​บทที่2 ตั้งใจหรือบังเอิญ

1973 Words
​บทที่2 ตั้งใจหรือบังเอิญ ​เวลาคล้อยบ่ายจนถึงห้าโมงเย็น แสงแดดสีทองรำไรทาบทับลงบนถนนในหมู่บ้าน พายก้าวเท้าเข้าบ้านในเวลาไล่เลี่ยกับที่ภวินท์กลับจากที่ทำงาน อ้อมแขนของทั้งคู่เต็มไปด้วยถุงวัตถุดิบสดใหม่ที่แวะซื้อจากตลาด ทั้งผักใบเขียว เนื้อสัตว์คุณภาพดี และเครื่องเทศนานาชนิด ​ภายในครัวกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเริ่มอบอวลไปทั่วบริเวณ ภวินท์ขยับกายอย่างคล่องแคล่วหยิบจับหม้อและกระทะด้วยท่าทางของชายหนุ่มที่ดูแลตัวเองและลูกสาวมาอย่างดี ส่วนพายเองก็คอยเป็นลูกมือตัวยง ทั้งล้างผัก จัดเตรียมจานชาม และจัดการงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ​ทว่าพายต้องชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อบรรจงตักอาหารที่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ ลงในปิ่นโตเถาเรียบหรู ​“อันนี้คือ...” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นด้วยความสงสัย ​ภวินท์ปิดฝาปิ่นโตชั้นสุดท้ายอย่างประณีต ก่อนจะยื่นมันส่งให้ลูกสาวพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เอาไปส่งให้อาธามหน่อยนะ” ​พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย “คะ....ทำไมเป็นหนูที่ต้องไป เพื่อนพ่อนะ พ่อไปเองเลย” ​“พ่อเห็นเขาย้ายมาวันแรก ๆ มีแต่ของแช่แข็งกองเต็มตู้เย็น กินอาหารปรุงสดใหม่บ้างคงจะดีกว่า” ภวินท์อธิบายขณะพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ​พายก้มมองปิ่นโตในมือ น้ำหนักของมันไม่ได้มากมายนัก แต่กลับทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งในอกอย่างประหลาด เธอช้อนสายตาขึ้นมองพ่ออย่างจับผิด “คุณภวินท์คะ... จิตใจเมตตาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมพ่อไม่ไปเองล่ะคะ” ​“พ่อกำลังจะอาบน้ำ เดี๋ยวมีประชุมออนไลน์ต่อ” ชายร่างสูงขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะสำทับด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ “อีกอย่าง บ้านก็อยู่ติดกันแค่นี้ เดินไปไม่กี่ก้าวเอง...อย่าขี้เกียจ” ​‘ไม่กี่ก้าว... แต่ใจหนูเต้นเป็นกิโลแล้วนะคะพ่อ’ พายแอบบ่นในใจ ภาพแผงอกกว้างและรอยยิ้มหยันที่มุมปากของคนข้างบ้านผุดขึ้นมาในมโนภาพอย่างห้ามไม่ได้ ​“ไม่ต้องทำหน้ามุ้ยรีบไปเถอะ... ส่งเสร็จแล้วก็กลับมา อย่าไปรบกวนเวลาส่วนตัวของเขาล่ะ” ​“ใครจะไปอยากกวนกันคะ โดนใช้ชัด ๆ เลย พรุ่งนี้พายขอต่าขนมอีกนิดหน่อยนะ” พายบ่นอุบอิบกระเง้ากระงอด แต่กระนั้นมือเรียวกลับกระชับหูหิ้วปิ่นโตแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ​ประตูรั้วคฤหาสน์หลังข้าง ๆ ถูกเปิดออก พายยืนรวบรวมลมหายใจอยู่หน้าประตูไม้บานยักษ์ เธอสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ หนึ่งครั้งเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปกดกริ่ง ​ไม่กี่อึดใจประตูก็เปิดออกกว้าง ​ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีเทาเข้มรับกับช่วงไหล่กว้างปรากฏแก่สายตา ท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดนูนเด่นบ่งบอกถึงการผ่านงานหนักมาตลอดวันทำเอาพายเผลอลอบกลืนน้ำลาย ​“น้องพาย” เสียงทุ้มต่ำติดจะแปลกใจเรียกชื่อเธอ ดวงตาคมกริบเลื่อนมองปิ่นโตในมือเธอก่อนจะกลับมาสบตาคนตัวเล็ก ​“คือ... พ่อให้เอามาให้ค่ะ บอกว่าทานอาหารปรุงใหม่ดีกว่าของแช่แข็ง” พายชูปิ่นโตขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับน้ำเสียงให้ปกติที่สุด ​ธามันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่พายคิดว่ามันเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “พี่วินใจดีจัง... ฝากขอบคุณท่านด้วยนะ” ​เขาเอื้อมมือมารับปิ่นโต จังหวะนั้นเองปลายนิ้วอุ่นหนากลับเฉียดผ่านผิวหลังมือของเธอเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อน ๆ วิ่งปราดเข้าสู่หัวใจ ​“ขอบคุณนะ... ลำบากเราหรือเปล่า” เขาถามย้ำสายตาที่จ้องมองมานั้นดูเข้มข้นจนพายเริ่มทำตัวไม่ถูก ​“ไม่เลยค่ะ บ้านติดกันแค่นี้เอง” ​ความเงียบที่แสนอึดอัดแต่กลับชวนให้หวั่นไหวปกคลุมคนทั้งคู่ ธามันขยับหลบทางเล็กน้อยเพื่อให้พายมองเห็นความหรูหราด้านใน “เข้าไปพักข้างในก่อนไหม เดี๋ยวอาหาน้ำเย็น ๆ ให้ดื่ม” ​สรรพนามแทนตัวว่าอาที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำให้พายรู้สึกหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที “...มะ ไม่เป็นไรค่ะ พ่อรออยู่ หนูขอตัวนะคะ” ​เธอรีบปฏิเสธพลางหมุนตัวเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มเอ็นดูที่ปรากฏบนใบหน้าคมเข้มของคนข้างหลัง ​ธามยืนมองแผ่นหลังบางของเด็กสาวจนกระทั่งประตูรั้วปิดสนิท เขาถอนหายใจยาวพลางมองปิ่นโตในมือ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปวางมันลงบนเคาน์เตอร์ครัว ​เขาชิมอาหารรสเลิศฝีมือรุ่นพี่พลางนึกถึงแววตาลังเลของเด็กน้อยเมื่อครู่ “ใจเย็นหน่อยธาม... นั่นลูกสาวรุ่นพี่” เขาเตือนตัวเองเสียงแผ่ว แต่ในใจกลับยอมรับว่าแรงดึงดูดจากเด็กคนนั้นมันมหาศาลเหลือเกิน ​เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นภวินท์ที่โทรมาสอบถามความเรียบร้อย ​"ครับพี่วิน อาหารถึงมือผมแล้วครับ น้องพายเอามาส่งให้เองเลย... น้องน่ารักดีครับพี่ ไม่ซนเลย” ธามตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าแววตากลับพราวระยับ “ผมจะช่วยดูให้นะครับพี่ ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรน้องแน่นอน...” ​...รวมถึงตัวผมเองด้วย ประโยคหลังเขาได้แต่ต่อในใจ ​20.00 น. ​พายพยายามสงบจิตใจอยู่ในห้องครัว เธอพิงหลังกับเคาน์เตอร์หลับตาลงเพื่อสลัดภาพดวงตาคมกริบคู่นั้นออกไป แต่แล้ว... "​ติ๊ง!" ​เสียงกริ่งที่ดังขึ้นฝ่าความเงียบยามค่ำคืนเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นปราดเข้าสู่ร่าง พายสะดุ้งสุดตัวจนเผลอปัดแก้วน้ำเกือบตกจากเคาน์เตอร์ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกองศึกจนเธอต้องยกมือลูบหน้าอกปลอบประโลมตัวเอง ​เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านออกช้า ๆ... และเป็นอย่างที่ใจนึก ​ร่างสูงกำยำของอาธามยืนเด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟสีนวลจาง ๆ จากกิ่งโคมไฟหน้าบ้าน เงาของเขาทาบทับลงมาจนพายรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยออร่าของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ กลิ่นน้ำหอมไม้สนผสมพริกไทยอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ดูสุขุม นิ่งลึก แต่กลับกระตุ้นให้คนมองรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด ​“อาลืมถามไป...” ธามันเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูนุ่มนวลกว่าปกติ เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย ​“พายแพ้อะไรไหม พอดีรอบหน้าอาจะซื้อขนมมาฝากเป็นการขอบคุณ... แล้วนี่ปิ่นโตครับ อาล้างให้สะอาดเรียบร้อยแล้ว อาหารอร่อยมาก....” ​เขายื่นปิ่นโตส่งให้ มือเรียวเล็กของพายเอื้อมไปรับ แต่แทนที่จะจบลงแค่นั้น นิ้วอุ่นจัดของเขากลับจงใจหรือบังเอิญก็ไม่ทราบได้ที่สัมผัสค้างอยู่บนมือของเธอเนิ่นนานกว่าปกติ พายรู้สึกเหมือนปลายนิ้วชาหนึบ สายตาของเธอช้อนขึ้นมองเขาอย่างห้ามไม่ได้ 'ใกล้ขนาดนี้ หัวใจจะวายตาย หล่ออะไรเบอร์นี้เนี้ย' ​ดวงตาคมกริบของธามันในยามค่ำคืนดูเข้มจัดจนเกือบเป็นสีดำสนิท เขามองจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง... หรือไม่ก็กำลังตั้งใจปั่นประสาทให้เธอเตลิด พายรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้ ลมหายใจเริ่มติดขัดจนต้องเผยอริมฝีปากช่วย ​“...มะ ไม่แพ้ค่ะ พายทานได้ทุกอย่าง” เธอตอบเสียงเบาหวิวเหมือนคนละเมอ ​ธามันขยับยิ้มมุมปากเพียงนิด เป็นรอยยิ้มที่ดูทั้งเอ็นดูและท้าทายในคราวเดียวกัน เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนพายเผลอถอยหลังชนขอบประตู ”ถ้าอย่างนั้น... อาจะจำไว้ครับว่าหนูพายเป็นเด็ก กินง่าย..." ธามันพูดทิ้งท้ายพลางขยับถอยห่างออกมาเพียงนิด แต่ก่อนที่พายจะทันได้ตั้งตัว เขากลับล้วงเอาซองขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วยัดมันลงในฝ่ามือที่ยังสั่นเทาของเธอ ​“ส่วนนี่... มัดจำไว้ก่อน” ​พายก้มมองของในมือ มันคือมาการองสีหวานที่ถูกห่อไว้อย่างประณีต “อะไรคะอาธาม” ​“อาซื้อมาจากร้านดังเมื่อเย็น เห็นว่าพายน่าจะชอบรสหวาน ๆ...” เขาโน้มตัวลงมาหาอีกครั้งจนจมูกแทบจะชนใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจนพายรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว “...กินให้อร่อยนะครับ แล้วไว้วันหลังอาจะหาของหวานอย่างอื่นมาให้ลอง... ที่มันหวานกว่านี้” ​คำพูดนั้นไม่ได้แค่สื่อถึงขนม แต่นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ที่กวาดมองไปทั่วใบหน้าของเธอ ทำเอาพายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นของหวานชิ้นนั้นเสียเอง ​“ขอบคุณค่ะ...” พายตอบเสียงแผ่ว พยายามกำซองขนมนั้นไว้แน่นราวกับเป็นความลับสุดยอดระหว่างเธอกับเขา "ฝันดีนะครับ...น้องพาย" ​“ฝันดีค่ะ... อาธา......ม” ​“พาย ทำอะไรอยู่หน้าบ้านน่ะลูก คุยกับใคร” ​เสียงตะโกนของภวินท์ดังขึ้นจากในบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวตรงมายังประตูบ้านอย่างรวดเร็ว ​พายสะดุ้งโหยงจนตัวโยน เธอรีบชักมือกลับจากการเกาะกุมปิ่นโตและมืออาธาม ราวกับถูกของร้อน ส่วนธามันเองแม้จะดูนิ่งกว่า แต่เขาก็รีบขยับตัวถอยออกไปยืนในระยะที่ดูปกติทันที ทั้งคู่สบตากันเพียงเสี้ยววินาทีด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเลิ่กลั่ก ​“อ้าว... ธามเองหรอกเหรอ” ภวินท์เดินมาหยุดข้างหลังลูกสาว สายตามองสลับระหว่างเพื่อนรุ่นน้องกับลูกสาวที่หน้าแดงก่ำ ​“ครับพี่วิน พอดีผมเอาปิ่นโตมาคืนน่ะครับ อาหารอร่อยมาก...แล้วว่าจะแวะถามน้องพายเรื่องขนมนิดหน่อย” ธามันตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่งลึก ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มาดนักธุรกิจผู้สุขุมกลับมาสวมทับเขาทันที ​“อ๋อ... ขอบใจมากนะธาม ลำบากนายจริง ๆ ยัยพายก็เหลือเกิน ให้แขกเดินมาคืนถึงหน้าบ้านได้ยังไง” ภวินท์หันมาดุลูกสาวไม่จริงจังนัก ​“ไม่เป็นไรครับพี่วิน ผมเดินมาเอง... งั้นผมขอตัวนะครับ” ธามันพยักหน้าให้รุ่นพี่ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยการปรายตามาทางพายอีกครั้ง แววตาคู่นั้นดูเจ้าเล่ห์กว่าเดิมคล้ายจะล้อเลียนอาการตกใจของเธอ ​พายยืนนิ่งงันมองแผ่นหลังกว้างที่เดินกลับเข้าบ้านข้าง ๆ ไป หัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นท่าทำเอาเธอต้องกำปิ่นโตแน่นจนเจ็บมือ ​เกือบไปแล้ว... เกือบโดนคุณภวินท์จับได้แล้วยัยพาย ​“พาย เข้าบ้านได้แล้ว ยืนเหม่ออะไรลูก” ​“ค่ะพ่อ... เข้าแล้วค่ะ” ​พายขานรับพลางรีบมุดตัวเข้าบ้าน แต่ไม่วายลอบมองไปทางกำแพงบ้านข้าง ๆ อีกครั้ง ไฟในห้องทำงานของอาธามเพิ่งเปิดขึ้น... และเธอก็รู้ดีว่าคืนนี้คงเป็นอีกคืนที่เธอนอนหลับไม่ได้ง่าย ๆ เพราะน้ำเสียงทุ้มที่เรียกชื่อเธอว่าพายมันยังคงดังก้องอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหนเลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD