นอกคอกหัวขบถ

1589 Words
หลายปีก่อนหน้านี้ ‘หยวน ๆ กันไปน่าหมอเดช ไอ้เจ้าเติร์ดมันลอกข้อสอบแค่ไม่กี่ข้อเอง” คณบดีสั่งให้ปล่อยผ่านหลังได้รับแจ้งแบบเป็นส่วนตัวจากกรรมการคุมสอบว่าหลานชายทุจริตการสอบและมีเจ้าหน้าที่บังเอิญเห็นเหตุการณ์ในห้องสอบอีกด้วย ทว่า…เป็นถึงหลานของคนมีตำแหน่งใครจะกล้าออกตัว “แต่ว่า…บทลงโทษเรื่องการทุจริตสอบของมหาลัยก็ระบุไว้ชัดเจนนะครับ กรณีนี้คือพักการเรียนอย่างน้อยหนึ่งเทอม” เดชดำรงค์กลืนน้ำลายลงคอ ลอบกำหมัดหนาจนมือสั่นพยายามสะกดโทสะที่โหมกระหน่ำสุดฤทธิ์ อุตส่าห์ลากสังขารมาถึงคณะนิติศาตร์แต่ได้คำตอบเช่นนี้ ไอ้เด็กเปรตกับไอ้เด็กนรกมันน่านัก! มันวิเศษวิโสมาจากไหนถึงเอาผิดมันไม่ได้สักที “ชีวิตมันก็ต้องยืดหยุ่นกันบ้างนะหมอ แกล้งทำเป็นมองข้ามบ้างไรบ้างเพื่อให้อะไร ๆ สะดวกมากยิ่งขึ้นเถอะ” เขาพูดไปมือก็ลูบคลำไม้พัทกอล์ฟอันใหม่ที่เพิ่งได้มาเป็นของขวัญจากพ่อของหลานชาย “เพราะกรณกัณณ์เป็นหลานของท่านใช่มั้ยครับ ท่านเลยปล่อยผ่านแบบนี้” อาจารย์แพทย์กล่าวเถรตรง ฝ่ายคณบดีเก็บไม้พัทลงกระเป๋าอย่างเบามือ ถอดแว่นสายตาออกแล้วพ่นลมหายใจอย่างเสียไม่ได้ “งั้นลองคิดดูนะ ถ้าจะจับทุจริตคุณก็ต้องตั้งคณะกรรมการ เรียกนิสิตสองคนนั้นมาเค้นถาม พอถามจบก็ต้องสั่งพักการเรียน พักการเรียนแล้วก็ต้องกลับเรียนแล้วสอบใหม่ เผลอ ๆ เดี๋ยวก็ลอกกันอีกแล้วก็วนกลับไปเหมือนเดิม เห้อ…คุณไม่เหนื่อยเหรอหมอ ปล่อยพวกมันไป เอาเวลาไปเตรียมเลคเชอร์ดีกว่านะ สอบเสร็จแล้วก็แล้วกันไป” “ตะ แต่ว่า…ละเว้นไว้แบบนี้ ถ้าเด็กมันไปพูดกันเอง ครั้งหน้าได้ลอกข้อสอบกันระนาวเลยสิครับ แล้วงี้จะจัดการยังไงต่อ” “ก็ไปหามาฉากมากั้นสิจะไปยากอะไร” ตอบได้กำปั้นทุบดินสุด ๆ คนประเภทนี้จับฉลากขึ้นมาเป็นคณบดีหรืออย่างไรกัน “อีกนะหมอเดช ถ้าทุจริตแล้วยังสอบไม่…” “รับทราบครับท่าน ครั้งนี้ผมจะถือว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องกรณกัณณ์ก็แล้วกันครับ!” เดชดำรงค์รู้ดีกว่าเขาจะพูดอะไรจึงรีบตัดบท ใบหน้าร้อนวูบวาบ ท้องไส้ปั่นป่วนอย่างอธิบายไม่รู้ก่อนจะรีบขอตัวออกไป พอฝ่ารถติดใกลางเมืองกลับมาถึงอาคารเรียนก็เห็นไอ้ตัวแสบสองคนยืนหัวเราะเอิ๊กอ๊าก หน้าชื่นตาบานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมันยิ่งคับแค้นใจ “เอาล็อคอินไปรอจ่ายตังค์ตามวันและเวลาที่กำหนดนะมึง คิวขอองมึงก็ต่อจากกูนี่แหละ” “พีเอสไฟว์เป็นของกูแล้วโว้ย! ดีใจฉิบหาย” จักรทัศน์ยอมให้ลอกข้อสอบเพื่อแลกกับสิทธิ์ซื้อ Ps5 ล็อตเปิดตัว แต่วงการแพทย์แคบเหลือเกิน…เหม็นขี้หน้ากันแค่ไหนก็ต้องเวียนมาเจอกันอยู่ดี เดชดำรงค์ไม่นึกว่าจะมาเจอนิสิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งหัวขบถที่นี่อีก แล้วยังไม่วายมายอกย้อนอีก! “แปลว่าในส่วนของคุณมีแค่คุณกับเภสัชกรคนนั้นใช่มั้ย ส่วนการจ่ายยาครั้งต่อ ๆ มาก็ไม่เกี่ยวกับคุณสองคนแล้ว” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลถามดึงความสนใจ “ใช่ครับอาจารย์ในรายที่สอง คนไข้น่าจะไปส่งต่อกันเอง ส่วนไปซื้อจากร้านไหน เจย์ก็ไม่ทราบครับ” แพทย์หนุ่มยังคงยืนกรานในเจตนาบริสุทธิ์ ฮั่นแน่ ผอ.กับหมอเดชดำรงค์มีพิรุธนะ อัยยาลิณณ์เดินย่องไปแอบมองปฏิกิริยาคนหลุดโป๊ะ เดชดำรงค์นั่งเงียบกริ๊บกำหมัดกัดกรามแน่นจนสันแนวขึ้น ส่วน ผอ. ก็ก้มหน้ากดโทรศัพท์ด้วยมือชื้นเหงื่อ นอกจากนี้ยังถือโอกาสแอบส่องกระดาษโน้ตของกรรมการแต่ละคน ก่อนจะขยับปากบอกใบ้จักรทัศน์ อ่านไม่ออกเลย! เขียนอะไรไม่รู้อย่างกะไม่ใช่ภาษาคน กรรมการคนอื่นซักถามในรายละเอียดต่าง ๆ หลังหมดคำถามแพทย์หนุ่มถูกเชิญออกไปนอกห้องเพื่อให้คณะกรรมการหารือข้อสรุป ก่อนออกมาจักรทัศน์ได้ดึงเพื่อนล่องหนออกมาด้วย 10 นาทีต่อมาจักรทัศน์ก็ถูกเรียกกลับเข้าไปในห้อง “เอาล่ะนะ ฟังจากสิ่งที่คุณเล่า พวกผมเห็นว่าคุณมีเจตนาดีอยากช่วยคนไข้ที่ขาดโอกาสโดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน แนวคิดนี้ไม่ขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์แต่อย่างใด แต่การสั่งจ่ายยาควบคุมในโรคเฝ้าระวังไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้โดยพลการ การลัดขั้นตอนในครั้งนี้ต้องสอบสวนกันต่อและต้องรายงานให้แพทยสภาพิจารณานะหมอจักรทัศน์…” นายแพทย์อาวุโสกล่าว “ครับอาจารย์” “อีกอย่างคุณมีบันทึกการรักษาตัวเมื่อไม่นานมานี้ คุณมีพฤติกรรมแปลก ๆ และเห็นภาพหลอน เรากังวลว่าอาการบาดเจ็บจะมันส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในระยะยาว…” เกริ่นมาขนาดนี้ก็เดาบทสรุปส่งท้ายได้ไม่ยากนัก “เราต้องพักงานคุณอย่างไม่มีกำหนดไปก่อนนะ ระหว่างนี้คุณต้องเข้ารับการทดสอบทางจิตวิทยาด้วย เข้าใจเจตนาพวกเรานะหมอจักรทัศน์” จักรทัศน์ยังดูนิ่งสงบกลายเป็นอัยยาลิณณ์ที่ดูร้อนรนแทน “ป้อคิงหยัง หื้อความจ๋วยเหลือเปื้อนมนุษย์ยะผิดอะหยั๋ง เฒ่าบ่าดอกเฒ่าบ่าดาย” ร่างล่องหนโพล่งแทรกขึ้นมาด้วยความเดือดดาดเต็มปรี่จนจักรทัศน์สะดุ้งเฮือกหันขวับไปเห็นอัยยาลิณณ์ชี้นิ้วย้ำ ๆ ใส่คณะแพทย์อาวุโสที่หน้าห้อง “ตาลไม่ทนแล้วเจย์ ตาลจะช่วยเถียง!!!” จะอธิบายเรื่องเหนือธรรมชาติพรรณนี้ยังไงดี ทว่า… “หมอจักรทัศน์ หมอจักรทัศน์….เป็นอะไรหรือเปล่า” คณะกรรมการปลายตามองตาม แพทย์หนุ่มบ่ายหน้ากลับมาช้า ๆ เมื่อครู่อัยยาลิณณ์โวยวายเสียงดังปานนั้น แต่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขา ในทางกลับกันหากพูดออกไปว่า ‘อาจารย์ไม่ได้ยินเสียงเมื่อกี้เหรอครับ’ คงถูกวินิจฉัยว่ามีอาการหูแว่วร่วมด้วย เรื่องคงวุ่นกว่าเดิมเป็นแน่ แต่โชคดีที่ตั้งสติได้ทัน “อ่อคือ…ครับ เจย์รับทราบตามนั้นครับ” “ระหว่างนี้คุณอาจถูกเรียกตัวมาให้ปากคำเพิ่มนะ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้องกังวลไปนะ” “ครับอาจารย์ ขอบคุณที่ให้ความกรุณานะครับ” การสอบสวนจบลงแต่เพียงแค่นี้ จักรทัศน์ถอดบัตรประจำตัวแพทย์วางไว้บนโต๊ะตามคำสั่งของผู้อำนวยการฯ เพื่อป้องกันการแอบอ้างช่วงพักงาน แต่คาดว่าเป็นคำแนะนำจากเดชดำรงค์ “สรุปก็ไม่มีใครได้ยินเสียงตาลสักคน แล้ววันนั้นลุงเจมส์ได้ยินเสียงอะไรนะ โอ๊ย! ตาลงงไปหมดแล้ว เห้อ…แล้วนี่เจย์จะทำอะไรต่อน่ะ อย่าบอกนะว่าจะไปเมาแล้วให้ลุงเจมส์แบกมาส่งอีก” เธอพูดขึ้นหลังประตูลิฟต์ปิดลง 2 -3 วันมานี้ต้องรูดซิปปากเงียบทั้งวันจนนน้ำลายบูดแล้วบูดอีก “คิดในแง่ดีถือว่าได้พักผ่อนนะเจย์” “ไปดูพระอาทิตย์ตกดินดีกว่า” จักรทัศน์ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ราวกับไม่กังวลใจอะไร “ไปแหลมพรหมเทพเหรอ ดีเลยตาลอยากไปมานานแล้ว” “คนเยอะ จะไปอีกที่” “ยังไงก็ได้ ถ้ามีโอกาสตาลจะพาเจย์ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เชียงราย ไม่ต้องเบียดเสียดกับใครด้วยเพราะมีแค่คนพื้นที่ที่รู้” อัยยาลิณณ์ออกอาการดี้ด้า จักรทัศน์ไม่พูดอะไรต่อแม้จะแสดงออกว่าไม่กังวล แต่ในใจกลับอึดอัดจนอยากหลบไปพักใจที่ไหนสักแห่งไกล ๆ และน่าเสียดายที่อัยยาลิณณ์ดันรู้สึกตัวก่อนจึงอดดูอาทิตย์ตกดินไปโดยปริยาย ช่วงค่ำก็มีข้อความแปลก ๆ ส่งเข้ามา ข้อความทักทายจากเชียงรายที่แอบแอดไลน์ไปตอนไหนไม่รู้ แต่อีกข้อความจากแฟนเก่าที่ชวนว้าวุ่นใจ [เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมพี่เจย์ถูกพักงาน] รวมถึงการเยาะเย้ยจากโจทก์เก่าอย่างธาวิน [นึกว่าจะเก๋าโดนพักงานซะแล้วไอ้สัตว์!] “เก๋าไม่เก๋าก็ไปถามพ่อมึงสิไอ้เหี้ย” จักรทัศน์กัดกรามแน่น มือสั่นเทาด้วยความโกรธขณะพิมพ์ข้อความแต่ฉุกคิดได้ในวินาทีสุดท้ายเลยบล็อกการติดต่อของสองคนนั้นไปแล้วทักไปหาเจมีไนน์ [บ้านลุงเจมส์อยู่ที่ไหนเหรอครับ] ไม่นานนักเจมีไนน์ก็ส่งโลเคชั่นกลับมาพร้อมชวนมาบ้านสุดสัปดาห์นี้ น่าแปลกที่คุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจแม้เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนัก [ตกลงครับลุงเจมส์] แต่ความวุ่นวายมันเริ่มหลังจากนี้ รุ่งขึ้นมีคำสั่งด่วนจากสาธารณสุขประจำจังหวัดให้ร้านขายยาทุกร้านส่งรายงานสต๊อกยาที่มีทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมงและมีเภสัชกรบางคนต้องถูกเรียกตัวไปสอบสวนต่อ ทว่าเดชดำรงค์สังหรณ์ใจว่ามันจะไม่จบแค่เรื่องยาควบคุม หากมีการสืบสาวลงลึกกว่านี้ “เป็นเพราะมึงอีกแล้วไอ้เด็กนรก”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD