บทที่ 3 คืนบำเรอ 1/2

1306 Words
บทที่ 3 คืนบำเรอ 1/2 “เข้าใจแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก อย่ามาทำตัวเหมือนสาวน้อยอ่อนต่อโลกต่อหน้าฉัน ฉันไม่ชอบ ในเมื่อเธอกล้าตกลงทำตามข้อเสนอของแม่ฉัน เธอก็ต้องกล้าจะทำทุกอย่างให้ฉันพอใจไม่ใช่รึไง” คำพูดคำจาที่ดูใจร้ายของผู้ชายตรงหน้ามันทำให้หัวใจของบัวบูชาเจ็บแปลบขึ้นมาไม่น้อย แต่เธอก็เถียงอะไรไม่ออก เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ในเมื่อเธอเลือกจะทำตามข้อเสนอของคุณนายจิตลดาแล้ว ก็ควรที่จะทำให้ผู้ชายคนนี้พอใจ หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ก่อนจะยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อของตนเองออกอย่างช้า ๆ ถึงแม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่บัวบูชาจะไม่หวั่นกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อจากนี้ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นมาที่เบ้าตาแต่เธอยังพยายามอดกลั้นมันเอาไว้ และท่องอยู่ในหัวว่าทำหน้าที่ของตนให้จบ เพราะเธอเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เอง แววตาคมซึ่งเต็มไปด้วยดำฤษณาจ้องมองหญิงสาวที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าอย่างเชื่องช้า ซึ่งมันไม่ทันใจเขาเอาเสียเลย เจตนิพัทธ์พ่นลมหายใจออกมา ก่อนที่เขาจะพยายามข่มความหงุดหงิดของตนเองเอาไว้ บอกตามตรงว่าร่างกายของเขามันร้อนระอุจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เธอคนนี้ก็กระไรกันชักช้าอยู่ได้ ในเมื่อมาทำหน้าที่เป็นนางบำเรอเขาแท้ ๆ ก็ยังทำเหมือนไม่เต็มใจ แต่ท่าทางนั้นมันไม่สามารถทำให้เขาตายใจได้หรอก มิหนำซ้ำยังยิ่งทำให้หงุดหงิดซะมากกว่า เจตนิพัทธ์ฝังใจอยู่ทุกค่ำคืน ผู้หญิงที่มักจะแสร้งทำตัวบอบบางจนดูน่าสงสาร และไร้เดียงสา แท้จริงแล้วพวกเธอเหล่านั้นน่ะร้ายซะยิ่งกว่าอะไรดี “จะชักช้าอีกนานไหม” เสียงเข้มดังขึ้น มันทำให้บัวบูชาถึงกับสะดุ้งตัว หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะปลดกระดุมชุดนอนเม็ดสุดท้าย แล้วจึงถอดเสื้อตัวนอกออก “ทั้งหมด” เป็นอีกครั้งที่เจตนิพัทธ์สั่งเสียงดุ บัวบูชาจึงได้แต่ข่มความอับอายที่เธอต้องมาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้เอาไว้ และท้ายที่สุดเธอก็จัดการเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างกายจนหมด ไม่เหลือสิ่งใดห่อหุ้มร่างกายขาวเนียนอีกต่อไป เมื่อเห็นสายตาคมที่จับจ้องมายังเนื้อตัวเปลือยเปล่าของตน บัวบูชาก็ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าไปทางอื่นแทน เธอในยามนี้หายใจแทบไม่เป็นจังหวะเฉกเช่นเดียวกับชายหนุ่มคนตรงหน้า หลังจากที่เขาได้จ้องมองความสวยงามของเรือนร่างของผู้หญิงคนนี้ ความต้องการดำมืดที่พยายามจะเก็บไว้ของเจตนิพัทธ์ก็ปะทุขึ้นมาในทันที อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ที่เขาได้ดื่มลงไปด้วยกระมัง ถึงทำให้เขารู้สึกต้องการเธอมากมายเพียงนี้ เจตนิพัทธ์ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เขาก้าวขาเข้าไปหาก่อนจะรวบร่างเย้ายวนของหญิงสาวให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน การกระทำของคนตัวสูงมันทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของบัวบูชากระตุกฮวบ และเริ่มสั่นกลัว แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรออกไป ริมฝีปากหยักได้รูปก็ทาบทับลงมาบดขยี้ริมฝีปากของเธอซะก่อน สัมผัสจากเขามันทั้งดุดันและเอาแต่ใจ กลีบปากเธอถูกบดเบียดรุนแรงจนเจ็บก่อนจะถูกคนมากประสบการณ์กว่าสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้ามา เขาทั้งเกี่ยวพันลิ้นเธอ ทั้งกวาดต้อนความหวานและช่วงชิงลมหายใจไปพร้อม ๆ กัน ทำเอาคนที่ไม่มีประสบการณ์ถึงกับหายใจหายคอไม่ทัน บัวบูชาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอคล้ายจะประท้วงให้เขาหยุด สองมือออกแรงผลักอกกว้างให้ออกห่าง ซึ่งเขาก็ยังใจดีกับเธออยู่บ้างถึงได้ยอมถอนริมฝีปากออก บัวบูชารีบโกยอากาศเข้าปอดในทันที ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาและมันทำให้ใบหน้านี้ดูเย้ายวนตามากขึ้นอีกหลายเท่าตัวทีเดียว ในความคิดของคนที่ถูกความต้องการครอบงำสติเกือบสมบูรณ์อย่างเจตนิพัทธ์ เจ้าของใบหน้าคมเข้มถอดเสื้อนอนของตัวเองออกก่อนจะโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นร่างกายกำยำสมส่วน เขาให้เวลาบัวบูชาพักแค่ไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ ก่อนจะดึงเธอเข้ามาบดจูบอีกครั้งอย่างหื่นกระหาย เจตนิพัทธ์สอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากเล็กควานหาความหวานล้ำที่เขาได้รับจากการจูบเมื่อครั้งก่อน ยิ่งได้ลิ้มลองยิ่งรู้สึกลุ่มหลงมึนเมา และอยากชิมให้มากกว่านี้ เขาส่งเสียงครางลึกในลำคออย่างพอใจ ใครจะคิดว่าแม่นางบำเรอขัดดอกคนนี้จะหวานมากขนาดนี้ หวานจนทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มและกลางกายปวดหนึบไปหมด สิ้นความคิดเจ้าของร่างสูงก็ไม่รอช้า เขาผลักหญิงสาวให้ล้มนอนลงบนเตียง ก่อนจะตามไปคร่อมทับร่างกายเปลือยเปล่าแสนเย้ายวนเอาไว้ ดวงตาคมดำมืดด้วยอารมณ์ดำฤษณาจ้องมองทรวดทรง ส่วนเว้าโค้งของคนใต้ร่างก็รู้สึกพึงพอใจไม่น้อย เห็นตัวเล็ก ๆ แต่อะไรที่ควรจะมีก็มีไม่น้อยหน้าใครเลยจริง ๆ ข้อมือทั้งสองข้างของบัวบูชาถูกรวบตึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของคนด้านบน ก่อนใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มลงมาซุกไซร้ซอกคอ เสียงลมหายใจหื่นกระหาย และสัมผัสที่เขาฝากฝังลงบนตัวทำเอาขนอ่อนตามกายลุกซู่ “อะ” เสียงหวานเล็ดลอดออกมายามถูกคนด้านบนขบเม้มก่อนจะกัดสร้างรอยบนลำคอของเธออย่างรุนแรง ทั้งที่เพิ่งจะเริ่มแต่เธอกลับสัมผัสได้ว่าเจตนิพัทธ์ในเวลานี้ทั้งเร่าร้อน ทั้งดุดัน และน่ากลัวราวกับสัตว์ป่าด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้บัวบูชาแอบหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าผู้ชายที่เธอต้องมาใช้ร่างกายบำเรอเขา อีกฝ่ายอาจจะใจดีและอ่อนโยนกับเธอบ้าง แต่มันก็เป็นได้แค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะผู้ชายคนนี้ไม่มีคำว่าอ่อนโยนและเบาแรงกับเธอสักนิด เขาทั้งบีบ ทั้งเคล้น ทั้งกัดสร้างรอยตีตราไปทั่วทุกส่วนที่ได้สัมผัส ลมหายใจของบัวบูชาเริ่มขาดห้วงและติดขัด ยามใบหน้าคมเข้มเลื่อนต่ำลงมาถึงเนินอก สัมผัสหยาบโลนจากลิ้นร้อนที่แตะสะกิดลงบนยอดอกสีหวาน ทำเอาร่างบอบบางบิดเร่าอย่างทรมานปนวาบหวาม ก่อนจะต้องหลุดเสียงร้องเจ็บปวดออกมาเมื่อคนใจร้ายขบกัดลงบนเนินเนื้อทั้งสองข้างของเธอจนขึ้นรอยฟัน “อะ คุณเบาหน่อยได้ไหมคะบัวเจ็บ” เจตนิพัทธ์ไม่ได้ตอบอะไรออกไป เขายังคงสนใจแต่กับการลากลิ้นไล่ชิมผิวกายหอมหวานของผู้หญิงคนนี้ ตรงไหนที่ถูกใจก็ฝากรอยฟันไว้ราวกับจะตีตราจองให้คนอื่นรู้ว่านี่เป็นของของเขา เจตนิพัทธ์ไม่รู้แล้วว่าความต้องการดำมืดที่ก่อตัวขึ้นภายในตัวมันเกิดขึ้นเพราะฤทธิ์ยาของแม่ หรือเพราะเขาขาดหายจากการร่วมรักกับผู้หญิงมานานกันแน่ รู้แค่เพียงว่าตอนนี้อยากจะเข้าไปอยู่ในตัวของบัวบูชาจนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD