ผ่านไปอีกหนึ่งวัน วันนี้ต้นหลิวมีนัดกับเจ้าของรีสอร์ทช่วงสายๆเมื่อถึงเวลาทั้งสามคนก็มาถึงที่นัดหมาย เป็นร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งต้นหลิวกับนานาก็ลงจากจากรถ ต้นหลิวหันมาพูดภับภูผา "นายจะไปไหนก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวถ้าคุยงานเสร็จแล้วจะโทรหา"
ภูผาส่ายหัวแล้วพูดอย่างจริงจัง "ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมรอพวกคุณแถวนี้แหล่ะ"
ต้นหลิวแค่กลัวว่าภูผาจะเบื่อเธอก็เลยจะให้เขาไปเดินเล่นรอ แต่ในเมื่อเขาไม่อยากไปเธอก็ไม่ได้บังคับ "ตามใจ" ต้นหลิวพูดจบก็เดินเข้าไปกับนานาทันที
เมื่อมาถึงที่โต๊ะต้นหลิวก็เห็นชายหนุ่มอายุพอๆกับเธอแต่งตัวดูดีนั่งอยู่ ต้นหลิวจึงเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม "คุณไทด์มานานหรือยังคะ?"
"ไม่นานหรอกครับ" ไทด์ลุกขึ้นและเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้ต้นหลิวอย่างสุภาพบุรุษ จากนั้นต้นหลิวก็แนะนำให้ไทด์รู้จักกับนานา ต้นหลิวนั้นเคยคุยงานกับไทด์สองสามครั้ง การเจอกันครั้งนี้เธอจึงไม่ได้อึดอัดอะไร
เมื่อสั่งเครื่องดื่มกันเรียบร้อยแล้วไทด์ก็กล่าวขึ้น "อีกสาววันก็ถึงวันเปิดตัวแล้ว ประธานหลิวคิดว่าจะทันไหมครับ" ไทด์พูดและมองต้นหลิวอย่างเจ้าเล่ห์
"แน่นอนค่ะตอนนี้ดำเนินการไปเกือบ95%แล้ว ฉันคิดว่าทันอยู่แล้วค่ะ" ต้นหลิวยิ้มและเอ่ยอย่างมั่นใจเพราะเท่าที่เธอได้ไปตรวจงานก็เหลือแค่เก็บงานนิดๆหน่อยๆ
"ก็ดีครับผมหวังว่าประธานหลิวจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะครับ" ไทด์ดื่มกาแฟและยิ้มอย่างร้ายๆ ต้องบอกก่อนว่าตอนที่ต้นหลิวเซ็นสัญญาฉบับนี้ ได้มีการระบุไว้ว่าถ้าเสร็จไม่ทันตามที่กำหนด TL จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับรีสอร์ท สิ่งทีี่ทำให้บริษัทTLมาถึงจุดนี้ได้ก็คือประสิทธิภาพของงาน ส่วนมากจะเสร็จทันเวลาตลอด และทุกงานTLก็ไม่เคยเสียค่าชดเชยเลยสักครั้ง นี่คือจุดเด่นของTLเลยกว่าได้
ทั้งสามคนหลังจากคุยงานเสร็จก็นั่งรับประทานอาหารกันต่อ ต้นหลิวทานไปนิดเดียวจากนั้นเธอก็มองไปนอกร้านก็เห็นภูผากำลังคุยกับเด็กมอมแมมอยู่คนนึง เด็กคนนั้นถือตระกร้าและเหมือนกำลังจะขายอะไรบางอย่างให้กับเขา
มาดที่เหมือนนักเลงของภูผา มือล้วงกระเป๋าปากคาบบุหรี่ ดูดุแปลกๆแต่ว่าเวลาคุยกับเด็กนั้นเขาชั่งดูอบอุ่น ต้นหลิวหรี่มองภูผาที่คุยอยู่กับเด็กน้อยอย่างเหม่อลอยจนนานาเอ่ยถามขึ้น "ท่านประทานอิ่มแล้วหรอคะ?"
เมื่อเห็นเจ้านายเธอไม่ตอบนานาก็ถามอีกครั้ง "ท่านประธานคะ"
"ห๊ะ......อ๋อ....อิ่มแล้วละ" ต้นหลิวตอบอย่างตระกุกตระกัก
ไม่นานทั้งสาวก็ออกมาจากร้านอาหาร เมื่อเข้ามาในรถภูผาก็ยื่นลูกอมให้ทั้งสองสาวและพูดด้วยรอยยิ้ม "กินลูกอมกันไหมครับ"
นานารับไปแต่ต้นหลิวปฎิเสธและพูด "ไม่อ่ะ ฉันไม่กินของที่ไม่มีประโยชน์" แคร๊กๆ! นานาได้ยินก็แทบจะถุยลูกอมทิ้งทันที
"ท่านประธานจริงจังกับการใช้ชีวิตไปหรือเปล่าครับ บางทีคนเราก็ต้องRelaxบ้างนะครับ" ภูผาเอ่ยยิ้มๆ
"เหอะ!...นายซื้อของจากเด็กพวกนั้น ถ้าเด็กพวกนั้นโดนพวกค้ามนุษย์บังคับให้มาขายของ ถ้านายซื้อมันไม่เท่ากับว่านายสนับสนุนพวกนั้นหรอ" ต้นหลิวเอ่ยขึ้น
"ก็ไม่เป็นไรนี่ครับ ถึงแม้เราจะช่วยเด็กคนนั้นให้ออกจากวงจรอุบาทนี้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยวันนี้ผมก็ทำให้เด็กคนนั้นยิ้มอย่างมีความสุขได้นิครับ แค่นี้ก็พอแล้วมั่งครับ" ภูผาเอ่ยและเหลือบมองต้นหลิว
"งั้นประธานหลิวกล้าพนันกับผมหรือเปล่าครับ" ภูผายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"พนันอะไร?" ต้นหลิวขมวดคิ้วอย่างสงสัย
"ก็พนันว่าเด็กคนนั้นมาจากองค์กรค้ามนุษย์หรือเปล่าไงครับ" ภูผายิ้มอย่างท้าทาย
"ไร้สาระ" ต้นหลิวกอดอกและทำท่าอย่างไม่แยแส ทางด้านนานามองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไรกัน
"ท่านประธานกลัวจะแพ้หรอครับ" ภูผาท้าทายประธานสาวอีกรอบ
"ฉันอ่ะนะ......เอาสิก็ได้แล้วคนชนะจะได้อะไร" ต้นหลิวหันมองมองภูผาอย่างจริงจัง เธอไม่ชอบให้ใครมาเหยียดหยามอยู่แล้ว
"ได้ทุกอย่างที่ต้องการไงครับ" ^^ ภูพาเอ่ยขึ้น
เมื่อต้นหลิวตกลงภูผาก็ค่อยๆขับตามเด็กคนนั้นไปทันที เมื่อตามมาได้สักพักเด็กคนนั้นก็เดินเข้าไปในตลาดสด ภูผารีบลงรถและกำลังจะเดินตามเข้าไปก็โดนต้นหลิวขัดไว้ "นายจะไปไหน?"
"ก็ตามเด็กคนนั้นไปไงครับ" ภูผาเอ่ยขึ้น
"แต่นี่มันตลาดสดนะ พื้นก็แฉะและยังมีกลิ่นอะไรให้เต็มไปหมด ฉันไม่เอาด้วยหรอก!" ต้นหลิวทำท่าทางรังเกียจ
"ตามใจคุณ คุณไม่กลัวผมจะโกงก็ตามใจ" ^^ ภูผาพูดจบก็เดินเข้าตลาดไปทันที
ต้นหลิวสูดหายใจเข้าลึกๆเธอไม่มีทางยอมอยู่แล้ว จากนั้นเธอก็รีบลงรถและตามภูผาเข้าไปทันที ทางด้านนานามองบนไปหนึ่งและพึมพำเบาๆ"สองคนนี้อะไรกันเนี่ย เล่นกันเป็นเด็กๆไปได้"
เมื่อต้นหลิวเดินมาถึงก็เห็นภูผายืนมือล้วงกระเป๋าและกำลังมองดูอะไรสักอย่าง ต้นหลิวมองตามไปก็เห็นเด็กที่ขายลูกอมให้กับภูพากำลังคุยและหัวเราะกับหญิงวัยกลางคนนึงที่ขายผักอยู่ตรงมุมเล็กๆ เด็กคนนั้นเอาเงินให้กับหญิงวัยกลางจากนั้นเด็กน้อยหันไปแพ็คลูกอมเพื่อไปขายต่อ
"คุณแพ้แล้วละ" ^^ ภูผายังคงจ้องไปที่สองแม่ลูกด้วยแววตาลึกซึ้ง จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาสองแม่ลูกทันที
"นายจะไปไหน!" ต้นหลิวเอ่ยทักแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับจากภูผา เธอจึงเดินตามเขาเข้าไป
ภูผานั่งยองๆและถามขึ้น "ป้าครับผักนี้ป้าปลูกเองหรอ?" เมื่อเด็กน้อยเห็นภูพาก็พูดอย่างดีใจ "พี่ชายคนนั้นนี่!"
"แม่พี่ชายคนนี้และที่เหมาลูกอมเรา!" เด็กน้อยรีบบอกกับแม่ของเขาทันที หญิงวัยกลางยิ้มและเอ่ย "จริงหรอ!....พ่อหนุ่มมีนํ้าใจงั้นเลือกผักไปกินสิป้าให้ฟรี....ผักพวกนี้ป้าปลูกเองเลยนะ"
"ไม่ได้หรอกครับป้าของซื้อของขาย" ภูผายิ้มเจื่อนๆ เขาไม่คิดว่าซื้อแค่ลูกอมจะได้ผักมากินฟรีๆด้วย
"พี่ชายรับไปเถอะครับ...แม่ผมเป็นคนใจดีฮะ" เด็กน้อยพูดอย่างยิ้มแย้ม
"งั้นเอางี้ผมจะซื้อผักของป้า...แล้วป้าค่อยแถมให้ผมดีไหมครับ" ภูผาไม่อยากได้ของฟรีอยู่แล้ว เขาจึงต้องหาทางไม่ให้เขารู้สึกลำบากใจ
"ก็ได้ๆ" หญิงวัยกลางตอบกลับ
ตลอดการสนทนาของภูผากับหญิงวัยกลางต้นหลิวไม่ได้เอ่ยขัดอะไร เธอกอดอกและมองภูผาที่กำลังเลือกผักใส่ถุงอยู่ ต้นหลิวเผลอยิ้มออกมา สำหรับเธอนั้นผ่านความสำเร็จในชีวิตมามากมาย กว่าจะได้รอยยิ้มมาในแต่ละครั้งเธอต้องผ่านแรงกดดันมากมาย แต่วันนี่ภูผาทำให้เธอเห็นว่าเรื่องเล็กๆแบบนี้ก็ทำให้เรายิ้มได้เช่นกัน ภาพรอยยิ้มและการสนทนาของทั้งสามคนนั้นถ้าใครได้เห็นก็อดยิ้มตามไม่ได้เหมือนกัน
หลังจากเอ่ยลาสองแม่ลูกแล้วภูผาก็ออกมาจากตลาดโดยมีถุงผักเต็มทั้งสองมือของเขา ต้นหลิวหัวเราะเบาๆและเอ่ย "นี่ป้าเขาแถมให้นายมาหมดแผงเลยหรือเปล่าเนี่ยฮ่าๆ"
"เหอะๆ...ผมว่าป้าเขาต้องรีบกลับบ้านแน่ๆ" ภูผากลอกตาไปทีเมื่อเห็นตนหลิวหัวเราเยาะเขา