บทที่7 เช็ดตัวให้คลายร้อน
หนึ่งสัปดาห์ที่ธามันต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ สำหรับพายมันยาวนานราวกับแรมปี เธอพบว่าตัวเองกระสับกระส่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกเช้าเธอจะแอบมองข้ามรั้วไปยังบ้านหลังเงียบเหงานั้น และทุกคืนเธอมักจะหยิบมือถือของภวินท์มาทำทีเป็นตรวจเช็กข้อความงานให้พ่อ แต่ความจริงคือเธอแอบเข้าไปส่องฟีดโซเชียลของธามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘ทำไมไม่มีรูปใหม่เลยนะ...’
พายพึมพำกับหน้าจอ เห็นเพียงรูปวิวตึกสูงที่เขาลงไว้เมื่อสามวันก่อน
ความโหยหาที่ค้างคาจากคืนนั้นมันรุนแรงกว่าที่เธอคิด รสสัมผัสของอาธามยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น และความอบอุ่นของอ้อมกอดเขายังหลอกหลอนเธอทุกครั้งที่หลับตา
จนกระทั่งเช้าวันนี้... รถสปอร์ตคันหรูกลับมาจอดที่บ้านหลังข้าง ๆ เช่นเคย ภวินท์เตรียมปิ่นโตอาหารไว้ตามปกติจึงรีบเดินไปดู พร้อมกับพายที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไปโดยไม่ต้องร้องขอ
ภายในห้องนั่งเล่นบ้านธามัน อากาศที่เคยเย็นฉ่ำกลับดูอึดอัด ชายหนุ่มร่างกำยำนอนทอดกายอยู่บนโซฟาหนัง ใบหน้าคมคายที่เคยดูดีอยู่เสมอ บัดนี้กลับดูซีดเซียวและมีเหงื่อซึมตามไรผม
“ธาม เป็นอะไรไปน่ะ” ภวินท์รีบวางปิ่นโตแล้วเข้าไปแตะหน้าผากเพื่อน
“ตัวร้อนจี๋เลยนี่หว่า พาย ไปเอายาในบ้านเรามาที แล้วเตรียมน้ำมาเช็ดตัวให้อาเขาด้วย”
“ค่ะพ่อ”
พายรับคำด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม เธอรีบวิ่งไปจัดการตามสั่งอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ภวินท์ยุ่งอยู่กับการหาสารพัดยา พายก็ได้โอกาสสลับหน้าที่มานั่งข้างกายธามัน เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ค่อย ๆ ซับลงบนใบหน้าและลำคอของเขาอย่างเบามือ
หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อสายตาซุกซนเลื่อนต่ำลงไปยังแผงอกตึงแน่นที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกสามเม็ด ผิวของเขาร้อนผ่าวจนผ้าในมือเธออุ่นขึ้นในทันที และเมื่อมองต่ำลงไปยังกางเกงสแล็กที่รัดรึง... ภาพไอติมแท่งใหญ่ในคืนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวจนหน้าเธอร้อนวูบวาบ
‘ไม่ได้นะพาย... คุณอาหลับอยู่... สติ พาย สติ'
เธอเตือนตัวเองพลางสะบัดหน้าไล่ความคิดอกุศล
“อืม...”
ธามันครางออกมาเบา ๆ พลางหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาอิดโรยปรือขึ้นมองคนข้างกาย
“ธาม นอนพักก่อนเถอะ อาการของธามยังไม่ดีขึ้นเลย” ภวินท์สั่งแกมบังคับ
“ไม่ได้พี่วิน... ผมมีงาน... ต้องไปพบคุณเมคินที่ต่างจังหวัด สำคัญมาก...ถ้าพลาดไปบริษัทพังยับแน่”
ธามันพูดเสียงแหบพร่า พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
“ลูกค้าคนสำคัญคนนั้นน่ะหรอ... เอาอย่างงี้นะธาม พักผ่อนเถอะ ธามเป็นเจ้าของบริษัทนะ ไว้ใจพี่ได้ พี่จะไปพบเขาแทนเอง ส่วนแกก็นอนนิ่ง ๆ อยู่ที่บ้านให้อาการดีขึ้นเสียก่อน”
ธามันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมทิ้งตัวลงนอนอย่างโล่งใจ สายตาของเขาเหลือบไปมองพายที่ยืนถือกะละมังน้ำอยู่ไม่ไกล
“พาย...” ภวินท์หันมาหาลูกสาว
“พ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัดแทนอาธามสักสาม วันนะ แกมาดูแลอาเขาด้วย พ่อฝากด้วยนะ ช่วงนี้แกกำลังจะสอบ ถือว่ามานั่งอ่านหนังสือที่บ้านอาเขาแล้วกัน”
“พี่วิน... ไม่เป็นไรพี่... มันจะลำบากน้องพายนะ”
ธามันแทรกเสียงบางเบา แต่แววตาอิดโรยกลับแฝงประกายบางอย่างที่อ่านยาก
“ไม่เป็นไรธาม พายเป็นคนที่พูดแล้วฟัง เข้าใจอะไรง่าย พ่อฝากด้วยนะพาย ดูแลอาเขาให้ดีด้วย”
พายหัวใจพองโตจนแทบระเบิด ความเสียดายจากอาทิตย์ก่อนกำลังจะได้รับการชดเชย เธอพยายามปั้นหน้านิ่งเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงพายหรอกค่ะ... พายโตแล้ว ทำงานบ้านดูแลคนป่วยได้อยู่แล้วนะ พ่อรีบไปทำงานหาเงินมาจ่ายค่าเทอมพายเถอะค่ะ ทางนี้พายจะขยันมาดูคุณอาให้เองค่ะ...”
พายจงใจใช้น้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับสบตากับธามันที่นอนมองเธออยู่ ดวงตาของเขาไม่ได้ฉายประกายดุดัน แต่มันกลับมีความลึกซึ้งบางอย่างที่บอกให้รู้ว่า... สามวันที่พ่อไม่อยู่ เขาเองก็พร้อมจะให้เธอ ดูแลอย่างเต็มที่เช่นกัน
“ครับ... ขอบคุณครับพี่วิน...ผมจะตอบแทนให้นะครับ” ธามันตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะหลับตาลงเพื่อซ่อนรอยยิ้มร้ายที่กำลังจะปรากฏขึ้น
"ไม่เป็นไร...คืองานนี่น่า พี่เป็นลูกน้องแก...เอาเป็นว่าฝากลูกสาวพี่ด้วยนะ...อย่าให้หนีเที่ยวที่ไหนล่ะ"
"ครับ...น้องพายไม่กล้าหนีเที่ยวแน่นอน..."
พายถลึงตามองพ่อสลับกับธามัน พ่อกำลังฝากเนื้อชิ้นดีให้กับราชสีห์ตัวโตที่นอนซมอยู่
หลังจากส่งภวินท์ขึ้นรถไปแล้ว บ้านทั้งหลังก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางแผ่วเบา พายยกกะละมังน้ำอุ่นใบเดิมเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่นึกถึงสายตาของเขาตอนที่พ่อยังอยู่
แสงไฟส่องให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่ยังคงนอนพาดกายอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม ธามันหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแต่ดูหนักหน่วง พายทรุดตัวลงนั่งบนพื้นพรมข้างโซฟาช้า ๆ เธอยื่นหลังมือไปแตะที่หน้าผากกว้างเพื่อเช็กอุณหภูมิ
“ตัวยังร้อนอยู่เลย...” พายพึมพำกับตัวเองด้วยความเป็นห่วง
ทว่า... ในจังหวะที่เธอจะชักมือกลับ ข้อมือเล็กก็ถูกมือหนาแผ่ความร้อนคว้าหมับไว้ ธามันไม่ได้แค่จับ แต่เขากลับออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ร่างบางที่ไม่ได้ตั้งตัวก็ถลาลงไปทับบนแผงอกแกร่งของเขาในท่านอนคว่ำหน้าทันที
“ว้าย! อาธาม... ตื่นอยู่เหรอคะ”
พายร้องอุทาน หน้าอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับลอนกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกจนเกือบหมด ความร้อนจากผิวกายของเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้ามาถึงตัวเธอ
“อืม... อาหนาว แต่พอพายมาใกล้ ๆ... มันกลับรู้สึกร้อน...ขึ้นมาทันที”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหู ธามันลืมตาขึ้นมองสบตากับพายในระยะไม่ถึงคืบ แววตาของเขาไม่ได้ดูอ่อนร้าเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าพ่อ แต่มันกลับวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะปิดบัง มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาลูบไล้จากสะโพกมนขึ้นมาถึงกลางหลังบางอย่างเชื่องช้า
“อาธามปล่อยพายก่อนค่ะ... พายจะเช็ดตัวให้ จะได้ไข้ลดไงคะ พ่อสั่งไว้...” พายพยายามประท้วงทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ
“ผ้าเย็น ๆ พวกนั้นมันจะไปช่วยอะไรได้...”
ธามันพลิกกายเพียงนิดให้เธอนอนตะแคงเบียดอยู่ระหว่างเขากับพนักโซฟา แขนแกร่งรัดเอวคอดไว้แน่นจนร่างทั้งสองบดเบียดกันทุกสัดส่วนบนพื้นที่ที่จำกัด
“ยาที่กินไป... มันสู้รสสัมผัสจากพายไม่ได้เลย รู้ไหม”
“ปากหวานแบบนี้... ไข้ลดแล้วแน่ ๆ ยังจะมาบอกว่าไม่ใช่เพราะยาอีก...”
"ยาอะไรก็ไม่รู้ ทำให้ปากของอาขมมาก...เนื้อตัวก็อึดอัดไปหมด"
พายพยายามทำใจกล้า สบตาคมกริบคู่นั้นอย่างท้าทาย เธอเลื่อนมือไปสัมผัสที่หน้าอกแกร่งของเขาเบาๆ
“แล้วอาธามอยากให้พายรักษาด้วยวิธีไหนล่ะคะ... อาถึงจะหายอึดอัด”
ธามันหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงหัวใจคนฟัง เขาโน้มใบหน้าลงมาคลอเคลียที่ซอกคอขาวระหง กลิ่นหอมจาง ๆ จากแป้งเด็กที่พายทาตัวมาผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มที่คุกรุ่นด้วยพิษไข้นั้นคือยาชูกำลังชั้นดี
“รักษายังไงก็ได้... ที่จะทำให้คืนนี้พายไม่ต้องหนีกลับบ้านไปก่อน"
เขาพูดพลางกดจูบลงที่ไหล่มนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะไล่ลงมาที่พวงแก้มใส
“อาเหงามาทั้งอาทิตย์แล้วนะพาย... ในหัวอาสลัดภาพพายไม่ออกเลย...คิดถึงอาหรือเปล่า”
พายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายอยู่ในกองเพลิงที่ชื่อว่าธามัน เธอซบหน้าลงกับอกอุ่น สูดดมกลิ่นอายชายหนุ่มที่โหยหามานาน ความโรแมนติกที่โอบล้อมรอบกายบนโซฟาตัวเดิมที่เธอเคยแอบดูเขาทำเรื่องอย่างว่า... ทำให้เธอลืมสิ้นทุกกฎเกณฑ์
“พายก็... คิดถึงอาเหมือนกันค่ะ” เธอกระซิบตอบพลางเงยหน้าขึ้นรับจูบที่เขามอบให้
รสจูบที่เคยดุดันเริ่มผ่อนจังหวะลงเมื่อลมหายใจของคนตัวโตติดขัด ธามันผละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย เขาซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน หอบหายใจหนักหน่วงจนพายรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากลมหายใจของเขา
“อาธาม... ไหวไหมคะ” พายกระซิบพลางลูบแผ่นหลังกว้างอย่างปลอบประโลม
“อืม... เหมือนยาจะออกฤทธิ์แล้ว ดีขึ้นแต่อาอยากหลับ...”
ธามันครางตอบเสียงแหบพร่า แขนแกร่งที่เคยรัดแน่นเริ่มผ่อนแรงลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด
“แต่ขออยู่แบบนี้อีกนิดนะพาย... อย่าเพิ่งไปไหนเลย”
พายมองดูใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้เปลือกตาเริ่มปิดลงเพราะทนพิษไข้และความเพลียไม่ไหว เสน่ห์ของพยัคฆ์ร้ายจางหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มที่ดูเปราะบางและต้องการการดูแล
เธอค่อย ๆ ขยับตัวจัดท่าทางให้นอนตะแคงซุกอยู่ในอ้อมอกเขาได้ถนัดขึ้น มือเล็กดึงผ้าห่มผืนบางที่พาดอยู่ปลายโซฟาขึ้นมาคลุมร่างของทั้งคู่ไว้
“พายไม่ไปไหนหรอกค่ะ... จะอยู่เฝ้าจนกว่าอาจะหายขมปากเลยดีไหม” พายกระซิบหยอกเย้าเสียงเบา
ธามันไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เขาเพียงแต่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นซุกใบหน้าเข้ากับกลุ่มผมหอมกรุ่นของเด็กสาว กลิ่นแป้งเและกลิ่นกายสาวทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฤทธิ์ยาบวกกับความอ่อนเพลียจากการเดินทางเริ่มทำหน้าที่ดึงเขาดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา
พายที่ตั้งใจจะรอให้เขาหลับก่อนแล้วค่อยแอบกลับบ้าน กลับพบว่าจังหวะหัวใจที่เต้นสม่ำเสมอและความอบอุ่นจากร่างกายหนามันเหมือนมนต์สะกด ความเงียบเชียบของบ้านทำให้เปลือกตาของเธอก็เริ่มหนักอึ้งเช่นกัน
สุดท้าย... พยาบาลสาวจำเป็นก็แพ้พ่ายให้กับความนุ่มนวลของโซฟาตัวเดิม เธอซุกหน้าเข้ากับอกแกร่ง สูดดมกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แล้วหลับไปพร้อมกับคนป่วยที่เธอคิดถึงมาหลายวัน