บทที่2 ตั้งใจหรือบังเอิญ
เวลาคล้อยบ่ายจนถึงห้าโมงเย็น แสงแดดสีทองรำไรทาบทับลงบนถนนในหมู่บ้าน พายก้าวเท้าเข้าบ้านในเวลาไล่เลี่ยกับที่ภวินท์กลับจากที่ทำงาน อ้อมแขนของทั้งคู่เต็มไปด้วยถุงวัตถุดิบสดใหม่ที่แวะซื้อจากตลาด ทั้งผักใบเขียว เนื้อสัตว์คุณภาพดี และเครื่องเทศนานาชนิด
ภายในครัวกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ ภวินท์ขยับกายอย่างคล่องแคล่วหยิบจับหม้อและกระทะด้วยท่าทางของชายหนุ่มที่ดูแลตัวเองและลูกสาวมาอย่างดี ส่วนพายเองก็คอยเป็นลูกมือตัวยง ทั้งล้างผัก จัดเตรียมจานชาม และจัดการงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
ทว่าพายต้องชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อบรรจงตักอาหารที่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ ลงในปิ่นโตเถาเรียบหรู
“อันนี้คือ...” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย
ภวินท์ปิดฝาปิ่นโตชั้นสุดท้ายอย่างประณีต ก่อนจะยื่นมันส่งให้ลูกสาวพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เอาไปส่งให้อาธามหน่อยนะ”
พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
“คะ....ทำไมเป็นหนูที่ต้องไป เพื่อนพ่อนะ พ่อไปเองเลย”
“พ่อเห็นเขาย้ายมาวันแรก ๆ มีแต่ของแช่แข็งกองเต็มตู้เย็น กินอาหารปรุงสดใหม่บ้างคงจะดีกว่า”
ภวินท์อธิบายขณะพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
พายก้มมองปิ่นโตในมือ น้ำหนักของมันไม่ได้มากมายนัก แต่กลับทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งในอกอย่างประหลาด เธอช้อนสายตาขึ้นมองพ่ออย่างจับผิด
“คุณภวินท์คะ... จิตใจเมตตาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมพ่อไม่ไปเองล่ะคะ”
“พ่อกำลังจะอาบน้ำ เดี๋ยวมีประชุมออนไลน์ต่อ”
ชายร่างสูงขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะสำทับด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
“อีกอย่าง บ้านก็อยู่ติดกันแค่นี้ เดินไปไม่กี่ก้าวเอง...อย่าขี้เกียจ”
‘ไม่กี่ก้าว... แต่ใจหนูเต้นเป็นกิโลแล้วนะคะพ่อ’
พายแอบบ่นในใจ ภาพแผงอกกว้างและรอยยิ้มหยันที่มุมปากของคนข้างบ้านผุดขึ้นมาในมโนภาพอย่างห้ามไม่ได้
“ไม่ต้องทำหน้ามุ้ยรีบไปเถอะ... ส่งเสร็จแล้วก็กลับมา อย่าไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเขาล่ะ”
“ใครจะไปอยากกวนกันคะ โดนใช้ชัด ๆ เลย พรุ่งนี้พายขอต่าขนมอีกนิดหน่อยนะ”
พายบ่นอุบอิบกระเง้ากระงอด แต่กระนั้นมือเรียวกลับกระชับหูหิ้วปิ่นโตแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ประตูรั้วคฤหาสน์หลังข้าง ๆ ถูกเปิดออก พายยืนรวบรวมลมหายใจอยู่หน้าประตูไม้บานยักษ์ เธอสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ หนึ่งครั้งเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดกริ่ง
ไม่กี่อึดใจประตูก็เปิดออกกว้าง ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีเทาเข้มรับกับช่วงไหล่กว้างปรากฏแก่สายตา ท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดนูนเด่นบ่งบอกถึงการผ่านงานหนักมาตลอดวันทำเอาพายเผลอลอบกลืนน้ำลาย
“น้องพาย”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแปลกใจเรียกชื่อเธอ ดวงตาคมกริบเลื่อนมองปิ่นโตในมือเธอก่อนจะกลับมาสบตาคนตัวเล็ก
“คือ... พ่อให้เอามาให้ค่ะ บอกว่าทานอาหารปรุงใหม่ดีกว่าของแช่แข็ง”
พายชูปิ่นโตขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุด
ธามันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่พายคิดว่ามันเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
“พี่วินใจดีจัง... ฝากขอบคุณท่านด้วยนะ”
เขาเอื้อมมือมารับปิ่นโต จังหวะนั้นเองปลายนิ้วอุ่นหนากลับเฉียดผ่านผิวหลังมือของเธอเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ วิ่งปราดเข้าสู่หัวใจ
“ขอบคุณนะ... ลำบากเราหรือเปล่า”
เขาถามย้ำสายตาที่จ้องมองมานั้นดูเข้มข้นจนพายเริ่มทำตัวไม่ถูก
“ไม่เลยค่ะ บ้านติดกันแค่นี้เอง”
ความเงียบที่แสนอึดอัดแต่กลับชวนให้หวั่นไหวปกคลุมคนทั้งคู่ ธามันขยับหลบทางเล็กน้อยเพื่อให้พายมองเห็นความหรูหราด้านใน
“เข้าไปพักข้างในก่อนไหม เดี๋ยวอาหาน้ำเย็น ๆ ให้ดื่ม”
สรรพนามแทนตัวว่าอาที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำให้พายรู้สึกหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที
“...มะ ไม่เป็นไรค่ะ พ่อรออยู่ หนูขอตัวนะคะ”
เธอรีบปฏิเสธพลางหมุนตัวเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มเอ็นดูที่ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มของคนข้างหลัง
ธามยืนมองแผ่นหลังบางของเด็กสาวจนกระทั่งประตูรั้วปิดสนิท เขาถอนหายใจยาวพลางมองปิ่นโตในมือ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปวางมันลงบนเคาน์เตอร์ครัว
เขาชิมอาหารรสเลิศฝีมือรุ่นพี่พลางนึกถึงแววตาลังเลของเด็กน้อยเมื่อครู่
“ใจเย็นหน่อยธาม... นั่นลูกสาวรุ่นพี่”
เขาเตือนตัวเองเสียงแผ่ว แต่ในใจกลับยอมรับว่าแรงดึงดูดจากเด็กคนนั้นมันมหาศาลเหลือเกิน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นภวินท์ที่โทรมาสอบถามความเรียบร้อย
"ครับพี่วิน อาหารถึงมือผมแล้วครับ น้องพายเอามาส่งให้เองเลย... น้องน่ารักดีครับพี่ ไม่ซนเลย”
ธามตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าแววตากลับพราวระยับ
“ผมจะช่วยดูให้นะครับพี่ ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรน้องแน่นอน...”
...รวมถึงตัวผมเองด้วย ประโยคหลังเขาได้แต่ต่อในใจ
20.00 น.
พายพยายามสงบจิตใจอยู่ในห้องครัว เธอพิงหลังกับเคาน์เตอร์หลับตาลงเพื่อสลัดภาพดวงตาคมกริบคู่นั้นออกไป แต่แล้ว...
"ติ๊ง!"
เสียงกริ่งที่ดังขึ้นฝ่าความเงียบยามค่ำคืนเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นปราดเข้าสู่ร่าง พายสะดุ้งสุดตัวจนเผลอปัดแก้วน้ำเกือบตกจากเคาน์เตอร์ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกองศึกจนเธอต้องยกมือลูบหน้าอกปลอบประโลมตัวเอง
เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านออกช้า ๆ... และเป็นอย่างที่ใจนึก
ร่างสูงกำยำของอาธามยืนเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟสีนวลจาง ๆ จากกิ่งโคมไฟหน้าบ้าน เงาของเขาทาบทับลงมาจนพายรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยออร่าของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ กลิ่นน้ำหอมไม้สนผสมพริกไทยอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ดูสุขุม นิ่งลึก แต่กลับกระตุ้นให้คนมองรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด
“อาลืมถามไป...”
ธามันเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูนุ่มนวลกว่าปกติ เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย
“พายแพ้อะไรไหม พอดีรอบหน้าอาจะซื้อขนมมาฝากเป็นการขอบคุณ... แล้วนี่ปิ่นโตครับ อาล้างให้สะอาดเรียบร้อยแล้ว อาหารอร่อยมาก....”
เขายื่นปิ่นโตส่งให้ มือเรียวเล็กของพายเอื้อมไปรับ แต่แทนที่จะจบลงแค่นั้น นิ้วอุ่นจัดของเขากลับจงใจหรือบังเอิญก็ไม่ทราบได้ที่สัมผัสค้างอยู่บนมือของเธอเนิ่นนานกว่าปกติ พายรู้สึกเหมือนปลายนิ้วชาหนึบ สายตาของเธอช้อนขึ้นมองเขาอย่างห้ามไม่ได้
'ใกล้ขนาดนี้ หัวใจจะวายตาย หล่ออะไรเบอร์นี้เนี้ย'
ดวงตาคมกริบของธามันในยามค่ำคืนดูเข้มจัดจนเกือบเป็นสีดำสนิท เขามองจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง... หรือไม่ก็กำลังตั้งใจปั่นประสาทให้เธอเตลิด พายรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้ ลมหายใจเริ่มติดขัดจนต้องเผยอริมฝีปากช่วย
“...มะ ไม่แพ้ค่ะ พายทานได้ทุกอย่าง” เธอตอบเสียงเบาหวิวเหมือนคนละเมอ
ธามันขยับยิ้มมุมปากเพียงนิด เป็นรอยยิ้มที่ดูทั้งเอ็นดูและท้าทายในคราวเดียวกัน เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนพายเผลอถอยหลังชนขอบประตู
”ถ้าอย่างนั้น... อาจะจำไว้ครับว่าหนูพายเป็นเด็ก กินง่าย..."
ธามันพูดทิ้งท้ายพลางขยับถอยห่างออกมาเพียงนิด แต่ก่อนที่พายจะทันได้ตั้งตัว เขากลับล้วงเอาซองขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วยัดมันลงในฝ่ามือที่ยังสั่นเทาของเธอ
“ส่วนนี่... มัดจำไว้ก่อน”
พายก้มมองของในมือ มันคือมาการองสีหวานที่ถูกห่อไว้อย่างประณีต
“อะไรคะอาธาม”
“อาซื้อมาจากร้านดังเมื่อเย็น เห็นว่าพายน่าจะชอบรสหวาน ๆ...”
เขาโน้มตัวลงมาหาอีกครั้งจนจมูกแทบจะชนใบหูของเธอ
เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจนพายรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“...กินให้อร่อยนะครับ แล้วไว้วันหลังอาจะหาของหวานอย่างอื่นมาให้ลอง... ที่มันหวานกว่านี้”
คำพูดนั้นไม่ได้แค่สื่อถึงขนม แต่นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ที่กวาดมองไปทั่วใบหน้าของเธอ ทำเอาพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นของหวานชิ้นนั้นเสียเอง
“ขอบคุณค่ะ...”
พายตอบเสียงแผ่ว พยายามกำซองขนมนั้นไว้แน่นราวกับเป็นความลับสุดยอดระหว่างเธอกับเขา
"ฝันดีนะครับ...น้องพาย"
“ฝันดีค่ะ... อาธา......ม”
“พาย ทำอะไรอยู่หน้าบ้านน่ะลูก คุยกับใคร”
เสียงตะโกนของภวินท์ดังขึ้นจากในบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวตรงมายังประตูบ้านอย่างรวดเร็ว
พายสะดุ้งโหยงจนตัวโยน เธอรีบชักมือกลับจากการเกาะกุมปิ่นโตและมืออาธาม ราวกับถูกของร้อน ส่วนธามันเองแม้จะดูนิ่งกว่า แต่เขาก็รีบขยับตัวถอยออกไปยืนในระยะที่ดูปกติทันที ทั้งคู่สบตากันเพียงเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเลิ่กลั่ก
“อ้าว... ธามเองหรอกเหรอ”
ภวินท์เดินมาหยุดข้างหลังลูกสาว สายตามองสลับระหว่างเพื่อนรุ่นน้องกับลูกสาวที่หน้าแดงก่ำ
“ครับพี่วิน พอดีผมเอาปิ่นโตมาคืนน่ะครับ อาหารอร่อยมาก...แล้วว่าจะแวะถามน้องพายเรื่องขนมนิดหน่อย”
ธามันตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่งลึก ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มาดนักธุรกิจผู้สุขุมกลับมาสวมทับเขาทันที
“อ๋อ... ขอบใจมากนะธาม ลำบากนายจริง ๆ ยัยพายก็เหลือเกิน ให้แขกเดินมาคืนถึงหน้าบ้านได้ยังไง” ภวินท์หันมาดุลูกสาวไม่จริงจังนัก
“ไม่เป็นไรครับพี่วิน ผมเดินมาเอง... งั้นผมขอตัวนะครับ”
ธามันพยักหน้าให้รุ่นพี่ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยการปรายตามาทางพายอีกครั้ง แววตาคู่นั้นดูเจ้าเล่ห์กว่าเดิมคล้ายจะล้อเลียนอาการตกใจของเธอ
พายยืนนิ่งงันมองแผ่นหลังกว้างที่เดินกลับเข้าบ้านข้าง ๆ ไป หัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นท่าทำเอาเธอต้องกำปิ่นโตแน่นจนเจ็บมือ
เกือบไปแล้ว... เกือบโดนคุณภวินท์จับได้แล้วยัยพาย
“พาย เข้าบ้านได้แล้ว ยืนเหม่ออะไรลูก”
“ค่ะพ่อ... เข้าแล้วค่ะ”
พายขานรับพลางรีบมุดตัวเข้าบ้าน แต่ไม่วายลอบมองไปทางกำแพงบ้านข้าง ๆ อีกครั้ง ไฟในห้องทำงานของอาธามเพิ่งเปิดขึ้น... และเธอก็รู้ดีว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนที่เธอนอนหลับไม่ได้ง่าย ๆ เพราะน้ำเสียงทุ้มที่เรียกชื่อเธอว่าพายมันยังคงดังก้องอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหนเลย