บทที่ 1
แรกพบเจอ
"เอี๊ยด! "
เสียงล้อรถบดไปกับท้องถนนดังอยู่ในหูของคนที่นั่งอยู่บนรถสปอร์ตคันหรู ในนาทีต่อมารถก็หยุดลงด้วยการควบคุมของเขา
"เมี้ยว...เมี้ยว..." เสียงร้องที่ดังขึ้นปลุกชายหนุ่มขึ้นมา ‘กานพงศ์’ เงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัยรถ ก่อนจะพบเข้ากับภาพของหญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อคลุมตัวยาวคล้ายชุดนอน มือของเธออุ้มแมวตัวสีดำขึ้นมา
"บ้าเอ๊ย! " ชายหนุ่มสบถออกมาเมื่อพบว่าอะไรเป็นอะไร หญิงสาวคนนั้นตัดหน้ารถเขาเพราะเจ้าแมวสีดำเกือบทั้งตัว แมวที่มีหน้าตาไม่น่ารักเอาเสียเลย ทว่าสุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมเปิดประตูรถออกไปเผชิญกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า
"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" กานต์พงศ์ถามพร้อมกับถอดแว่นกันแดดออก
หญิงสาวลุกขึ้นยืน มือลูบเจ้าตัวปุกปุยในอ้อมแขน ก่อนจะหันมาหาเสียงที่ดังขึ้นด้านหลัง
"ไม่เป็นไรค่ะ แต่เจ้าตัวนี้เหมือนจะตกใจ" ‘วิมลกานต์’ มาทันก่อนที่เขาจะชนเจ้าแมว นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้ชนมัน
"คุณไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะพามันไปหาหมอเอง" เพราะเจ้าแมวร้องเหมือนกำลังเจ็บ แต่มองจากภายนอกกลับไม่เจอบาดแผลใด แต่การไม่เห็นบาดแผลก็ไม่ได้หมายความว่าภายในของมันจะไม่มีบาดแผล...
"แน่ใจนะครับว่าจะไม่ให้ผมช่วยอะไร"
"คุณไม่ได้ชนมันสักหน่อย ดูท่าคุณจะรีบด้วย" คำพูดตรง ๆ จากหญิงสาวพร้อมท่าทีราวกับเมินเฉยทำให้กานต์พงศ์รู้สึกประหลาดใจ
เขาไม่เคยเจอใครเมินเฉยใส่แบบนี้เลยสักครั้ง มุมปากได้รูปเหยียดยิ้ม ก่อนจะกดโทร.หาใครคนหนึ่ง เสร็จแล้วจึงหันมาบอกกับเธอ
"ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง" ชายหนุ่มบอกพร้อมกับเปิดประตูรถให้ เห็นแบบนั้นวิมลกานต์จึงขึ้นรถของเขา ก็ดีเหมือนกันจะไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินในกระเป๋าเธอ!
ณ คลินิกรักษาสัตว์แห่งหนึ่ง
แผลที่วิมลกานต์หาไม่เจอจากเจ้าแมวก็ได้รับการตรวจพบ มันอยู่ในขนสีดำปุกปุย ตรงข้างหลังของเจ้าแมว บริเวณนั้นถูกโกนขนทำให้พบแผลที่เกิดจากน้ำร้อนสาด
"ให้กินยาให้ตรงเวลา และทายาวันละครั้ง ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็หายแล้วครับ"
"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ" ทั้งสองคนเอ่ยพร้อมกันในทันทีที่ได้รับการแนะนำจากสัตวแพทย์
"คุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง" เมื่ออกมาจากห้องตรวจเขาก็ถาม ชายหนุ่มขันอาสา มองหญิงสาวที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมนอนผ้ายืด ผมยาวคล้ายไม่ใส่ใจ และแว่นกรองแสงทำให้เขายิ่งละสายตาไม่ได้
ไม่ใช่เพราะว่าเธอสวย แต่เขาไม่เจอผู้หญิงแบบนี้ หน้าตาธรรมดาแต่การแต่งกายของเธอธรรมดาไปยิ่งกว่า ราวกับไม่ใส่ใจตัวเองสักเท่าไหร่
ไม่สิ...ราวกับไม่ใส่ใจสรรพสิ่งบนโลกใบนี้
ทว่าก็น่าแปลกที่เธอใส่ใจสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกจะไม่สนใจ
แมวสีดำเป็นเสมือนลางร้ายสำหรับบางคน ใคร ๆ ต่างก็บอกว่ามันไม่น่ารัก เขาก็เองก็คิดเช่นนั้น ยิ่งมองแมวที่เธออุ้มอยู่ ตัวของมันสีดำเกือบทั้งตัว จะมีก็แต่ส่วนที่เป็นจมูกและหาง และเท้าด้านหน้าทั้งสองข้างที่มีสีขาวที่มันดูต่างจากแมวดำทั่วไปอยู่บ้าง
"บ้านฉันอยู่ไม่ไกลจากที่คุณเจอเมื่อเช้า ฉันกลับเองก็ได้"
"ไปด้วยกันนี่แหละ สงสารเจ้าแมวนี่"
"งั้นฉันไม่เกรงใจนะ เจ้ากีวี่เองก็คงอยากจะพัก"
หืม...กีวี่หรือ ชายหนุ่มคิดในใจมองแมวในอ้อมแขนเธอที่หลับปุ๋ยไปแล้วในตอนนี้ เจ้าตัวนี้สีดำเกือบทั้งตัวกี่วี่มันก็ต้องมีสีเขียวสิ
"ไม่กลับเหรอคุณ"
กานต์พงศ์หลุดออกจากสิ่งที่คิดก่อนจะเดินไปยังรถที่จอดอยู่หน้าคลินิก แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อหญิงสาวคนนั้นขึ้นรถราวกับไม่ต้องการการกระทำเยี่ยงสุภาพบุรุษจากเขา
ชายหนุ่มยักไหล่กับภาพที่เกิดขึ้น มุมปากมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อมองท่าทีแปลกประหลาดของเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในรถแล้วออกรถตามคำสั่งของเธอ
บ้านหลังเล็กที่อยู่ตรงหน้าของกานต์พงศ์มีพื้นที่น้อยกว่าห้องน้ำบ้านเขาเสียอีก ทำให้ชายหนุ่มลอบมองอย่างสนใจ ทางเข้าของมันเปลี่ยวและขรุขระพอสมควร หน้าบ้านมีต้นลีลาวดีเด่นหราอยู่ต้นเดียว
ขนาดบ้านยังธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด
"ขอบคุณนะ ไม่มีอะไรแล้ว คุณกลับไปเถอะ"
คำบอกที่ไม่ต่างอะไรจากการไล่ มันกลับทำให้กานต์พงศ์อยากทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่หญิงสาวบอก ก็เขาไม่ชอบความเมินเฉยแบบนี้
เธอทำให้เขารู้สึกว่าตนเองไม่น่าสนใจ และไม่มีใครทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาก่อน
"ผมอุตส่าห์ขับรถมาส่ง แค่น้ำสักแก้วคุณยังไม่ให้ดื่มมันเกินไปหน่อยไหม"
หญิงสาวนิ่งไป ก่อนจะหันมาหาเขา
"ทำไม หรือว่า...คุณมีแฟน อ้อ! หรือมีสามีแล้ว เลยกลัวเค้าจะหึง..."
"ฉันไม่มีใคร..." คนบอกบอกเสร็จก็เปิดประตูรถออก ก่อนจะหันมาบอกกับแขกอีกครั้งเมื่อเห็นเขายังนิ่งเฉย ขณะที่มือบางจับตะกร้าใส่เจ้าแมวเอาไว้ "อยากลงก็ลงมาสิ แต่อย่าอยู่นานนะ ฉันมีงานต้องทำ" ว่าแล้วเธอก็ดึงตะกร้าเจ้าแมวไปไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินเข้าบ้านไป
สาบานเหอะ! ว่านี่คือที่ที่เธอเรียกมันว่าบ้าน
ยิ่งเข้ามาภายในกานต์พงศ์ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าที่นี่จะมีคนอาศัยอยู่
"โทษที ฉันไม่ค่อยมีเวลา ปกติก็ไม่มีใครมาเลยรกนิดนึง" หญิงสาวบอกพลางเก็บหนังสือที่วางอยู่บนพื้นพรม บนนั้นมีโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ยังไม่ได้พับเก็บและโน้ตบุ๊กที่เปิดไฟล์เวร์ดค้างไว้อยู่
"นั่งตรงนี้ก็ได้ เอ้อ! โซฟาท่าจะดีกว่า นั่งไปก่อนนะ เดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้" บอกเสร็จหญิงสาวก็จากไป ทิ้งให้เขากวาดตามองไปทั่วบ้านของเธอ
บ้านหลังนี้มีเฟอร์นิเจอร์ไม่มาก มีโซฟาที่พอดีตัวคนนอนได้อยู่หนึ่งตัว มีโต๊ะญี่ปุ่นที่หญิงสาวน่าจะเอาไว้ใช้ทำงาน และมุมหนึ่งยังมีชั้นหนังสือ มองเลยเข้าไปจะเห็นตู้เย็นตู้เล็ก และครัวที่แยกเป็นสัดส่วนด้วยฝากั้น
เวลาต่อมาเขาก็เห็นหญิงสาวเดินมาจากทางนั้น
"น้ำค่ะ" น้ำเย็นใสถูกยื่นมาตรงหน้า ชายหนุ่มรับมันมาแล้วนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะยกขึ้นจิบ
"ขอโทษด้วยนะ มีแค่น้ำธรรมดา ปกติไม่เคยมีใครมาหา"
"ไม่เคยมีใครมาหา..." ชายหนุ่มทวนคำราวกับได้ยินเรื่องแปลกประหลาด แต่ทว่ามันกลับสะกิดใจของคนที่ได้ฟัง
"คุณจะกลับไปได้หรือยัง โทษที...ฉันต้องทำงาน"
กานต์พงศ์ถึงกับเหวอกับคำไล่ตรง ๆ นั้นอีกครั้ง แต่ก็อีกเช่นเคย เขาไม่เคยโดนเมิน และไม่ชอบเลย
"ผมกลับก็ได้ แต่มาอีกได้หรือเปล่า"
"ฮะ! จะมาทำไมอีก" แน่นอนว่าวิมลกานต์ไม่ได้คิดว่าเขาจะสนใจเธอ รักชอบเธอตั้งแต่แรกพบหรืออะไรเทือกนั้น เพราะสภาพของเธอ และตลอดชีวิตที่ผ่านมามันบอกกับเธอว่าเธอไม่เหมาะที่จะเป็นที่รักของใครสักคน
ก็ขนาดที่ว่าคนที่ควรจะรักเธออย่างเช่นผู้ให้กำเนิดยังทิ้งเธอ และป้าก็ยังทิ้งเธอไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้เลย
"ผมอยากมาดูอาการเจ้าแมว ทำไม...ไม่ได้เหรอ หรือคุณกลัวว่าผมจะ..."
"ไม่ ๆ ไม่เลย คุณนี่นะ... ตลกแล้ว" ท่าทีโบกไม้โบกมือรวมทั้งการหัวเราะที่คล้ายกับขบขันเสียนักหนานั้นยิ่งทำให้กานต์พงศ์ประหลาดใจอีกครากับสิ่งที่ได้พบเจอ
เป็นอีกครั้งที่อยากรู้จักผู้หญิงคนนี้ เขาเหมาเอาว่าเพราะเธอแปลก...
"ถ้าอยากมาก็มาได้" หญิงสาวบอกออกมาในที่สุด
"คุณจะเลี้ยงมันไว้เหรอ" เขาพยักพเยิดไปทางเจ้าแมว
"ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ฉันว่ามันคงกินไม่จุมั้ง"
ส่วนหนึ่งเพราะเจ้าแมวมีชะตากรรมที่ไม่ต่างจากเธอ มันถูกทิ้งให้เผชิญกับโลกใบนี้ มันโดดเดี่ยว ต้องต่อสู้เพียงลำพัง มันถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้ายทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร...
ชายหนุ่มกวาดตามองตามสายตาของเธอ มันเผยแววเอ็นดู ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาเศร้าหมอง ไม่ต่างกับตอนที่บอกเขาเมื่อกี้ ในตอนที่เธอบอกเขาว่า...
'ฉันไม่มีใคร'
"จะกลับยัง" ชายหนุ่มปรับสีหน้าแทบไม่ทันเมื่อเธอหันกลับมาไม่มีปี่มีขลุ่ย
"อื้ม ไม่ต้องไปส่งหรอก ไว้เจอกันนะ"
"อื้ม ขอบคุณที่เข้าใจ"
และนั่นคือการจากลากันของคนทั้งสองคน การจากลาเพื่อเจอกันใหม่ เพื่อเริ่มต้นเรื่องราวต่าง ๆ มากมายในชีวิตของคนทั้งสอง!