ร่างบางของสาวน้อยวัย22ปี ที่ตอนนี้เธออยู่ในชุดราตรีสีดำ พร้อมกับน้ำตาที่นองหน้าทำให้หัวใจคนเป็นพี่ชายนั้นเจ็บยิ่งกว่าเธอเป็นร้อยเท่า เขามองหน้าน้องสาวสุดที่รักของตัวเองที่ตอนนี้เธอยกปืนขึ้นมาจ่อหัวตัวเอง
"อย่าทำอะไรบ้าๆนะ ราฟาส"เสียงที่สั่นเครือไปด้วยความเสียใจและความกลัว นั่นหาทำให้สาวน้อยผู้นั้นจะเกรงกลัวเขาเหมือนเคยไหม
"หนูรักเขา แต่เขาไม่ได้รักหนู"เธอพูดพร้อมกดลั่นไกปืน
'ปัง'
เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นนั้นทำให้ราชิคบีฟาเรส ฟาฮามัตร์ตื่นขึ้นจากความฝันที่ครั้งหนึ่งมันคือความจริง เขาค่อยๆลุกจากเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ด้วยความเคยชินของการนอนที่สวมใส่เพียงกางเกงเท่านั้นทำให้ส่วนบนเผยให้เห็นหุ่นที่สาวๆหลายคนต่างปราถนาชายหนุ่ม หุ่นที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทุ่มเทในการออกกำลังอย่างหนักอย่างเขา มันทำให้เขาดูสมบูรณ์แบบอย่างหาที่สุดไม่ได้
"มีอะไร"ด้วยหน้าตาที่เรียบเฉยและเสียงที่ฟังดูดุดัน ทำให้ลูกน้องคนสนิทอย่างจาเดสที่รู้ว่าตัวเองมากวนเวลานอนของผู้เป็นเจ้านายก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
"คือ น้องสาวบุญธรรมของคุณคิง จะเดินทางมาถึงอเมริกาวันนี้ในช่วง ตี5ครึ่งครับ"
"ไปเตรียมตัวฉันจะไปรับเธอที่สนามบินเอง"ราชิพูดจบก็เดินเข้าห้องตัวเองทันที วันและเวลาที่ผ่านไปทำให้ตอนนี้วันที่เขารอคอยมาถึงแล้ว ราชิคใช้เวลาแต่งตัวเพียงไม่นานเขาก็เดินออกมาจากห้องนอนและลงมาชั้นล่าง ที่ตอนนี้มีลูกน้องเขารอเขาอยู่แล้ว
"เตรียมเครื่องเลย ฉันจะกลับดูไบวันนี้"เขาเอ่ยสั่งลูกน้องตัวเองก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถ
บรรยากาศภายในสนามบินแห่งลอสแอนเจลิสที่ตอนนี้มีผู้คนเพียงไม่มาก อาจจะเป็นเพราะตอนนี้พึ่งจะตี5กว่า ทำให้ผู้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไร ราชิคมาถึงสนามบินเพียงไม่นานบุคคลที่เขามารอรับก็เดินทางมาถึงเช่นกัน
"เชิญคุณผู้หญิงไปกลับพวกเราดีกว่าครับ"ยัสมัทต์ เดินเข้าไปขว้างหน้าของ เบลด้า การจณิสตา แอนธินี และเอ่ยบอกกับเธออย่างไม่อ้อมค้อมทำให้เธอตกใจเล็กน้อย
"พวกคุณเป็นใคร"เธอเอ่ยถามพร้อมกับถอยห่างเขาเล็กน้อย
"คุณยังไม่ต้องรู้ตอนนี้หรอกครับ เพียงแต่ไปกับพวกเราเพื่อความปลอดภัยของตัวเองดีกว่า"
"นายรู้ไหม ว่าพี่ชายของฉันเป็นใคร"เธอพูดออกไปเพียงเพื่อที่พวกเขาจะรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแต่เปล่าเลย
"แน่นอน และเขาจะรู้ว่าพวกเราเป็นใคร.....เชิญ"ยัสมัทธ์เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ดูน่ากลัวขึ้นมากกว่าครั้งแรก พร้อมกับเปิดเสื้อสูทตัวนอกออกเล็กน้อยเพื่อให้เบลด้าเห็นปืนของตัวเอง และมันเป็นผลทำให้เธอเดินไปพร้อมพวกเขาอย่างง่ายได้ ยัสมัทธ์พาตัวเองไปที่เครื่องบินส่วนตัวของราชิคที่ตอนนี้เครื่องพร้อมบินเสมอรอเพียงเจ้าของเครื่องสั่งบิน เบลด้าที่ไม่มีหนทางหนีเธอก็เลือกที่จะเงียบโดยไม่พูดอะไรหรือโวยวายออกมาแม้แต่น้อย
"ได้ตัวมาแล้วครับนาย"ยัสมัทธ์เอ่ยบอกกันทีเมื่อพาเธอขึ้นมาข้างบนตัวเครื่องบิน ราชิคหันมามองตามคำของยัสมัทธ์และสิ่งที่เขาได้เห็นนั้น มันทำให้เขาหยุดมองที่เธอก่อนที่จะเอ่ยอะไรออกมา เขายอมรับว่าเธอสวยกว่าที่เขาคิด
"ค้นหาอุปกรณ์สื่อและเอกสารสำคัญ ออกมาให้ฉัน"
"คุณทำไปแบบนี้ไม่ได้นะ"เบลด้าโวยวายขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายตรงหน้าสั่งลูกน้องตัวเอง
"ได้ซิ ฉันทำได้มากกว่านี้อีก"
"ฉันไปทำอะไรให้คุณ"เบลด้าอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้เพราะเธอไม่เคยรู้จักกับชายคนนี้แม้แต่น้อย
"เธอได้รู้แน่แต่ไม่ใช่ตอนนี้"
อีกฝากฝั่งขอโลก
"หาเธอเจอหรอยัง"เสียงที่บ่งบอกได้ว่าเจ้าของเสียงนั้นรู้สึกโกรธแค่ไหน คิง คริสโตเฟอร์ แอนธินี เริ่มอยู่ไม่เป็นสุขเมื่อลูกน้องที่เขาส่งให้ไปรับน้องสาวบุญธรรมอย่าง เบลด้า การจณิสตา แอนธินี หาตัวเธอไม่เจอ และบอกเขาเพียงว่าเธอหายตัวไปและไม่รู้ว่าหายไปไหน
"ยังครับ"ลูกน้องคนสนิทของเขาก็ทำได้แต่ก้มหน้าหลบไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าผู้เป็นเจ้านาย
"ตามหาจนกว่าจะเจอ....ไม่ว่ายังไงก็อย่าหยุดหา"คิงพูดจบก็เดินออกไปจากห้องโถงภายในบ้าน
"เตรียมรถ ฉันจะไปสนามบิน"เพียงไม่นานคิงก็เดินทางมาถึงที่ สนามบิน เพื่อที่จะขอหลักฐานว่าใครเป็นคนจับน้องสาวเขาไป แต่ยังไม่ทันทีคิงจะสอบถามอะไรต่อพนักงาน เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดัง คิงแสดงสีหน้าออกมาอย่างปิดไม่มิดเมื่อชื่อที่แจ้งเตือนการโทรเข้าบนหน้าจอโทรศัพท์คือคนที่เขาไม่คิดว่าชาตินี้จะโทรมาหาเขาอีก แต่แล้วความคิดที่คิงกลัวอยู่ในใจก็ผุดขึ้นมาทำให้เขากดรับโทรศัพท์ทันที
"ตามหาเจอยัง"เสียงที่มักทายมาจากปลายสายทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าปลายสายหมายถึงเรื่องอะไร
"มึงอย่าทำอะไรบ้าๆนะ"คิงพูดออกมาอย่าใจคอไม่ดี
"มึงไม่ต้องห่วง กูจะดูแลอย่างดี"ปลายสายพูดจบก็ตัดสายไปทันที
'ไอ้ราชิค'
"เกิดอะไรขึ้นครับนาย"โจธาน ที่ได้ยินเสียงของเจ้านายก็รีบเดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยถาม
"กลับ"คิงไม่ตอบอะไร เพียงแต่สั่งลูกน้องออกไปอย่างอารมณ์เสีย
ทางด้าน ราชิค
หลังจากวางสายจากคิงแล้วเขาก็ได้แต่มองผู้หญิงคนหน้า หลังจากเธอสงบลงได้เพียงไม่ถึงสิบนาที แต่ก็สามารถหลับได้เลยทั้งที่ตัวเองไม่รู้ซ้ำว่าเธออยู่กับใครและจะถูกพาไปไหน เขายอมรับว่าเขาโกรธพี่ชายเธอมาก ที่ทำให้เขาต้องเกือบสูญเสียน้องสาวคนเดียวในชีวิตไป แต่ตอนนี้มันก็ไม่ต่างที่เขาเสียเธอไป เพราะเขาเหมือนเสียน้องสาวตัวเองก็ไม่ปานเธอหลับไปแล้วไม่เคยตื่นขึ้นมาอีกเลยและนี้ก็เข้าปี ที่5แล้วแต่ทุกย่างกับเหมือนเดิม
"ฉันควรทำยังไงกับเธอดี"เขาพูดออกมาเหมือนละเมอ
การเดินทางที่แสนยาวนานก็จบลงหลังจากที่ย่างเข้าวันใหม่มาได้3ชั่วโมง ราชิคก็พาเบลด้ามาถึงบ้านตัวเอง
"พาเธอไปพักที่ห้องข้างห้องฉัน"ราชิคพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกจากบ้าน ทำให้เบลด้าเรียกเขาไว้ก่อน
"คุณจะไปไหน"
"มันไม่ใช่เรื่องของเธอ"ราชิคตอบแค่นั้นก็เดินออกไปไม่สนคนด้านหลังเลยว่าเธอมีสีหน้าแบบไหน
"เชิญค่ะ"แม่บ้านคนหนึ่งเธออายุไล่เลี่ยกันกับเธอเอ่ยออกมา ทำให้เบลด้ารู้สึกตัว
"ค่ะ"เบลด้าเดินตามแม่บ้านคนนั้นไป โดนไมสนใจอะไรลยหรือคิดที่จะถามอะไรเธอเลย เบลด้าที่มีนิสัยค่อนข้างเงียบอยู่แล้วพอมาเจออะไรแบบนี้ทำให้เธอเงียบลงไปกว่าเดิมเยอะมาก
"เดี๋ยว ฉันจะให้คนมาจัดเสื้อผ้าให้นะคะ"เธอเอ่ยขึ้นเมื่อพาเบลด้ามาส่งถึงห้องแล้ว
"เอากระเป๋ามาว่างไว้แค่นั้นก็พอ"
"แต่...."
"ตามที่ฉันบอกก็พอ"เบลด้าเอ่ยบอกก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกมาทำให้เธอทำได้แค่ทำตามและเดินออกไป
หลังจากที่แม่บ้านเดินออกไปแล้วเบลด้าก็ได้แต่ทิ้งตัวเองลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์อย่างกับคนที่หมดหวังหมดหนทาง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธออยู่ส่วนไหนของรัฐดูไบ เพราะเธอเคยมาที่นี่เพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น มันจึงไม่สามารถทำให้เธอรู้รายละเอียด เกี่ยวกับที่นี่มากขนาดนั้น เบลด้าพยายามคิดเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่าเธอไปมีศัตรูที่ไหนหรือไปทำอะไรให้ใครเขาไม่พอใจจนทำให้เธอต้องถูกจับมาแบบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอคิดมากกว่าเรื่องอื่นคือเรื่องของผู้ชายที่ให้คนไปจับตัวเธอมา เธอรู้สึกเหมือนรู้จักกับเขามาก่อนไม่อย่างฉันเธอก็ต้องเคยเจอเขาจากที่ไหนเพราะ หน้าตาที่ดูคุ้นเคยนั้นทำให้เธอคิดแบบนี่
เบลด้าใช้เวลากับการคิดเรื่องต่างๆไปเกือบชั่วโมง และสุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงแต่ลุกขึ้นมาจัดข้าวของตัวเองให้เข้าที่ เบลด้าเลือกเสื้อผ้าของตัวเองและของใช้ที่เธอนำมาด้วยทั้งหมดจัดเข้าที่ทั้งหมด เพราะดูท่าแล้วเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน และอีกอย่างข้าวของ ของเธอมีมาไม่มาก เบลด้าใช้เวลาจัดของได้ไม่นานแม่บ้านคนเดิมก็เดินเข้ามาในห้องอีกครั้งหลังจากที่เคาะประตูแล้ว
"นายให้มาบอกว่า ตอน7โมงให้คุณลงไปข้างล่างด้วยนะคะ"
"ค่ะ"เบลด้าตอบเพียงเท่านั้นก็จัดของต่อโดยไม่สนใจ บุคคลที่เดินเข้ามาใหม่อีกคน
"ออกไปก่อน"เสียงที่ดูมีอำนาจดังขึ้นทำให้แม่บ้านเดินออกไปทันที ส่วนอีกคนที่ได้ยินเสียงก็ทำเหมือนไม่ได้ยินมัน จนทำให้อีกคนรู้สึกไม่พอใจเพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเมินเฉยต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
"เป็นเจ้าของห้องที่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย"เขาอดที่จะเอ่ยแขวะเธอไม่ได้
"ฉันไม่ใช่เจ้าของห้อง บ้านหลังนี้เป็นของคุณ ดังนั้นห้องนี้ก็เป็นของคุณด้วย"
"เบลด้า"คำพูดของเธอทำให้ราชิคโกรธออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงที่เรียกชื่อเธอที่ดูเหมือนจะตวาดมากกว่าแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ฉันพูดผิดหรอคะ"เบลด้าหันหน้าและเอ่ยถามราชิคออกมาอย่างไม่นึกกลัวเขา
"ปากดีให้มันได้ตลอด"ราชิคพูดจบก็เดินออกไปจากห้องจนเพราะกลัวว่าตัวเองจะคลุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เสียก่อน จนลืมไปว่าที่ตัวเองเดินเข้ามาหาเธอถึงในห้องด้วยธุระอะไรทั้งที่สั่งให้สาวใช้ขึ้นมาหาเธอแล้ว
"คิดว่ากลัวหรอ"เบลด้าเอ่ยออกมาแบบลอยๆและหันไปจัดของตัวเองต่อ เธอทำทุกอย่างเสร็จก็เกือบจะ6โมงแล้ว เธอเลยเลือกที่จะเดินเข้าไปอาบน้ำ
สายน้ำที่ไหลผ่านนั้นไม่ได้มีเพียงแต่น้ำเท่านั้น เพราะมันมีน้ำตาผสมอยู่ต่อให้เธอพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็งแค่ไหนแต่เธอก็อดนึกกลัวไม่ได้ ด้วยเหตุที่เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้จะเป็นเรื่องราวแบบไหน มันจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี แต่จากที่เธอสัมผัสได้จากผู้ชายคนนั้นเธอก็รู้ได้เลยว่าเรื่องที่เธอจะได้เจอนั้นหาใช่เรื่องราวดีไหม เบลด้าใช้เวลาอาบน้ำยาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาแต่เธอไม่คิดจะยอมแพ้กับเรื่องที่ที่กำลังจะเธอ เบลด้าใช้เวลานานพอสมควรกับการแต่งตัวและทำให้ดวงตาตัวเองหายแดง เพื่อที่จะได้ไม่มีใครจับได้ว่าเธอแอบร้องไห้มา