ภายในบ้าน โม่ซ่างยังคงนั่งนิ่งหลับตา ราวกับไม่รับรู้ถึงการที่สวี่ชิงออกไปและกลับเข้ามา ฉีหลินตื่นแล้ว กำลังหมอบอยู่บนเตียง มองดูสวี่ชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สวี่ชิงปิดประตูอย่างเบามือ วางถังน้ำไว้ที่มุมห้อง จากนั้นก็แก้ผ้าออก ค่อย ๆ วางปีศาจปลาวิญญาณวารีลงในถังน้ำ
เสียง “จ๋อม” เบา ๆ ปีศาจปลาวิญญาณวารีจมลงในน้ำสะอาดทั้งตัว ดูเหมือนมันจะกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ร่างกายขยายออกในน้ำ สีฟ้ากึ่งโปร่งใสดูใสกระจ่างยิ่งขึ้น ถึงขั้นพอมองเห็นเส้นแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายได้ลาง ๆ มันว่ายวนรอบถังอย่างร่าเริงรอบหนึ่ง จากนั้นก็ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ หันไปทางสวี่ชิง แล้วพ่นฟองอากาศที่ใสกระจ่างและมีขนาดเท่ากันออกมาเป็นชุดจากตำแหน่งที่ควรจะเป็นปาก!
ฟองอากาศเหล่านั้นลอยคว้างอยู่ในอากาศ สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างจนเกิดเป็นรุ้งเจ็ดสี ก่อนจะค่อย ๆ แตกออก ส่งเสียง “ป๊อป ๆ” เบา ๆ
“อา!” สวี่ชิงอดไม่ได้ที่จะหลุดอุทานเบา ๆ เธอถูกภาพที่งดงามและแฝงความไร้เดียงสานี้ทำให้ประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มออกมา “เจ้าพ่นฟองได้ด้วยเหรอ? น่าสนุกจริง!”
ฉีหลินเองก็เห็นฟองอากาศ มันรีบกระโดดลงจากเตียง ตอนนี้มันกระโดดลงเตียงได้คล่องแคล่วขึ้นแล้ว วิ่งต้วมเตี้ยมไปที่ข้างถังน้ำ ยื่นหน้าเข้าไปดูด้วยความสงสัย ทั้งยังพยายามจะใช้กรงเล็บตะปบฟองอากาศในอากาศ
ปีศาจปลาวิญญาณวารีดูเหมือนจะกลัวกลิ่นอายไฟบนตัวฉีหลินอยู่บ้าง มันหดตัวไปอีกฝั่งของถังน้ำ แต่ก็ยังคงพ่นฟองอากาศออกมาต่อ ราวกับกำลังแสดงความขอบคุณ และราวกับกำลังเล่นสนุก
ชั่วพริบตา กระท่อมมุงหญ้าคาที่เรียบง่ายกลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาไม่น้อย เพราะถังน้ำใบนี้ ปีศาจปลาวิญญาณวารี และฉีหลินที่กำลังวิ่งไล่ฟองอากาศ
ทว่า ภาพที่ดูอบอุ่นนั้นกลับถูกสายตาเย็นเยือกคู่หนึ่งตัดบทลงในไม่ช้า
โม่ซ่างลืมตาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม แต่ดวงตาสีม่วงเข้มกำลังจับจ้องไปยังถังน้ำ ปีศาจปลาวิญญาณวารี ฉีหลินที่ไล่ฟองอากาศ และสวี่ชิงที่ยืนยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่ข้าง ๆ
ใบหน้าของเขาไม่มีอารมณ์ใด ๆ ปรากฏ แต่สวี่ชิงรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิรอบกายดูเหมือนจะลดลงไปอีกหลายองศา
“อธิบายมา” โม่ซ่างเปิดริมฝีปากบาง เอ่ยคำสั้น ๆ ที่เย็นเยียบ สายตาจับจ้องไปที่ปีศาจปลาวิญญาณวารี
สวี่ชิงใจหายวาบ รู้ดีว่าสิ่งที่ต้องเกิดย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอสูดหายใจลึก หันกลับไป พยายามปั้นรอยยิ้มแบบ “ภรรยาที่ดี” (แม้จะดูแข็งทื่อไปบ้าง)
“ท่านพี่ ท่านตื่นแล้วเหรอ? ดูสิ ฉีหลินมีเพื่อนใหม่แล้ว น่ารักออก พ่นฟองได้ด้วยนะ!”
สายตาของโม่ซ่างเลื่อนจากปีศาจปลาวิญญาณวารีมายังใบหน้าของสวี่ชิง แววตานั้นราวกับจะบอกว่า 「เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่หรืออย่างไร」
“ปีศาจเผ่าพันธุ์ที่สูญเสียการควบคุม รหัสปิ่งเจ็ดสี่เก้า ร่างเยาว์ของปีศาจปลาวิญญาณวารี ธาตุน้ำ มักพบตามลำธารหรือทะเลสาบ พลังต่อสู้ต่ำจนละเลยได้ ปกติใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบธาตุน้ำระดับต่ำ ‘ฟองน้ำบริสุทธิ์’ หรือเป็นสัตว์นำทางในภารกิจพิเศษบางอย่าง” โม่ซ่างเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังท่องตำราสารานุกรม “การที่มันมาปรากฏตัวที่นี่ และอยู่ในสภาวะสูญเสียการควบคุม ถือว่าผิดหลักการ เจ้า ‘เก็บ’ มาอีกแล้วรึ?”
คำว่า “อีกแล้ว” นั้น เขาเน้นเสียงอย่างชัดเจน แฝงไปด้วยความหมายว่า 「เจ้าจะหาเรื่องไม่จบไม่สิ้นใช่ไหม」
สวี่ชิงถูกสายตาของเขาจ้องจนรู้สึกเสียวสันหลัง แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ได้แต่ต้องเดินหน้าต่อ เธอเชิดอกขึ้น (แม้จะไม่มีบารมีเลยก็ตาม) “ก็ข้า... เก็บมาแล้วจะทำไมล่ะ? มันกำลังจะแห้งตายอยู่แล้ว นอนอยู่ในหลุมโคลน ข้าเห็นแล้วจะใจดำทิ้งลงได้อย่างไร? ท่านดูสิ มันอ่อนแอขนาดนี้ จะเป็นภัยอะไรได้? ฟองที่มันพ่นออกมาก็สวยดีออก...”
ราวกับจะช่วยยืนยันคำพูดของสวี่ชิง ปีศาจปลาวิญญาณวารีก็พ่นฟองอากาศออกมาอีกชุดหนึ่งพอดี หนึ่งในนั้นลอยช้า ๆ ไปอยู่ตรงหน้าโม่ซ่าง
โม่ซ่างมองฟองอากาศที่ลอยอยู่ตรงปลายจมูกซึ่งสะท้อนแสงสีรุ้งนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฟองอากาศส่งเสียง “ป๊อป” แล้วแตกออกเบา ๆ ละอองน้ำจิ๋ว ๆ กระเซ็นใส่สันจมูกที่โด่งคมของเขา
โม่ซ่าง “...”
สวี่ชิงคิดในใจ「ตายแน่! เจ้าคนหน้าน้ำแข็งที่รักความสะอาดคนนี้จะระเบิดอารมณ์ออกมาทันทีไหมนะ?」
ฉีหลินเองก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ มันหยุดไล่ฟองอากาศแล้วไปซ่อนตัวอยู่หลังขาสวี่ชิง แอบมองโม่ซ่างอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
โม่ซ่างค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างช้า ๆ ใช้นิ้วมือที่เรียวยาวและเย็นเฉียบปาดละอองน้ำเพียงเล็กน้อยที่แทบมองไม่เห็นออกจากสันจมูกเบา ๆ
จากนั้น เขาก็มองมาที่สวี่ชิงอีกครั้ง ในดวงตาสีม่วงเข้มดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่ซับซ้อนวาบผ่านไป แต่สุดท้ายก็กลับคืนสู่ความเฉยเมยที่เย็นชาเช่นเดิม
“ตามใจเจ้า” เขาพ่นคำพูดออกมาสองคำ แล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็กน้อยที่ไม่สำคัญ “ระบบไม่ได้สั่งให้จัดการโดยบังคับ ในช่วงเวลาสังเกตการณ์ความผิดปกติทุกอย่างล้วนอยู่ในขอบเขตการสังเกต”
หมายความว่าเขาจะไม่ยุ่งแล้วอย่างนั้นเหรอ? ตราบใดที่ระบบไม่สั่ง เขาก็จะทำเป็นมองไม่เห็น?
สวี่ชิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้ก็ถือว่าผ่านด่านไปได้ชั่วคราวแล้ว
เธอรีบกดตัวปีศาจปลาวิญญาณวารีที่ยังคงพ่นฟองไม่หยุดลงไปในก้นถังน้ำ กระซิบเบา ๆ “เด็กดี อย่าพ่นมั่วซั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าพ่นใส่คนคนนั้น!”
จากนั้นก็อุ้มฉีหลินขึ้นมาพลางสั่งสอนเสียงเบา “ฉีหลิน ห้ามแกล้งเพื่อนใหม่นะ เขาอยู่ในน้ำ เขากลัวความร้อน เข้าใจไหม?”
ฉีหลินส่งเสียง “อิง” ออกมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แล้วมองดูถังน้ำด้วยความสงสัย
สวี่ชิงมองดูความผิดปกติที่เต็มบ้านไปหมด เจ้าบ้านระดับปีศาจผู้สูงส่งที่หลับตาเข้าฌานและแผ่ความเย็นชาออกมาตลอดเวลา ฉีหลินธาตุไฟที่ต้องการอาหาร และตอนนี้ยังเพิ่มปีศาจปลาวิญญาณวารีธาตุน้ำที่ต้องอยู่ในน้ำมาอีกตัวหนึ่ง...
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย! สิ่งมีชีวิตธาตุน้ำและไฟที่อยู่ร่วมกันไม่ได้สองตัว กับท่านพ่อหน้าน้ำแข็งที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นคนเลี้ยงเด็กได้คนนี้?
เธอนวดขมับที่เริ่มปวด รู้สึกว่าอนาคตข้างหน้าช่างสดใส (โกลาหล) เหลือเกิน
แต่ในเมื่อเก็บมาแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบ เธอเปลี่ยนน้ำให้ปีศาจปลาวิญญาณวารี โดยใช้น้ำฝนที่รองเก็บไว้ซึ่งค่อนข้างสะอาด แล้วหักเศษแป้งทอดธัญพืชของตนเองลองโปรยลงไปในน้ำดู ปีศาจปลาวิญญาณวารีดูเหมือนจะไม่สนใจเศษแป้งเลย เพียงแค่ว่ายน้ำอย่างอ้อยอิ่ง นาน ๆ ทีจะพ่นฟองออกมาสองสามลูก
“ดื่มแต่น้ำอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ...” สวี่ชิงกลุ้มใจ เธอนึกถึงเรื่องฟองน้ำบริสุทธิ์ที่โม่ซ่างพูดถึงเมื่อครู่ หรือว่าเจ้าปลาน้อยนี่จะกินสิ่งนั้น? แต่เธอจะไปหาจากไหน? อีกอย่าง ปีศาจปลาวิญญาณวารีเป็นธาตุน้ำ ฉีหลินเป็นธาตุไฟ อาหารของพวกเขาจะขัดกันหรือไม่?
เธอเผลอมองไปทางโม่ซ่าง อยากจะอ้าปากถาม แต่พอเห็นใบหน้าด้านข้างที่แผ่ไอเย็นออกมาแม้จะหลับตาอยู่ เธอก็กลืนคำพูดลงไป
ช่างเถอะ พึ่งตัวเองแล้วกัน
เธอเรียกแผงสถานะ NPC ออกมา พบว่าภารกิจ 【??? : เลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตที่ไม่ทราบประเภท】 ได้รับการอัปเดตโดยอัตโนมัติแล้ว
【??? : เลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตที่ไม่ทราบประเภท (2/2) 】
【สถานะ: กำลังดำเนินการ】
【คำอธิบาย: ครอบครัวของ NPC สวี่ชิงมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น เส้นทางการเลี้ยงดูนั้นยาวไกลและหนักหนานัก】
【เป้าหมาย: ดูแลให้ ‘ลูกกิเลนเมฆาอัคคี’ และ ‘ปีศาจปลาวิญญาณวารี (วัยเยาว์) ’ มีชีวิตรอด และพยายามตอบสนองความต้องการพื้นฐานในการเติบโตของพวกมัน】
【รางวัล: ไม่ทราบ】
【บทลงโทษหากล้มเหลว: ไม่ทราบ (หมายเหตุ: เนื่องจากมีตัวละครเพิ่มขึ้น บทลงโทษอาจสะสมซ้อนทับกัน) 】
เป็นอย่างที่คิด เป้าหมายภารกิจกลายเป็นสองแล้ว! แรงกดดันยิ่งมากขึ้นไปอีก!
สวี่ชิงถอนหายใจ แล้วมองดูก้อนกลมสีฟ้าที่พ่นฟองอย่างสบายอารมณ์ในถังน้ำ และก้อนขนสีแดงที่มาคลอเคลียที่เท้าของเธอ
“เอาเถอะ เลี้ยงตัวเดียวก็เลี้ยง สองตัวก็ต้องเลี้ยง” เธอมอบกำลังใจให้ตนเอง “ฉีหลิน ต่อไปนี่คือน้องสาว (หรือน้องชายนะ?) ของเจ้า ชื่อ... ชื่อว่าสุ่ยเหลียนแล้วกัน เจ้าเป็นพี่ชาย ต้องดูแลน้องนะ เข้าใจไหม?”
ฉีหลิน “อิง?” (มองดูสุ่ยเหลียน แล้วมองสวี่ชิงพลางเอียงคอ)
“กรู๊ว...” ปีศาจปลาวิญญาณวารีออกมาหนึ่งชุด มีฟองหนึ่งลอยไปตรงหน้าฉีหลินแล้วแตกออก
ฉีหลินตกใจจนกระโดดถอยหลัง ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย
สวี่ชิงมองภาพนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แม้จะลำบาก แต่ดูเหมือนว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นใช่ไหม?
เธอไม่ทันสังเกตเห็นว่า โม่ซ่างที่นั่งนิ่งหลับตาอยู่ที่ข้างโต๊ะ ตอนที่เธอตั้งชื่อให้ปีศาจปลาวิญญาณวารีว่าสุ่ยเหลียนนั้น เขาแอบขมวดคิ้วเล็กน้อย
และในยามนี้ ภายในส่วนลึกของโลกแห่งเกมที่สวี่ชิงมิอาจสัมผัสได้ กระแสข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจุดผิดปกติอย่างสวี่ชิง กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างเงียบเชียบ ตัวละครสูญเสียการควบคุมที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนจากหนึ่งเป็นสอง มีธาตุที่ขัดแย้งกัน และรูปแบบพฤติกรรมยากจะคาดเดา ระเบียบการเฝ้าระวังของระบบจึงยกระดับขึ้นโดยอัตโนมัติ รายงานการประเมินได้รับการรีเฟรชอย่างเงียบงัน
【เป้าหมายการสังเกตการณ์ ‘สวี่ชิง’ มีรูปแบบพฤติกรรมผิดปกติอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มตัวละคร ‘สูญเสียการควบคุม-ปีศาจปลาวิญญาณวารี’ 】
【ตัวละครที่เกี่ยวข้องเดิม ‘ลูกกิเลนเมฆาอัคคี’ และตัวละครใหม่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการขัดแย้งทางธาตุ】
【ผู้คุมกฎ ‘โม่ซ่าง’ ยังคงพำนักเพื่อสังเกตการณ์ ชั่วคราวไม่ดำเนินการใด ๆ สอดคล้องกับระเบียบการ ‘ผู้สังเกตการณ์’ 】
【ความเสี่ยงของการขัดแย้งทางตรรกะพุ่งสูงขึ้นเล็กน้อย เริ่มการสังเกตการณ์ระดับสอง】
【บันทึก: จุดนี้เริ่มปรากฏเค้าโครงของ ‘กลุ่มผิดปกติ’ ระดับต่ำ ดำเนินการสังเกตการณ์ต่อไป】
สวี่ชิงไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่รู้สึกว่า ในบ้านมี “ไอคน” (หรือไอปีศาจ?) เพิ่มขึ้น และปัญหาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย