​บทที่16 ยิ่งรักยิ่งลุ้น

1721 Words
​บทที่16 ยิ่งรักยิ่งลุ้น ​เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนเต็ม ความสัมพันธ์ลับที่เกิดขึ้นภายใต้เงามืดระหว่างเจ้าของบริษัท ปิโตรเลี่ยมและสาวน้อยลูกสาวเพื่อนรุ่นพี่ความเข้มข้นจนดูเหมือนจะเป็นสารเสพติดที่ยากจะถอนตัว ทุกนาทีที่ภวินท์เผลอหรือต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน คือช่วงเวลาทองที่ทั้งคู่จะใช้ตักตวงความสุขสมจากกันและกันราวกับคนหลงทางในทะเลทรายที่พบโอเอซิสกลางความอ้างว้าง ​พายเริ่มเรียนรู้ที่จะบริหารเสน่ห์และใช้เล่ห์เหลี่ยมในการปกปิดความลับได้อย่างแนบเนียนอย่างไม่น่าเชื่อ เธอใช้เวลาที่ไปส่งปิ่นโตให้เขาในช่วงเย็นเป็นเวลาพรอดรักกันในเวลาสั้น ๆ สักสิบห้านาที แต่ก่อนปลายทางคือห้องรับรองแขก แต่ตอนนี้เธอมักถูกคนตัวโตอุ้มเข้าไปขย่มบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ หรือไม่ก็ในห้องน้ำบุหินอ่อนที่เก็บเสียงมิดชิดเพื่อทำกิจกรรมรักใคร่ ​แม้แต่ช่วงพักเที่ยงสั้น ๆ ที่มหาวิทยาลัย รถสปอร์ตสีเข้มมักจะแวบมาจอดรอในมุมมืดของลานจอดรถ พายจะรีบมุดหายเข้าไปในห้องโดยสารที่ติดฟิล์มดำสนิท ก่อนที่บทเรียนสวาทแบบเร่งด่วนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน ความเร้าใจที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้เริ่มหลอมรวมกลายเป็นความรักที่ฝังรากลึก จนพายแทบจำไม่ได้แล้วว่าชีวิตที่ไม่มีธามันนั้นเป็นอย่างไร ​ ​เย็นวันหนึ่งที่สายฝนเทกระหน่ำจนมืดฟ้ามัวดิน ภวินท์ต้องออกไปคุยธุระสำคัญและแจ้งไว้ว่าอาจจะกลับดึก ธามจึงถือโอกาสเดินมากับสายฝนพร้อมร่มหนึ่งคันข้ามรั้วเข้ามาหาแฟนเด็กของเขาถึงในบ้าน พายกำลังยืนเตรียมมื้อค่ำอยู่ในห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศพร้อมกับฮัมเพลงเบา ๆ เธอสวมเพียงเสื้อยีดตัวเล็กและกางเกงยีนส์ขาสั้น ยามที่เธอขยับกาย ชายเสื้อจะรั้งขึ้นเผยให้เห็นหน้าท้องเนียนละออช่างยั่วยวนสายตาคนมาเยือนยิ่งนัก "ร้องเพลงตอนทำอาหารเขาว่าจะได้ผัวที่มีอายุมากกว่านะ" ​“แด๊ดดี้... มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง พายตกใจหมดเลยค่ะ...เขาที่ว่า..นี่..ใครกันค่ะ...แต่เอ๊ะ...เขาก็พูดถูกนะ” พายสนทนาหยอกกลับเมื่ออ้อมกอดที่คุ้นเคยสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง มือแกร่งลูบไล้จากเอวขึ้นมาบีบเคล้นความอวบอิ่มภายใต้สาบเสื้อ ​“ตัวแสบ...พี่แค่มาดูว่าแม่ครัวตัวแสบกำลังทำอะไรอร่อย ๆ ให้พี่กินอยู่หรือเปล่า” ธามันกระซิบชิดใบหูพลางขบเม้มติ่งหูเบา ๆ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำเอาพายขนลุกซู่ ​“อื้อ... อย่าค่ะ พายต้องรีบทำกับข้าว เดี๋ยวคุณพ่อกลับมาเห็นเข้า..จะวุ่นวายนะคะ” แม้จะปากว่าอย่างนั้น แต่สะโพกมนกลับบดเบียดเข้าหาความแข็งแกร่งที่เริ่มตื่นตัวอยู่เบื้องหลังอย่างรู้งาน ​“พี่เช็กแล้ว... พ่อหนูคงติดฝนอยู่อีกนาน” ​ธามันไม่รอช้า เขาพลิกกายบางให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวที่เย็นเฉียบ พายอ้าเรียวขาออกกว้างเพื่อให้คนตัวโตแทรกกายเข้ามาประชิด มือแกร่งปัดป้องขวดโหลเครื่องปรุงและมีดทำครัวออกไปให้พ้นทางด้วยความรีบเร่ง "ชุดนี่...ใส่มาทำอาหาร หรือรู้ว่าผัวคนนี้จะมาหากันนะ" "แด๊ดดี้...อื้อ" "ขอกินได้ไหม....กินตรงนี้นะ" ธามันไม่รอช้าก้มลงเพื่อดื่มด่ำความฉ่ำเบื้องล่างก่อนจะจัดการส่งมอบความยิ่งใหญ่เข้าไปในความอ่อนละมุนที่ชุ่มฉ่ำ ​“อ๊าาา แด๊ดดี้... พี่ธามขา... อื้อออ พายเสียว” ​เสียงครางหวานใสสั่นพร่าคลอไปกับเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาอย่างดุดัน ธามันโหมจังหวะรักอย่างแรงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน ทุกแรงกระแทกทำเอาขวดซีอิ๊วและน้ำมันบนชั้นวางสั่นสะท้านจนกระทบกันดัง บางก็หก บางก็ล้ม "แกรง ๆ" สาวสวยจิกเล็บลงบนบ่าแกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งขึ้นสูงอย่างกะทันหัน ความเย็นของหินอ่อนที่แผ่นหลังตัดกับความร้อนระอุจากร่างกายแกร่งของหนุ่มหล่อ และเร้าใจจนเธอแทบสำลักความสุข ​“แด๊ดดี้... อื้อ... พาหนูขึ้นข้างบนทีค่ะ พายไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว..พายไม่ไหว” พายกระซิบเสียงพร่าพลางซบหน้าลงกับซอกคอที่ชุ่มเหงื่อ “พายอยากขย่มแด๊ดดี้บนเตียง... บนตัวพี่นะคะ....” ​คำขอที่แสนยั่วยวนทำเอาชายหื่นกระหายสติขาดผึง เขาไม่รอช้ารวบอุ้มร่างอรชรขึ้นทั้งที่กายแกร่งยังคงสอดประสานกันอยู่ ชายหนุ่มก้าวยาว ๆ ขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนชั้นบนทันที และทุกฝีก้าวของเขาสอดใส่ร่องลึกของเธอไปด้วยโดยไม่สนใจใครอีกแล้ว ทั้งคู่ทิ้งร่องรอยความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ทั้งขวดน้ำมันที่ล้มคว่ำไหลนอง และเศษผักที่หั่นค้างไว้กระจายเกลื่อนพื้นครัว ​ในขณะที่เบื้องบนกำลังร้อนระอุราวกับภูเขาไฟระเบิด จนเตียงสั่นคลอนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงอารมณ์แทบจะพังทลาย "ซี้ดอ้า...อ้า" "พาย...เก่งมาก...แบบนั้นครับ" ทว่า... เบื้องล่างกลับมีเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดกะทันหัน แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาในบ้านชั่วครู่ก่อนจะดับลง ภวินท์วนรถกลับมาเพราะลืมเอกสารสำคัญบางอย่าง สองเท้าก้าวเข้าบ้านด้วยความรีบร้อน ทว่าทันทีที่เหยียบเข้าสู่โซนครัวเพื่อทักทายลูกสาว แต่ฝีเท้ากลับชะงักกึก กลิ่นคาวน้ำมันปนกับกลิ่นหอมประหลาดบางอย่างพุ่งเข้าจมูก ​“พาย... ลูกอยู่ไหนน่ะ ทำไมครัวเลอะเทอะแบบนี้” ​ภวินท์ขมวดคิ้วมองสภาพห้องครัวที่ดูเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิมา ขวดเครื่องปรุงล้มคว่ำแตกกระจาย คราบซีอิ๊วไหลนองเป็นทาง หัวใจคนเป็นพ่อหล่นวูบด้วยความตระหนกจินตนาการไปถึงเหตุร้ายหรือหัวขโมยที่อาจเข้ามารุกรานลูกสาวเพียงคนเดียว ​“พาย พายอยู่ไหนลูก” ​หนุ่มวัยสามสิบเก้าตะโกนเรียกเสียงดังลั่นบ้าน พลันจะไปที่บันได ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็น รองเท้าหนังสีเข้ม ราคาแพงคู่หนึ่งที่วางพาดกันอย่างผิดวิสัยอยู่ตรงหน้าประตู ภวินท์จำมันได้ติดตา... มันคือรองเท้าของธาม ​‘ธามมาเหรอ แล้วทำไมสภาพครัวเป็นแบบนี้... หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับทั้งสองหรือเปล่า’ ​ด้วยความกังวลที่พุ่งสูงจนหน้ามืด ภวินท์รีบก้าวยาว ๆ ขึ้นบันไดไปชั้นสอง แผ่นหลังเกิดความเย็นวาบด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด คนด้านในกลับไม่ได้ยินเสียงคนด้านนอกแม้แต่นิด ทว่า...ยิ่งเข้าใกล้หน้าห้องนอนของพาย เท้าสองข้างที่เคยเร่งร้อนกลับค่อย ๆ ช้าลงจนหยุดนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเสียงที่เล็ดลอดออกมาจากบานประตูที่ปิดไม่สนิทนั้น ไม่ใช่เสียงของการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด... ​“อ๊าาา... พี่ธาม... พายรักพี่ธาม... อื้อออ แรงอีกค่ะแด๊ดดี้... อ๊ะ อ๊า” ​เสียงหวานใสที่ตัวเองเคยได้ยินเพียงเสียงเจื้อยแจ้วเรียกหาพ่อ บัดนี้กลับครางเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เต็มด้วยความใคร่และราคะกระสัน ตามมาด้วยเสียงสั่นสะเทือนของเตียงพร้อมเสียงเนื้อหนังกระทบกันระรัวสม่ำเสมอ ​ภาพลูกสาวที่ตกอยู่ในอันตรายมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความจริงที่แสนอัปยศสาดเข้าใส่หน้าอย่างจัง "ปึก" เสียงไม้กวาดที่วินคว้าติดมือหวังป้องกันตัวหล่น พร้อมกับหัวใจของคนเป็นพ่อที่แตกสลายเป็นผุยผงในวินาทีนั้น ​ดวงตาของภวินท์แดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มด้วยเพลิงโทสะและความเสียใจจนเกินบรรยาย มือที่สั่นระริกเอื้อมไปจับลูกบิดประตู... "ปัง!" ​บานประตูถูกเหวี่ยงออกอย่างแรงกระทบผนังดังสนั่นหวั่นไหว ยุติทุกท่วงทำนองแห่งกามอารมณ์ที่กำลังบรรเลงอยู่บนเตียงให้หยุดชะงักกึกลงในวินาทีนั้น พายใจล่นวูบจนตัวสั่นเทิ่มพลางหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ มือเล็กคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปกปิดเรือนร่างที่สั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่ธามันรีบพลิกกายลงมาคว้าผ้าเช็ดตัวและขวางกั้นเพื่อใช้แผ่นหลังแกร่งปกป้องร่างบางไว้ตามสัญชาตญาณ ​ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นสบตากับร่างที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู บรรยากาศรอบกายกลับเย็นเยียบและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกมันหนาวแต่เหงื่อไหลอาบใบหน้าไปหมด ​ภวินท์ยืนนิ่งราวกับรูปสลักหินที่ไร้ชีวิต ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเมตตาเอ็นดูบัดนี้แดงก่ำและฉายชัดถึงความผิดหวังอย่างรุนแรง สายตาของคนเป็นพ่อกวาดมองไปรอบห้องด้วยความร้าวราน สภาพเตียงนอนแห่งนี้วินเคยมานั่งเล่านิทานให้ลูกฟังเมื่อครั้งยังเด็ก บัดนี้ยับเยินจนดูไม่ได้ ผ้าปูเตียงหลุดลุ่ยออกจากขอบฟูก หมอนอิงสีหวานกระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องไม่ต่างจากเศษขยะ ​แต่สิ่งที่กรีดลึกเข้าไปในใจภวินท์ที่สุดคือเสื้อผ้าที่พายสวมใส่อยู่... บัดนี้กระดุมหลุดลุ่ย สาบเสื้อถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยรักสีกุหลาบที่ประทับอยู่เต็มลำคอของลูกสาว รอยพวกนั้นเป็นพยานหลักฐานชั้นดีว่าเพื่อนรุ่นน้องของตัวเองได้ย่ำยีลูกสาวอย่างบ้าคลั่งเพียงใด ​“พ่อ...” พายพึมพำเรียกเสียงแผ่ว น้ำตาไหลร่วงอาบแก้มด้วยความกลัวและรู้สึกผิดที่จู่โจมเข้ากลางใจจนทำอะไรไม่ถูก ​“พี่วิน... ผม...” ธามันพยายามจะขยับกายเข้าไปหา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยมีความมั่นใจกลับขาดห้วงและแหบพร่า เมื่อเห็นรุ่นพี่ที่เขาเคารพรักค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาโทสะเป็นเพลิงแค้น ​ภวินท์ยังไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ทำเพียงแค่จ้องมองรุ่นน้องที่ไว้ใจและลูกสาวที่ทะนุถนอมสลับกันช้า ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD