ในช่วงหลายวันต่อจากนั้น สวี่ชิงค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับชีวิตประจำวันในฐานะ “NPC สวี่ชิง”
ทุกเช้า เธอจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วย “กฎเกณฑ์” หรือ “ความรู้สึกในหน้าที่” บางอย่างที่มองไม่เห็น และเมื่อตื่นขึ้นมา เธอก็มักจะนอนอยู่บนเตียงไม้กระดานที่แข็งกระด้างในบ้านของตนเองเสมอ จากนั้นระบบจะมอบหมายภารกิจประจำวันให้ตรงเวลา เนื้อหาก็คล้าย ๆ กัน คือทำความสะอาดลานบ้าน ไปยืนเฝ้าหน้าที่หน้าหมู่บ้าน มอบภารกิจกำจัดหนูนาให้ครบตามจำนวน รางวัลก็คงที่ เป็นพวกอีแปะ หมั่นโถว นาน ๆ ทีจะมีผักใบเขียวหรือผ้าเนื้อหยาบบ้าง
เธอเคยพยายามจะขี้เกียจทำงาน เช่นจงใจไม่ไปที่หน้าหมู่บ้าน ผลที่ตามมาคือ ค่าพลังงานลดลงอย่างรวดเร็ว ตกอยู่ในสถานะเหนื่อยล้า ไม่เพียงแต่จะเวียนหัวตาลายแขนขาไม่มีแรง ระบบยังหักรางวัลของวันนั้น และส่งคำเตือนออกมาว่า 【หากละเลยการปฏิบัติหน้าที่หลายครั้ง อาจนำไปสู่ความผิดปกติของตัวตน และกระตุ้นให้ระบบทำการแก้ไข วิธีการแก้ไข: ไม่ทราบ】
คำว่า “ไม่ทราบ” สองคำนี้ทำเอาเธอขนลุกซู่ และรีบกลับมาทำตัวเรียบร้อยทันที เธอไม่อยากถูกระบบแก้ไข ใครจะไปรู้ว่านั่นคือการฟอร์แมต [1] หรือการลบตัวละครทิ้งกันแน่ เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง หมายความว่าเธอจะต้องตายรอบที่สองยังไงล่ะ
เธอยังได้สำรวจลานบ้านเล็ก ๆ แห่งนี้และหมู่บ้านชิงเหอ บ่อน้ำในลานบ้านสามารถตักน้ำที่ใสเย็นและหวานชื่นขึ้นมาได้ เตาในครัวสามารถจุดไฟได้ด้วยฟืน (เธอต้องใช้พละกำลังอย่างมากในการรื้อฟื้นทักษะการจุดไฟ) หลังบ้านมีแปลงผักเล็ก ๆ ปลูกผักใบเขียวที่ดูเหี่ยวเฉาอยู่บ้าง ซึ่งต้องอาศัยเธอคอยรดน้ำพรวนดิน—ดูเหมือนนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ NPC อย่างสวี่ชิงเช่นกัน เมื่อทำเสร็จแล้วจะได้ “ค่าประสบการณ์การเพาะปลูก” เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีรางวัลที่เป็นชิ้นเป็นอันแต่อย่างใด
NPC คนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน เช่น ป้าจาง, ลุงหลี่, พี่หวังช่างเหล็ก หรือ เถ้าแก่จ้าวร้านขายของชำ ล้วนสามารถสนทนาอย่างง่าย ๆ ได้ เนื้อหาการสนทนาจะวนเวียนอยู่กับเรื่องสัพเพเหระในหมู่บ้าน ลมฟ้าอากาศ ผลผลิต และความสงสัยหรือการบ่นเกี่ยวกับเหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลาย ดูเหมือนพวกเขาทุกคนจะใช้ชีวิตอยู่ในรูปแบบที่คงที่ ออกทำงานเมื่ออาทิตย์ขึ้น พักผ่อนเมื่ออาทิตย์ตก ทำเป็นมองไม่เห็นพฤติกรรมประหลาด ๆ ของเหล่าผู้เล่น เช่น การกดนิ้วไปมาในอากาศ การเต้นรำอยู่กับที่อย่างกะทันหัน หรือพยายามกระโดดขึ้นไปบนหลังคาซ้ำ ๆ
สวี่ชิงพยายามจะชวนพวกเขาคุยเรื่องที่นอกกรอบบ้าง เช่น “ป้าจาง ป้าคิดว่าโลกที่เราอยู่นี่เป็นเรื่องจริงไหมเจ้าคะ?” หรือ “ลุงหลี่ ถ้าวันหนึ่งลุงไม่ไปทำงานในนาแล้ว จะเป็นยังไงเจ้าคะ?”
ป้าจางจะชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มพลางตบไหล่เธอ “แม่หนูคนนี้ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน! รีบกลับไปดูแปลงผักของเจ้าเถอะ แมลงจะกินผักจนหมดอยู่แล้ว!”
ส่วนลุงหลี่ก็จะขมวดคิ้ว “ไม่ทำงาน? แล้วจะเอาอะไรกิน? แม่นางสวี่ วันนี้เจ้าไม่สบายหรือเปล่า?”
ปฏิกิริยาของพวกเขาเหมือนกับการตอบสนองที่เป็นมาตรฐานหลังจากถูกกระตุ้นด้วยคำสำคัญ (Keyword) บางอย่าง มากกว่าจะเป็นการคิดและสื่อสารในความหมายที่แท้จริง เรื่องนี้ทำให้สวี่ชิงรู้สึกเบาใจขึ้นบ้าง (อย่างน้อยก็ไม่ใช่เธอที่ประหลาดอยู่คนเดียว) แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น พวกเขาเป็นเพียงโปรแกรมที่ซับซ้อนกว่า ส่วนตัวเธอเอง คือจิตสำนึกที่ผิดปกติซึ่งถูกกักขังอยู่ในโปรแกรม
สิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีความเป็นจริงหลงเหลืออยู่บ้าง คือเหล่าผู้เล่นพวกนั้น พวกเขาคุยกันเรื่องสูตรลับในการเล่นเกม ราคาของอุปกรณ์ เรื่องราวในโลกความจริงอย่างไม่ปิดบัง นาน ๆ ทีก็จะบ่นบริษัทเกม หรือด่าว่าภารกิจน่าเบื่อ จากคำพูดเพียงไม่กี่คำของพวกเขา สวี่ชิงสามารถปะติดปะต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกม 《Myriad Monsters》 ได้ เกมมีการเปิดแพตช์ [2] ใหม่ มีสัตว์เลี้ยงปีศาจที่ทรงพลังตัวใหม่ปรากฏขึ้น กลุ่มหนึ่งเพิ่งจะทำสถิติพิชิตบอสโลกได้เป็นกลุ่มแรก...
สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นโลกที่เธอเคยคุ้นเคย แต่บัดนี้กลับมีปราการที่ไม่อาจก้าวข้ามได้กั้นขวางอยู่ เธอถึงขั้นสามารถมองเห็นตัวเลขเวลาในโลกความจริงลอยอยู่บนหัวของผู้เล่นบางคน (นาฬิกาที่ติดตั้งมาในเกม) ทำให้รู้ว่าในตอนนั้นโลกเดิมของเธอเป็นเวลากี่โมง ความรู้สึกที่ผิดที่ผิดทางเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกมึนงงอยู่บ่อยครั้ง
เพื่อไม่ให้ตนเองต้องเสียสติไป สวี่ชิงเริ่มหาความสนุกให้กับตัวเอง เธอศึกษาแผงสถานะของ NPC นี้อย่างจริงจัง นอกจากข้อมูลพื้นฐาน ภารกิจ แผนที่ และบันทึกแล้ว เธอพบว่ายังมีแถบสถานะที่ซ่อนอยู่ลึกมาก เมื่อกดเปิดดูภายในจะมีข้อมูลที่ละเอียดกว่าเดิม
【แรงกาย: 85/100 (ใช้ไปกับการทำงานเบา ๆ) 】
【จิตใจ: 78/100 (ใช้ไปกับการรักษากิจกรรมทางจิตสำนึกพื้นฐาน) 】
【ค่าพลังงาน: 90/100 (วันนี้ปฏิบัติภารกิจได้ดี) 】
【สุขภาพ: ดี (ยังไม่มีโรคภัย) 】
【อารมณ์: สงบ (มีความงุนงงแฝงอยู่เล็กน้อย) 】—บรรทัดนี้ถึงกับมีการเปลี่ยนแปลงตามจริงด้วย!
ยังมีแถบทักษะอีกหนึ่งแถบ ซึ่งภายในมีเพียงอย่างเดียวที่น่าสงสาร 【งานเกษตรพื้นฐาน LV.1 (12/100) : NPC มีความเข้าใจในการรดน้ำ พรวนดิน และการจัดการไร่นาเบื้องต้น ประสิทธิภาพยังต่ำนัก】
เธอพยายามตั้งใจรดน้ำให้มากขึ้น ใช้กรรมวิธีที่พิถีพิถันขึ้น และเป็นไปตามคาด ค่าประสบการณ์ของงานเกษตรพื้นฐานค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เรื่องนี้ทำให้เธอมีความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมแนวจำลองการบริหารจัดการที่เน้นความสมจริงอย่างที่สุด
เธอยังพยายามใช้เงินที่หามาได้ไปซื้อของที่ร้านขายของชำ แม้ของในร้านเถ้าแก่จ้าวขายมีน้อยมาก แต่เธอก็ยังได้ชุดจุดไฟ เชือกป่าน เคียวคุณภาพต่ำ เกลือป่น และข้าวสารราคาถูกที่สุด ราคาของพวกมันเมื่อเทียบกับรางวัลที่เธอได้จากการทำภารกิจแล้ว ดูเหมือนจะถูกออกแบบมาให้สมดุลอย่างยิ่ง—คือพอดีแค่ให้เธอประทังชีวิตไปวัน ๆ นาน ๆ ทีจะซื้อเกลือมาปรุงอาหารให้ดีขึ้นบ้าง หากคิดจะเก็บเงินซื้อเครื่องมือดี ๆ สักชิ้นย่อมเป็นเรื่องยากเข็ญ
“ระบบเศรษฐกิจของ NPC นี่ทำออกมาสมจริงเกินไปแล้ว แถมยังบังคับให้ต้องทำงานงก ๆ ทุกวันอีก” เธอบ่นพึมพำกับห้องที่ว่างเปล่าพลางเคี้ยวปั้นข้าวสารหยาบ ๆ ที่ไร้รสชาติ ในบ้านมีเพียงเธอเพียงลำพัง เงียบเหงาจนน่ากลัว นอกลานบ้านแว่วเสียงผู้เล่นวิ่งเล่นกันเป็นระยะ ยิ่งทำให้ภายในบ้านดูอ้างว้างยิ่งขึ้น
ชีวิตที่ซ้ำซาก จำเจ และมองไม่เห็นจุดจบเช่นนี้ ดำเนินไปได้ประมาณครึ่งเดือนในเวลาของเกม (หากเทียบกับเวลาในความจริงก็ประมาณสองสามวัน) สวี่ชิงเปลี่ยนความรู้สึกจากความแปลกใหม่และไม่คุ้นเคยในช่วงแรก กลายเป็นความด้านชาและทำตามหน้าที่อย่างเครื่องจักร ค่าอารมณ์ของเธอแกว่งไปมาระหว่าง สงบ หงุดหงิด และเบื่อหน่าย
จนกระทั่งวันนั้น ดูเหมือนระบบจะเริ่มรู้สึกว่าเธอนั้นดูจะเจียมเนื้อเจียมตัวเกินไปหน่อย จึงได้มอบเซอร์ไพรส์บางอย่างมาให้
เชิงอรรถ
^การฟอร์แมต (Format) ในที่นี่หมายถึง การล้างค่าสถานะและข้อมูลทั้งหมดให้กลับไปสู่ค่าเริ่มต้น
^แพตช์ (Patch) คือ ข้อมูลที่ผู้พัฒนาปล่อยออกมาเพื่ออัปเดตตัวเกม ใช้สำหรับแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug) , ปรับสมดุลค่าพลัง หรือเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ เข้าไปในระบบ