มันไม่ง่ายเลยที่ต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตลอดสี่ปี หญิงสาวนักธุรกิจเจ้าของบริษัทน้ำหอมชื่อดังทั้งในและต่างประเทศที่ต้องแบกรับภาระทั้งหัวหน้าครอบครัว แม่ และพี่สาวที่แสนดีให้กับครอบครัวของตัวเองมาตลอดอย่าง “เจน เจนนิสตา” ทุกคนต่างรู้ดีว่าชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวมันช่างแสนเหน็ดเหนื่อย แต่คำนั้นคงใช้ไม่ได้กับเธอคนนี้ นั่นก็เพราะเธอมีลูกชายที่แสนน่ารักและน่าเอ็นดูอยู่ข้างกาย คอยปลอบโยนหัวใจอันแสนเหนื่อยล้านั้นให้กลับมาสดใสในทุกๆครั้งที่เห็นหน้าของเด็กชายตัวน้อย
“น้องเชนทร์ครับ แต่งตัวเสร็จรึยังครับ หม่าม๊าทำโจ๊กเสร็จแล้วนะ” หญิงสาวตะโกนเสียงใสออกมาจากห้องกินข้าวพร้อมกับชโงกหน้าผ่านบานประตูออกมามองดูลูกชายตัวน้อยที่กำลังแต่งตัวด้วยตนเองอย่างเร่งรีบ
“หม่าม๊าาาาาาา หนูติดกาดุมม่ายด้ายค้าบ”
“หม่าม๊ามาดูให้หนูหน่อย”
เสียงเด็กชายตัวน้อยที่หญิงสาวเรียกว่า “น้องเชนทร์” เอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มมองไปยังกระดุมบนเสื้อนักเรียนตัวจิ๋วที่ตอนนี้มันโย้เย้เพราะติดกระดุมสลับกับรังดุมโย้ไปเย้มาจนชายเสื้อไม่เท่ากัน
“ไหนครับ ม๊าดูหน่อย” หญิงสาวรีบเดินสาวเท้าเข้าไปหาลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบเศษ พร้อมกับยิ้มออกมาเบาๆกับความไร้เดียงสาของเด็กน้อย
“นี่อะหม่าม๊า มันแปกๆ”
เด็กน้อยทำหน้าคิ้วขมวดพร้อมกับเบ้ปากแล้วใช้นิ้วมือเล็กๆชี้ไปยังเจ้ากระดุมเสื้อที่เป็นตัวการสำคัญซึ่งทำให้เขาต้องเรียกคนเป็นแม่มาช่วย ฝ่ายผู้เป็นแม่เห็นอย่างนั้นก็ขำออกมาพร้อมกับจับไปที่กระดุมเสื้อแล้วจัดการติดให้ใหม่ทันที
“น้องเชนทร์ครับ เม็ดนี้ติดรูนี้นะครับ อันนี้หนูติดผิดมันเลยย่นไม่เท่ากันไงครับ”
หญิงสาวยิ้มตาหยีด้วยความเอ็นดูเด็กน้อยพร้อมกับจัดการติดกระดุมใหม่ให้จนเสร็จก่อนจะเอื้อมมือไปบีบพุงหมาน้อยของเจ้าลูกชายตัวเล็กที่ยืนทำหน้ายู่อยู่
“เราไม่ใส่ชุดแบบนี้ไม่ได้หรอฮะ หม่าม๊า”
“ทำไมเราไม่ใส่ชุดนอนไปโรงเรียนอะครับ” เด็กน้อยเกาพุงทำท่าสงสัย
“เพราะว่า ถ้าใครใส่ชุดนี้ไปเรียนคนนั้นจะได้เป็นอเวนเจอร์ไงครับ” ด้านผู้เป็นแม่ตอบอย่างทันควัน
“จริงหรอฮะหม่าม๊า งั้นน้องเชนทร์จะใส่ทุกวันเลย จะไม่ถอด จะใส่ทุกเวลาเลยฮะ” เด็กน้อยได้ยินแบบนั้นก็พูดอย่างตื่นเต้น เพราะสิ่งเดียวที่จะเอามาล่อเขาได้ทุกสถานการณ์ก็คือเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ในดวงใจของเขานั่นเอง
“โธ่ อ้วนของม๊า” หญิงสาวยีหัวเด็กชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดูก่อนจะขยำพุงเบาๆ เด็กน้อยทำท่าดีใจยิ้มแป้นแล้นพร้อมกับขยุกขยิกตัวเพราะจั๊กจี๋ที่ผู้เป็นแม่แกล้งจิ้มพุงตัวเอง
“ไปเร็วไปกินข้าวกัน โจ๊กใส่หมูเด้งของโปรดใครเอ่ย”
“ของน้องเชนทร์ฮะ!!”
เด็กชายตัวเล็กชูมือขึ้นพร้อมตอบคำถามของผู้เป็นแม่ หญิงสาวลุกขึ้นยืนก่อนจะดันไหล่เด็กชายตัวน้อยพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะอาหารที่มีถ้วยใส่โจ๊กฝีมือของตัวเองซึ่งส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายออกมาจนเด็กชายตัวเล็กทนไม่ไหวกระโดดขึ้นเก้าอี้ประจำที่แล้วใช้ช้อนตักจ้วงคำโตและไม่ลืมที่จะเป่าให้พอหายร้อนก่อนจะนำเข้าปาก
“หอมจังเลย อยากกินจังเลย ขอแย่งเด็กแถวนี้กินหน่อยได้ป่าว” ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมกับยีหัวเด็กชายตัวน้อยที่นั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยอยู่
“น้าเจมส์ก็ไปตักถ้วยใหม่ซี้”
“ตรงนู้น นู้นๆ ๆ หม้อตรงนู้น อันนี้ของหนู” เด็กชายชี้ไปที่ถ้วยของตัวเองพร้อมแสดงท่าทางหวงของกินในชามก่อนจะยิ้มออกมา
“น้าเจมส์โตแล้ว น้าเจมส์กินไม่ได้”
เด็กชายตัวน้อยมองชายหนุ่มที่ตนเรียกว่า “น้าเจมส์” ซึ่งกำลังลากเก้าอี้อีกตัวจากหัวโต๊ะออกมาก่อนจะนั่งลงแล้วเท้าคางจ้องพร้อมกับแกล้งทำหน้าน้อยใจ
“แต่น้าเจมส์ชอบหมูในถ้วยน้องเชนทร์นี่ครับ”
“เนี่ยดูดิ หม่าม๊าเจนเอาหมูชิ้นโตๆให้น้องเชนทร์หมดเลย”
“แล้วน้าเจมส์จะกินอะไรล่ะครับ น้าเจมส์ก็อยากกินนะ”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจเพื่อหยอกล้อและแกล้งหลานตัวน้อยของเขา ก่อนจะคว่ำปากทำท่าเสียใจ พร้อมทำตาปริบๆใส่คนตัวเล็กที่จ้องมองมาที่เขาแล้วยิ้มแป้น
“ก็หม่าม๊ารักน้องเชนทร์นี่นา” เด็กน้อยพูดจบก็ตักก้อนหมูเด้งคำโตในชามใบเล็กเข้าปากก่อนจะเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“โหย งี้น้าเจมส์ก็เป็นหมาหัวเน่าอะดิ แง แง แง แง” ชายหนุ่มแกล้งน้อยใจทำเสียงงอแงออกมาจนคนตัวเล็กออกอาการเห็นใจ
“ไม่น่า....” เด็กชายรีบเช็ดปากก่อนจะขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆชายหนุ่มแล้วหอมที่หัวของชายหนุ่มเบาๆ
“เนี่ย หัวน้าเจมส์หอม ไม่เน่าๆ” เด็กชายตัวน้อยส่ายหัวแล้วยิ้มแป้นจนเห็นฟันครบทุกซี่ก่อนจะหันมาสนใจอาหารตรงหน้าอีกครั้ง
“ยิ้มแบบนี้โคตรเหมือนเลย” ชายหนุ่มพูดเบาๆก่อนจะจ้องหน้าหลานชายตัวน้อยสลับกับหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
“เหมือนอะไร?” หญิงสาวเอ่ยถามก่อนจะหันมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับทำหน้าขมวดคิ้วสงสัยถึงแม้ในใจจะรู้ก็ตามว่าเขาสื่อถึงอะไร
“เปล่าๆ เออนี่เจ๊ วันนี้จะไปส่งน้องเชนทร์หรอ” เจมส์เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีที่เห็นพี่สาวของตัวเองเริ่มทำสีหน้าออกอาการไม่ค่อยชอบใจ
“ใช่ วันนี้มีโฮมรูมผู้ปกครองประจำเดือน แล้วแกล่ะจะออกไปร้านกี่โมง” เจนเอ่ยถามก่อนจะตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างช้าๆ
“น่าจะเก้าโมงแหละ เอ้อนี่ ! เมนูอาหารที่สั่งทำอันใหม่จะมาส่งวันนี้นะ จะเข้าไปดูป่าว” เจมส์พูดพลางก้มมองหน้าจอมือถือของตัวเอง
“ถ้าว่างจะแวะไปละกัน แล้วสรุปโต๊ะที่แกจะให้พี่สั่งซื้อ จะเอาแบบไหน ส่งมาให้ดูด้วยนะ” เจนพูดจบก็ลุกขึ้นพลันไปหยิบนมจากตู้เย็นออกมามาให้เด็กชายตัวน้อยที่นั่งกินข้าวอยู่
“โอเค เดี๋ยวส่งให้ดูในไลน์ ยังเลือกไม่ถูก”
เจมส์พูดตามหลังพร้อมกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเด็กน้อยที่กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย เด็กน้อยเห็นแบบนั้นก็รีบยิ้มแป้นให้กล้องทันทีด้วยใบหน้าทะเล้นเล่นกับกล้อง
“น้องเชนทร์อิ่มรึยังครับลูก ปะ! เดี๋ยวไปโรงเรียนกัน...สายละ” เจนเอ่ยจบก็เดินถือถ้วยไปที่อ่างล้างจานก่อนจะล้างให้เรียบร้อย
“อิ่มแล้วค้าบ เดี๋ยวน้องเชนทร์เอาถ้วยไปเก็บก่อนนะครับหม่าม๊า”
เด็กน้อยลงจากเก้าอี้ก่อนจะคว้าถ้วยเปล่าไปไว้ในอ่างล้างจาน เสร็จแล้วก็เดินดุ๊กดิ๊กๆมาที่โต๊ะพร้อมกับคว้ากล่องนมรสกล้วยหอมแสนโปรดที่ผู้เป็นแม่เอามาวางไว้ให้เมื่อครู่
“ครับลูก กินนมให้หมดนะ”
“ค้าบ” เด็กน้อยเจาะกล่องนมด้วยตัวเองพร้อมกับนั่งดูดนมที่โซฟาที่ห้องนั่งเล่นอย่างใจเย็นก่อนจะวิ่งเอากล่องนมไปทิ้งที่ถังขยะหลังจากดูดจนหมดกล่องแล้ว
หญิงสาวได้แต่จ้องมองลูกชายตัวน้อยที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งตัวเธอเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเจมส์ที่บอกว่าเขาเหมือนกับคนๆนั้นมากแค่ไหน คนๆนั้นที่ทิ้งพวกเราไป คนๆนั้นที่ใจร้าย คนๆนั้นที่ไม่แม้จะติดต่อกลับมา คนคนนั้นที่เป็น “พ่อ” ของน้องเชนทร์ซึ่งเป็น ลูกชายคนเดียวของเธอ