บทที่17 ตัดความสัมพันธ์
“พี่วิน... ฟังผมก่อน”
ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบเศร้า ขณะที่เขากำลังคว้ากางเกงมาสวมใส่ด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ เขายังคงเรียกคนตรงหน้าด้วยความเคารพ แม้จะรู้ดีว่าความผิดครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าจะได้รับการอภัย
“อย่ามาเรียกกูว่าพี่ ปากของมึงไม่คู่ควรจะเรียกกูแบบนั้นอีกแล้ว”
ภวินท์แผดเสียงตะโกนจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน เพลิงโทสะทำให้เขาหลุดถ้อยคำหยาบคายออกมาอย่างเหลืออด พร้อมถลาเข้าไปกระชากคอเสื้อของธามันที่ยังสวมใส่ไม่เรียบร้อยดีนัก แล้วเหวี่ยงร่างหนาของธามันเซไปกระแทกกับโต๊ะเครื่องแป้งเสียงดังสนั่น
“พ่อคะ ฟังพายก่อน พาย...”
พายพยายามจะโผเข้าไปหาพ่อทั้งน้ำตา ร่างบางสั่นระริกพยายามคว้าผ้าห่มขึ้นมาปกปิดความอัปยศ
“พายหยุดพูด อย่าให้พ่อต้องหมดความอดทนกับลูกไปมากกว่านี้”
ภวินท์ตวาดใส่ลูกสาวด้วยแววตาที่เจ็บปวดเสียดลึก ก่อนจะหันกลับมาหาชายเจ้าเล่ห์ที่กำลังทรงตัวยืนขึ้น
"พลั่ก!"
หมัดหนัก ๆ ของภวินท์กระทบเข้าที่มุมปากของธามันอย่างจังจนหน้าหัน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปากทันที หนุ่มร่างกำยำเซไปตามแรงเหวี่ยง แต่เขากลับไม่คิดจะโต้ตอบ ชายหนุ่มเพียงแค่ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากแล้วหันมามองรุ่นพี่อย่างยอมรับผิด
“พี่วินจะต่อย จะฆ่าผมก็ได้... แต่ผมเป็นคนเริ่มเองทั้งหมด พายไม่รู้เรื่อง”
“มึงมันหน้าไม่อาย” ภวินท์พุ่งเข้าไปผลักอกธามันจนถอยกรูดไปติดผนังห้อง
“กูไว้ใจมึง กูเห็นมึงเป็นเหมือนน้องชายแท้ ๆ ให้เอ็นดูพายเหมือนหลาน แต่มึงกลับทำเรื่องระยำแบบนี้ในบ้านกูเนี่ยนะ...มึงทำแบบนี้กับกูได้ยังไงไอ้ธาม”
“ผมรักพาย... ผมรักลูกสาวพี่จริง ๆ”
“รักเหรอ รักของมึงคือการมานอนกับลูกสาวกู...มันไม่ใช่...คนอย่างมึงมันไม่เคยจริงจังกับใคร กูรู้สันดานมึงดี” ภวินท์ผลักธามันซ้ำด้วยแรงทั้งหมดที่มี
“ออกจากบ้านกูไปซะ ออกไปก่อนที่กูจะทนไม่ไหวแล้วไปหยิบปืนมายิงกบาลมึงทิ้งตรงนี้ไป”
พายเห็นท่าไม่ดี เธอรีบคว้าผ้าห่มมาพันกายแล้วถลาลงจากเตียงเข้าไปกอดขาพ่อไว้พลางร้องไห้โฮ
“พ่อคะ... พายขอโทษ พายผิดเองพ่ออย่าทำอะไรพี่ธามเลยนะคะ พายขอร้อง...”
"พี่ธาม...งั้นหรอ...แกโดนไอ้ชั่วนี้หลอกแล้วพาย"วินแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อลูกสาวคนเดียวปกป้องเขา
ธามมองสาวน้อยนั้นด้วยความปวดใจลึกไปทั้งอก เขามองพายที่สะอื้นไห้อยู่บนพื้นสลับกับมองภวินท์ที่กำลังหอบหายใจรัวรินด้วยความแค้น
“พี่ธาม... กลับไปก่อนค่ะ กลับไปเถอะนะคะ พายขอร้อง”
พายลุกลี้ลุกรนพูดจนแทบจำใจความไม่ได้ พลางส่งสายตาอ้อนวอนให้ชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าถ้าธามันยังอยู่ตรงนี้ เรื่องราวอาจจะจบลงด้วยความสูญเสียที่มากกว่าเดิม
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง พร้อมเช็ดคราบเลือดที่เหลืออยู่ทิ้ง สายตาที่มองพายเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
“ผมขอโทษครับพี่วิน... ผมจะไปตามที่พี่บอก แต่เรื่องพาย... ผมจะไม่ยอมแพ้รอให้พี่ใจเย็นก่อน แล้วผมจะมาอธิบายให้ฟัง”
ธามันเอ่ยทิ้งท้ายเสียงหนักแน่นก่อนจะคว้าเสื้อสูทที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาถือไว้ มือหนาแอบอาศัยช่วงที่ภวินท์เบือนหน้าไปมองลูกสาวคว้าสมาร์ตโฟนเครื่องหรูของพายที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงโปร่งอาศัยจังหวะที่เดินผ่านร่างบางที่กำลังเสียสติแกล้งทำเป็นประคองเธอไว้ครู่หนึ่ง แล้วยัดโทรศัพท์ใส่มือเล็กใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างแนบเนียน พร้อมกับบีบมือเธอแน่นเพื่อส่งสัญญาณสำคัญ
'อย่าขาดการติดต่อ...'
สายตาคมกริบสื่อความหมายชัดเจนจนพายใจชื้นขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที
แต่แล้ว..ฝีเท้าของธามันกลับต้องหยุดกึก เมื่อเสียงทุ้มเย็นเยือกของคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เขาค่อย ๆ หันกลับมาสบตากับภวินท์ที่ตอนนี้ยืนจ้องมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าแต่น่ากลัวกว่าตอนตะคอกหลายเท่า ภวินท์ไม่ได้เดินเข้าไปแย่งมือถือคืนในทันที แต่กลับเดินเข้าประชิดตัวเพื่อนรุ่นน้องจนหน้าแทบชนกัน
“กูให้โอกาสมึงเดินออกไปจากที่นี่ในสภาพที่ยังมีลมหายใจ... แต่มึงยังกล้าเล่นตลกใต้จมูกกูอีก”วินกดเสียงต่ำกระซิบชิดใบหูธามัน
"มึงได้ตายแน่..."
ธามันเหลือบมองรุ่นพี่ด้วยสายตาเยือกเย็นนิด ๆ ไม่ใช่เพราะกลัวแค่เขาเกรงใจ พร้อมสองเท้าก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างนิ่งเฉย ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดจาง ๆ และบรรยากาศอึดอัดจนหายใจไม่ออก
ภวินท์มองตามแผ่นหลังของคนที่เคยเชื่อใจที่สุดเดินจากไป ก่อนจะก้มลงมองลูกสาวที่ฟุบหน้าลงกับพื้นห้อง พ่อหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาแห่งความผิดหวังไหลอาบแก้ม
“พรุ่งนี้... เราจะย้ายออกจากที่นี่ เราจะไปจากบ้านหลังนี้ พ่อจะไม่ยอมให้ลูกอยู่ใกล้คนพรรค์นั้นอีกต่อไป เตรียมตัวไว้ซะพาย”
คำสั่งเด็ดขาดของพ่อเปรียบเสมือนกำแพงหนาที่พุ่งขึ้นมาขวางกั้นคนทั้งคู่ พายใจหายวาบ เธอรู้ดีว่าคุณภวินท์ของเธอเมื่อตัดสินใจแล้วย่อมไม่มีคำว่าล้อเล่น ความรักที่เพิ่งจะผลิบานสดใส บัดนี้กลับถูกพายุร้ายพัดพังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี
ความเงียบนี้มันทำให้ดูอึดอัดจนห้องนอนกว้างดูแน่นไปหมด พายยังคงนั่งร้องไห้ ไหล่บางแทบหมดแรงจนน่าเวทนา หญิงสาวจัดการเข้าไปในห้องน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย เเละเดินขาสั่นออกมาเพราะความกลัว
ภวินท์กลับเมินเฉยต่อหยาดน้ำตาเหล่านั้นแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าของลูกสาวที่ตกกระจัดกระจายขึ้นมาโยนลงบนเตียงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ผสานกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความร้าวราน
“พ่อคะ... ฟังพายสักนิดไม่ได้เหรอคะ พายกับพี่ธามเรา...”
“หยุดเรียกชื่อมันให้พ่อได้ยิน” ภวินท์ตวาดเสียงกร้าว
“สิ่งที่พ่อเห็นเมื่อกี้มันยังชัดไม่พออีกเหรอพาย มันย่ำยีลูกถึงในห้องนอน พ่อไว้ใจมันแต่มันกลับทำเหมือนลูกพ่อไม่มีค่า พ่อรับไม่ได้”
“พี่ธามไม่ได้ย่ำยีพาย พายเต็มใจ... พายรักเขา”
พายตะโกนสวนกลับทั้งน้ำตา ความอัดอั้นทำให้เธอเผลอพูดประโยคที่ทำร้ายจิตใจคนเป็นพ่ออย่างรุนแรงออกมา
"เพล้ง!"
แจกันดอกไม้บนโต๊ะข้างเตียงถูกภวินท์ปัดทิ้งจนแตกกระจายคามือ เศษกระเบื้องกระเด็นบาดผิวแก้มบางของพายเป็นรอยแดงจาง ๆ แต่ภวินท์ในนาทีนี้โกรธจัดจนเกินกว่าจะสนใจ
“เต็มใจงั้นเหรอ ลูกพูดออกมาได้ยังไงพาย ลูกยังเด็กเกินกว่าจะรู้จักคำว่ารักด้วยซ้ำ สิ่งที่มันทำกับลูกเขาเรียกว่าหลอกลวง มันใช้ความใกล้ชิดมาทำเรื่องระยำกับลูกสาวเพื่อน...พอกันที ส่งมือถือมาให้พ่อเดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะ พ่อไม่มีสิทธิ์มาสั่งพายแบบนี้ พ่อบังคับพายมากไปแล้วนะ”
พายเบิกตากว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธพลางถอยหนีไปจนติดหัวเตียง เธอกอดโทรศัพท์เครื่องหรูไว้แน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อเธอไว้กับธามัน
“พ่อจะขังพาย พ่อจะพาพายหนีไป พ่อถามพายสักคำไหมว่าพายต้องการหรือเปล่า พายไม่ใช่ตุ๊กตาของพ่อนะคะ”
“เออ พ่อสั่งเพราะพ่อเป็นพ่อลูกไง”
ภวินท์เข้าไปประชิดตัวลูกสาวด้วยท่าทางโกรธอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แววตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะปนหยาดน้ำตาเออล้น
“ถ้าปล่อยให้ลูกตัดสินใจเอง ผลมันก็ออกมาอัปยศแบบนี้ไง พายส่งมา”
วินไม่ใจดีเหมือนทุกครั้ง หนำซ้ำยังเดินเข้าไปกระชากข้อมือเล็กอย่างแรงจนพายร้องออกมาด้วยความเจ็บ พร้อมใช้กำลังยื้อแย่งโทรศัพท์ออกมาจากมือลูกสาวจนสำเร็จ
“ไม่ พายไม่ให้...พ่อใจร้าย พ่อมันเผด็จการ พาย...เกลียดพ่อ”
พายแผดเสียงร้องโวยวายด้วยความเสียสติ เธอทั้งโมโห กลัว อับจนหนทาง ภวินท์สั่นไหวกับคำพูดที่ลูกสาวกล่าวไว้ว่าเกลียดมันตอกย้ำใจคนเป็นพ่ออย่างมาก
“เอาคืนมานะ คืนมาให้พาย”
ผู้ชายเข้าวัยเกือบสี่สิบคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของลูกสาวแล้วรวบไว้แน่น จ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยแรงพยศของพาย
“พ่อจะไม่ยอมให้ลูกกลับไปเกือกกลั้วกับไอ้คนทรยศนั่นอีกเด็ดขาด”
วินสะบัดร่างบางให้ล้มลงบนเตียงยับย่นนั้นอย่างแรงจนพายหน้าหงาย
“พ่อจะให้เวลาเก็บของสามวัน แล้วเราจะไปอยู่ที่บ้านคุณย่า ....ระหว่างนี้ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น พ่อจะลาหยุดให้เอง...ลูกอยู่ในห้องนี้แล้วทบทวนดูซะ ว่าสิ่งที่ลูกทำลงไปมันทำลายหัวใจพ่อแค่ไหน”
“พ่อ...พ่อทำแบบนี้กับพายไม่ได้นะ พ่อล็อคห้องพายไม่ได้”
พายตะโกนลั่นพลางโผจะตามไปที่ประตู ทว่าวินไม่ฟังเสียงอ้อนวอนหรือเสียงด่าทอใดๆ อีก
"ปัง!"
เสียงบานประตูไม้หนาหนักถูกกระแทกปิดลง พร้อมกับเสียงลูกบิดที่ถูกล็อกจากด้านนอกอย่างแน่นหนา พายทรุดตัวลงทุบประตูห้องเสียงดังสนั่น ร้องไห้โฮจนตัวโยน
“พ่อ เปิดนะ ฮือออ... พ่อใจร้ายที่สุด... แด๊ดดี้ ช่วยพายด้วย...”
เสียงตะโกนเรียกหาชายคนรักสลับกับเสียงสะอื้นไห้ค่อย ๆ เบาลงกลายเป็นความเงียบงันที่น่าขนลุก พายขังตัวเองอยู่ในห้องนอนที่กลายเป็นกรงขังมืดมิด
วินเมื่อล็อกกลอนประตูเสร็จดูเข้มแข็ง ร่างกายที่เคยยืนตัวตรงด้วยความโกรธแค้นกลับทรุดฮวบลงพิงบานประตูหนาหนักนั้นอย่างหมดแรง มือหนาที่เคยอบอุ่นและใช้ลูบหัวปลอบโยนพายมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
คุณพ่อยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความอัดอั้นไหลซึมผ่านง่ามนิ้ว เสียงทุบประตูและคำด่าทอว่าเกลียดพ่อ จากคนด้านใน กรีดลึกเข้าไปในใจจนกลายเป็นแผลเหวอะหวะ
‘พาย... พ่อขอโทษที่ต้องรุนแรง’ ภวินท์รำพึงในใจด้วยความร้าวราน
‘แต่ลูกกำลังหลงผิด ลูกยังแยกแยะไม่ออกระหว่างความรักกับสิ่งที่คนเจ้าเล่ห์อย่างมันหยิบยื่นให้’
ชายตัวโตนึกถึงวันแรกที่อุ้มเด็กตัวน้อย ๆไว้ในอ้อมแขน สัญญาว่าจะปกป้องลูกจากทุกอันตราย แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดจะมาจากเพื่อนรักที่วางใจเปิดบ้านรับเข้ามาอย่างเป็นกันเอง
‘ถ้าพ่อไม่ทำแบบนี้ ลูกจะไม่มีวันหลุดพ้นจากหลุมพรางที่มันขุดไว้... ให้ลูกเกลียดพ่อตอนนี้ ยังดีกว่าเห็นลูกต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเพราะคนแบบนั้น’
ผู้เป็นพ่อสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ แม้ในใจจะอยากเปิดประตูเข้าไปกอดลูกสาวแล้วปลอบประโลมเหมือนทุกครั้ง แต่รู้ดีว่าหากใจอ่อนในตอนนี้ อาจจะเสียพายไปตลอดกาล
ภวินท์ยืนฟังเสียงสะอื้นไห้ของพายอยู่เนิ่นนาน ราวกับว่าความเจ็บปวดของลูกสาวคือบทลงทัณฑ์ที่ตัวเองก็ต้องแบกรับไว้เช่นกัน ก่อนจะก้าวเดินจากไปพร้อมกับความเด็ดเดี่ยวที่แลกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย