ถึงเวลากำจัดฉีหลิน

1236 Words
หลายวันถัดมา สวี่ชิงอยู่ด้วยความหวาดระแวง เธอเลิกงานแล้วรีบมุดเข้าบ้านทันที เธอเห็นผู้เล่นกลุ่มเดิมยังวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน ถามชาวบ้านไปทั่ว แต่ชาวบ้านก็ตอบตามสคริปต์ว่า “ไม่รู้” สวี่ชิงไม่รู้ว่าพวกเขาจะถอดใจเมื่อไหร่ หรือจะบ้าบิ่นถึงขั้นบุกเข้าบ้าน NPC ไหม? ปกติผู้เล่นทำไม่ได้นอกจากมีภารกิจบังคับ แต่ถ้าเป็นเควสลับ ระบบจะเปิดช่องให้ไหม? ความไม่แน่นอนนี้คือกิโยตินที่แขวนอยู่เหนือคอ จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ขณะเธอกำลังนั่งซ่อมเสื้อผ้า ฉีหลินซ่อนตัวอยู่ในรังลับ มีเสียงเคาะประตู มันเป็นจังหวะที่นิ่งแต่มีอำนาจ จนสวี่ชิงสะดุ้งสุดตัว “ใครเจ้าคะ?” เธอตะโกนถามพลางเดินไปแอบดูที่รอยแตกประตู ที่หน้าบ้านมีชายหนุ่มชุดดำสนิท ยืนนิ่งพิงแสงแดด เธอมองเห็นแค่เงาตะคุ่มแต่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาคาดดาบเล่มหนึ่งที่ดูเรียบง่ายแต่ดูทรงพลัง ที่สำคัญคือ บนหัวเขาไม่มีชื่อ ID และไม่มีแถบเลือด! ไม่ใช่ผู้เล่น! เป็น NPC งั้นเหรอ? แต่เขาไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี้แน่ ๆ “ข้าคือคนเดินทาง อยากขอน้ำสักจอก” เสียงเขาทุ้มต่ำและเย็นชา สวี่ชิงพยายามเลี่ยง “น้ำในตุ่มหมดแล้วเจ้าค่ะ ไปตักที่บ่อกลางหมู่บ้านเถอะ” ข้างนอกเงียบไปพักหนึ่ง แล้วเสียงเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันนิ่งและบาดลึก “ข้าได้กลิ่น... กลิ่นอายปีศาจ แม้จะจางและอ่อนแรงแต่คือธาตุไฟที่ชัดเจน ลูกปีศาจที่บาดเจ็บสินะ?” สวี่ชิงเหมือนโดนฟ้าผ่า เลือดในกายเย็นเฉียบ เขา... เขารู้! “ทะ... ท่านพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เข้าใจ!” เธอตอบเสียงสั่น พยายามพิงประตูไว้ “เปิดประตู” เสียงข้างนอกเย็นเฉียบและทรงอำนาจ “ข้าไม่ใช่พวกจอมยุทธ์ที่หาวาสนา ข้ามาเพื่อสะสางเรื่องนี้ เจ้าปกป้องสิ่งที่ ‘สูญเสียการควบคุม’ และไม่ควรมีอยู่” ผู้คุมกฎ! เขามาเพื่อจัดการฉีหลินจริง ๆ ด้วย! ความกลัวจู่โจมเธอรุนแรง เธอนึกถึงคำเตือนระบบ “รายงานทันทีหรือกำจัดทิ้ง” คนคนนี้มาเพื่อ “กำจัด” หรือ “ริบคืน” แน่ ๆ! เธอไม่มีทางยอมเปิดประตูเด็ดขาด! “ที่นี่ไม่มีของที่ท่านตามหา! ท่านไปที่อื่นเถอะ!” เธอตะโกนออกไป ตัวสั่นกึก ๆ เธอได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาที่ดูเย็นเยือก “การปกป้องของปุถุชน ช่างไร้ความหมาย” เขาพูด “ถอยไป” สิ้นคำนั้น สวี่ชิงรู้สึกถึงไอเย็นที่ทะลุผ่านประตูมา มันไม่ใช่การโจมตีแต่เป็นแรงกดดันมหาศาลจนเธอหายใจไม่ออก มือเท้าชาจนแทบขยับไม่ได้ แล้วประตูไม้ที่เธออุดไว้อย่างดี ก็มีเสียง “คลิก” เบา ๆ สลักประตูถูกปลดออกจากข้างในด้วยพลังลึกลับ! ประตูค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ แสงแดดจ้าสาดเข้ามา เห็นเงาร่างชุดดำยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู สวี่ชิงก้าวถอยหลังอย่างเสียหลัก มองผู้มาเยือนด้วยความหวาดกลัว เขาเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้า ยี่สิบหก ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรแต่เย็นชาเหมือนแกะสลักจากน้ำแข็ง ตาสีม่วงเข้มจ้องมองเข้ามาในบ้านด้วยความเฉยเมย ราวกับอากาศรอบตัวเขาหยุดนิ่งไปหมด เขาถือดาบโบราณที่ดูน่าเกรงขาม สายตาเขาเลื่อนผ่านเธอไป หยุดลงที่กองผ้าคลุมรังลับที่มุมห้อง แม้จะมีผ้าบัง แต่เห็นชัดว่าเขาสัมผัสได้ถึงฉีหลินที่อยู่ข้างใน ฉีหลินส่งเสียงขู่ต่ำด้วยความกลัว เสียงมันสั่นเครือตามสัญชาตญาณที่เจอผู้ที่เหนือกว่า ชายชุดดำคนนี้มีนามว่า โม่ซ่าง ดวงตาของเขามีสีม่วงไม่มีแววหวั่นไหว ราวกับเขามองเห็นเพียงขยะที่ต้องกำจัด เขาเดินข้ามธรณีประตูเข้ามาในห้อง ทุกก้าวของเขาทำให้ห้องเล็กลงและอึดอัดขึ้น “ลูกกิเลนเมฆาอัคคี ศักยภาพการเติบโตระดับกลาง สถานะบาดเจ็บสาหัสฟื้นตัวช้า พลังงานขาดแคลนขั้นรุนแรง มีความเสี่ยงที่จะคุมพลังไม่ได้” เสียงโม่ซ่างเย็นชาเหมือนอ่านรายงาน “ตามกฎสวรรค์มาตราที่เจ็ดสิบสาม ปีศาจที่ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่ถูกควบคุม และมีภัยแฝง ควรถูกริบคืน หรือ... สังหารทิ้ง” คำว่า “สังหารทิ้ง” แทงใจสวี่ชิงเหมือนเข็มน้ำแข็ง “ไม่!” เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดกางแขนขวางหน้าเขากับรังลับ แม้ตัวจะสั่นพั่บ ๆ “ห้ามแตะต้องมันนะ! มันไม่ได้เป็นอันตรายกับใคร! มันนิสัยดีมาก! มันแค่บาดเจ็บ ข้าเก็บมา ข้าเลี้ยงมันอยู่! มันไม่เคยทำร้ายใคร!” โม่ซ่างมองเธอด้วยสายตาดูแคลน “เจ้า? สิ่งที่เกิดจากกฎเกณฑ์และข้อมูลที่กำหนดไว้ คิดจะฝืนกฎที่ใหญ่กว่างั้นเหรอ?” เขารู้ว่าเธอคือ NPC! และเขามองข้ามเธอยิ่งกว่าพวกผู้เล่นเสียอีก! สวี่ชิงเจ็บแปลบในใจ แต่ความโกรธมีมากกว่า “เกิดจากข้อมูลแล้วไง? ข้ามีความรู้สึก! ข้ามีหัวใจ! ข้ารู้ว่าข้าทำอะไรอยู่! ฉีหลินมันคือชีวิต! มันเชื่อใจข้า มันพึ่งพาข้า! ท่านจะเอาตัวมันไป หรือจะฆ่ามันไม่ได้ทั้งนั้น!” “ชีวิต?” โม่ซ่างกระตุกมุมปากเป็นรอยยิ้มหยัน “เป็นแค่ผลลัพธ์ของข้อมูลและตรรกะเท่านั้น การมีอยู่ของมันคือข้อผิดพลาด คือส่วนเกินที่ต้องถูกแก้ไข” เขาเลิกคุยกับเธอ ตาสีม่วงเข้มจ้องไปที่รังลับ เขาชูมือขวาขึ้นมา แรงดึงมหาศาลเกิดขึ้นทันที! ผ้าคลุมรังลับถูกสะบัดออก หญ้าแห้งกระจายเกลื่อน เผยให้เห็นฉีหลินที่พองขนสั่นเทิ้มด้วยความกลัวอยู่ข้างใน! “ฉีหลิน!” สวี่ชิงกรีดร้องจะพุ่งไปหา แต่ร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยพลังบางอย่างจนขยับไม่ได้ เธอได้แต่มองฉีหลินที่โดนพลังดึงดูดลอยขึ้นมาหาโม่ซ่าง! “ไม่! ปล่อยมันนะ! ข้าขอร้อง! มันจะไม่ทำร้ายใครจริง ๆ! มันยังเด็กอยู่เลย!” สวี่ชิงร้องไห้โฮ “อยากจะฆ่าก็ฆ่าข้าเถอะ อย่าทำอะไรมันเลย!” โม่ซ่างไม่สนคำขออ้อนวอน นิ้วเขาค่อย ๆ หุบลง ฉีหลินลอยมาหยุดที่หน้าเขา มันตะเกียกตะกายขากลางอากาศ ตาสีอำพันมีน้ำตาคลอ (ปีศาจร้องไห้ได้ด้วยเหรอ?) มันมองมาที่สวี่ชิงแล้วส่งเสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนา “อิง—!!!” เสียงนั้นเหมือนมีดกรีดใจสวี่ชิง ตอนที่โม่ซ่างกำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามันเพื่อแก้ไข แต่อาจจะเพราะความกลัวถึงขีดสุด หรือสัญชาตญาณเอาตัวรอด หรือพลังงานไฟจาง ๆ ที่สวี่ชิงเพียรป้อนมาตลอด หรืออาจจะเป็นโชคชะตาที่เล่นตลก ฉีหลินที่ลอยอยู่กลางอากาศหยุดร้องไห้กะทันหัน มันจ้องหน้าโม่ซ่างเขม็ง แล้วเค้นพลังทั้งหมด อ้าปากออก ไม่ใช่การพ่นไฟ ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นคำพูดคำหนึ่ง ที่ชัดเจนและสั่นเครือหลุดออกมาจากปากเล็ก ๆ ที่มีแต่ฟันน้ำนมของมัน “ทะ... ท่านพ่อ!!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD