บทที่15 วินาทีเฉียดอันตราย
บรรยากาศที่เคยอบอวลไปด้วยไอรักเมื่อครู่ พลิกกลับกลายเป็นความหนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจในพริบตา เมื่อเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยดับลงที่หน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถปังใหญ่ที่ทำให้พายสะดุ้งสุดตัว
“เสียงรถ...” พายพึมพำด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอรีบคว้าโทรศัพท์มาดูเวลาก่อนจะเบิกตากว้าง
“แด๊ดดี้คะ พ่อมา พ่อกลับมาแล้วค่ะ”
ธามันที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวชะงักกึก เขารีบผละออก สายตาคมกริบมองลอดผ่านผ้าม่านลงไปเห็นรถของภวินท์จอดเทียบอยู่จริง ๆ หัวใจของประธานหนุ่มมาดนิ่งเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
'ตึก... ตึก... ตึก...ครั้งแรกที่เห็นพี่วินแล้วใจเต้นแรง.....บ้าฉิบหาย'ธามนึกในอกผสานกับเสียงระทึกด้านในอก
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของภวินท์ที่ย่ำลงบนบันไดแต่ละขั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ มันเหมือนเสียงกลองรบที่ประกาศความหายนะ ภวินท์ขมวดคิ้วหันไปมองรถของเพื่อนรักที่จอดอยู่ในรั้วบ้านเขาอีกรอบด้วยความสงสัย จึงตั้งใจจะเดินขึ้นมาถามลูกสาวให้รู้ความ
“มาเร็วจัง...นึกว่าจะได้ต่ออีกรอบ”
ธามันสบถออกมาอย่างลืมตัว เขาพรวดพราดลุกขึ้นคว้ากางเกงมาใส่ด้วยความรวดเร็ว มือหนากวาดเสื้อผ้าและเนกไทขึ้นมาขยุ้มไว้ในมือ
“แด๊ดดี้เร็วเข้าค่ะ”
พายลนลานจนทำอะไรไม่ถูก เธอรีบคว้าผ้าห่มมากวาดเศษซากขวดน้ำหอมและเครื่องสำอางที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น กองไว้ที่มุมห้องอย่างลนลาน ก่อนจะรีบสวมชุดนอนทับร่างเปลือยเปล่า
เสียงเท้าย่างก้าวขึ้นบันได จนมันดูน่ากลัวและตื่นเต้นเกินไป
'โอ้ย...นังพาย...หัวใจจัหยุดเต้นแล้ว'
"ปั่ก ปัง ปั่ก"
“พายตื่นหรือยังลูกพาย”
เสียงเคาะประตูหนาหนักตามแรงอารมณ์ของภวินท์ดังขึ้นที่หน้าห้อง พายใจแทบขาด เธอหันไปมองธามันที่ยังติดอยู่ในห้อง
“พี่ต้องออกทางหน้าต่างแล้วค่ะ...เร็วเลย” พายกระซิบบอกพลางดันหลังชายหนุ่มไปที่บานหน้าต่าง
ธามันไม่มีทางเลือก เขาเปิดบานหน้าต่างออกกว้าง ลมหนาวปะทะใบหน้าแต่ความร้อนรนในใจมีมากกว่า ชายหนุ่มวัยสามสิบสองต้องจำใจปีนออกไปอย่างทุลักทุเล เขาค่อย ๆ โรยตัวลงไปตามระเบียงและกระโดดลงพื้นหญ้าอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะวิ่งป่าราบไปปีนข้ามรั้วบ้านตัวเองด้วยสภาพที่เสื้อผ้ายังใส่ไม่ครบดีนัก
"ปัง! ปัง! "
“พาย เปิดประตูให้พ่อเดี๋ยวนี้”ภวินท์สังหรณ์ในอก
พายสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูเหมือนคนเพิ่งตื่นที่สุด เธอเดินไปแง้มประตูห้องออกเพียงเล็กน้อย พยายามใช้ร่างกายกำบังความวุ่นวายภายในห้องไว้
“พ่อ... มาแล้วเหรอคะ...”
พายถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียผสานความสั่นเครือ แววตาของเธอยังคงมีความลนลานฉายชัดจนเกือบเสียอาการ
ภวินท์มองลูกสาวด้วยความสงสัย เพ่งหน้าพายจนเด็กสาวใจคอไม่ค่อยดี
“พาย... ทำไมเปิดช้าจัง แล้วนี่เพิ่งตื่นเหรอ ทำไมหน้าแดง ๆ หอบด้วย เป็นอะไรหรือเปล่าลูก”
“ปะ...เปล่าค่ะ พายแค่ตกใจเสียงเคาะประตู กำลังฝันถึงชายหนุ่มสุดหล่ออยู่เลย...คุณภวินท์ขัดจังหวะพิมพ์พิลามาก..”
พายรีบถลาเข้าไปสวมกอดพ่อแน่นเพื่อปกปิดรอยรักที่ซอกคอที่ธามันเพิ่งทำไว้ โชคดีที่มันไม่ชัดเจนนัก
“คิดถึงพ่อจังเลยค่ะ ไหนบอกว่าจะกลับเย็นไงคะ”
“อยากแอบมาดูว่าลูกสาวหนีเที่ยวไหมไง”
ภวินท์หัวเราะเบา ๆ ลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู โดยไม่รู้เลยว่าเมื่อครู่เพื่อนรักของตัวดีเพิ่งปีนหน้าต่างหนีออกไป
"พายไม่มีเวลาไปเที่ยวหรอก อาธามไม่สบายเพิ่งจะอาการดี ไหนพายยังต้องอ่านหนังสือสอบอีก ลูกพ่อน่ารักไหม...ต้องให้รางวัลโดยให้ไปไปเที่ยแล้ว"
“อื้ม...พ่อซื้อโจ๊กเจ้าอร่อยมาฝาก รีบไปอาบน้ำแต่งตัวนะ แล้วลงมากินด้วยกัน... เออ แล้วทำไมรถอาธามถึงมาจอดอยู่ที่บ้านเราล่ะ”
พายใจกระตุกวูบ เธอเผลอกัดริมฝีปากก่อนจะเค้นคำตอบออกมา
“อ่อ... คือ... อาธามอาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ เมื่อวานอาก็ไปส่งหนู..เอ่อส่งพายไปสอบ...วันนี้อาก็บอกว่าจะไปส่งเลยจอดรถไว้นี้เลย"
“อ๋อ... โอเค อาธามนี่ใจดีจริง ๆ” ภวินท์พยักหน้าอย่างไม่ติดใจ
“งั้นเดี๋ยวพายเอาโจ๊กไปฝากอาธามด้วยนะ วันนี้พ่อกลับมาแล้ว พ่อไปส่งเอง อาธามจะได้พักผ่อน”
“คะ... ค่ะพ่อ”
พายรับคำเสียงแผ่ว พลางลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อพ่อเดินลงบันไดไป เธอรีบปิดประตูห้องแล้วทรุดตัวลงพิงบานประตู หัวใจยังเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา
‘เกือบไปแล้ว... เกือบตายแล้วจริง ๆ’
พายใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่ถึงสิบห้านาที เธอพยายามพอกคอนซีลเลอร์หนา ๆ ตรงรอยช้ำที่ต้นคอ ก่อนจะหยิบปิ่นโตโจ๊กที่พ่อเตรียมไว้ให้แล้วเดินออกจากบ้านด้วยท่าทางที่พยายามให้ปกติที่สุด
สายตาคมของภวินท์มองตามลูกสาวที่เดินเข้ารั้วไปยังบ้านหลังใหญ่ข้าง ๆ แอบยิ้มพลางนึกในใจว่าลูกสาวเขาช่างกตัญญูและใส่ใจอาธามดีเหลือเกินแถมไม่บ่นอีก
ณ บ้านธามัน
พายก้าวเท้าเข้าไปในบ้านที่แสนคุ้นเคย เธอเห็นธามันในชุดที่ดูดีเต็มยศเนี๊ยบกริบ นั่งจิบกาแฟอยู่บนโต๊ะอาหารราวกับว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขาไม่ได้ปีนหน้าต่างหนีตายมาในสภาพทุลักทุเล
“แด๊ดดี้...” พายกระซิบเรียกพลางวางปิ่นโตลง
ธามันเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ มุมปากหยักกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แต่ก็มีความเหนื่อยหอบบาง ๆ อยู่ในแววตา
“เกือบตายไหมล่ะเรา... คุณภวินท์ของหนูมาเร็วกว่าที่คิดนะตัวแสบ”
“เกือบหัวใจวายค่ะ พี่ธามปีนลงไปท่าไหนคะเนี่ย ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม” พายรีบเดินเข้าไปสำรวจร่างสูงด้วยความเป็นห่วง
“ระดับนี้แล้ว... แต่ยอมรับว่าเหนื่อยกว่าวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าอีกนะ ตื่นเต้นดี เลือดในร่างกายพลันสูบฉีดไปหมด”
ธามันรวบเอวบางเข้าไปหาตัว พลางสูดดมความหอมจากพวงแก้มใส
“โจ๊กหรอ...”
“พ่อซื้อมาฝากค่ะ กินเลยนะคะ เดี๋ยวพายต้องรีบไปเรียนแล้ว พ่อบอกจะไปส่งพายเองด้วยวันนี้”
"ครับ พ่อตาอุตสาห์ใจดี...พี่จะกินให้หมดเลยนะ"
"แด๊ดดี้ หยอกพายอีกแล้ว"
ชายหนุ่มดึงพายให้นั่งลงบนตักแกร่ง เขาประคองใบหน้าหวานขึ้นมาสบตา แววตาที่เคยขี้เล่นกลับจริงจังขึ้นมาทันที
“ต่อจากนี้... เราต้องระวังกว่าเดิมนะพาย ถ้าพี่วินรู้ พี่ไม่กลัวเรื่องตัวเองหรอก แต่พี่กลัวหนูจะลำบาก”
“พายทราบค่ะ... แต่พายยอมลำบากนะ ถ้าได้อยู่กับพี่ธาม”
พายส่งยิ้มหวานพลางจูบเบา ๆ ที่ปลายคางเขาเป็นการมัดจำ
ธามันจ้องมองริมฝีปากอิ่มนั้นด้วยความหลงใหล เขาโน้มลงมาประทับจูบอย่างลึกซึ้งและเนิ่นนานเป็นการสั่งลาของเช้านี้ จูบที่เป็นรสชาตของความลับ... ที่ทั้งหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน
“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะสงสัยว่าทำไมลูกสาวมาส่งโจ๊กนานจัง”
"ไม่อยากกลับบ้านเลย..."
"เลิกเรียนกี่โมงคะ พี่จะไปรับพาไปซื้อของที่พี่ทำเสียหาย"
"บ่ายโมงค่ะ หนูรอแด๊ดดี้นะคะ"
ธามันปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ พายรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินยิ้มกริ่มออกจากบ้านไป โดยไม่รู้เลยว่า... ภวินท์ที่กำลังรดน้ำต้นไม้ปัดกวาดใบไม้อยู่หน้าบ้าน แอบสังเกตเห็นแววตาที่พายเดินออกมาจากของ บ้านธามัน ซึ่งมันดูสดใสและมีความสุขจนคนเป็นพ่อเริ่มรู้สึกเอะใจเล็ก ๆ
"ยิ้มหน้าบานขนาดนี้เลย อาธามหาขนมมาให้กินอีกแล้วสินะ"
"พ่อจะไปส่งพายไม่ใช่หรอ...ไปค่ะ ตอนเย็นพายกลับเองนะ พายมีนัดกับมิ้นจะไปกินชาบู เพราะสอบเสร็จ...ขอตังค่าขนมด้วย"
'ขอโทษนะคะพ่อที่ต้องโกหก'
พายพูดในใจอย่างรู้สึกผิดแต่ความรักตอนนี้มันกินหัวใจมาก
รถสปอร์ตคันหรูของธามันเคลื่อนเข้าสู่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง พายก้าวลงจากรถด้วยรอยยิ้มสดใส เธอเดินเข้าไปเกาะแขนแกร่งของ แด๊ดดี้อย่างออดอ้อนโดยไม่สนสายตาของคนรอบข้างที่มองมาด้วยความชื่นชมในความหล่อเหลาภูมิฐานของชายหนุ่ม และความน่ารักสมวัยของเด็กสาวที่เดินเคียงข้าง
“อยากได้อะไร เดินเลือกตามสบายเลยนะคนดี พี่บอกแล้วไงว่าจะชดเชยให้ทุกอย่าง”
ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางกุมมือเล็กที่เกาะแขนเขาไว้
ทั้งคู่เดินเข้าร้านแบรนด์เนมร้านนั้นออกร้านนี้อย่างมีความสุข พายเลือกซื้อเครื่องสำอางค์แบรนด์โปรดชุดใหญ่แทนของเดิมที่พังไป และยังได้กระเป๋าใบใหม่ที่ธามันคะยั้นคะยอให้เธอรับไว้
จังหวะที่พายมัวแต่เลือกสีลิปสติก ธามันจะคอยยืนซ้อนหลังและก้มลงมากระซิบถามที่ข้างหูว่าสีนี้สวยไหมครับหรือไม่ก็แอบฉวยโอกาสหอมขมับเธอเบา ๆ เมื่อปลอดคน
“แด๊ดดี้ขา... พายเกรงใจจัง ซื้อเยอะเกินไปแล้วนะคะ” พายบอกพลางช้อนสายตามองคนตัวโตที่ยังคงดูสนุกกับการเปย์เธอไม่หยุด
“เกรงใจทำไมครับ พี่เต็มใจ... อีกอย่าง ของพวกนี้มันยังเทียบไม่ได้กับความน่ารักของหนูเมื่อคืนเลยนะ”
คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาทำเอาพายหน้าร้อนผ่าว เธอทุบไหล่แกร่งแก้เขินไปหนึ่งที
บรรยากาศโรแมนติกอบอวลไปตลอดการเดินห้าง ธามันใส่ใจพายทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยถือของ หรือการพาไปนั่งพักจิบน้ำหวานรสโปรด สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความหลงใหลและหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
ทว่า... ความสุขเพียงแค่นี้ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอสำหรับชายหนุ่ม
เมื่อนำของทั้งหมดไปเก็บที่กระโปรงหลังรถเรียบร้อยแล้ว ธามันก็ก้าวเข้ามานั่งประจำที่คนขับ ทว่าเขายังไม่ยอมสตาร์ทรถทันที สายตาคมกริบเบนมามองร่างบางที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ พายในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยแต่กลับปลุกเร้าอารมณ์เขาได้มากกว่าชุดไหน ๆ
“แด๊ดดี้มองพายแบบนี้ทำไมคะ...”
พายถามเสียงแผ่วพลางก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น
“มองว่า...แฟนพี่สวยแค่ไหนไงครับ”
ธามันเอื้อมมือหนาไปรวบเอวบางแล้วดึงร่างเล็กให้ข้ามขยับมานั่งเกยอยู่บนหน้าขาแกร่งในพื้นที่แคบๆ ของเบาะคนขับ
“อุ๊ย แด๊ดดี้... เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” พายอุทานด้วยความตกใจแต่ก็ยอมโอบคอเขาไว้แน่น
“ฟิล์มรถพี่มืดครับ... ไม่มีใครเห็นหรอกว่าเรากำลังทำอะไรกัน”
เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เขาเป็นคนเลือกให้เมื่อครู่ ลิ้นร้อนลากผ่านรอยคอนซีลเลอร์ที่พายพยายามปิดบังไว้ จนมันเริ่มเลือนลางเผยให้เห็นรอยสีกุหลาบเดิมที่เขาฝากไว้เมื่อเช้า
“อื้อ... พี่ธาม... อย่าค่ะ พายเสียว...”
พายเชิดหน้าขึ้นระบายความรัญจวนใจ มือเล็กขยุ้มกลุ่มผมเข้มของเขาไว้แน่น
ธามันเลื่อนมือเข้าไปใต้กระโปรงทรงเอสั้นกุด ลูบไล้ผิวขาเนียนละเอียดขึ้นไปจนถึงต้นขาด้านใน นิ้วเรียวร้ายสะกิดเข้ากับขอบชั้นใต้อย่างจงใจ จนคนบนตักสะดุ้งตัวโยน
“แด๊ดดี้ขา... พายใจไม่ดีเลย ตรงนี้มัน... มันแคบไป”
“แคบ ๆ แบบนี้แหละครับ... ตื่นเต้นดี”
เขาผละใบหน้าออกมาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการถูกเขาจูบซ้ำ ๆ
“เมื่อกี้ตอนเดินห้าง พี่อยากทำแบบนี้แทบแย่ รู้ไหมว่าหนูยั่วพี่แค่ไหนเวลาเดินเกาะแขนแบบนั้น”
“พายไม่ได้ยั่วนะคะ... พายแค่แสดงความเป็นเจ้าของ”
พายเถียงเสียงเบาพลางกัดริมฝีปากอย่างเอียงอาย
ธามันหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาประกบจูบลงไปอย่างดูดดื่มและรุนแรง มือหนาเริ่มรุกรานหนักขึ้นจนพายส่งเสียงครางอืออาไม่เป็นภาษา ความคับแคบของตัวรถกลับยิ่งเพิ่มพูนความรู้สึกโหยหาและการสัมผัสที่แนบชิดกันทุกสัดส่วน
“ไปต่อที่โรงแรมกันนะครับ... พี่อยากกินหนูแบบไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาเห็น”
เขาถอนจูบออกมาอย่างเสียดาย ก่อนจะประคองร่างเล็กกลับไปนั่งที่เบาะของตัวเอง ธามันสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งออกสู่ถนนใหญ่ทันที