แห่งนี้
“คุณภวินท์”
หัวใจเธอหล่นวูบ พ่อไม่ได้อยู่บริษัทอย่างที่บอก และตอนนี้เขากำลังนั่งคุยกับชายหนุ่มอีกคนที่มีออร่าความกดดันแผ่ออกมาอย่างรุนแรง
ชายคนนั้นคือธามัน หรือ ธาม เจ้าของบริษัทหนุ่มวัยสามสิบสองปีแห่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปิโตรเลียม เขาเป็นรุ่นน้องคนสนิทของพ่อที่พายเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่าดุและนิ่ง
แต่ในวินาทีที่แสงไฟสลัวตกกระทบใบหน้าคมเข้มที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงสองเม็ด เธอกลับสัมผัสได้ถึงรังสีความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึมนั่น
สายตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้แค่ดูดุ แต่มันร้อนผ่าวจนพายรู้สึกเหมือนเดรสที่ใส่อยู่นั้นบางลงไปถนัดตา
'หึ่ยยยย!ทำไมรู้สึกหนาว ๆ นะ'เธอคิดในใจ
วินเงยหน้าขึ้นมาเห็นเข้าพอดี สายตาผู้เป็นพ่อปะทะกับลูกสาวที่แต่งตัวโฉบเฉี่ยวผิดที่ผิดทาง สีหน้าวินเปลี่ยนจากเคร่งเครียดเป็นตกใจ ก่อนจะกลายเป็นความโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ เขาผายมือขอตัวจากธามันแล้วตรงดิ่งมาหาลูกสาวทันที
“พาย มาทำอะไรที่นี่”
วินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะกดอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมา
“พ่อ... พายแค่มากับมิ้น มาเต้นเฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลย อีกอย่างหนูโตแล้วนะ” พายละล่ำละลักบอก ใบหน้าสวยหวานถอดสีทันที
วินไม่ฟังคำทัดทาน เขาคว้าข้อมือลูกสาวแน่น
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ทั้งพายทั้งหนูมิ้นเลย ทำไมพากันมาที่แบบนี้”
"ไหนว่าพ่อไปบริษัทไง...ทำไมบริษัทอยู่ที่นี่กัน"
"คนโตเขาคุยงานกัน...ที่ไหนก็ได้"คนเป็นพ่อเถียงลูกสาวกลับ
พายทำหน้าทะเล้น หยอกพ่อลับหลังก่อนจะพูดอย่างติดตลก
"พายมาคุยเรื่องโครงงานกลุ่มกับมิ้น...เหมือนพ่อเลย"
"พาย....กลับบ้าน"พ่อดุลูกเบา ๆ
วินลืมไปเสียสนิทว่าคุยงานค้างอยู่ จนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง
“เดี๋ยวสิครับพี่วิน...”
ธามันเดินตามมาหยุดอยู่ที่โต๊ะ สายตาคมกริบไล่มองพายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจ
“พี่ยังคุยธุระกับผมไม่จบเลยนะ”
“ธาม... รอพี่สักครู่นะ พี่ต้องขอโทษจริง ๆ พอดีลูกสาวพี่แอบหนีเที่ยว พี่ต้องไปส่งยัยตัวแสบก่อน”
ธามันมองเด็กสาวที่แอบทำหน้ากวน ๆ ใส่พ่อตัวเองอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะเสนอทางออกเสียงนิ่ง
“ถ้าอย่างนั้น ไปคุยงานต่อที่บ้านพี่ก็ได้ครับ ผมมีธุระแถวหมู่บ้านพี่พอดี”
ภวินท์พยักหน้าเห็นด้วยทันที ราวกับเกรงใจอำนาจบางอย่างของรุ่นน้องคนนี้
“เอารถผมไปก็ได้ พี่ไม่ได้เอารถมาไม่ใช่เหรอ” ธามันสรุปจบเสร็จสรรพ
เมื่อถึงบ้าน วินเปิดฉากดุลูกสาวทันทีจนธามันต้องปราม
“ใจเย็นครับพี่วิน ค่อย ๆ คุยกันดีกว่า”
“พายกับหนูมิ้นขึ้นไปข้างบนเลย พ่อมีธุระกับอาธามต่อ... พรุ่งนี้พ่อจะจัดการแกขั้นเด็ดขาด”
“พายไม่เด็กแล้วนะคุณภวินท์ พายโตจนจะมีแฟนได้อยู่แล้ว... แบร่!”
พายเถียงกลับอย่างไม่ลดละ ก่อนจะจูงมือมิ้นวิ่งขึ้นชั้นสอง ทิ้งให้ผู้ใหญ่สองคนยืนอยู่กลางห้องโถง
ธามันมองตามร่างบางไปพลางหัวเราะในลำคอ
“ดูท่าทางจะดื้อไม่เบานะครับ”
“ไม่นิดหรอกธาม ดื้อจนพี่ปวดหัว... ขอโทษแทนลูกสาวพี่ด้วยนะ”
วินถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มคุยงานต่อ ทั้งคู่ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง จนกระทั่งธุระเสร็จสิ้น
“ผมตกลงตามแผนนี้ รบกวนพี่วินเตรียมเอกสารให้ผมวันจันทร์ด้วยนะครับ” ธามันลุกขึ้นยืนพลางบิดกายเล็กน้อย
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ พอดีพรุ่งนี้ต้องเตรียมย้ายเข้าบ้านใหม่”
วินเลิกคิ้วสงสัย
“นายจะย้ายไปไหนธาม”
ธามันจุดรอยยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูอันตรายแต่มีเสน่ห์เหลือร้าย
“ก็บ้านหลังข้าง ๆ พี่นั่นแหละครับ ผมเพิ่งย้ายของเสร็จเมื่อเย็นนี้เอง... ดูเหมือนว่าจากนี้เราจะเป็นเพื่อนบ้านกันแล้วนะครับ พี่วิน”
เช้าวันอาทิตย์
พายยืนโบกมือลาเพื่อนสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน เธออยู่ในชุดนอนซาตินสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนที่สั้นอวดเรียวขาขาวเนียน แสงแดดยามเช้าขับให้ผิวของเธอดูเปล่งปลั่งราวกับมีออร่า
ทว่าสายตาเธอกลับไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูงฝั่งบ้านข้างๆ...
ธามันกำลังยืนอยู่กลางลานจอดรถ หยดเหงื่อใสไหลผ่านแผงอกกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามแน่นตึง ก่อนจะหายลงไปในขอบกางเกงวอร์มที่รั้งต่ำ... พายเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
‘โอ้แม่เจ้า... งานดีระดับพรีเมียมขนาดนี้เลยเหรอ’
พายลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายตาจดจ้องแผงอกกว้างนั้นอย่างไม่ลดละแถมมองต่ำลงไปถึงขอบกางเกง
"อาธามเพื่อนพ่อจริงด้วย... หล่อชะมัดเลย”
เธอพึมพำกับตัวเอง สายตาจดจ้องแผงอกกว้างนั้นอย่างไม่ลดละ
แต่แล้วธามันกลับหันมาพอดี ดวงตาคมกริบประสานเข้ากับนัยน์ตากลมโตของเด็กสาวที่แอบมองอยู่ เขาไม่ได้หลบสายตา แต่กลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ล่าที่รู้ตัวว่าถูกแทะโลมด้วยสายตาเข้าแล้ว
“เฮ้ย”
พายสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหมุนตัววิ่งเข้าบ้านทันที หัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนโดนพ่อจับได้เสียอีก
“เป็นอะไรยัยพาย วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว” ภวินท์ที่นั่งจิบกาแฟอยู่ทักขึ้น
“เปล่าค่ะ... แค่เห็นคนอยู่ข้างบ้าน พ่อคะ ทำไมเพื่อนพ่อถึงมาอยู่บ้านข้างเราได้ล่ะ”
“อ๋อ... ก็เขาพึ่งซื้อไง พ่อลืมบอกแกไปเลย เดี๋ยวแกไปเปลี่ยนชุดซะนะ แล้วไปช่วยอาธามยกของเข้าบ้านกับพ่อด้วย เขาอยู่คนเดียวคงจะลำบาก”
“โหพ่อ... วันหยุดนะคะคุณภวินท์ ให้พายพักบ้างเถอะ” พายโอดยกใหญ่ แต่ในใจกลับเต้นรัวอย่างประหลาด
สิบนาทีต่อมา พายเดินตามผู้เป็นพ่อไปที่คฤหาสน์หลังโต ครั้งนี้ธามันสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นรูปร่างกำยำ
“พาย... นี่อาธาม เจ้านายพ่อเอง สวัสดีคุณอาสิลูก”
“สวัสดีค่ะ... อาธาม”
พายยกมือไหว้พลางช้อนสายตามองคนตรงหน้า และเธอก็พบกับแววตาพราวระยับที่ส่งกลับมาอย่างจงใจ
“ครับ... สวัสดีครับน้องพาย” ธามันรับไหว้ด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“มาช่วยอาแบบนี้ อาค่อยหายเหนื่อยหน่อย... งั้นเย็นนี้อยากทานอะไร เดี๋ยวอาเลี้ยงเองนะ”
เขาเดินผละไปยกน้ำมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง ท่าทางมาดนิ่งแต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง ทำให้พายเริ่มรู้สึกว่า... การมีอาธามมาอยู่บ้านใกล้กันแบบนี้ น่าจะเป็นอันตรายต่อหัวใจของเธอมากกว่ากฎระเบียบของพ่อเสียแล้ว
เธอตกอยู่ในภวังค์ความคิด สายตาได้แต่แอบมองคนตัวโตที่ไม่ใช่พ่ออยู่หลายครั้ง เธอมีความสนใจอย่างมากจนเหม่อไป แต่เสียงทุ้มคล้ายคำสั่งก็ดังมาขัดขวางความสุข จนต้องหันกลับมาหาต้นเสียง
“พาย... เอาลังหนังสือเล็ก ๆ เข้าไปวางในห้องทำงานอาธามทีลูก พ่อจะไปช่วยอาเขาดูเฟอร์นิเจอร์ทางโน้น” ภวินท์สั่งลูกสาวพร้อมชี้มือไปทางห้องกระจกด้านในสุด
“ค่ะพ่อ...”
พายรับคำพลางประคองลังกระดาษไว้ในอ้อมแขน เธอเดินเลี่ยงสายตาคมเข้าไปในห้องทำงานที่เงียบเชียบ กลิ่นไม้และกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศชวนให้รู้สึกแปลกถิ่นแต่น่าค้นหา
พายพยายามเขย่งเท้าเพื่อวางลังหนังสือบนชั้นไม้ที่อยู่สูง แต่ด้วยน้ำหนักทำให้เธอเสียหลักจนลังเกือบจะหลุดมือ
“ระวังหน่อยครับ... เดี๋ยวจะตกลงมาใส่แขนเอานะ”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นชิดใบหูทำให้พายสะดุ้งสุดตัว ร่างสูงใหญ่ของธามันซ้อนทับเข้ามาจากด้านหลัง กลิ่นกายชายหนุ่มแนววู้ดดี้ผสมความร้อนจาง ๆ ลอยมาปะทะจมูก แผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกกว้างที่เธอเพิ่งแอบมองเมื่อเช้า เขาเอื้อมมือหนาข้ามไหล่เธอไปประคองลังหนังสือไว้
วินาทีนั้น ลมหายใจของพายคล้ายจะขาดช่วง เมื่อแผ่นหลังถูกเบียดชิดกับร่างกายกำยำที่ดูเหมือนจะตั้งใจแนบสนิทเกินความจำเป็น
“ขะ... ขอบคุณค่ะอาธาม พายวางเองได้ค่ะ”
เธอพยายามขยับตัวออก แต่ธามันกลับไม่ถอยหนี เขายังคงยืนซ้อนหลังเธออยู่อย่างนั้นจนความเงียบเริ่มทำงาน
“ตัวนิดเดียว แต่อยากทำในสิ่งที่สูงเกินความสามารถ...บอกแล้วว่าวางไว้ด้านล่าง ถ้าเกิดเจ็บตัวจะเป็นยังไง” เขาพูดพร้อมก้มหน้าลงมาจนพายสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดต้นคอ
“...เหมือนเมื่อคืนเลยนะ หนีพ่อเที่ยวในขณะที่พ่อสั่งห้ามหากดูแลตัวเองไม่ได้จะทำยังไง”
พายหน้าร้อนผ่าว เธอรีบหันขวับมาหวังจะเถียง แต่กลายเป็นว่าจมูกรั้นเกือบชนกับปลายคางของเขา ธามันลดสายตาลงมองริมฝีปากบางของสาวน้อยด้วยแววตาพราวระยับที่ดูร้ายกาจกว่าตอนอยู่ต่อหน้าพ่อหลายเท่า
“อาธาม... พ่ออยู่ข้างนอกนะคะ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว แต่ใจกลับเต้นรัวเป็นกลองรบ
“อาก็ยังไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ...” เขาเลิกคิ้วพลางยกยิ้มมุมปาก
“แค่จะบอกว่า... ถ้าอยากโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องหัดรับผิดชอบต่อสายตาตัวเองด้วย แอบดูอาตอนเช้า... อาคิดค่าดูแพงนะ”
ธามันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทิ้งให้พายยืนหน้าแดงก่ำเพียงลำพัง เขาทิ้งรอยยิ้มปริศนาไว้ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้หญิงสาวต้องกำมือแน่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก