บทที่ 6 ความลับ...ข้างบ้าน
“สิบห้านาที... ยังพอมีเวลาให้พายรับผิดชอบสิ่งที่ทำค้างไว้นะครับ”
คำรามเสียงต่ำของธามันทำเอาพายที่กำลังลนลานถึงกับชะงัก ร่างบางถูกตรึงไว้ด้วยอ้อมกอดแกร่ง ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เคยทำให้สติพร่าเลือนดูเหมือนจะเจือจางลงไปบ้างเพราะความกลัวพ่อที่พุ่งขึ้นมาจุกอก แต่ว่า... สัมผัสจากมือหนาที่ยังวนเวียนอยู่ตรงสะโพกกลับทำให้เธออยากจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขามากกว่า
“แต่อาธาม... พ่อรออยู่นะคะ”
พายเถียงเสียงแผ่ว แต่ใบหน้ากลับแหงนรับจูบที่เขามอบให้
ธามันไม่ได้จูบอย่างดุดันเหมือนก่อนหน้านี้ เขาเพียงแต่แตะริมฝีปากลงมาเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ละเมียดละไมจนพายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาแก้วที่เขาทั้งรักทั้งหวงแหน ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาทำให้ใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเริ่มสงบลง
“อาไม่ทำอะไรเราต่อหรอกครับ... วันนี้พายเมามากแล้ว”
เขาถอนจูบออกช้า ๆ นิ้วโป้งคลึงวนที่กลีบปากช้ำบวมอย่างเบามือ
“กลับบ้านนะ... คนดี”
คำว่าคนดีที่หลุดออกมาจากปากชายหนุ่มผู้แข็งกร้าว ทำเอาพายรู้สึกเหมือนใจจะละลายลงตรงนั้น แม้ในใจจะแอบเสียดายที่บทเรียนเมื่อครู่ถูกตัดตอนไป แต่อีกใจก็ซาบซึ้งในความสุภาพบุรุษที่เขาพยายามรักษาไว้เพื่อเธอ
ธามันประคองพายลุกขึ้น เขาคุกเข่าลงอีกครั้งเพื่อเช็กข้อเท้าที่บวมแดงของเธอ มือหนาออกแรงดึงและคลึงเบา ๆ จนเสียงกระดูกดัง กึก พายสะท้านทั้งตัวแต่มันกลับทำให้ความเจ็บแปลบหายไปอย่างน่าอัศจรรย์
“อาช่วยทำให้หายเคล็ดยังพอเดินไหว... ฟังอานะพาย พออาเดินออกไปเปิดประตูรั้ว พ่อเราต้องเดินมารับอาแน่ ๆ จังหวะนั้นให้พายอาศัยเงามืดปีนกลับบ้านทันที”
"ค่ะ...เสียดายจัง..."
"หืมมมมม...เสียดายอะไร"
"ป่ะ...เปล่าค่ะ"
เขาอมยิ้มมองใบหน้าสาวน้อยที่ก้มหน้าลง ใบหน้าเธอดูสิ้นหวังมาก แต่แววตากลับมีความกังวลหน่อย ๆ
'นี่ฉันบ้าบิ่นอะไรขนาดนี้เนี้ย...พ่อก็กลัว...แต่ก็กลัวไม่ได้กินเขา...ได้แต่แตะ ๆ '
“อาธาม... ขอบคุณนะคะ” พายกระซิบเสียงสั่น
“ไปได้แล้วครับ... ก่อนที่อาจะเปลี่ยนใจขังเราไว้ที่นี่ทั้งคืน”
ธามันเดินไปกดกริ่งหน้าบ้านเพื่อนรุ่นพี่รัว ๆ เพื่อเรียกความสนใจจากคนในบ้าน ก่อนจะหันมาส่งสายตาให้พายเตรียมตัว
เขายกยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายแต่ก็แสนอบอุ่นในคราวเดียวกัน
พายรีบพยุงตัวเองไปที่กำแพงระแนงหลังบ้าน ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูรั้วเปิดออกและเสียงทักทายของภวินท์ดังขึ้นว่า
“อ้าวธาม เดินมาเร็วนี่นา”
ธามันก็รีบชวนพ่อของเธอคุยยื้อเวลาเรื่องแบบแปลนงานอย่างเป็นธรรมชาติ พายอาศัยจังหวะนั้นปีนข้ามรั้วอย่างรวดเร็ว แม้จะยังขัด ๆ ที่ข้อเท้าแต่เธอก็รอดกลับเข้าบ้านทางประตูหลังได้สำเร็จ
พายวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาบนห้องนอน ล็อกประตูแน่นหนาแล้วรีบถอดเดรสเจ้าปัญหาทิ้ง พร้อมวิ่งเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันเพื่อลบกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นกายของคนตัวโตออกให้หมด ก่อนจะสวมชุดนอนน่ารักแขนยาวที่ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่มี ไม่ลืมจะทาครีมรองพื้นปิดสิ่งที่เธอกับเขาสร้างขึ้น
เธอกระโดดขึ้นเตียง ซุกตัวลงใต้ผ้าห่มผืนหนา หัวใจยังคงเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก
พายหลับตาลง ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่บนโซฟาและบนเตียงของอาธามฉายซ้ำเหมือนภาพยนตร์ที่กดรีเพลย์ สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนา กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่ติดอยู่ตรงปลายจมูก และความยิ่งใหญ่ที่เธอเพิ่งจะได้สัมผัสจัง ๆ เป็นครั้งแรก... ทั้งหมดนั้นทำให้เธอเผลอจิกหมอนแน่น
‘คนบ้า... ทำไมถึงเซ็กซี่ได้ขนาดนี้นะ...’
เธอยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังรู้สึกถึงความอุ่นจากจูบของเขา รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยในความมืด ความรู้สึกฟินจนตัวลอยคืบคลานเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว แม้จะแอบเสียดายลึก ๆ ที่สิบห้านาทีนั้นไม่ได้จบลงอย่างที่ใจปรารถนา แต่การที่เขายอมหยุดและปกป้องเธอ กลับทำให้เขายิ่งดู หล่อขึ้นอีกหลายเท่าในสายตาเธอ
“คอยดูเถอะอาธาม... ครั้งหน้าพายจะไม่ปล่อยให้อาหยุดง่าย ๆ แบบนี้แน่...เสียดายมาก”
พายพึมพำกับตัวเองก่อนจะหลับไปด้วยหัวใจที่อิ่มเอม ธามันกำลังนั่งจิบไวน์คุยกับพ่อของเธอด้วยท่าทางนิ่งสงบ... ทั้งที่ในใจของเขายังคงเร่าร้อนด้วยไฟปรารถนาที่เธอจุดเพลิงไว้
เวลาล่วงเลยไปกว่าสองชั่วโมง กลิ่นอายของไวน์แดงสายพันธุ์ดีอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น ภวินท์และธามันนั่งจิบไวน์พลางหัวเราะร่าด้วยความสนิทสนมตามประสาพี่น้องที่ร่วมงานกันมานาน ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มทำหน้าที่ของมัน ผิวหน้าของชายหนุ่มทั้งสองขึ้นสีระเรื่อ ท่าทางผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความสุขุมแบบผู้ใหญ่
ธามันเริ่มใจและกายสงบเขาประคองแก้วไวน์ในมือพลางหมุนวนให้น้ำสีทับทิมกระทบแสง ดวงตาคมกริบไม่ได้หลุดพิรุธเรื่องเหตุการณ์เร่าร้อนที่บ้านเขาเมื่อสักพักเลยแม้แต่นิดเดียว
“ธาม... พี่ถามจริงเหอะวะ” ภวินท์วางแก้วลงพลางจ้องหน้าเพื่อนรุ่นน้อง
“แกก็อายุสามสิบสองแล้วนะ งานก็รุ่ง ฐานะก็มั่นคง หน้าตาก็ระดับพรีเมียม ทำไมป่านนี้ยังไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตนสักที... หรือว่าสาวคนนั้นที่มาบ้านเมื่อเย็นคือว่าที่น้องสะใภ้พี่”
ธามันกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาที่จ้องมองไวน์ดูเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง
“คนนั้นเป็นแค่... คนที่ผมจ้างมาปลดปล่อยความอึดอัดในกายเฉย ๆ ครับพี่วิน จบงานก็จบกัน ไม่ใช่คนที่จะมาเดินข้างกายผมได้หรอก”
“โถ่ธาม... แกนี่มันเสือเลือดเย็นจริง ๆ” ภวินท์หัวเราะพลางตบบ่าเพื่อน
ขณะเดียวกันที่ชั้นบน พายที่นอนกระสับกระส่ายหลับ ๆ ตื่น ๆ ความโหยหาและเสียงหัวเราะของชายหนุ่มด้านล่างดึงดูดให้เธอต้องหาเรื่องลงไปเห็นหน้าเขาอีกครั้ง
เธอจัดการสำรวจความเรียบร้อยของชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม แล้วค่อยๆ ย่องลงบันไดมา แสร้งทำเป็นเดินเข้าไปในโซนห้องครัวที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่น
“พาย... ตื่นมาทำไมลูก” ภวินท์ทักขึ้นเมื่อเห็นเงาร่างลูกสาวเดินผ่าน
“เสียงดังขนาดนี้... หนูคงนอนหลับมั้งคะ” พายทำเป็นบ่นอุบอิบพลางหยิบเหยือกน้ำ
“พายหิวน้ำค่ะ เลยลงมาหาอะไรดื่ม พ่อกับคุณอาก็ดื่มกันต่อเถอะค่ะ ไม่ต้องสนใจพาย”
ธามันปรายสายตาคมกริบมองสาวน้อย พายในชุดนอนดูไร้เดียงสาและน่ารังแกเสียจนเขาต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดอารมณ์ สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วครู่...
พายส่งสายตาวิงวอนแกมตัดพ้อที่เขาทิ้งจังหวะให้ค้างคา ส่วนธามันกลับจ้องเธอนิ่งเหมือนเสือที่กำลังประเมินเหยื่อ
'สายตาดูนิ่งมาก คือทำไมเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย..ทั้ง ๆ ที่ฉัน....งื้อออใจร้าย'
เขาสลัดสายตาออกจากพายแล้วหันมาทางภวินท์พร้อมคำถามที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“พี่วินถามผมว่าทำไมยังไม่มีใครใช่ไหมครับ... จริง ๆ ตอนนี้ผมเริ่มอยากมีเป็นตัวเป็นตนแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ว่า... เขาจะสนใจผู้ใหญ่ที่ดูเผด็จการอย่างผมไหม”
พายที่กำลังรินน้ำใส่แก้วถึงกับชะงัก มือเรียวเล็กเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่
“ธามดีขนาดนี้ สาวที่ไหนจะไม่สนใจวะ” ภวินท์ตอบอย่างมั่นใจเพราะความมึนเมา
“งั้นผมขอสมมติหน่อยนะพี่...” ธามันเว้นจังหวะพลางลอบมองแผ่นหลังบางของพาย
“ถ้าเป็นพี่วิน ในสถานะผู้ใหญ่... หากเจอผมในฐานะแฟนลูกสาว พี่วินจะชอบคนอย่างผมไหม”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่โยนลงกลางโต๊ะไวน์ ภวินท์เลิกคิ้วขึ้นสูง แต่อาการมึนหัวทำให้เขาไม่ได้คิดลึกไปกว่าเรื่องล้อเล่น
“ชอบสิ ดีใจมากด้วยนะ ถ้าธามมาเป็นลูกเขยพี่ พี่คงไม่ต้องห่วงอะไรเลย แกดูเเลลูกสาวพี่ดีแน่นอน พี่มั่นใจ”
เพล้ง!
เสียงแก้วคริสตัลในมือพายร่วงลงพื้นแตกกระจายดังสนั่นห้องครัวเศษแก้วกระเด็นไปทั่วพื้นพอ ๆ กับใจของเธอที่หล่นหายไปกับคำพูดของพ่อ พายยืนตัวนิ่งใบหน้าแดงซ่านไปถึงใบหูด้วยความตื่นใจ
“พาย เป็นอะไรลูก” ภวินท์รีบลุกขึ้นจะเดินไปดู
“อุ้ย ปะ...เปล่าค่ะพ่อ แค่แก้วหลุดมือเฉย ๆ พายซุ่มซ่ามเองค่ะ”
เธอละล่ำละลักตอบ พยายามก้มลงเก็บเศษแก้วเพื่อหลบซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าว
ธามันมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครอ่านออก เขาจิบไวน์อึกสุดท้ายก่อนจะวางแก้วลงอย่างนิ่มนวล
“ระวังหน่อยนะครับน้องพาย... เศษแก้วมันคม ถ้าโดนบาดจนเป็นแผล...คนแถวนี้จะปวดใจเอานะครับ”
น้ำเสียงที่เหมือนจะล้อเลียนแต่แฝงไปด้วยความอาทรลึก ๆ ทำเอาพายแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอรีบเก็บเศษแก้ว พร้อมสายตาที่บอกให้รู้ว่าคำสมมติเมื่อครู่คือเป้าหมายที่เขาอาจจะทำให้มันเป็นจริง
หลังจากพายทำแก้วแตก ภวินท์ที่กำลังกรึ่มได้ที่ก็ขำพรืดกับความซุ่มซ่ามของลูกสาว ก่อนที่โทรศัพท์จะสั่นแจ้งเตือนสายนอกที่รอคอยมานาน
“เฮ้ยธาม... เดี๋ยวพี่มานะ สาวโทรมาว่ะ ขอไปคุยตรงโซฟาโน้นแป๊บ”
ภวินท์หัวเราะร่าพลางชี้มือไปทางห้องนั่งเล่นที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงระรื่น
“ว่าไงจ๊ะคนสวย... คิดถึงพี่เหรอ...”
พายที่กำลังก้มเก็บเศษแก้วชิ้นสุดท้ายรู้สึกถึงลมหายใจที่ขัดห้วง เมื่อฝีเท้าของพ่อเดินห่างออกไปแต่ทว่ากลับมีเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาบดบังแสงไฟจากด้านหลังแทน
“ตกใจจนแก้วแตกเลยเหรอครับ... หรือว่าตกใจที่พ่อเราอนุญาตให้อาเป็นลูกเขย”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู พายสะดุ้งรีบหยัดกายลุกขึ้นแต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวคอดดึงเข้าหาตัวจนแผ่นหลังแนบชิดกับอกกว้าง ธามันกักขังเธอไว้ระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับร่างกายกำยำของเขา
“อาธาม ปล่อยค่ะ... พ่ออยู่ข้างนอกนะ”
พายกระซิบเสียงสั่นระรัว ดวงตากลมโตเหลือบมองไปยังห้องนั่งเล่นที่เห็นแผ่นหลังของพ่อนั่งคุยโทรศัพท์อยู่อย่างร่าเริง
“พ่อเรากำลังคุนสนุก... คงไม่มีเวลามาสนใจหรอกว่าอาทำอะไรกับลูกสาวเขาในห้องครัว”
ธามันไม่พูดเปล่าเขาเชยคางมนขึ้น สบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวาดหวั่นทว่าเย้ายวน แววตาของเขากลายเป็นสีเข้มจัดราวกับสัตว์ร้ายที่อดโซมานาน เขาโน้มใบหน้าลงมาจูบซับที่ซอกคอขาวที่มีรอยรักจาง ๆ จากฝีมือเขาเมื่อชั่วโมงก่อน
“อื้อออ... อย่าค่ะอา... เดี๋ยวพ่อเห็น”
พายพยายามผลักอกเขาออก แต่แรงมหาศาลจากมือหนาที่บีบเค้นสะโพกเธอทำให้ขาแข้งเริ่มอ่อนแรง
“กลัวเหรอทีตอนแอบปีนเข้าบ้านอา... ไม่เห็นจะกลัวแบบนี้เลย”
ธามันเจรจาเสียงต่ำ ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงมาปิดปากที่กำลังจะขัดขืนของเธออย่างรุนแรง
“อื้อออ”
พายเบิกตาโพลง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา เสียงภวินท์ที่คุยหัวเราะกับสาวในโทรศัพท์ดังแว่วมาเป็นระยะ ยิ่งทำให้รสจูบที่ธามันมอบให้ดูดุดันและเร่าร้อนขึ้นทวีคูณ
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างหิวกระหาย จูบนี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มันเต็มไปด้วยความต้องการที่ถูกกดขัดไว้จากไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วมา
มือหนาของธามันเริ่มรุกราน ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าชุดนอนผ้าฝ้ายขึ้นมาหาทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ พายสติแทบแตก เธอทั้งกลัวพ่อย่างสุดขีดแต่ร่างกายกลับซ่านสยิวจนเผลอเบียดกายเข้าหาความแข็งแกร่งของเขา
“พาย... อาบอกแล้วไงว่าอาจะคิดค่าดูให้คุ้ม...” ธามันถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดเพื่อกระซิบพร่า
“อยากรู้ไหมว่าถ้าอากินพายต่อหน้าพ่อ... มันจะรู้สึกยังไง”
“คนบ้า... อาธาม... พอก่อนค่ะ พ่อจะวางสายแล้ว”
พายประท้วงทั้งน้ำตาคลอเบ้า เมื่อเห็นพ่อเริ่มขยับตัวที่โซฟา
ธามันกระตุกยิ้มร้าย เขาจงใจขบเม้มที่ติ่งหูของเธออย่างแรงทิ้งท้าย ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็วและแนบเนียนในวินาทีที่ภวินท์วางสายแล้วเดินกลับมาทางห้องครัว
“อ้าว... พาย ยังเก็บไม่เสร็จอีกเหรอ”
ภวินท์ทักขึ้นพลางมองลูกสาวที่หน้าแดงก่ำและยืนหอบหายใจติดขัด
“เป็นอะไรน่ะหน้าแดงเชียว ไข้ขึ้นหรือเปล่า”
“ปะ...เปล่าค่ะพ่อ ในนี้มันร้อน... พายเก็บเสร็จพอดี ขอตัวไปนอนนะคะ”
พายรีบจ้ำเท้าหนีขึ้นชั้นบนโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก
“เด็กวัยรุ่นก็แบบนี้แหละครับพี่วิน...อารมณ์ เปลี่ยนง่ายจนตามไม่ทัน”
ธามันพูดพลางปรายตาไปทางบันไดที่พายเพิ่งวิ่งหายไป รอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อร้าย คืนนี้เขาไม่ได้แค่ดื่มไวน์รสเลิศ แต่เขายังได้ลิ้มรสของหวานที่ติดตรึงใจยิ่งกว่าสิ่งใด